ด่วน! เจ้าหน้าที่ บุกค้นบ้านแกนนำต้านบ้านป่าแหว่ง ยึดคอมพ์-โน๊ตบุ๊ก ไปตรวจ!

ตร.เชียงใหม่ บุกค้นบ้านแกนนำต้าน“ป่าแหว่ง” ยึดโทรศัพท์ และ โน้ตบุ๊คไปตรวจสอบ หลังกรณีป้ายลึกลับโผล่แฉรายชื่อข้าราชการพักอาศัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าวันนี้ (14 พ.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ นำหมายเข้าทำการตรวจค้นบ้านพักในตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ของนายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ผู้ประสานงานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ซึ่งเป็นแกนนำที่เคลื่อนไหวคัดค้านโครงการบ้านข้าราชการตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 หรือ “บ้านป่าแหว่ง”

โดยการเข้าตรวจค้นครั้งนี้สืบเนื่องจากกรณีที่ช่วงสัปดาห์ที่แล้วมีการพบว่ามีการนำป้ายที่มีการเปิดเผยรายชื่อของข้าราชการตุลาการที่พักอาศัยอยู่ในอาคารชุด 9 หลัง ของโครงการบ้านพักข้าราชการตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 ไปติดตั้งไว้ที่บริเวณประตูช้างเผือก และประตูท่าแพ ในตัวเมืองเชียงใหม่ ทั้งนี้ไม่ทราบว่าผู้ใดนำไปติดตั้งไว้และตั้งแต่เมื่อใด

อย่างไรก็ตามต่อมามีแนวร่วมของเครือข่ายที่ได้ถ่ายภาพป้ายดังกล่าวนำไปเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย จนถูกตรวจค้นบ้านพักและแจ้งข้อกล่าวหา รวมทั้งนำไปสู่การตรวจค้นบ้านพักของนายธีระศักดิ์ ในครั้งนี้

– เผยเหตุบุกบ้าน

ทั้งนี้นายธีระศักดิ์ เปิดเผยว่า วันนี้(13 พ.ย.61) กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 10 นาย ได้นำหมายค้นเข้าทำการตรวจค้นบ้านพักของตัวเองในตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ช่วงระหว่างเวลาประมาณ 09.30-10.30 น. ซึ่งเป็นเรื่องสืบเนื่องจากกรณีที่แนวร่วมของเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพรายหนึ่งถูกตรวจค้นบ้านพัก และตรวจยึดอุปกรณ์จำนวนหนึ่ง

พร้อมถูกแจ้งข้อกล่าวหาหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา จากการที่ถ่ายภาพป้ายดังกล่าวนำไปเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่จากศาลอุทธรณ์ภาค 5 ซึ่งเป็นตัวแทนของข้าราชการตุลาการที่มีรายชื่อตามป้ายดังกล่าวเข้าแจ้งความดำเนินคดี โดยในการเข้าตรวจค้นบ้านพักของตัวเองนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจยึดโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คของตัวเองไปตรวจสอบ

แต่ไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาใดๆ ซึ่งตัวเองให้ความร่วมมืออย่างดีทุกอย่างและเชื่อมั่นว่าจะตรวจสอบไม่พบหลักฐานใดๆ เพราะตัวเองและเครือข่ายไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องและรู้เห็นใดๆ ในเรื่องดังกล่าว

อย่างไรก็ตามเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ บอกว่า รู้สึกว่ากรณีที่เกิดขึ้นนี้เหมือเป็นความพยายามที่คุกคามประชาชน รวมทั้งเป็นเรื่องขัดแย้งกับหลักคุณธรรมและจริยธรรม จากการที่ผู้พิพากษากลุ่มหนึ่งเข้าแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดกับประชาชนในกรณีนี้ทั้งที่มีเพียงการโพสต์เรื่องราวลงในโซเชียลมีเดียเท่านั้นและเรื่องการรุกล้ำพื้นที่ป่าก็เป็นเรื่องจริงที่ผู้คนต่างทราบดี

ขณะที่เมื่อคดีเข้าสู่การพิจารณาของศาลแล้วผู้พิพากษาก็เป็นผู้พิจารณาตัดสินเอง ทั้งนี้ยืนยันว่าแม้จะถูกคุกคามในลักษณะดังกล่าวแต่ตัวเองและสมาชิกเครือข่ายทุกคนไม่มีความหวาดกลัว เสียกำลังใจ หรือท้อถอยในการต่อสู้เคลื่อนไหวอย่างแน่นอน โดยจะยังคงเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องต่อไปด้วยเป้าหมายเดียวเท่านั้นคือขอคืนพื้นที่ป่า


ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่เพิ่มเพื่อน


 

บทความก่อนหน้านี้ရန်ကုန်တိုင်းက Eco Green City အိမ်ရာ စီမံကိန်း လာမယ့် ၂၀၁၉ မှာ စတင်မယ်
บทความถัดไปตร.ไฮเทค! แกะรอยตามจับหนุ่ม โหลดคลิปโป๊ลงมือถือ รับไว้ดูบิ้วช่วยตัวเอง