ในวันเกิดของชิดดาวปีนี้ ปั๊มตัดสินใจที่จะขอเธอแต่งงานจึงเอาแหวนซ่อนไว้ในขนมปังที่ทำให้เธอ ชิดดาวปฏิเสธปั๊มโดยอ้างว่าเร็วเกินไป ชิดจันทร์กับเก่งที่คอยลุ้นอยู่ได้แต่ผิดหวัง ส่วนกาโม่ติดทอยมาก เต็งไม่อยากให้หลานชายลืมชิดดาว หยิบรูปถ่ายตอนฉลองวันเกิดที่ร้านไอศกรีมมาให้กาโม่ดู
“วันนี้วันเกิดอาดาวนะ จำอาดาวได้มั้ยครับกาโม่”
“ลุงถามกาโม่ทุกวัน กาโม่ก็ต้องจำได้สิ” กาโม่หน้าตาเบื่อๆ
“อาดาวเขาเลี้ยงกาโม่มาแต่เล็กเลยนะ ตั้งแต่เกิดเลยล่ะ”
“ไปเล่นกับคุณหลวงดีกว่า” กาโม่ไม่สนใจ ลุกขึ้นวิ่งชนมือเต็งจนรูปตกพื้น
เต็งหน้าเจื่อนไปเล็กน้อยก่อนจะเก็บรูปขึ้นมามอง ด้วยสีหน้าเศร้าหมอง
“คุณอยู่ไหน ผมคิดถึงคุณมากรู้มั้ยครับ”
ชิดดาวนั่งหน้าเศร้า ใจลอยคิดถึงเต็งอยู่ที่ชายหาด ครู่หนึ่งปั๊มก็เข้ามาหา ชิดดาวคิดว่าเขาจะโกรธเธอซะอีกที่ไม่ยอมรับแหวน ปั๊มทรุดตัวลงนั่งข้างๆ พร้อมกับยิ้มให้
“ผมยอมรับว่าแอบผิดหวังนิดหน่อย แต่ก็เตรียมใจไว้แล้วล่ะ”
ชิดดาวมองตรงไปที่ทะเล ไม่กล้าหันมองหน้าชายหนุ่ม
“คิดว่าไทม์มิ่งได้แล้วเชียว กุนซือใช้ไม่ได้เลย” ปั๊มพูดติดตลก
ชิดดาวอดที่จะขำออกมาไม่ได้
“วันหนึ่งผมจะต้องเป็นคนที่ดาวมองทะเลแล้วเหม่อถึงให้ได้”
ชิดดาวชะงักไปเล็กน้อยหันมองหน้า ปั๊มยิ้มให้ชิดดาวอย่างมีความหวัง ชิดดาวยิ้มให้นิดๆ ก่อนหันมองไกลไปกลางทะเล ปั๊มชำเลืองมองชิดดาวแล้วแอบถอนใจยาวออกมา จะเอาชนะใจเธอไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และตลอดเวลาสามปีที่ชิดดาวหายหน้าไป
เต็งซื้อการ์ตูนขายหัวเราะไว้เป็นของขวัญวันเกิดให้ชิดดาวทุกปี โดยที่ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้มอบให้เธอหรือเปล่า ส่วนกาโม่มาหาคุณหลวงที่บ้านเพื่อชวนไปเล่นด้วยกัน แต่ต้องผิดหวังเพราะคุณหญิงกับคุณชายไม่ยอมให้คุณหลวงออกมาเล่นด้วย ก่อนนอนเต็งอ่านนิทานให้กาโม่ฟังเหมือนเคย แต่กาโม่ก็ยังไม่หลับแถมบอกอีกว่าไม่ชอบนิทานที่เต็งอ่าน
“ทำไมล่ะครับ ตอนกาโม่เด็กๆ อาดาวอ่านนิทานเล่มนี้ให้กาโม่ฟังประจำ ยังไม่ทัน…”
“อาดาวชอบอ่าน แต่กาโม่ไม่ชอบฟัง” กาโม่โพล่งขึ้นมา “เมื่อไหร่ลุงจะเลิกพูดถึงอาดาวซะที กาโม่เบื่อ”
เต็งอึ้ง หน้าเจื่อนไป จังหวะนั้นมือถือเต็งดังขึ้นมา ชายหนุ่มกดรับสายทอย กาโม่ตื่นเต้นดีใจที่ทอยโทร.มา ขอคุยด้วยทันที เต็งส่งมือถือให้กาโม่ มองหลานที่คุยอ้อนทอยด้วยสีหน้านิ่งๆ กาโม่คุยกับทอยได้หน่อยก็บอกไล่เต็งให้ไปทำงานต่อ เพราะทอยจะเล่านิทานให้ฟัง
