“เบนซ์ เรซซิ่ง” ร้อง พม. ตรวจสอบ พ่อลูกผู้วิเศษ พาปิดตาขี่จยย. ยันปล่อยผ่านไม่ได้ หวั่นซ้ำรอยสูญเสีย ด้าน พม.เร่งเจรจา พร้อมใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก แยกเด็กทันทีหากไม่ปลอดภัย
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 16 ก.ย.69 ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายอริย์ธัช วรโรจน์เจริญเดช หรือ “เบนซ์ เรซซิ่ง” พร้อมทนายความของแม่เด็กชายวัย 13 ปี เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงรัฐมนตรี พม. ขอให้ตรวจสอบกรณีที่ถูกเรียกว่า “พ่อลูกตาทิพย์” หลังปรากฏคลิปผู้เป็นพ่อนำลูกชายปิดตาขณะขี่รถจยย.บนถนน ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายทั้งต่อตัวเด็กและประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน
“เบนซ์ เรซซิ่ง” เปิดเผยว่า แม้ส่วนตัวจะไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับครอบครัวดังกล่าว แต่หลังเห็นคลิปเผยแพร่ในโลกออนไลน์ มองว่าไม่ควรปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไป เพราะอาจกลายเป็นการทำให้คอนเทนต์ลักษณะดังกล่าวถูกมองเป็นเรื่องปกติ และกังวลว่าในอนาคตอาจเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ หรือมีการทำคอนเทนต์ที่เสี่ยงอันตรายมากขึ้น
โดยเฉพาะการให้เด็กปิดตาขณะขี่รถจยย.บนทางสาธารณะ ซึ่งมองว่าไม่เพียงเสี่ยงต่อตัวเด็ก แต่ยังอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นด้วย ส่วนพฤติกรรมดังกล่าวจะเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายจราจรหรือกฎหมายอื่นหรือไม่ ขอให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ
นอกจากนี้ ยังต้องการให้ตรวจสอบเรื่องสวัสดิภาพและการศึกษาของเด็กทั้ง 2 คน โดยระบุว่า จากข้อมูลที่ได้รับ เด็กชายคนโตอายุ 13 ปี ส่วนคนเล็กอายุ 8 ปี และมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเข้าเรียนตามปกติ จึงอยากให้หน่วยงานที่มีหน้าที่คุ้มครองเด็กเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงสภาพความเป็นอยู่และการเลี้ยงดูของเด็ก
เบนซ์ เรซซิ่ง ยังระบุอีกว่า เดิมตั้งใจเดินทางมายื่นหนังสือด้วยตัวเองอยู่แล้ว หลังเห็นคลิปเผยแพร่ในโซเชียลมาประมาณ 2-3 วัน กระทั่งหลังแจ้งกำหนดการกับสื่อมวลชน ฝ่ายแม่ของเด็กได้ติดต่อเข้ามาขอความช่วยเหลือ พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาการดูแลบุตร
โดย เบนซ์ อ้างข้อมูลจากทนายความฝ่ายแม่ว่า ก่อนหน้านี้พ่อและแม่เคยมีข้อตกลงในชั้นศาลเกี่ยวกับการดูแลบุตร โดยช่วงเปิดเทอมเด็กจะอยู่กับพ่อ ส่วนช่วงปิดเทอมจะกลับไปอยู่กับแม่ แต่เมื่อฝ่ายแม่ติดต่อขอรับเด็กกลับไปดูแล กลับไม่สามารถรับตัวเด็กได้
ขณะเดียวกัน ยังมีข้อตกลงเกี่ยวกับการเลี้ยงดูที่ระบุว่า “ในระหว่างดูแลบุตรผู้เยาว์ จะไม่นำบุตรผู้เยาว์ทั้งสองไปทำกิจกรรมเกี่ยวกับความเชื่อด้านไสยศาสตร์ ไสยเวท หรือพิธีกรรมที่แสดงตนต่อสาธารณชน รวมถึงกิจกรรมใดๆ ที่เป็นภัยเสี่ยงอันตรายต่อบุตรผู้เยาว์”
ตนจึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบว่า พฤติกรรมที่ปรากฏในคลิป รวมถึงการเลี้ยงดูเด็กในปัจจุบัน สอดคล้องกับข้อตกลงและคำนึงถึงสวัสดิภาพของเด็กหรือไม่ โดยหลังจากนี้ ฝ่ายแม่เตรียมนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการของศาลเยาวชนและครอบครัวในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ต่อ
เบนซ์ เรซซิ่ง ยังย้ำถึงความเสี่ยงจากการขี่รถจยย. โดยยกประสบการณ์ของตัวเองในฐานะนักแข่งว่า แม้จะสวมหมวกนิรภัยและใช้อุปกรณ์ป้องกันครบถ้วน ก็ยังสามารถเกิดอุบัติเหตุได้ ดังนั้นการให้เด็กปิดตาขณะขี่รถจยย.บนถนน จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม
ขณะที่ น.ส.ชนก จันทาทอง ผู้ช่วย รมต.พม. เปิดเผยว่า หลังรัฐมนตรีได้รับทราบเรื่องดังกล่าว มีความเป็นห่วงสวัสดิภาพและความปลอดภัยของเด็ก จึงสั่งการให้คณะทำงานและเจ้าหน้าที่ พม. ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งสภาพความเป็นอยู่ การดูแลเด็ก รวมถึงพฤติกรรมของผู้เป็นพ่อ
พร้อมยืนยันว่า ตั้งแต่วันแรกที่ได้รับเรื่อง เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเพชรบูรณ์ หรือ พมจ.เพชรบูรณ์ ได้ลงพื้นที่และพบกับผู้เป็นพ่อและเด็กแล้ว ซึ่งต่างจากข้อมูลที่เบนซ์ได้รับมาก่อนหน้านี้ว่าเจ้าหน้าที่ยังไม่พบตัว
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ประสานนัดหมายให้ทีมสหวิชาชีพเข้าพูดคุยและประเมินข้อเท็จจริง โดยฝ่ายพ่อยินยอมเข้าสู่กระบวนการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่แล้ว
นางสาวชนก ยังฝากถึง เบนซ์ เรซซิ่ง รวมถึงทนายความและฝ่ายแม่ของเด็กว่า กระทรวง พม. มีความเป็นห่วงเด็กทั้งสองคนเช่นเดียวกัน และกำลังติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โดยมองว่าเป็นสัญญาณที่ดีที่ฝ่ายพ่อยินยอมเข้าสู่กระบวนการพูดคุยกับ พมจ.
จากนี้จะมีการติดตามและประเมินร่วมกับทีมสหวิชาชีพ รวมถึงพูดคุยกับฝ่ายแม่ เพื่อหาข้อสรุปและแนวทางในการดูแลเด็กที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงประโยชน์และสวัสดิภาพของเด็กเป็นสำคัญ ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนในเร็วๆ นี้