เงินจะปลิวว่อน!! ‘ทวิสันต์’ คาดเลือกตั้งนี้ดุเดือด ซื้อเสียง สะพัด 5 หมื่นล้าน ห่วงประชาชนไม่เข้าใจกติกาใหม่ กระทบเลือกตั้งไม่มีประสิทธิภาพ
ซื้อเสียง – วันที่ 20 ธ.ค. นายทวิสันต์ โลณานุรักษ์ อดีตเลขาธิการหอการค้าภาคอีสาน กล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองช่วงใกล้เข้าสู่การเลือกตั้ง ส.ส. ที่จะถึงในเดือนก.พ. 2562 นี้ว่า ในการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งนี้ ตนรู้สึกเป็นห่วงปัญหาใหญ่อยู่ 3 เรื่อง ได้แก่ 1.เรื่องเกี่ยวกับความเข้าใจในกฏกติกาใหม่ของการเลือกตั้ง ส.ส. เนื่องจากปัจจุบันการประชาสัมพันธ์ข่าวสารต่างๆ เกี่ยวกับการเลือกตั้งยังเข้าไม่ถึงประชาชนส่วนใหญ่
ดังนั้นกกต.จะต้องเร่งรณรงค์ให้มากกว่านี้ เพราะถ้าประชาชนไม่เข้าใจในกติกา ก็จะทำให้การเลือกตั้งไม่มีประสิทธิภาพ 2.เรื่องการแบ่งเขตใหม่ ซึ่งทำให้นักการเมืองที่เคยอยู่ในเขตเดิม ต้องหลุดออกไปอยู่อีกเขตที่ไม่คุ้นเคยกับประชาชน ส่งผลให้เกิดความสับสนของประชาชนที่จะเลือกคนที่ตนชื่นชอบ และกลุ่มการเมืองต่างๆ ก็ยังจัดตัวว่าที่ผู้สมัครยังไม่ค่อยลงตัวนัก
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่![]()
3.เรื่องการทุจริต ซื้อสิทธิ์ ขายเสียง เนื่องจากล่าสุดทางมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินสถานการณ์แล้ว คาดว่าจะมีเงินสะพัดกว่า 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งหากนำพื้นที่เขตเลือกตั้ง 350 เขตมาหารดู ก็จะเฉลี่ยเงินสะพัดเขตละ 150 ล้านบาท โดยเฉพาะ จ.นครราชสีมา ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 14 เขต จะมีเงินสะพัด 2,100 ล้านบาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 116 เขต ประมาณ 17,400 ล้านบาท แต่ขณะเดียวกัน กกต.กำหนดให้ใช้งบการหาเสียงได้คนละไม่เกิน 2 ล้านบาท ดังนั้นจึงคาดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ จะมีการทำผิดกฎหมายการเลือกตั้งอย่างกว้างขวาง และอาจจะมีการแจกใบแดง ใบเหลืองกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งกกต.คงต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อที่จะไม่ให้เกิดภาพลักษณ์ที่เสียหายต่อการเลือกตั้งครั้งนี้
ส่วนงบประมาณที่ กกต.จะนำมาดำเนินการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งนี้ ซึ่งเดิมตั้งไว้ประมาณ 4,000 ล้านบาท แต่ขณะนี้ทราบว่าอาจจะเพิ่มขึ้นเป็น 4,600 ล้านบาท ขณะที่ จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นจังหวัดใหญ่ ถ้าเทียบ กับจังหวัดเล็กๆ อย่าง จ.สิงห์บุรี ก็เท่ากับ 14 จังหวัด ดังนั้นการเลือกตั้ง ส.ส.ก็จะมีการแข่งขันกันดุเดือดทุกครั้ง เจ้าหน้าที่ กกต.คงจะควบคุมได้ยาก ซึ่งคาดว่าจะมีการร้องเรียนการทุจริตเลือกตั้งเป็นจำนวนมากแน่นอน
ส่วนการซื้อสิทธิ์ ขายเสียงนั้น จะมีทั้งการแจกเงินให้เป็นรายหัว และการทำงานเป็นทีมในพื้นที่ชุมชน เพื่อจ่ายเงินกันเป็นก้อนทีเดียว ซึ่งการชนะเลือกตั้งในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ก็ถือว่าชนะทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือเลย ที่สำคัญในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ถ้าใครชนะในเขต 1 ถือว่าเป็นแชมป์ แม้ว่าเขตอื่นๆ ที่เหลืออีก 13 เขต จะแพ้การเลือกตั้งก็ตาม ดังนั้นครั้งนี้พรรคการเมืองใหญ่ต่างๆ ก็จะส่งตัวผู้สมัครสู้กันอย่างดุเดือดแน่นอน
ส่วนกรณีที่รัฐบาล คสช.ได้อัดฉีดงบประมาณจำนวนมหาศาล ลงไปให้ประชาชน ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนถึงการเลือกตั้ง เพื่อให้พรรคการเมืองที่สนับสนุนตนเอง ได้เปรียบในการเลือกตั้งนั้น ตนมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกอะไร เพราะทุกรัฐบาลก็ทำกันอย่างนี้มาโดยตลอด เนื่องจากการอัดงบประมาณในรูปแบบประชานิยมก่อนเลือกตั้งนั้น ได้ผลดีที่สุด แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของประชาชนที่เข้าคูหาเลือกตั้ง ว่าอยากจะได้คนแบบไหนเข้าไปบริหารประเทศ เพราะถ้าเราเลือกคนไม่ดีเข้าไป ประเทศชาติก็จะแย่ไปด้วย แต่ถ้าเลือกคนดีเข้าไป ประเทศชาติก็จะดีไปด้วย