เต็งมองกาโม่ที่ยิ้มแย้มมีความสุขแล้วนึกถึงวันที่โทร.คุยกับโต๊ดล่าสุด ตอนนี้โต๊ดกับพายกลับมาคืนดีกันแล้ว ทั้งคู่มีงานทำที่มั่นคงและพร้อมที่จะรับกาโม่มาอยู่ด้วย เต็งถามอย่างตกใจว่ารับไปอยู่ที่อเมริกาน่ะเหรอ โต๊ดบอกใช่ พวกตนได้งานบริษัทฝรั่งที่นี่ทั้งสองคน รายได้ดีขนาดนี้ก็ต้องงพาลูกมาอยู่ด้วยกันที่นี่
“แล้วพ่อแม่พายเขายอมรับแกแล้วเหรอ”
“พายกับโต๊ดจะกลับเมืองไทย บอกความจริงทั้งหมดกับพ่อแม่พาย รับได้หรือไม่ได้ ยังไงพายก็ต้องรักษาครอบครัวของพายเอาไว้ก่อน จะตัดออกจากกองมรกดก็ตัดไป” พายสีหน้าเด็ดเดี่ยว
“ช่วงนี้พี่เต็งก็เริ่มบิวต์เรื่องนี้กับกาโม่ไปเรื่อยๆ นะ ถึงเวลาพวกเราไปรับ กาโม่จะได้ไม่ช็อค” โต๊ดกำชับ
พายกระซิบบอกโต๊ดว่าอย่าลืมเรื่องวีซ่า
“เออใช่…พี่เต็ง พี่ช่วยพากาโม่ไปทำวีซ่าไว้เลยนะ เผื่อมันฉุกละหุก ขาดเอกสารอะไรก็บอก ผมเชื่อว่าพี่หลอกล่อกาโม่ไปทำได้อยู่แล้ว
เต็งรับคำหน้าเจื่อนๆ โต๊ดถามว่ายังทำตามสัญญาหรือเปล่า เต็งข้องใจว่าสัญญาอะไร
“ก็ที่ผมขอไว้ ไม่ให้กาโม่เรียกพี่เต็งว่าพ่อ พ่อใหญ่ พ่อเต็ง..อะไรก็ไม่เอานะ”
“เออ ฉันให้มันเรียกฉันว่าลุง แทนตัวเองว่าลุงทุกคำ ไม่หลุดเรียกตัวเองว่าพ่อเลยสักครั้ง แกสบายใจได้”
“ขอบคุณครับ ผมกลัวลูกไม่รัก” โต๊ดยิ้มสบายใจ “อย่าว่าผมเห็นแก่ตัวเลยนะพี่ ถ้าพี่รักกาโม่ ไม่อยากให้กาโม่มีปัญหาตอนมาอยู่กับเรา พี่ก็ต้องรักกาโม่แบบลุงรักหลาน อย่าเลี้ยงตามใจมาก กาโม่จะได้หันมารักพ่อกับแม่ได้ง่ายๆ”
“ทำใจลำบากนิดนะคะพี่เต็ง แต่จำเป็นเพื่อกาโม่” พายบอกอย่างเกรงใจ
“พี่เข้าใจ” เต็งฝืนยิ้ม
โต๊ดหันมาพูดกับพายว่าพามาอยู่กับเราตอนนี้ ไม่น่าช้าเกินไปหรอกเพิ่ง 5 ขวบกว่าๆ เอง ไม่นานก็ลืมลุงมันแล้ว เต็งได้ยินถึงกับซึมไป พายเห็นล้วเข้าใจความรู้สึกเต็ง ตำหนิโต๊ดออกมา เต็งข่มอารมณ์ ถามว่าจะมารับกาโม่ไปอยู่ด้วยเมื่อไหร่ โต๊ดบอกภายในปีนี้ รอให้งานซาๆ ก่อน ลาได้เมื่อไหร่แล้วจะบอกอีกที
ก่อนที่จะเลิกคุยกันในวันนั้น โต๊ดแนะให้เต็งเริ่มทำตัวห่างๆ จากกาโม่ อย่าไปทุ่มเทรักมาก จะได้ไม่คิดถึงหลาน แล้วพ่อแม่จะได้แทรกตัวเข้าไปแทนที่ได้ง่ายๆ หน่อย เต็งตอบรับแบบรำคาญที่โต๊ดย้ำหลายรอบ เพราะในความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่โต๊ดขอมันทำยากเหลือเกิน
