กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ขยับเกณฑ์รับมือราคาน้ำมันผันผวนจาก 5 เป็น 10 ดอลลาร์/บาร์เรล พร้อมแยกบัญชีน้ำมัน-แอลพีจี ห้ามอุดหนุนข้ามกลุ่ม วางระบบเก็บเงินรับวิกฤต
นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบแผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2569–2572 และแผนยุทธศาสตร์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2569–2572 ตามที่กระทรวงพลังงานและสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เสนอ เพื่อใช้เป็นกรอบบริหารจัดการและรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันในประเทศ โดยเฉพาะในภาวะที่กองทุนกำลังเผชิญแรงกดดันด้านสภาพคล่อง
สำหรับแผนฉบับใหม่ ได้ปรับหลักเกณฑ์การนำเงินกองทุนน้ำมันฯ มาใช้รับมือวิกฤตให้ชัดเจนขึ้น โดยกำหนดไว้ 3 สถานการณ์ ได้แก่ กรณีราคาน้ำมันพุ่งสูงจนกระทบประชาชน กรณีราคาผันผวนรุนแรง และกรณีน้ำมันอาจขาดแคลนจนกระทบเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต
กรณีราคาปรับตัวสูงขึ้น กำหนดให้ใช้งบกองทุนเมื่อราคาดีเซลและเบนซินสูงกว่า 30 บาทต่อลิตร ขณะที่ LPG จะพิจารณาเมื่อราคาต้นทุนโรงแยกก๊าซสูงกว่าราคานำเข้า หรือราคาขายปลีกเกิน 423 บาทต่อถังขนาด 15 กิโลกรัม จากเดิม 363 บาท
ส่วนกรณีราคาผันผวน มีการปรับเกณฑ์ให้สอดคล้องกับความผันผวนของตลาดมากขึ้น โดยน้ำมันสำเร็จรูปต้องปรับขึ้นหรือลงมากกว่า 10 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลภายใน 1 สัปดาห์ จึงเข้าข่ายมาตรการรับมือ จากเดิม 5 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาขายปลีกต้องเปลี่ยนแปลงมากกว่า 2 บาทต่อลิตรใน 1 สัปดาห์ จากเดิม 1 บาทต่อลิตร
สำหรับ LPG กำหนดให้ราคาตลาดโลกเปลี่ยนแปลงมากกว่า 35 ดอลลาร์ต่อตันภายใน 1 เดือน หรือราคาขายปลีกเปลี่ยนแปลงรวมมากกว่า 1 บาทต่อกิโลกรัมภายใน 1 เดือน โดยปรับช่วงเวลาให้สอดคล้องกับราคาก๊าซ LPG CP ที่กำหนดเป็นรายเดือน
ด้านแนวทางสร้างความยั่งยืนทางการเงิน แผนใหม่กำหนดให้ แยกบัญชีกองทุนน้ำมันฯ ระหว่างกลุ่มน้ำมันและกลุ่ม LPG อย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดการนำเงินจากกลุ่มหนึ่งไปอุดหนุนอีกกลุ่มหนึ่ง พร้อมวางกรอบการบริหารราคาโดยให้ความสำคัญกับการชดเชยราคาดีเซลและ LPG เป็นหลัก หากเกิดวิกฤตที่ยืดเยื้อ
ขณะเดียวกัน ยังวางระบบให้กองทุนสามารถ เก็บเงินสะสมในช่วงที่ราคาน้ำมันตลาดโลกลดลง เพื่อสร้างสภาพคล่องสำรองไว้ใช้ในช่วงวิกฤต ซึ่งเป็นการปรับจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปสู่การเตรียมเงินรองรับความผันผวนล่วงหน้า
อีกแนวทางสำคัญคือการเพิ่มบทบาท เชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมของเชื้อเพลิงชีวภาพ ซึ่งผลิตได้ภายในประเทศจากผลผลิตทางการเกษตร เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันดิบนำเข้าและลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงานโลก พร้อมช่วยเพิ่มเสถียรภาพด้านพลังงานและเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว
แผนรองรับวิกฤตฉบับใหม่นี้จึงไม่ได้มุ่งเพียงการใช้เงินกองทุนเพื่อพยุงราคาน้ำมันเมื่อเกิดวิกฤตเท่านั้น แต่ยังวางกลไกบริหารเงิน แยกบัญชี และสะสมสภาพคล่องในช่วงที่สถานการณ์เอื้ออำนวย เพื่อให้กองทุนสามารถรองรับความผันผวนของราคาพลังงานในอนาคตได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น