‘บิ๊กจิน’ แจง กรณีชายโดดศาล-ครูวิภา บทเรียน กระบวนการยุติธรรม
ย้ำ ‘ศาลทำตามหน้าที่’
กระบวนการยุติธรรม – วันที่ 26 ก.ค. ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์กรณีนายศุภชัย ทัฬหสุนทร กระโดดจากชั้น 8 อาคารศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ลงมาเสียชีวิต เนื่องจากผิดหวังที่ศาลพิพากษายกฟ้องกรณีของลูกชายถูกแทงเสียชีวิต ว่า ตนได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะคณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ (กพยช.) ประชุมในวันที่ 31 ก.ค. หรือวันที่ 1 ส.ค. นี้ เพื่อติดตามประเด็นทั้งเรื่องของชายที่โดดตึก และกรณีของครูวิภา บานเย็น ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในจังหวัดกำแพงเพชร ที่ถูกลูกศิษย์เบี้ยวหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืนเพื่อการศึกษา (กยศ.) ทำให้ต้องชดใช้แทนในฐานะเป็นผู้คำประกัน
- เมียร่ำไห้รับศพ ลุงโดดตึก พ้อคู่กรณีมีอิทธิพล! ไร้คนกล้าเป็นพยาน วอนขอความเป็นธรรม
- เผยทั้งน้ำตา! เมียชายกระโดดตึกดับ! หลังฟังคดีลูกถูกฆ่า หวังยุติธรรมพอมี!(คลิป)
- ผบ.ตร.เผย รื้อคดี ‘ลูกชายถูกแทงตาย’ หลังพ่อโดดตึกศาลอาญาดับสลด!
“การประชุมครั้งนี้ เป็นการประชุมเพื่อช่วยกันดูว่า ขบวนการยุติธรรมจากกรณีทั้ง 2 กรณีที่เกิดขึ้นนี้ มีประเด็นอะไรที่เป็นบทเรียน ที่เราจะต้องนำมาสู่การพัฒนากระบวนการยุติธรรมและอะไรที่จะไปช่วยเขาได้ หรืออะไรที่จะต้องแก้ เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหา กรณีของลุงที่โดดตึก อยากให้แยกว่า กระบวนการของศาล ก็ทำไปตามพยานหลักฐาน ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และอัยการได้รวบรวมเป็นคำฟ้องมา ซึ่งศาลไม่สามารถเข้าไปล้ำเส้นได้
แต่ก็จะมีผู้แทนจากทุกหน่วยมาคุยกันว่า ทั้ง 2 กรณี มีบทเรียนอะไร และเราจะช่วยในปัญหาเฉพาะด้านอย่างไรได้บ้าง เช่นมีปัญหาในเรื่องของทนาย ก็จะจัดหาให้ หรือหากมีปัญหาเกี่ยวกับการติดต่อประสานงาน หรือปัญหาที่ไม่สามารถขอข้อมูลจากหน่วยงานอื่นได้ ก็จะมีเจ้าหน้าที่ไปช่วยจัดการให้ จะเป็นลักษณะของการเป็นพี่เลี้ยงให้” พล.อ.อ.ประจิน กล่าว
พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า กรณีของครูวิภา ได้ส่งเจ้าหน้าที่จากกรมบังคับคดีไปคุยละเสนอแนะให้ชะลอการบังคับคดี โดยการยึดทรัพย์เอาไว้ก่อน และขอให้เร่งตามนักศึกษาที่ครูวิภา ค้ำประกันให้ ซึ่งเชื่อว่าส่วนใหญ่จะตามได้ และมาเคลียร์หนี้ของตัวเอง ครูวิภา จะได้หมดภาระ ส่วนนักศึกษาคนไหนที่ยังชำระหนี้ไม่ได้ ก็จะไปช่วยดู ติดขัดเรื่องอะไรค่อยมาว่ากัน ทั้งนี้เพื่อให้ความยุติธรรม แต่อยากให้เข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของกติกา ที่รู้กันดีทั้งผู้กู้และผู้ให้กู้