“วิโรจน์” ซัด “ภูมิใจไทย” ตระบัดสัตย์ผิดคำสัญญาประชาชนกี่ครั้งแล้ว หลังวอล์กเอาต์ โหวตร่างรธน.วาระ 3 ยัน “ก้าวไกล” เดินหน้าต่อไม่ลดละ

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
เพิ่มเพื่อน

วันที่ 18 มี.ค.64 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์กรณี พรรคภูมิใจไทย วอล์กเอาต์ในการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระที่ 3 ว่า ไม่อยากให้ความเห็น ประชาชนจะต้องประเมินการกระทำในวันนี้ของพรรคภูมิใจไทย เทียบกับคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้กับประชาชนเอง และต้องเอาการขอโทษและการผิดสัญญาที่ผ่านๆ มา มาประเมินร่วมด้วย

แต่เนื่องจากมีการพาดพิงถึงการตัดสินใจที่เคารพคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนของพรรคก้าวไกล จึงจำเป็นต้องออกความเห็น เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจว่า พรรคไหนยึดมั่นกับคำมั่นที่ลั่นวาจาเอาไว้กับประชาชน และควรเป็นที่ฝากความหวังของประชาชนต่อไปได้

นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า ต้องถามพรรคภูมิใจไทยว่าที่ผ่านมาตระบัดสัตย์ ผิดคำพูดที่ให้ไว้กับประชาชนมากี่ครั้งแล้ว ตั้งแต่กรณีตัดสินใจร่วมรัฐบาล เพื่อให้เผด็จการ คสช.ได้สืบทอดอำนาจ และอีกครั้งหนึ่งที่เคยออกมาขอโทษประชาชน ในการลงมติรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่ 1 จนวาระที่ 3 ก็ยังจะมาวอล์กเอาต์อีก

พรรคภูมิใจไทยอ้างว่าเห็นด้วยกับแนวทางของประชาธิปัตย์ ที่ให้ชะลอการลงมติไปก่อนแล้วส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความอีกครัั้ง ก็ฟังไม่ขึ้น เพราะ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์หลายคน โดยเฉพาะ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ผู้ยื่นญัตติก็ยังอยู่ลงมติ ทั้งยังได้ลงมติ “เห็นชอบ” ในวาระที่ 3 ด้วย

นายวิโรจน์ กล่าวอีกว่า เหตุผลที่พรรคภูมิใจไทยอ้างว่าการลงมติในวาระ 3 ของพรรคร่วมฝ่ายค้านและเป็นจุดยืนของพรรคก้าวไกลนั้น เป็นการกระโดดลงเหวฆ่าตัวตาย เพราะการลงมติในวาระที่ 3 ต้องพึ่งเสียง ส.ว.อย่างน้อย 84 เสียง ตนยืนยันว่าเรื่องที่ ส.ว.จับเอาร่างรัฐธรรมนูญเป็นตัวประกัน และขัดขวางการคืนอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญให้กับประชาชนผู้เป็นเจ้าของอธิปไตยที่แท้จริง

มีหรือที่พรรคการเมืองมีประสบการณ์ยาวนานอย่างพรรคภูมิใจไทยจะเดาสถานการณ์ไม่ออก และถ้าเดาไม่ออกจริงๆ จากเหตุการณ์ในการลงมติในวาระที่ 2 ที่ ส.ว.ขอแก้ไขเพิ่มเติมให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมีผลกับอีก 38 มาตรา ทั้งๆ ที่ร่างนั้นได้ผ่านชั้นกรรมาธิการมาแล้ว ก็ควรจะตาสว่างรู้ตัวได้แล้วว่าพฤติกรรมของ ส.ว.ชุดนี้เป็นอย่างไร

“ประชาชนส่วนใหญ่รู้ดีว่า ส.ว.ชุดนี้ คือตัวฉุดรั้งการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาของประเทศ เป็นกลไกสำคัญที่เผด็จการวางเอาไว้เพื่อขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตราที่เกี่ยวข้องกับการคืนอำนาจอธิปไตยให้ประชาชน ต่อให้รู้ว่าข้างหน้าเป็นเหว เป็นกองไฟ หรือมีมวลชนจัดตั้งใส่เสื้อกลับด้านมายืนรอคุกคามอยู่ ถ้าเป็นเรื่องที่พรรคก้าวไกลได้ให้คำมั่นเอาไว้กับประชาชน พรรคก้าวไกลก็จะขอรักษาคำมั่นไม่มีการชักแม่น้ำทั้งห้ามาเป็นข้ออ้างในการทำผิดคำพูดที่ให้ไว้กับประชาชน” นายวิโรจน์ กล่าว

นายวิโรจน์ ยืนยันว่า พรรคก้าวไกลจะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดประตูบานแรกของการพัฒนาประเทศ และดึงประชาชนทั้ง 67 ล้านคน ออกจากช่องแช่แข็ง เพื่อให้กติกาของประเทศสามารถตอบสนองความฝันของประชาชนที่ต้องการที่จะมีสิทธิและเสรีภาพ มีโอกาสที่เสมอภาคที่จะมีคุณภาพชีวิตที่ดี ต่อไปอย่างไม่ลดละ

“ประชาชนคงต้องถือโอกาสนี้ถามพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์ว่า ในเมื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกอ้างว่าเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเข้าร่วมรัฐบาล ถึงกับบรรจุเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ย่อมถึงเวลาแล้วที่พรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์จะต้องตอบประชาชนว่ายังคงจะร่วมรัฐบาลต่อไปอีกหรือไม่” นายวิโรจน์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน