ไม่สั่งฟ้อง “แกนนำคนอยากเลือกตั้ง” ชุมนุม ‘4ปี คสช.รัฐประหาร’

อัยการ ยังไม่สั่งฟ้อง แกนนำอยากเลือกตั้ง ครบฝากขังคดีชุมนุม 4 ปี คสช. ต้านยื้อการเลือกตั้ง เเกนนำเผยคำสั่งศาลห้ามเคลื่อนไหวสิ้นสุด

เมื่อเวลา 9.00 น. วันที่ 11 กรกฎาคม ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายรังสิมันต์ โรม, นายปิยรัฐ จงเทพ, น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว, นายเอกชัย หงส์กังวาน พร้อมพวกรวม 9 คน แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ชุด UN62 ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดียุยงปลุกปั่นฯ, ข้อหามั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป และขัดคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2558 ห้ามชุมนุมทางการเมือง ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปฯ เดินทางมารายงานตัวต่อศาลหลังครบกำหนดฝากขัง 48 วัน กรณีที่พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ยื่นคำร้องฝากขังผู้ต้องหารวม 15 คน ซึ่งเป็นแกนนำในคดีชุมนุมเรียกร้องการเลือกตั้งและต่อต้าน คสช.เนื่องในโอกาสครบรอบ 4 ปี คสช. เมื่อวันที่ 21-22 พฤษภาคม 2561 โดยผู้ต้องหาทั้ง 15 คน ได้รับการประกันตัวจากศาลคนละ 5 หมื่นบาท และต้องมารายงานตัวตามนัด

การชุมนุมของคนอยากเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 21-22 พค. ที่ผ่านมา
“คนอยากเลือกตั้ง” ได้รับการประกันตัว เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา

ภายหลังการรายงานตัวเสร็จสิ้น นายรังสิมันต์ เปิดเผยว่า วันนี้เป็นวันครบฝากขัง 48 วัน ที่เราถูกควบคุมตัวและศาลอนุญาตฝากขัง แต่เราได้ยื่นประกันตัว และทางศาลมีเงื่อนไขห้ามเคลื่อนไหวขัดต่อกฎหมายหรือสร้างความไม่สงบเรียบร้อยต่อบ้านเมือง ซึ่งอัยการจะต้องฟ้องวันนี้เป็นวันสุดท้าย แต่ปรากฏว่าอัยการยังไม่ได้ฟ้อง เงื่อนไขของการประกันตัวสิ้นสุดลง นายประกันจึงขอเงินประกันคืน เรายังไม่ถูกฟ้อง แต่อัยการสามารถฟ้องได้ภายในอายุความ คดีนี้น่าจะอยู่ที่ 10-15 ปี ส่วนคดีที่เกี่ยวกับการชุมนุมตอนนี้นั้น แต่ละคนโดนไม่เหมือนกัน บางคนก็มากบางคนก็น้อย อย่างตนนอกจากคดีนี้ก็เหลืออีก 8 คดี วันนี้ที่เรามากันไม่ครบเนื่องจากบางส่วนไปคดีอื่นที่ศาลทหาร บางส่วนติดภารกิจหรือยังติดต่อไม่ได้ ซึ่งหากมารายงานตัวภายหลังกระบวนการก็เหมือนกัน คือแค่มารายงานตัวรับเงินประกันคืน

ผู้สื่อข่าวถามถึงการถูกฟ้องหลายคดีมีปัญหาเรื่องเงินประกันหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เรามีปัญหา มีการระดมเงินประกันตัวโดยกลุ่มอาจารย์เป็นกลุ่มหลัก เข้าใจว่าเงินจำนวนมากน่าจะเกินที่ระดมได้ด้วยซ้ำนำมาใช้สำหรับคดีนี้ แต่วันนี้เรารับเงินประกันคืนแล้ว ถ้าอนาคตมีการดำเนินคดีอะไรเพิ่มเติมเงินส่วนนี้ก็จะนำไปใช้ประกันตัวในคดีที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพต่อไป


เมื่อถามถึงการเคลื่อนไหวทางการเมืองในปีนี้ต่อไป นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เรามีจุดยืนต้องการเห็นประเทศไทยออกจากระบอบเผด็จการ เพียงแต่สถานการณ์วันนี้เราติดตามตรวจสอบรัฐบาลต่อไป จะมีกิจกรรมหรือไม่ขอให้ติดตามกันอีกที วันนี้ตนยังตอบไม่ได้ว่าจะมีกิจกรรมอะไร เราจะแจ้งให้สื่อมวลชนทราบเมื่อมีกิจกรรมต่อไป

“ผมคิดว่าปัญหามันคือเรื่องจุดยืนว่า สังคมไทยสามารถจะออกจากระบอบเผด็จการไปสู่ระบอบประชาธิปไตย ซึ่งเรายืนยันว่าเราสามารถออกจากระบอบเผด็จการไปสู่ระบอบประชาธิปไตยได้ในปีนี้ คำถามมันอาจจะไม่ได้โฟกัสอยู่แค่พวกเราในฐานะคนทำแคมเปญ แต่สังคมไทยด้วย ถ้าสังคมไทยเราทุกคนเอาด้วยกับการที่จะออกจากระบอบเผด็จการ ผมคิดว่าต่อให้เป็นวันพรุ่งนี้ก็ทำได้ ผมเชื่อว่าการที่จะมีการเลือกตั้งภายในปีนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ ทำได้ทางกฎหมายแน่นอน” นายรังสิมันต์ กล่าวตอบคำถามสื่อยังยืนยันที่จะให้มีการเลือกตั้งในปีนี้หรือไม่

โดยพอหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จกลุ่มผู้ต้องหาที่มาวันนี้ได้ยืนเรียงกันพร้อมชูสามนิ้วเพื่อให้สื่อมวลชนบันทึกภาพ