หมายจับ เสี่ยอ้วน สั่งฆ่า สยองวัดเขาชีจรรย์ แฉปมแค้น แม่เผยสัมพันธ์ที่แท้จริง ฟอส-สปาย!!

1 ส.ค. 2561 - 08:59 น.

หมายจับ เสี่ยอ้วน คนสั่งฆ่า สยองวัดเขาชีจรรย์ แฉปมแค้น แม่เผยสัมพันธ์ที่แท้จริง ฟอส-สปาย

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

แม่ ‘น้องปลาย’ เผย ‘เสี่ยอ้วน’ ยัดเยียด-โอนเงินให้ 1 ล้าน โทรขู่ ‘ยิงคนตายไม่ติดคุก’

เปิดเส้นทางสุดท้าย ก่อน ‘ฟอส-สปาย’ ถูกยิงโหด 7 นัดซ้อน เร่งตรวจสอบธุรกิจ ‘เสี่ยอ้วน’

แฉ! ‘เสี่ยอ้วน’ อยู่ด้วยนาทีลั่นไกฆ่าคู่รัก เชื่อทีมสังหารมีมากกว่า 3คน

สอบโยง-ยิงคู่รัก เสี่ยเจ้าของบาร์ พี่รู้ตัวคนก่อเหตุ คิดว่ารวยล้นฟ้า-วงจรปิดแฉ!!

ศาลพัทยาออกหมายจับ “เสี่ยอ้วน บางลา” คนดังภูเก็ต บงการฆ่าโหด “น้องสปาย” สาวสวยและเพื่อนหนุ่มคาเขาชีจรรย์ ล่าสุดพบเบาะแสหนีไปชายแดน “บิ๊กอวบ”ลงพื้นที่ลุยสางคดียันชัดปมชู้สาว จับได้แล้ว 1 เป็นคนชี้เป้าที่ถูกส่งเข้าไปตีสนิทกลุ่มผู้ตาย แม่เผยเสี่ยเหี้ยมที่มาติดพันขอเป็นเมีย แต่ลูกกลัวเพราะเป็นผู้มีอิทธิพลเลยตีตัวออกห่าง ยืนยันหนุ่ม “ฟอส” ที่ตายด้วยไม่ใช่แฟน แค่เพื่อนนะยะที่สนิทตั้งแต่เด็ก เพราะเป็นเครือญาติกัน

เมื่อวันที่ 31 ก.ค. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. ไปติดตามความคืบหน้าของคดีคนร้ายก่อเหตุอุกฉกรรจ์ใช้อาวุธปืนยิงนายอนันตชัย หรือฟอส จริตรัมย์ อายุ 20 ปี และน.ส.ปวีณา หรือสปาย นาเมืองรักษ์ อายุ 20 ปี ชาว อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ เสียชีวิตบริเวณลานจอดรถฝั่งตรงข้ามพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรย์ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ที่สภ.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมีพล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภาค 2 พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.ชลบุรี และพ.ต.อ.อาทร ชิ้นทอง ผกก.สภ. นาจอมเทียน รายงานสถานการณ์ทั้งหมด

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติเปิดเผยว่า ศาลจังหวัดพัทยาออกหมายจับ 3 ผู้ต้องหา ได้แก่ 1.นายปัญญา หรือเสี่ยอ้วน ยิ่งดัง อายุ 39 ปี เจ้าของสถานบันเทิงชื่อดังใน จ.ภูเก็ต ผู้จ้างวาน 2.นายสายันต์ ศรีสุข อายุ 43 ปี ชาวนครศรีธรรมราช คนชี้เป้า และ 3.นายจิรศักดิ์ อุนัยบัน อายุ 34 ปี ชาวภูเก็ต มีพยานชี้ตัวว่าเป็นมือปืน ล่าสุดเจ้าหน้าที่จับกุมตัวนายสายันต์ได้แล้ว

