แจงแล้วคลิปสีกานวดพระบนโซฟา ชี้ไม่ได้มีแค่ 2 คน คนถ่ายรับโมโหหญิงเจ้าของบ้าน ก่อนส่งไลน์กลุ่มหมู่บ้าน เผยทำไมไปอยู่บ้านหลังนั้น ยันอ่อนเพลียจากอาการป่วยเผลอหลับ ลูกศิษย์ถามแล้วก่อนนวด เจ้าคณะอำเภอพนมทวนยันไม่อาบัติปาราชิก
วันที่ 28 ก.ค.69 จากกรณีโลกออนไลน์แชร์คลิปวิดีโอขณะสีกากำลังนวดขาพระสงฆ์ที่นอนอยู่บนโซฟา จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และจากคลิปดังกล่าวพบว่าพระสงฆ์กับสีกาไม่ได้อยู่กันเพียงลำพังแค่ 2 คน แต่มีคนที่ถ่ายคลิปนั่งอยู่ด้วย แต่คลิปที่ถูกนำมาเผยแพร่นั้นทำให้สังคมเข้าใจว่าพระสงฆ์กับสีกาอยู่ด้วยกันแค่ 2 คน
ล่าสุด ผู้สื่อข่าว ได้เดินทางไปที่วัดแห่งหนึ่งในที่ ต.ทุ่งสมอ อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี หลังทราบว่า พระในคลิปเป็นเจ้าอาวาสวัดดังกล่าว เมื่อไปถึงพบเจ้าอาวาส รออยู่ที่กุฏิชั้นล่าง โดยมีชาวบ้านที่เป็นศิษยานุศิษย์จำนวนหนึ่งรออยู่ มี นายคนึง แก้วพรายงาม นายก อบต.ทุ่งสมอ และ นายนิพนธ์ อินทรักษ์ รวมอยู่ด้วย
ทั้งนี้เจ้าอาวาส ได้มอบหมายให้ นายนิพนธ์ คนใกล้ชิดเป็นผู้ชี้แจง โดยระบุว่า คลิปถูกถ่ายไว้นานหลายเดือนแล้ว คนที่ถ่ายก็คือคนขับรถของท่านเจ้าอาวาส ขณะนั้นเจ้าอาวาสได้ให้คนขับรถพาไปบ้านพักของลูกศิษย์ที่เป็นโยมอุปัฏฐาก ที่มีความเคารพและศรัทธากันมาช้านาน
ซึ่งท่านเจ้าอาวาสมีสุขภาพไม่แข็งแรง มีโรคประจำตัวหลายโรค ทั้งเบาหวาน ความดันและเป็นเก๊าท์ ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลอยู่เป็นประจำ ในวันนั้นท่านเจ้าอาวาสเกิดอาการอ่อนเพลียแล้วเผลอหลับอยู่บนโซฟาตามที่เห็นในคลิป โดยมีลูกศิษย์ผู้หญิงที่เป็นเจ้าของบ้านนั่งอยู่กับพื้นใกล้ๆ กัน ขณะที่ท่านอาวาสนอนหลับ ลูกศิษย์จึงถามคนขับรถที่อยู่ด้วยกันว่าสามารถบีบขาให้ท่านเจ้าอาวาสได้หรือไม่ ซึ่งคนขับรถก็บอกว่าได้ จากนั้นลูกศิษย์จึงใช้มือบีบที่บริเวณข้อเท้าด้านซ้ายไป 3 ครั้งเท่านั้น แต่ปรากฏว่าคนขับรถกลับใช้โทรศัพท์มือถือแอบถ่ายเอาไว้
ต่อมาเจ้าของคลิปได้นำไปโพสต์ลงในไลน์กลุ่มของหมู่บ้าน ทำให้ชาวบ้านทุกคนได้เห็นคลิป วันที่ 26 ก.ค.69 จึงเรียกประชุมประจำปี เพื่อชี้แจงในประเด็นต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องคลิปวิดีโอ ซึ่งคนถ่ายยอมรับในที่ประชุมว่า ที่ทำลงไปเพราะโมโหโยมเจ้าของบ้าน ซึ่งท่านเจ้าอาวาสไม่มีส่วนรู้เห็นแต่อย่างใด และในที่ประชุมได้ตกลงกันเอาไว้ว่าจะไม่มีการนำคลิปออกไปเผยแพร่อีก
การประชุมในวันดังกล่าวจัดขึ้นที่ศาลาปฏิบัติธรรม มีเจ้าคณะอำเภอพนมทวน จ.กาญจนบุรี เป็นประธาน ที่ประชุมมีมติเพิ่มเติมว่าสิ่งที่เจ้าอาวาสทำไม่เป็นความผิดถึงขึ้นอาบัติปาราชิก ไม่ถึงขั้นต้องลาสิกขา ดังนั้นขอให้ท่านปรับปรุงแก้ไขในความผิดครั้งนี้และให้ครองเพศสมณะต่อไปได้
นายนิพนธ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นพร้อมกันว่าเพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดซ้ำซ้อนขึ้นมาอีกครั้ง ท่านเจ้าอาวาสจึงมอบหมายให้ตนเดินทางไปพบพนักงานสอบสวน สภ.พนมทวน เพื่อลงบันทึกประจำวันเอาไว้เป็นหลักฐาน ว่าจะไม่มีการนำคลิปดังกล่าวออกไปเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์อีกต่อไป หากใครนำไปเผยแพร่จนทำให้ท่านเจ้าอาวาสได้รับความเสียหาย จะต้องถูกแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่สุดท้ายคลิปก็ถูกนำไปเผยอีกจนได้