‘บิ๊กแป๊ะ’ ลั่นไร้วิ่งเต้นล้มคดี โจ๋ รุมโทรมด.ญ.11 ขวบ จี้ให้ความเป็นธรรม-จับคนผิดลงโทษ

รุมโทรมด.ญ.

ผบ.ตร.ลั่นไม่มีการวิ่งเต้นล้มคดี แก๊งโจ๋ รุมโทรมด.ญ. วัย 11 ขวบ ชี้ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายเพราะใช้ความรุนแรงกระทำทางเพศกับเด็ก จี้จับคนผิดมาลงโทษตามกฎหมาย

จากกรณีที่มีหนุ่มรายหนึ่งโพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่าลูกสาว อายุ 11 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้น ป.5 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สระบุรี ถูก 5 เยาวชน พาไปรุมโทรมในร้านขายของแห่งหนึ่ง หลังเกิดเหตุ มีอบต.พยายามมาเคลียร์และจ่ายเงินให้จบเรื่อง แต่พ่อไม่ยอม และบันดาลโทสะทำร้ายร่างกายพ่อและเด็กที่ก่อเหตุ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

รุมโทรมด.ญ. / เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า จากประเด็นที่ผู้เสียหายมาร้องเรียนเกรงว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม จากกรณีลูกสาวถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมข่มขืนขอชี้แจงว่า เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.2561 เวลาประมาณ 02.00 น. น.ส.นก (นามสมมติ) ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นมารดาของเด็กหญิงเอ (นามสมมติ) อายุ 12 ปี พยาน, ผู้เสียหาย มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความร้องทุกข์

โดยผู้เสียหายเชิญตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นเยาวชนจำนวน 5 คน มีอายุระหว่าง 15-16 ปี พนักงานสอบสวนซักถามปากคำผู้เสียหายเบื้องต้นได้ความว่า เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2561 เวลาประมาณ 02.30 น. ผู้เสียหายซึ่งอยู่ในความปกครองของน.ส.นกถูกผู้ก่อเหตุทั้ง 5 คน ใช้กำลังบังคับขู่เข็ญพาเข้าไปภายในร้านที่เกิดเหตุ อยู่ตรงข้ามอาชีวศึกษาสระบุรี ต.ปากเพรียว อ.เมืองสระบุรี จ.สระบุรี ร่วมกันกระทำชำเราผู้เสียหาย

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่เพิ่มเพื่อน

ต่อมาเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2561 น.ส.นกได้ทราบเรื่องจากลูกสาว จึงนัดตกลงค่าเสียหายกับผู้ปกครองของผู้ก่อเหตุ แต่เมื่อตกลงกันไม่ได้ โดยในระหว่างการเจรจาตกลง มีนายคม (นามสมมติ) ซึ่งเป็นพ่อของผู้เสียหาย เดินทางมาถึงที่ดังกล่าว ที่เข้าทำร้ายร่างกายผู้ก่อเหตุทั้ง 5 คน

จากนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาระงับเหตุทะเลาะวิวาท เจ้าหน้าที่ตำรวจพาผู้ก่อเหตุมาพบพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุทั้ง 5 คน ตามกฎหมาย พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้ดำเนินคดี และส่งผู้เสียหายและผู้ก่อเหตุทั้ง 5 คน ไปตรวจร่างกายที่รพ.สระบุรี โดยไม่ได้จับกุมหรือควบคุมตัวไว้ เนื่องจากไม่ใช่ความผิดที่เกิด ซึ่งหน้า พนักงานสอบสวนจะได้เยาวชนทุกคนร่วมกับสหวิชาชีพ และจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

“ในส่วนของคดีทำร้ายร่างกายพนักงานสอบสวน ตรวจสถานที่เกิดเหตุ ถ่ายภาพ ทำแผนที่เกิดเหตุ สอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์และผู้ที่เกี่ยวข้อง และรวมรวมพยานหลักฐานต่างๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่หาเบาะแสและข้อมูลจะได้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องในคดีทำร้ายร่างกายอีกหนึ่งคดี คดีนี้อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เนื่องจากผู้เสียหายและผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชน จึงต้องสอบสวนปากคำร่วมกับสหวิชาชีพ และรอผลการชันสูตรจากแพทย์เพื่อมาประกอบคดี

สำหรับผู้ก่อเหตุข่มขืนทั้ง 5 คน ทราบชื่อและทำประวัติไว้แล้ว เมื่อมีหลักฐานเพียงพอจะได้เรียกมาแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ในส่วนของคดีทำร้ายร่างกาย ผู้ก่อเหตุจะถูกดำเนินคดีควบคู่กันไป ตามพยานหลักฐานและกฎหมาย ในส่วนประเด็นที่พ่อของผู้เสียหายเกรงว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจพูดจาไกล่เกลี่ย ทำนองไม่ให้รับคดี ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ตามกรอบของกฎหมาย และอำนาจหน้าที่แล้ว ไม่มีการช่วยเหลืออย่างแน่นอน” รองโฆษก ตร. กล่าว

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวอีกว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็ว คดีนี้ถือเป็นเหตุสะเทือนขวัญ เพราะเป็นการใช้ความรุนแรงกระทำทางเพศกับเด็ก

โดยเน้นย้ำให้การดำเนินการสืบสวนสอบสวน ด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่มีการวิ่งเต้นช่วยเหลือฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ให้ไม่ต้องรับโทษตามกฎหมาย ให้ดำเนินการตามหลักกฎหมาย อาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์หรือพยานหลักฐานที่ชี้ถึงตัวผู้กระทำความผิดเป็นสำคัญ และต้องสามารถนำผู้ก่อเหตุมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ได้โดยเร็ว และให้ผู้บังคับบัญชาควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อเยียวยาความเสียหาย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนและสังคม

บทความก่อนหน้านี้ตร.จ่อออกหมายเรียก บอล บางแก้ว ปมไฟไหม้คลอก “น้องเบนซ์” ดับคาคฤหาสน์
บทความถัดไปเปิดเส้นทางรัก บอย-เจี๊ยบ เผยความลับคู่รัก นักร้องหนุ่มลั่นไม่ใช่นางฟ้าอย่างที่คนคิด(คลิป)