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวว่า นายสายันต์ให้การเป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก โดยเหตุจูงใจในการก่อเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงให้น้ำหนักในเรื่องชู้สาว เนื่องจาก น.ส.ปวีณารู้จักคุ้นเคยกับนายปัญญา เพราะให้ความสนับสนุนเรื่องการเงิน ในวันเกิดเหตุนายปัญญาอยู่ในเหตุการณ์ด้วยอย่างแน่นอน

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวว่า จากคำให้การของนายสายันต์ ทราบว่า นายปัญญาวางแผนให้นายสายันต์แฝงตัวเข้าไปตีสนิทเป็นแฟนกับนายวราเทพ มาสูงเนิน อายุ 20 ปี เพื่อนสนิทของผู้ตายทั้งคู่ เพื่อร่วมเดินทางมาเที่ยวที่เมืองพัทยาในช่วงวันหยุด โดยนายสายันต์จะคอยรายงานความเคลื่อนไหวตลอดในวันเกิดเหตุ กลุ่มผู้เสียชีวิตออกจากโรงแรม แวะเที่ยวตลาดน้ำสี่ภาค เมืองพัทยา ต่อด้วยสวนนงนุช และจุดสุดท้ายไหว้พระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรย์ เมื่อทราบรายละเอียดทั้งหมดจากนายสายันต์ กลุ่มทีมสังหารก็เฝ้าติดตามจนสบโอกาส เบื้องต้นชุดสืบสวนออกตามล่าจับกุมนายปัญญา นายจิรศักดิ์ และกลุ่มมือสังหารที่คาดว่าจะหลบหนีกบดานแล้ว พร้อมส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่ภูเก็ต ตรวจสอบธุรกิจของนายปัญญาว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือธุรกิจเถื่อนหรือไม่ สำหรับนายวราเทพเจ้าหน้าที่จะสอบสวนว่าเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นด้วยหรือไม่

“ส่วนที่มีกระแสว่าในตอนแรกมีการวางแผนให้อุ้ม น.ส.ปวีณา แต่ภายหลังเปลี่ยนแผนเป็นการฆ่านั้น มีข้อมูลปรากฏอยู่ แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ส่วนกระแสที่บอกว่ามือปืนที่สังหารเป็นอดีตตำรวจนั้น ยังไม่มีปรากฏในข้อมูล ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้รับการติดต่อประสานจากนายปัญญาว่าจะเข้ามอบตัว แต่ทางเราได้ออกหมายจับเรียบร้อยแล้ว” รองผบ.ตร. กล่าว

ด้าน พล.ต.ท.จิตติกล่าวว่า ในวันเกิดเหตุนายปัญญาอยู่ในเหตุการณ์ด้วย ส่วนคนร้ายที่เหลือคาดว่าบางส่วนมุ่งหน้ามาจาก จ.ภูเก็ต เพื่อมาก่อเหตุที่ จ.ชลบุรี คาดว่ามีมากกว่า 3 คนที่ออกหมายจับไปแล้ว เจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบรถที่นำมาใช้ก่อเหตุ ว่าเป็นรถที่เช่ามา หรือเป็นคนของคนร้าย เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าหลักฐานแน่นหนาพอที่จะจับนายปัญญาได้อย่างแน่นอน

ล่าสุดรายงานข่าวแจ้งว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนพบเบาะแสนายปัญญาหลังก่อเหตุหลบหนีไปทาง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี คาดมุ่งหน้าไปยังตามแนวชายแดน จ.สระแก้ว หรือภาคอีสาน เพื่อหลบหนีข้ามชายแดนไปกบดานในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดในเส้นทางที่คาดว่าจะใช้หลบหนีเพื่อหาเบาะแสสำหรับติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี

ก่อนหน้านั้น เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 30 ก.ค. เจ้าหน้าที่มูลนิธิจาก จ.ชลบุรี นำศพของ น.ส.ปวีณาและนายอนันตชัยถึงบ้านเกิด อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ ญาตินำศพตั้งแยกกันตั้งบำเพ็ญกุศล โดยนายอนันตชัยตั้งศพที่บ้านเลขที่ 63 หมู่ที่ 12 บ้านนาตาล ช่วงเช้าชาวบ้านพากันมาทำบุญบำเพ็ญกุศลศพท่ามกลางความโศกเศร้า เบื้องต้นศพของนายอนันตชัยมีกำหนดจะฌาปนกิจในวันที่ 1 ส.ค. ที่วัดบ้าน นาตาล ส่วนน.ส.ปวีณาตั้งศพอยู่บ้านเลขที่ 98 หมู่ที่ 1 บ้านนาตาล ต.นาตาล กำหนดฌาปนกิจในวันที่ 2 ส.ค. ที่วัดบ้านนาตาล เช่นกัน

นางวันเพ็ญ นาเมืองรักษ์ อายุ 41 ปี แม่ของ น.ส.ปวีณา กล่าวว่า ลูกสาวและนายอนันตชัยเป็นเพื่อนที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก โดยหลังจากลูกสาวจบจากโรงเรียนประจำอำเภอ ไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีประมาณ 1 เทอม แต่ลาออกเพราะต้องการที่จะหาเงินมาช่วยเหลือครอบครัวด้วยการทำงานตามสถานบันเทิง โดยเฉพาะที่ จ.ภูเก็ต ตั้งแต่ต้นปี 2559 ต่อมาลูกบอกว่ามีเสี่ยมาติดพันและบอกว่าต้องการที่จะได้เป็นเมีย แต่ลูกสาวไม่ยอม เพราะเสี่ยคนดังกล่าวเป็นคนอารมณ์รุนแรงและมีอิทธิพลในจังหวัดภูเก็ต

“ความรุนแรงเริ่มเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2559 น้องปลายโทร.มาเล่าให้ฟังตลอดว่าทุกครั้งที่เสี่ยอ้วนเห็นไปอยู่ในกลุ่มเพื่อนจะเดินเข้าไปฉุดกระชาก บางครั้งถึงขั้นบีบคอ ทำร้ายร่างกาย ปลายปี 2560 จึงได้ย้ายไปทำงานที่ จ.นครปฐม แต่เสี่ยอ้วนยังคงติดตามหา จนในช่วงต้นปี 2561 ฉันก็มีความคิดที่จะซื้อรถ น้องปลายก็บอกว่าจะโอนเงินมาให้ พอเสี่ยอ้วนรู้ว่าจะซื้อรถก็บอกว่าจะโอนเงินให้ไปซื้อรถ 1 ล้านบาท แม้ครอบครัวปฏิเสธ แต่ก็มีเงินเข้ามาในบัญชีถึง 1 ล้านบาท ซึ่งเสี่ยอ้วนก็โทร.มาบอกว่าให้พ่อกับแม่ไปซื้อรถ” นางวันเพ็ญกล่าว

นางวันเพ็ญกล่าวยืนยันว่า ครอบครัวและลูกสาวไม่เคยคิดที่จะไปปอกลอก แต่เสี่ยอ้วนหยิบยื่นเงินให้ทั้งที่น้องปลายปฏิเสธเหมือนกับเป็นการจะใช้เงินซื้อ แต่ลูกสาวไม่ชอบจึงพยายามออกห่าง แต่ก็ต้องมาเจอเช่นนี้ ขอให้ตำรวจจับคนร้ายมาให้ได้และให้เสี่ยอ้วนมารับกรรม ยอมรับว่าเป็นห่วงความยุติธรรมเพราะเสี่ยอ้วนเคยโทร.มาขู่ว่าเป็นผู้มีอิทธิพล เงินสามารถซื้อได้ทุกเรื่องและเคยซื้อตำรวจมาแล้ว เพราะก่อนหน้ายิงคนตายก็ไม่ติดคุก แต่ก็เชื่อว่ากฎหมายจะดำเนินคดีได้

นางจอมศรี ชมพูพื้น อายุ 43 ปี แม่ของนายอนันตชัยกล่าวว่า ตั้งแต่รู้ข่าวว่าลูกชายถูกยิงตายไปกับน้องปลายรู้สึกเสียใจมาก และไม่เข้าใจว่ายิงลูกชายทำไม เพราะทั้งไม่ใช่คู่รักกันเป็นเพื่อนสนิทเป็นญาติด้วยซ้ำไป ทั้งคู่ก็เติบโตมาด้วยกันอีกทั้งลูกชายจะมีนิสัยเป็นผู้หญิง และชอบแต่งหญิง เมื่อมีงานรำจะแต่งหญิงออกไปรำ

ส่วนประวัติของ น.ส.ปวีณา หรือปลาย นาเมืองรักษ์ เพื่อนๆ ที่เรียนด้วยกันมักเรียกชื่อกันว่าสปาย ถือเป็นหญิงสาวที่หน้าตาดี และเคยเข้าประกวดนางงามท่าคันโท รณรงค์ไม่กินปลาดิบ จากนั้นเดินสายไปประกวดเวทีต่างๆ แต่เนื่องจากเป็นคนตัวเล็กจึงไม่ชนะการประกวด ขณะที่นายอนันตชัย หรือฟอส จริตรัมย์ ถือเป็นเด็กที่โตขึ้นมาด้วยนิสัยร่าเริง แต่มีจิตใจเป็นหญิง ในหมู่บ้านจะเรียกกันว่า “สาวฟอส” สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ สั่งการให้ตำรวจเข้าดูแลความปลอดภัยให้กับครอบครัวผู้เสียหาย โดยในส่วนของทางอำเภอท่าคันโท ก็พร้อมที่จะให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมายอย่างเต็มที่

สำหรับนายปัญญา ผู้ต้องหาตามหมายจับ มีฉายาว่า เสี่ยอ้วน บางลา ภูมิลำเนาเดิมเป็นคน จ.สุรินทร์ เคยทำงานเป็นผู้จัดการดิสโก้เธคแห่งหนึ่งที่พัทยา จ.ชลบุรี แต่ไม่ประสบความสำเร็จจึงโยกย้ายไป จ.ภูเก็ต เมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา ช่วงแรกๆ ไปทำมาหากินอยู่ในพื้นที่ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เริ่มต้นด้วยการเป็นเด็กเฝ้าห้องน้ำในสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง บริการนวด จัดผ้าเย็น-ผ้าร้อนให้กับบรรดา นักเที่ยวเวลาเข้าไปปล่อยหนักหรือเบาแลกกับทิป 10-20 บาท ประกอบกับกล้าได้กล้าเสียจึงนำเงินที่เก็บออมไปซื้อสัมปทานห้องน้ำสถานบันเทิงหลายแห่งในพื้นที่ป่าตอง โดยเฉพาะภายในถนนบางลา

หลังจากคลุกคลีอยู่ในแวดวงสถานบันเทิงป่าตอง และเห็นลู่ทางการทำมาหากินก็ขยับขยายมาเปิดบาร์ในซอยเล็กๆ ของถนนบางลา จากเพียง 1 ห้อง ปัจจุบันก็ขยายเต็มซอย ที่ผ่านมาทุ่มเงินในการดูแลสาวๆ หลายคน รวมถึงน.ส.ปวีณา ถึงขั้นมีการตกลงปลงใจขอแต่งงานด้วย แต่เนื่องจากเป็นคนอารมณ์ร้อนและขี้โมโห ทำให้บรรดาหญิงสาวพากันตีตัวออกห่าง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ หมายจับ เสี่ยอ้วน สั่งฆ่า สยองวัดเขาชีจรรย์ แฉปมแค้น แม่เผยสัมพันธ์ที่แท้จริง ฟอส-สปาย!!
ข่าวที่เกี่ยวข้อง