แม้จะตัดสินใจแต่งงานกับเวนิสแน่ๆ แล้ว แต่ลูกกวาดก็ยังค้างคาใจเรื่องทอย เธอกับเวนิสจึงตัดสินใจนัดทอยออกมาคุยกัน ทอยบอกให้ลูกกวาดสบายใจว่าไม่ได้ชอบเวนิส ไม่มีทางชอบ ต่อให้ไม่มีลูกกวาดเข้ามา เธอกับเวนิสก็ไม่มีวันลงเอยกันได้หรอก
ลูกกวาดแอบชำเลืองมองเวนิส รู้สึกได้ว่าเวนิสแอบซึมไป ลึกๆ ก็เสียใจอยู่ ทอยแสดงความยินดีใจจากใจ บอกลูกกวาดกับเวนิสเหมาะสมกันมาก ลูกกวาดน้ำตาคลอด้วยความดีใจและเข้ามากอดทอย ทอยอวยพรให้เพื่อน เวนิสลุกขึ้นมากอดด้วยคน ทอยด่าแต่ก็ยอมให้กอด เวนิสกอดสองสาวไว้ แอบชำเลืองมองทอยก่อนจะหลับตาพริ้ม สัมผัสไออุ่นจากทอยเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย
*****************
วันหนึ่งชิดดาวก็ได้รับการ์ดแต่งงานของลูกกวาดกับเวนิสที่ส่งมาให้ ชิดจันทร์คิดว่าชิดดาวอาจจะยอมไปงานเพราะสนิทกับลูกกวาดมาก เก่งมั่นใจว่าถ้าชิดดาวไปงานก็ต้องเจอเต็งแน่นอนเพราะเจ้าบ่าวเป็นลูกน้องคนสนิทของเต็ง ชิดจันทร์ให้เก่งช่วยคิดวิธีให้ปั๊มตามไปประกบชิดดาวที่งานแต่ง
ฝ่ายเวนิสเองก็ถูกป๊ายื่นคำขาดว่าหลังแต่งงานแล้วต้องลาออกมาช่วยงานบริษัททัวร์ เพราะกำลังจะเป็นสามี เป็นพ่อ เป็นผู้นำครอบครัว จะมาหลักลอยแบบเดิมไม่ได้แล้ว เวนิสอึ้งๆ เถียงไม่ออก อดคิดไม่ได้ว่าอาจจะถึงเวลาแล้วจริงๆ ส่วนทอยแอบน้อยใจเพราะรู้ว่าเต็งคอยไปรดน้ำต้นไม้และดูแลสวนให้ชิดดาวทุกวัน
สุดท้ายชิดดาวก็เดินทางเข้ากรุงเทพฯ กับปั๊มจากการวางแผนของชิดจันทร์และเก่ง พอมาถึงบ้านทั้งคู่ได้แต่แปลกใจเพราะหน้าบ้านดูสะอาดเหมือนมีคนคอยดูแล ที่สวนต้นไม้ก็ดูสดชื่นและสวยงาม คืนนี้เต็งแอบปีนรั้วมารดน้ำต้นไม้ที่บ้านชิดดาวเหมือนเคย โดยไม่รู้ว่าหญิงสาวกลับมาแล้ว
ชิดดาวอยู่บ้านแต่ปิดไฟมืดเพราะไม่อยากให้ใครรู้ว่าเธอกลับมาแล้ว ตอนแรกเธอตกใจคิดว่าขโมยเข้าบ้าน แต่พอแง้มม่านออกดูก็ต้องอึ้งเมื่อเห็นเต็งยืนรดน้ำต้นไม้อยู่ ชิดดาวตื้นตันใจไม่น้อย ได้แต่แอบมองเต็งผ่านหน้าต่างด้วยความคิดถึง
พอถึงวันแต่งงานของเวนิสกับลูกกวาด ทอยตั้งใจแต่งตัวสวยเพื่อให้ดูเหมาะสมเวลาเดินเข้างานคู่กับเต็ง เวนิสกลับเป็นฝ่ายตะลึงซะเอง แถมยังแอบมองทอยตอนที่ถ่ายรูปกันอีก ลูกกวาดจับตามองอยู่เงียบๆ ได้แต่ทำใจเพราะรู้ดีว่าเวนิสยังไม่ลืมทอย
ปั๊มมารับชิดดาวไปส่งที่งานแต่ง ชิดดาวยังไม่กล้าที่จะเผชิญหน้ากับเต็งเพียงลำพัง จึงตัดสินใจชวนปั๊มเข้าไปในงานด้วยกัน หลังจากถ่ายรุปแล้ว ลูกกวาดก็ลากชิดดาวมาคุยกันที่ห้องน้ำ เพราะอยากรู้เรื่องหนุ่มหล่อที่ชิดดาวควงมางานด้วย ชิดดาวเฉไฉไม่ยอมตอบ แล้วก็โล่งใจเมื่อเวนิสโทร.มาตามลูกกวาดให้กลับเข้างาน แต่ลูกกวาดก็คาดคั้นเอาเบอร์โทร.ใหม่ของชิดดาวมาจนได้
ชิดดาวเดินเข้ามาในงานอย่างเกร็งๆ กวาดตามองหาปั๊ม ขณะเดียวกันทอยกำลังเดินตามหากาโม่ที่วิ่งเล่นไปทั่ว แล้วเห็นชิดดาวเข้าถึงกับตกใจ และรีบหลบไม่ให้ชิดดาวเห็นเธอ สายตาคอยจับจ้องชิดดาวตลอดเวลาและรู้สึกกังวลใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่อยากให้เต็งได้เจอกับชิดดาวเลย
ชิดดาวเดินตามหาปั๊มอยู่ครู่หนึ่งก็เห็นชายหนุ่มยืนอยู่ตรงโต๊ะเบเกอรี่และกำลังคุยอยู่กับเต็ง สายตาชิดดาวจ้องมองอยู่ที่เต็ง น้ำตารื้นขึ้นมาอย่างคิดถึงเขาจับใจ ปั๊มเหลือบมาเห็นชิดดาวพอดีเลยขอตัวจากเต็งเดินมาหาหญิงสาว ชิดดาวยืนนิ่ง ใจเต้นรัวเพราะกลัวว่าเต็งจะหันมาเห็นตน
ทันใดไฟในห้องจัดเลี้ยงก็หรี่ลงเพราะบ่าวสาวก้าวขึ้นไปบนเวที ชิดดาวฉวยจังหวะนั้นลากแขนปั๊มออกจากงานตรงมาที่ลิฟต์ เพราะยังไม่อยากเผชิญหน้ากับเต็ง ปั๊มแอบหนักใจอยู่ลึกๆ มั่นใจว่าชิดดาวยังตัดเต็งไม่ขาด ส่วนทอยเดินตามมาแอบดู
พอลิฟต์เปิด ชิดดาวรีบก้าวเข้าไป พร้อมกันนั้นกาโม่วิ่งออกมาตะโกนเรียกทอย ชิดดาวหันไปมองตามเสียง หญิงสาวเพ่งมองกาโม่อย่างไม่แน่ใจด้วยไม่เห็นเด็กน้อยมาหลายปีแล้ว ก่อนจะกดประตูลิฟต์ค้างไว้ กาโม่ตรงมาลากทอยออกจากมุมที่หลบอยู่
ชิดดาวเห็นทอยเต็มตา ทำให้มั่นใจได้ว่าเด็กชายคนนั้นคือกาโม่แน่นอน ทอยหันมาสบตากับชิดดาวแว่บหนึ่งก่อนจะรีบจูงมือกาโม่เดินกลับไปเข้างาน ชิดดาวชะเง้อมองตามกาโม่ไปอย่างอาวรณ์ ปั๊มถามงงๆ ว่ามีอะไรหรือเปล่า ชิดดาวได้สติ กดลิฟต์ปิดแล้วก้มหน้าเช็ดน้ำตา ปั๊มชำเลืองมองอย่างติดใจสงสัยว่าชิดดาวเป็นอะไร
เต็งยืนมองไปบนเวทีและมีส่งเสียงแซวเวนิสที่กำลังจะพูด ทอยจูงกาโม่ฝ่าแขกเหรื่อตรงเข้ามาหาเต็ง กระซิบบอกว่าชิดดาวมา เต็งดีใจสุดๆ รีบกวาดตามองหา ทอยบอกกลับไปแล้ว เต็งตั้งท่าจะตามออกไปเพราะอยากเจอ ทอยรีบบอกว่าชิดดาวมากับเพื่อนผู้ชาย น่าจะเป็นแฟน เห็นจูงมือกันด้วย เต็งอึ้งๆ หน้าเจื่อนไปอย่างเห็นได้ชัด แทบจะไม่ได้ยินเสียงอะไรบนเวทีอีกเลย
