“โคทม อารียา” นักสันติวิธี เผย ไทยจะถูกลดชั้น ต้องเริ่มนับหนึ่งกันใหม่ หลังจากการบังคับใช้โทษประหารชีวิต แนะสามข้อรัฐบาลแก้ปัญหาหลังโดนประณาม
เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. นายโคทม อารียา ที่ปรึกษาสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดล กล่าวถึง การใช้โทษประหารของทางการไทยในรอบ 9 ปี จนแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชันแนล ประณามเป็นเรื่องน่าละอาย ว่า แอมเนสตี้ฯ เริ่มรณรงค์เรื่องนี้มาตั้งแต่ก่อตั้ง จึงมองว่า เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ประเทศไทย ที่ในทางปฏิบัติไม่มีการประหารมาแล้ว 9 ปีติดต่อกัน พอเป็นดังนี้ไทยก็จะถูกลดชั้นลงไปอีก ต้องเริ่มนับหนึ่งกันใหม่ ซึ่งผลที่ตามมาแอมเนสตี้ฯก็จะนำเสนอรายงานประจำปีต่อสิ่งที่เกิดขึ้นออกมาก็แน่นอนว่า จะส่งผลในแง่มนุษยธรรม ส่วนตัวมีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลไทยในการแก้ปัญหา 3 ข้อคือ
- 1.ในการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ที่จะมีการลงมติ ประกาศคำมั่นสัญญาเรื่องโทษประหาร แม้ไม่มีการแก้ในทางนิตินัย แต่ในทางปฏิบัติให้งดเว้น ไทยควรลงมติสนับสนุน ซึ่งปีที่ผ่านมา ไทยมีมติงดออกเสียง
- 2. ควรประกาศต่อประชาคมโลกว่า จะงดเว้นการกำหนดโทษประหารสถานเดียวในบางคดีที่ยังมีอยู่ และ
- 3.ถ้าจะยังคงโทษประหารไว้ ต้องจำเพาะโทษที่ร้ายแรงจริงๆเท่านั้น (Serious Crime)
- อ่าน : คนแรกในรอบ 9 ปี! ประหารแล้ว หนุ่มฆ่าชิงทรัพย์ทารุณ แทงเหยื่อ 24 แผล
- อ่าน : แอมเนสตี้ ซัด น่าละอายไทยประหารชีวิตรอบ 10ปี ขัดกติกาโลก-ย่ำยีความเป็นคน
- อ่าน : “อังคณา” เชื่อ “โทษประหารชีวิต” ไม่ได้ช่วยให้ ‘อาชญากรรม’ ลดลง!
- อ่าน : ‘วิษณุ’ โต้ ‘แอมเนสตี้’ โทษประหารชีวิต ไม่ขัดต่อกฏหมาย!
- อ่าน : “บิ๊กตู่” ลั่น! โทษประหารชีวิตยังต้องมี ชี้ “เพื่อความสงบสุข”
นอกจากนี้ หากเป็นไปได้ก็ควรแก้กฎหมายยกเลิกโทษประหาร เพราะหลายแห่งก็พิสูจน์แล้วว่า บทลงโทษที่รุนแรง ไม่ส่งผลต่อการลดสถิติอาชญากรรม และเพื่อลดความอิหลักอิเหลื่อในแง่การส่งผู้ร้ายข้ามแดน เช่น สหภาพยุโรปที่จะไม่ส่งตัวให้ หากที่แห่งนั้นมีโทษประหาร ที่เท่ากับว่า ส่งคนไปตาย