สาวรอดชีวิต เปิดใจ เล่านาทีหนี ไฟไหม้โรงเบียร์ เผยได้กลิ่นแก๊ส-ไฟหน้าเวทีขัดข้องก่อนเกิดเหตุ สุดเศร้าสูญเสียพี่สาวที่ไปเข้าห้องน้ำเพียง 5 นาที ยังหวาดผวาควันไฟ
เวลา 10.05 น. วันที่ 15 ก.ค.2569 ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ น.ส.วราภรณ์ พลเสดี อายุ 26 ปี หนึ่งในผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว แต่ได้สูญเสียพี่สาวคนสนิทที่เดินทางมาเที่ยวด้วยกัน เล่าว่า วันเกิดเหตุตนและพี่สาวชวนกันเดินทางมาพักผ่อนและดื่มสังสรรค์กันตามปกติ ซึ่งตนนั่งอยู่บริเวณฝั่งซ้ายหน้าเวที ห่างจากประตูทางเข้าออกประมาณ 10 เมตร
ช่วงก่อนเกิดเพลิงไหม้ ตนได้กลิ่นแก๊สโชยมาหนาแน่นนานประมาณ 5-10 นาที ประกอบกับเห็นว่าระบบไฟหน้าเวทีเกิดขัดข้องคล้ายไฟตก แต่ในขณะนั้นไม่มีใครเอะใจ รวมถึงตนด้วย เพราะคิดว่าเป็นควันจากเอฟเฟกต์ที่ทางร้านเคยเปิดใช้ประกอบการแสดงของนักร้องอยู่เป็นประจำ
จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่ในร้านตะโกนบอกว่า “ไม่ใช่เอฟเฟกต์ แต่เป็นไฟไหม้” และเริ่มมีกลุ่มควันหนาแน่นพวยพุ่งขึ้นมาจากบริเวณเพดานกลางร้านแถวหน้าเวที ก่อนที่ระบบไฟทั้งหมดในร้านจะดับลง
ในช่วงนาทีนั้น ตนรีบตัดสินใจวิ่งหนีเอาชีวิตรอดออกทางประตูทางเข้าหลัก ซึ่งอยู่ทางฝั่งซ้ายมือได้ทัน ในขณะที่พี่สาวคนสนิท ขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนหน้านั้นเพียง 5 นาที ทำให้ติดอยู่ติดภายในและเสียชีวิตในที่สุด
ยอมรับว่าพี่สาวเพิ่งเคยเดินทางมาเที่ยวที่ร้านดังกล่าวเป็นครั้งแรก ขณะที่ตนก็นานๆ จะมาสักครั้ง และหลังจากนี้ก็คงไม่กล้าไปเที่ยวสถานบันเทิงที่ไหนอีกแล้ว เพราะรู้สึกฝังใจและหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
น.ส.วราภรณ์ ยอมรับว่า สภาพจิตใจย่ำแย่มาก ภาพเหตุการณ์ยังคงติดตา ไม่สามารถเปิดดูข่าวหรือดูคลิปเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ได้เลย เมื่อไหร่ที่ได้กลิ่นควันหรือเห็นแสงไฟจากรถพยาบาล จะเกิดอาการกังวล วิตก และจิตตกอย่างรุนแรง อีกทั้งยังรู้สึกเสียใจที่เป็นคนชวนพี่สาวมาพักผ่อนแต่กลับต้องมาเจอเหตุการณ์เช่นนี้
อย่างไรก็ตามตนอยากบอกถึงพี่สาวเป็นครั้งสุดท้ายว่า “ไม่ต้องเป็นห่วงตนเองที่รอดชีวิตมาได้ และขอให้พี่สาวเดินทางไปสู่ภพภูมิที่ดี”
นอกจากนี้ในส่วนของเงินเยียวยาเบื้องต้นจำนวน 10,000 บาท ที่ทางร้านมอบให้นั้น น.ส.วราภรณ์ มองว่า “น้อยเกินไปเมื่อเทียบกับชีวิตของคนหนึ่งคน และแสดงความกังวลว่าเมื่อกระแสข่าวเงียบหายไป เรื่องการเยียวยาในระยะยาวอาจจะเงียบหายตามไปด้วย”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