ด้านชิดดาวได้เจอโต้ตรงลานจอดรถ เพราะโต้จงใจมาดักเจอเธอ โต้มองหน้าปั๊มอย่างเขม่น ชิดดาวเดินเลี่ยงไป โต้ขยับมาขวางหน้าไว้ ปั๊มมองอย่างไม่พอใจ โต้มองปั๊มแบบเหยียดๆ ถามชิดดาวว่าแฟนใหม่เหรอ ชิดดาวบอกเพื่อน โต้แนะนำตัวกับปั๊มว่าเป็นแฟนเก่าชิดดาว เป็นคนแรกก่อนเต็งซะอีก
“จะว่าไปน่าจะเป็นรักแรกพบเลยมั้ง ยินดีที่ได้รู้จักครับ” โต้ยื่นมือออกมา
ปั๊มไม่ยจับมือด้วย พูดตอบสีหน้านิ่งๆ “ผมไม่สนใจอดีตที่ผ่านมาแล้ว และจบไปแล้วหรอกครับ ผมรู้แต่ว่าเรากำลังจะแต่งงานกัน”
โต้หุบยิ้มเสแสร้งแทบไม่ทัน ดึงมือกลับ ชิดดาวมองหน้าปั๊มอดที่จะอึ้งไม่ได้ แต่ก็รู้ว่าปั๊มพูดเพื่อช่วยแก้สถานการณ์ให้ โต้จ้องหน้าชิดดาวไม่พอใจมาก
“เจ้าบ่าวเจ้าสาวกำลังจะขึ้นพูดแล้ว คุณรีบขึ้นไปงานเถอะครับ”
“คิดว่าไอ้เวนิสมันมีความสำคัญมากขนาดที่ฉันต้องเสียเวลามาอวยพรมันเลยเหรอ ฉันมาเพราะจุดประสงค์อื่น” โต้จ้องหน้าชิดดาว
“งั้นคุณก็น่าจะบรรลุวัตถุประสงค์แล้ว แล้วตรงนี้ก็ไม่มีความสำคัญมากพอที่ฉันจะต้องเสียเวลานานกว่านี้ กลับกันเถอะค่ะ” ชิดดาวโอบเอวปั๊มพาเดินกลับไปที่รถ
ปั๊มยิ้มเย้ยโต้อยู่ในที โต้เจ็บใจมาก จังหวะนั้นมือถือในรถก็ดังขึ้นมา โต้หยิบมาดูแล้วกดรับสายเสียงหวานเพราะหนมอบโทร.มา ระหว่างที่โต้ขับรถไปรับหนมอบ ละอองก็โทร.มาถามว่าเขาทำอะไรอยู่ โต้บอกสร้างกระแสคู่จิ้นตามที่เธอสั่ง
“เออ..ดี ช่วงนี้งานอีเว้นต์ไม่ค่อยเข้าเลย แล้วอยู่ไหนกัน งานอะไร มีนักข่าวเยอะรึเปล่า จะได้มีภาพหลุด” ละอองซักแล้วนิ่งฟังอย่างสนใจ “อ๋อ..โอเค เดี๋ยวพี่โทร.บอกกบให้ รู้สึกจะไปงานนี้เหมือนกัน งั้นเดี๋ยวพี่ไลน์ไปบอกแล้วกันว่าช่างภาพจะดักอยู่ตรงไหน”
“ขอบคุณครับพี่ งั้นแค่นี้ก่อนนะครับ” โต้ทำท่าจะวางสาย
“สร้างภาพเสร็จแล้วกลับคอนโดฯ นะยะ ไปต่อกันล่ะน่าดู” ละอองกำชับ
หลังวางสายจากโต้แล้ว ละอองโทร.หานักข่าวที่รู้จัก ดังนั้นจึงมีช่างภาพตามไปแอบถ่ายรูปโต้กับหนมอบที่เดินจูงมือกันขึ้นรถด้วยท่าทีสนิทสนมมากกว่าเพื่อนร่วมงาน เมื่อเข้ามานั่งในรถกันแล้ว สองหนุ่มสาวก็พากันหัวเราะชอบใจ
“หนุกดีเนอะสร้างภาพแบบเนี้ย”
“ง่ายกว่าเล่นละครด้วย” โต้ยิ้มชอบใจ
หมมอบยิ้มจืดลงเล็กน้อย “ถ้าเลิกแสดงคงเหงา”
“บางครั้งโต้ก็อยากให้เป็นเรื่องจริงนะ”
“แล้วมีทางเป็นไปได้มั้ย”
ทั้งคู่จ้องตากันนิ่ง แล้วค่อยๆ โน้มหน้าเข้าหากัน หนมอบหลับตาพริ้มรอการจุมพิตจากชายหนุ่ม โดยไม่รู้ว่าช่างภาพซูมกล้องแอบถ่ายภาพนี้ไว้ได้ทัน
////////////////
คลิกอ่านย้อน