นายกฯอนุทิน ย้ำ จุดยืนไทย ไม่เคยรุกรานใครก่อน ชี้เจรจาทุกอย่างขึ้นอยู่กับไทย-เขมร แจ้งชาวบ้าน อพยพอยู่ที่ปลอดภัยก่อน พื้นที่สีแดงยังมีปะทะ ขอการเสียสละ2ชีวิตทหารกล้าเป็นสุดท้าย
21 ธ.ค. 68 – ที่ จ.สุรินทร์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการส่งร่าง 2 นายทหาร ถึง สถานการณ์การปะทะชายแดนไทยกัมพูชา ว่า
ในด้านการทหาร กองทัพไทย ทุกเหล่าทัพ สามารถยึดพื้นที่เป้าหมายที่เคยถูกรุกล้ำกลับคืนมาได้เกือบทั้งหมด และได้ผลักดันฝ่ายตรงข้ามถอนกำลังออกจากพื้นที่ พร้อมเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้เกิดการปะทะรุนแรงเพิ่มเติม
“ยืนยันว่า จุดยืนของประเทศไทย ไม่เคยเป็นฝ่ายรุกราน หรือคุกคามประเทศเพื่อนบ้าน และไม่ได้ละเมิดข้อตกลงหรือปฏิญญาใดๆ การดำเนินการทั้งหมด เป็นไปเพื่อสถาปนาอธิปไตย และความมั่นคงของประเทศ หากต้องการยุติการปะทะ ต้องหยุดยิง หยุดคุกคาม และหยุดการรุกราน รวมถึงการใช้โดรนในพื้นที่ชายแดน” นายอนุทิน กล่าว

นายกฯ ย้ำ จุดยืนไทย ไม่เคยรุกรานใครก่อน ชี้เจรจาทุกอย่าง ขึ้นอยู่กับ ไทย-เขมร
นายกฯ ย้ำ จุดยืนไทย ไม่เคยรุกรานใครก่อน ชี้เจรจาทุกอย่าง ขึ้นอยู่กับ ไทย-เขมร
ส่วนประกาศการอพยพของชาวบ้านในพื้นที่นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ยังคงตึงเครียด และยังมีการตอบโต้ทางทหาร จึงยังคงมาตรการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง 100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
ขอย้ำว่า รัฐบาลดูแลผู้พักพิงในศูนย์อพยพตามแนวชายแดนอย่างเต็มที่ ทั้งด้านอาหาร และการลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกัน รัฐบาลขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของทหารที่เสียชีวิต และยืนยันว่า จะดูแลสิทธิประโยชน์อย่างเต็มที่ ทั้งบำเหน็จ ปูนบำเหน็จ และเงินชดเชยตามระเบียบที่กำหนดไว้
“การสูญเสียครั้งนี้ ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงตัวเลข แต่คือชีวิตของผู้ที่อุทิศตนเพื่อชาติ และขอให้การเสียสละของทหารกล้า 2 นาย เป็น 2 ชีวิตสุดท้าย” นายกฯ กล่าว
สำหรับประเด็นการเจรจากับกัมพูชานั้ย นายอนุทิน กล่าวว่า ยังไม่มีการให้ประเทศใดเข้ามาเป็นคนกลาง เนื่องจากเป็นเรื่องระหว่างไทยกับกัมพูชาโดยตรง
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า สำหรับการเยียวยาประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากการอพยพ จะมีการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่เป็นธรรม ครอบคลุมทุกครอบครัว ดังนั้นขอให้มั่นใจหลังจากเหตุการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ จะให้ส่วนราชการไปตรวจสอบเยียวยาให้ทั่วถึงทุกครอบครัว
ถึงแม้อยู่ในช่วงใกล้การเลือกตั้ง รัฐบาล ยังคงมีอำนาจเต็มในการบริหารราชการแผ่นดิน ดูแลประชาชน และป้องกันประเทศ ครอบครัวของทหารที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ จะได้รับการดูแลทั้งในเรื่องบำเหน็จ ปูนบำเหน็จ และเงินชดเชยตามระเบียบที่กำหนด
นายอนุทิน กล่าวถึงการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนในวันที่ 22 ธ.ค. ว่า ได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ นำเสนอนโยบายและจุดยืนของประเทศไทยอย่างชัดเจน
โดยยืนยันว่า ไทยไม่ได้เป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลง หรือรุกรานประเทศเพื่อนบ้าน การดำเนินการทั้งหมดเป็นไปเพื่อปกป้องอธิปไตย และความมั่นคงของชาติ และประเทศไทยยืนอยู่บนหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ต้องการยุติความสูญเสีย โดยไม่ให้สถานการณ์บานปลายไปมากกว่านี้
อ่านข้อมูลเพิ่ม: ทําเนียบรัฐบาล