นายภาคภูมิ ศรีชำนิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แผนปรับโครงสร้างสู่ธุรกิจโฮลดิ้ง ภายใต้ บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะเสร็จสิ้นภายในก.ย. 2567 โดยมีเป้าหมายภานใน 5-10 ปีข้างหน้าจะมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) 1 แสนล้านบาท จากปัจจุบันอยู่ที่ 14,000 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 4,000 ล้านบาท โดยธุรกิจรับเหมาก่อสร้างยังเป็นธุรกิจหลักที่มีสัดส่วนกำไร 50% และ กำไรจากการลงทุนธุรกิจอื่นๆ อีก 50%

เนื่องจากบริษัทเล็งเห็นว่าธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในปัจจุบันมีปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้เยอะ เช่น โควิดที่ผ่านมา อีกทั้งความล่าช้าของการประมูลงานก่อสร้างภาครัฐ อันเกิดจากการเปลี่ยนรัฐบาลบ่อย เช่น รัฐบาลในขณะนี้ยังไม่สามารถเบิกเงินงบประมาณประจำปี 2567 เพื่อใช้ลงทันก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม ส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีแดง, รถไฟรางคู่ขอนแก่น-หนองคาย และ รถไฟทางคู่จิระ-อุบลราชธานี เป็นต้น

ทำให้การเติบโตของธุรกิจก่อสร้างเพียงอย่างเดียวเป็นไปได้ยาก เนื่องจากอัตรากำไรสุทธิค่อนข้างต่ำ 3-5% สะท้อนจากราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E) ของบริษัทอยู่แค่ 15 เท่า ซึ่งเป้าหมายระยะยาวบริษัทต้องการ P/E ที่ 20-25% ทำให้บริษัทจำเป็นต้องเสาะแสวงหาธุรกิจที่มีการเติบโตสูงในอนาคต และเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ โดยมองโอกาสทางธุรกิจในไทย อาทิ ธุรกิจพลังงาน สาธารณูปโภค อาทิ โรงไฟฟ้า และคมนาคมขนส่ง เป็นต้น

“ธุรกิจก่อสร้างไทยมีมูลค่าต่อปีประมาณ 1.2-1.3 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นงานก่อสร้างภาครัฐ และเอกชนในสัดส่วนใกล้เคียงกัน ด้วยความที่ประเทศจะต้องใช้เงินกู้ มีภาระประจำที่ต้องใช้งบประมาณใปลงทุนอื่นๆ ดังนั้นเชื่อว่างบลงทุนของภาครัฐ รวมถึงเอกชนในระยะหลายปีข้างหน้าคงไม่ได้เพิ่มมาก ประกอบกับบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่มีรายได้ระดับแสนล้านบาท ก็มักเริ่มมีปัญหาในการควบคุมต้นทุน ซึ่งจากประสบการณ์ของบริษัทพบว่าความสามารถในการทำกำไรสุทธิที่ดีที่สุดอยู่ที่ระดับรายได้ปีละ 40,000 ล้านบาทต่อปี อีกทั้งบริษัทมีความพร้อมในการลงทุนธุรกิจใหม่ๆ เนื่องจากบริษัทไม่มีหนี้ระยะยาวเลย”

นายภาคภูมิ กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่างานก่อสร้างในมือประมาณ 1.2-1.3 แสนล้านบาท ปีนี้คาดว่าจะรับรู้รายได้ 20,000 ล้านบาท สำหรับปี 2567 ยังคงเตรียมประมูลงานก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง โดยไม่เน้นงานก่อสร้างอาคารของภาคเอกชนเนื่องจากมีการตัดราคากันสูง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน