ตื่นกลางดึกช่วงตี 3 เป็นประจำ คิดว่า “เผชิญภาวะนอนไม่หลับ” แท้จริงอาจมากกว่านั้น แพทย์ชี้ภัยเงียบที่หลายคนมองข้าม พร้อมแนะนำทริกนอนหลับสบาย

เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2569

รายงานจากสื่อต่างประเทศ หลายคนอาจเคยประสบปัญหาตื่นขึ้นมาในช่วงตี 3 บ่อย ๆ จนคิดว่าเป็นอาการนอนไม่หลับ แต่แท้จริงแล้ว อาจเป็นผลจากจังหวะการทำงานตามธรรมชาติของสมอง

งานวิจัยระบุว่า การนอนหลับของมนุษย์ประกอบด้วยหลายรอบ แต่ละรอบใช้เวลาประมาณ 90–110 นาที เปรียบเสมือนการวิ่งผลัด ที่มีการเปลี่ยนช่วงเป็นระยะ เมื่อเข้าสู่ช่วงหลับตื้นในแต่ละรอบ ร่างกายมีแนวโน้มจะ “ตื่นสั้น ๆ” ซึ่งถือเป็นกลไกปกติ หลายคนอาจเพียงพลิกตัวแล้วหลับต่อ โดยไม่รู้ตัวว่าตื่นขึ้นมาก่อน

เหตุใดจึงมักตื่นช่วงตี 3

ช่วงเวลาประมาณตี 3 ถือเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านของนาฬิกาชีวภาพ ร่างกายเพิ่งผ่านช่วงหลับลึกที่มีการซ่อมแซมมากที่สุด และกำลังเข้าสู่ช่วงหลับตื้น พร้อมกันนั้น ฮอร์โมนความเครียดอย่างคอร์ติซอล (cortisol) จะเริ่มเพิ่มขึ้น เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับช่วงเช้า

ในช่วงเวลาที่ร่างกายมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นนี้ เสียงรบกวนเล็กน้อย หรือความคิดค้างคาในสมอง อาจถูกขยายจนทำให้ตื่นขึ้นมาได้ง่าย

ทำไมไม่ควรเล่นมือถือเมื่อสะดุ้งตื่นกลางดึก

ศาสตราจารย์เกร็ก เมอร์เรย์ นักจิตวิทยา อธิบายว่า ช่วงเวลากลางคืนเป็นช่วงที่ความวิตกกังวลเกิดขึ้นได้ง่าย เนื่องจากขาดสิ่งรบกวนจากภายนอก ทำให้ความคิดมุ่งไปที่เรื่องลบมากขึ้น

หากหลังตื่นขึ้นมาแล้วหยิบมือถือขึ้นมาเล่น หรือเริ่มคิดเรื่องงาน สมองจะเข้าใจผิดว่าเป็นเวลาที่ต้องตื่นทำกิจกรรม ส่งผลให้เกิดการเรียนรู้แบบมีเงื่อนไขผิด ๆ และอาจทำให้นาฬิกาชีวภาพคลาดเคลื่อน จนกลายเป็นปัญหานอนหลับในระยะยาว

ทำอย่างไรให้นอนหลับยาวถึงเช้า

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า กุญแจสำคัญคือการรักษาความสม่ำเสมอของเวลาในชีวิตประจำวัน และการเตรียมร่างกายก่อนนอนให้ผ่อนคลาย มากกว่าการพยายามเข้านอนให้เร็ว

การตื่นนอนให้เป็นเวลาเดิมทุกวัน จะช่วยปรับนาฬิกาชีวภาพได้ดีกว่า นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนนอน

หากตื่นขึ้นมากลางดึก ไม่ควรดูนาฬิกาหรือโทรศัพท์ เพราะตัวเลขที่ปรากฏอาจกระตุ้นความเครียด ทำให้สมองตื่นตัวมากขึ้น การปล่อยให้ร่างกายผ่อนคลายจะช่วยให้กลับไปนอนหลับได้ง่ายกว่า

ที่มา ETtoday

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน