ยาย 70 ถูกเรียกคืน เบี้ยคนชรา บังคับจ่ายก้อนแรก 1.5 หมื่น ผ่อน 2พัน ต่อเดือน

31 ม.ค. 2564 - 19:24 น.

ยายวัย 70 ถูกเทศบาลฟ้องเรียกเก็บ เบี้ยคนชรา ย้อนหลังเกือบ 6 หมื่น บังคับจ่ายก้อนแรก 1.5 หมื่น ผ่อนต่อเดือนละ 2 พัน หลานซัด รัฐผิดเอง กลับโยนภาระให้คนชรา

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด
เพิ่มเพื่อน

เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2564 นางประกอบ แฟ้นประโคน อายุ 70 ปี ชาว ต.บ้านกรวด อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ พร้อมลูกหลานได้ออกมาวอนขอความช่วยเหลือ หลังจากถูกทางเทศบาลบ้านกรวดปัญญาวัฒน์ ยื่นฟ้องศาลจ.นางรอง เรียกเก็บเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ คืนย้อนหลังเกือบ 9 ปี เป็นเงิน 58,800 บาท พร้อมดอกเบี้ยอีกร้อยละ 7.5 ต่อปี

โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่าเนื่องจากนางประกอบ ได้รับเงินบำนาญพิเศษของอาสาสมัครทหารพรานชูศักดิ์ แฟ้นประโคน ลูกชายที่เสียชีวิตในหน้าที่ตั้งแต่ปี 2542 แล้ว จึงเป็นการซ้ำซ้อนกับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

นางประกอบ กล่าวว่า นายชูศักดิ์ ลูกชายซึ่งเป็นอาสาสมัครทหารพราน ได้เสียชีวิตในหน้าที่ เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2542 หลังจากนั้นประมาณ 1 ปี ตนก็ได้รับเงินบำนาญพิเศษกรณีที่ลูกชายเสียชีวิตงวดแรก 4,000 บาท จากนั้นก็ปรับเพิ่มเป็น 5,000 , 6,000 , 9,000 บาท และล่าสุดเมื่อประมาณปี 2562 ก็ปรับเพิ่มเป็นเดือนละ 10,000 บาท

ซึ่งตนก็เข้าใจว่าเป็นเงินช่วยเหลือเยียวยาจากรัฐกรณีที่ลูกชายเสียชีวิต กระทั่งเมื่อประมาณปี 2554 ทางผู้ใหญ่บ้านได้ประกาศเสียงตามสายประชาสัมพันธ์ให้ลูกบ้านที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ไปแจ้งขึ้นทะเบียนที่เทศบาลบ้านกรวดปัญญาวัฒน์ เพื่อรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุตามนโยบายของรัฐ ตนก็เดินทางไปขึ้นทะเบียน โดยที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ซักถามหรือแจ้งเงื่อนไขอะไรให้ฟังแต่อย่างใด

หลังจากนั้นเมื่อเดือน ต.ค. 2554 ก็ได้รับเบี้ยผู้สูงอายุเดือนละ 600 บาท มาตลอดจนถึงเดือน พ.ย. 2562 รวมระยะเวลาเกือบ 9 ปี ก็ถูกระงับ แล้วมีเจ้าหน้าที่จากทางเทศบาล นำหนังสือมาแจ้งเรียกเบี้ยผู้สูงอายุคืนทั้งหมด 58,800 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี

ตนตกใจมากทำอะไรไม่ถูก พยายามบอกเจ้าหน้าที่ว่าไม่มีเงินจ่ายแต่เจ้าหน้าที่ก็ยังบังคับให้เซ็นหนังสือรับสภาพหนี้หากไม่เซ็นจะถูกดำเนินคดีด้วยความกลัวจึงยอมเซ็น


หลังจากนั้นก็เดินทางไปเจรจาไกล่เกลี่ยกับทางเทศบาล ขอผ่อนชำระเดือนละ 600 บาท โดยพยายามอธิบายกับเจ้าหน้าที่ว่าตนไม่มีรายได้ มีแค่เงินบำนาญพิเศษของลูกชายที่ตายเท่านั้น ซึ่งใช้จ่ายในครอบครัวทั้งกินอยู่ ค่าน้ำค่าไฟ ค่ารักษายามเจ็บป่วย เลี้ยงหลานป่วยพิการทางสมอง และหลานวัย 6 ขวบ อีกก็ไม่พออยู่แล้ว

ส่วนลูก ๆ แต่ละคนก็มีอาชีพค้าขาย รับจ้างทั่วไปก็ลำบากกันทุกคน ตนพยายามขอความเห็นใจจากเจ้าหน้าที่แต่เจ้าหน้าที่ก็ยืนกรานว่าต้องจ่ายเป็นก้อน หากไม่จ่ายก็ต้องยื่นฟ้องศาลตามขั้นตอน
กระทั่งทางเทศบาลยื่นฟ้องศาลจ.นางรอง

ต่อมาวันที่ 22 ธ.ค. 2563 ศาลก็ให้โอกาสไกล่เกลี่ยแต่ทางเทศบาลก็ยืนกรานว่างวดแรกต้องจ่ายเป็นก้อนก่อน 15,000 บาท ส่วนที่เหลือต้องผ่อนชำระ เดือนละ 2,000 บาท ซึ่งตนและครอบครัวก็ยืนยันว่าไม่สามารถจ่ายได้เพราะจะกระทบต่อความเป็นอยู่ของครอบครัว ขอผ่อนอยู่ที่เดือนละ 600 บาท จึงยังไม่สามารถตกกันได้

ล่าสุดศาลจึงนัดให้ไปไกล่เกลี่ยกันอีกครั้งในวันที่ 26 เม.ย. 2564 ที่จะถึงนี้ ซึ่งหากทางเทศบาลยังยืนกรานเหมือนเดิมตนก็คงต้องยอมติดคุกเพราะไม่มีปัญญาจะหามาจ่ายได้ จึงอยากวิงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือด้วย เพราะตอนนี้ครอบครัวเดือดร้อนและทุกข์ใจมาก

ด้านน.ส.วิไล แฟ้นประโคน อายุ 49 ปี หลานสาว กล่าวว่า ตนมองว่าไม่ใช่ความผิดของยาย เพราะเงินบำนาญที่ยายได้รับเป็นเงินเยียวยาจากลูกที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ ส่วนเบี้ยผู้สูงอายุทางเจ้าหน้าที่ก็แจ้งให้ยายไปทำตามสิทธิคนชราที่อายุครบ 60 ปี แล้วตอนที่ไปเทศบาลก็ไม่ได้แจ้งเงื่อนไขอะไรให้ทราบ

แต่กลับโยนความผิดให้ยายต้องมารับภาระตนมองว่าไม่ถูกต้อง แต่ก็เข้าใจว่าเป็นเงินหลวงซึ่งทางครอบครัวก็ไม่ใช่ว่าจะไม่จ่ายแต่ขอความเห็นใจขอผ่อนชำระเดือนละ 600 บาทเพื่อไม่ให้กระทบกับการดำรงชีวิต แต่กลับถูกทางเทศบาลยื่นฟ้อง จึงอยากขอความเมตตาและช่วยเหลือยายด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ ยาย 70 ถูกเรียกคืน เบี้ยคนชรา บังคับจ่ายก้อนแรก 1.5 หมื่น ผ่อน 2พัน ต่อเดือน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง