คนเด่นดังมากันพรึบ เจ๊หน่อยชู ‘ผู้พันปุ่น’ ‘บิ๊กป้อม’โวกวาดสก. กกต.ย้ำ-ยึดกฎเหล็ก
เริ่มวันนี้! เปิดรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในรอบ 9 ปี ‘ชัชชาติ-สุชัชวีร์-อัศวิน- สกลธี-ศิธา-วิโรจน์’พร้อมลุย ส่วนนายกเมืองพัทยา 4 ทีมชิงเดือด กกต.เตือนเช็กคุณสมบัติให้เป๊ะ จัด 52 ชุดเคลื่อนที่เร็วสกัดโกง ‘ผู้พันปุ่น’เปิดตัวสวมเสื้อไทยสร้างไทยลั่นสู้จนขาดใจ ชู ‘เจ๊หน่อย’ เป็นหัวเรือใหญ่ผลักดันนโยบายเมืองหลวง ‘สกลธี’ มั่นใจทำกรุงเทพฯ ดีกว่านี้ได้ ‘บิ๊กป้อม’ โวพปชร.กวาดส.ก.
เริ่มแล้ว-สมัครผู้ว่าฯกทม.-พัทยา
การเปิดรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และนายกเมืองพัทยา เริ่มแล้ว 31 มี.ค.เป็นวันแรก ไปจนถึงวันที่ 4 เม.ย. ส่วนวันเลือกตั้งคือ วันที่ 22 พ.ค. ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำกทม. ใช้ห้องบางกอก ชั้นบี 2 อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพ มหานคร 2 เขตดินแดง เป็นสถานที่รับสมัคร ส่วนกกต.ชลบุรี ใช้ห้องประชุมทัพพระยา ศาลาว่าการเมืองพัทยา เป็นสถานที่รับสมัคร
สำหรับผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.เบื้องต้น มีดังนี้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครอิสระ นาย สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้สมัครอิสระ นายสกลธี ภัททิยกุล ผู้สมัครอิสระ น.ต.ศิธา ทิวารี พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร พรรคก้าวไกล น.ส.รสนา โตสิตระกูล ผู้สมัครอิสระ น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ กลุ่มใส่ใจ ส่วนส.ก.มี 50 เขต เขตละ 1 คน
ส่วนผู้สมัครนายกเมืองพัทยา ได้แก่ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ อดีตผู้ช่วยรมว.วัฒนธรรม กลุ่มเรารักษ์พัทยา ซึ่งเป็นกลุ่มนายสนธยา คุณปลื้ม อดีตนายกเมืองพัทยา นายสินธ์ไชย วัฒนศาสตร์สาธร ทีมพัทยาร่วมใจ นายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ อดีตนายอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี อดีตรองอธิบดีกรมการปกครอง ผู้สมัครอิสระ และนายกิตติศักดิ์ นิลวัฒนโฒชัย คณะก้าวหน้า ส่วนสมาชิกสภาเมืองพัทยามี 4 เขต เขตละ 6 คน รวม 24 คน
บรรดาผู้สมัครส่วนใหญ่ จะเดินทางมาสมัครในวันแรก หลังจากได้เบอร์ผู้สมัครแล้วจะลงพื้นที่หาเสียงต่อทันที
กกต.เตือนเช็กคุณสมบัติให้เป๊ะ
เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ที่สำนักงาน กกต. นายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. แถลงหัวข้อ “ข้อควรรู้เพื่อนำเสนอข่าวสารของสื่อมวลชนในการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร/เมืองพัทยา” ว่า สำหรับการเลือกตั้ง กทม.ครั้งนี้มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 4,374,131 คน หน่วยเลือกตั้ง 6,886 หน่วย เวลาเลือกตั้งทุกครั้งมักจะเกิดเรื่องเกี่ยวกับคุณสมบัติ ว่ากกต.ตรวจคุณสมบัติไม่ดีหรืออย่างไร จึงมีการมาดำเนินคดีตอนหลัง ทำไมไม่คัดตั้งแต่ต้น ยืนยันสำนักงานไม่ได้ละเลย ถ้ามีอยู่ในฐานข้อมูลของราชการเราตรวจสอบได้ ยกเว้นบางข้อมูลไม่มีอยู่ในฐานข้อมูลราชการ หรือเป็นข้อมูลของผู้สมัครเอง กฎหมายจึงให้ผู้สมัครรับรองตัวเอง เพราะหากตรวจสอบภายหลังว่าไม่มีคุณสมบัติก็จะถูกดำเนินคดี
ส่วนการหาเสียง จะมีเรื่องเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ตำแหน่งหน้าที่ในการหาเสียง ปัญหาความเป็นกลางทางการเมือง การเบียดบังเวลาหรือทรัพย์สินของรัฐในการหาเสียง เป็นต้น สำหรับเรื่องการการนับคะแนน จำนวนบัตรกับผู้ใช้สิทธิไม่ตรงกัน เกิดขึ้นได้ แต่เราสามารถตรวจสอบได้ด้วยขั้นตอนที่เรามี แต่อาจจะช้า ไม่มีเคสไหนที่เราตรวจสอบไม่ได้
จัด 52 ชุดเคลื่อนที่เร็วส่องโกง
ด้านร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. กล่าวว่า ที่เป็นห่วงมากคือผู้สมัคร ต้องตรวจคุณสมบัติตัวเองให้ดี พวกที่ก้ำกึ่ง 50/50 เช่น ถูกไล่ออก ไม่แน่ใจอย่ามาสมัคร เพราะเราสามารถตรวจเจอแน่นอน ตอนนี้ยังมีเวลาตัดสินใจ แต่หากไปสมัครแล้วไม่สามารถถอนการสมัครได้ ต้องคิดว่าจะอยู่มีชีวิตปกติทำอะไรก็ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ หรือจะอยู่แบบคนถูกเพิกถอนสิทธิ ทำอะไรก็ไม่ได้ เลือกตั้งก็ไม่ได้ ลงสมัครกำนันผู้ใหญ่บ้านก็ไม่ได้
นอกจากนั้น มีรางวัลการให้เบาะแสข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการทุจริตเลือกตั้งสำหรับประชาชน ซึ่งต้องเป็นเบาะแสที่มีข้อมูลนำพาไปสู่การดำเนินการสืบสวนไต่สวนจนถึงขั้นเอาผิดได้ หากข้อมูลนำไปสู่การไต่สวนของกกต.จังหวัด ก็จะได้รับเงินรางวัล 5,000 บาท แต่หากไปถึงชั้นศาลตัดสินก็จะสูงสุด 100,000 บาท ขอเตือนประชาชนว่าการซื้อเสียงไม่ใช่แค่ผู้ให้เงินที่มีความผิด แต่ผู้รับเงินก็มีความผิดด้วยเช่นกัน โดยมีอัตราโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี ปรับถึง 100,000 บาท ดังนั้นต้องเลือกว่าจะเอาเงินพันหรือเงินแสน
อย่างไรก็ตาม ในการเลือกตั้ง กทม.และเมืองพัทยา ครั้งนี้ กกต.ได้ร่วมกับกทม. และจังหวัดชลบุรี จัดชุดเคลื่อนที่เร็วรวม 52 ชุด ชุดการข่าว 13 ชุด ส่วนกลาง 10 ชุด มีห้องปฏิบัติการข่าวหากได้ข่าวก็จะส่งข้อมูลไปที่ชุดเคลื่อนที่เร็วในพื้นที่ โดยประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสผ่านแอพพลิเคชั่นตาสับปะรด
กทม.ตั้งวอร์รูมป้องกันโกง
น.ส.มาณวิกา ทองประเสริฐ รอง ผอ.กกต.กทม. กล่าวว่า กกต.ได้แต่งตั้งผู้ตรวจการการเลือกตั้ง 8 คน และประสานผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แต่งตั้งชุดเคลื่อนที่เร็วทุก 50 เขต เขตละ 3 คน รวมทั้งหมด 150 คน เพื่อป้องปรามการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง นอกจากนั้นจะอบรมการเลือกตั้งสมานฉันท์ ในวันที่ 5 เม.ย. เพื่อให้ความรู้และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบต่างๆ แก่ผู้สมัคร เพื่อลดการกระทำผิดกฎหมาย เนื่องจากกทม.ห่างเหินจากการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 9 ปี การเลือกตั้ง ส.ก. 12 ปี โดยคาดว่าจะมีผู้สมัครประมาณ 300 คน รวมทั้งจะให้ผู้สมัครทุกคนประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันในการไม่ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต
ทั้งนี้นายสำราญ ตันพานิช ผอ.กกต.กทม. ได้เน้นย้ำผู้สมัครเรื่องการเตรียมหลักฐานการสมัคร โดยเฉพาะเอกสารการเสียภาษี 3 ปี รวมทั้งกรณีจัดเลี้ยงกองเชียร์ การจัดกิจกรรมรื่นเริง ขบวนแห่ กลองยาว ในวันสมัครรับเลือกตั้ง อาจจะถือเป็นการจัดมหรสพจนกลายเป็นประเด็นที่ถูกร้องเรียนได้
‘บิ๊กตู่’แนะใช้สติเลือกนักปฏิบัติ
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการเปิดรับสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และนายกเมืองพัทยาวันแรกในวันที่ 31 มี.ค. ว่า เขาคงไม่ได้เชียร์ตน กองเชียร์คงไปเชียร์คนรับสมัครเลือกตั้งใช่หรือไม่ ขอให้ทุกคนใช้สติและปัญญาในการใคร่ครวญการเลือกใครอะไรต่างๆ ก็ตาม สิ่งสำคัญคือคนที่จะเข้ามารับหน้าที่เหล่านั้นเป็นคนที่มีคุณภาพ เป็นคนที่เป็นแบบอย่างสังคมหรือไม่ เป็นคนที่มีทัศนคติที่ดีหรือไม่ เรื่องความสามารถโอเคทุกคนเข้าเกณฑ์หมด
อย่างที่ตนได้กล่าวมาแล้วว่าการคิดกับการพูดฟังแล้วดูดี ถ้าเทียบกับการที่ตนพูด หลายคนบอกตนพูดได้ไม่ดี แต่อยากรู้ว่าสิ่งที่พูดกับสิ่งที่คิดมันทำได้จริงหรือไม่ และสิ่งที่เขาทำมาจนถึงทุกวันนี้มันอยู่ตรงไหน ฉะนั้นถ้าจะหาเสียงลองถามต่อไปว่าของเดิมที่ทำมาแล้วมีอะไรบ้าง รู้หรือยัง และจะทำอะไรต่อ หรือจะทำอะไรใหม่ ถ้ามารื้อทิ้งทั้งหมดถามว่าจะไปได้อย่างไร ไม่อยากให้ทุกคนลืมรากเหง้าของตนเอง รากเหง้าของประเทศไทย ไม่งั้นมันอยู่ไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะมีคนโจมตีว่าอะไรต่างๆ ตนไม่โกรธ และโกรธไม่ได้ เพราะทำให้เขาถูกใจไม่ได้ทั้งหมด แต่จำเป็นต้องทำเพื่อคนส่วนใหญ่ให้มากที่สุด ถ้ามีโอกาสก็ทำต่อไป ไม่มีโอกาสก็กลับบ้านนอนเท่านั้นเอง
“หวังอย่างยิ่งใครจะได้ตำแหน่งหรือเป็นอะไรขึ้นมา ขอให้ทำให้สำเร็จ แล้วเข้ามาแก้ปัญหาที่ตนเจอมาหลายร้อยปัญหาและพยายามแก้มา และขอให้แก้ให้ได้จริงก็แล้วกัน ขอฝากถึงประชาชนต้องเลือกนักปฏิบัติที่ทำงานได้จริง ทำงานได้สำเร็จ มีผลงานปรากฏไม่ว่าจะอาชีพใดก็แล้วแต่ ที่ผ่านมาสำเร็จหรือไม่สำเร็จซึ่งเป็นสิทธิ์ของท่าน 1 สิทธิ์ 1 เสียงอยู่แล้ว อย่าเอาผมเข้าไปยุ่งเกี่ยวเลยนะ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
‘ประวิตร’มั่นใจพปชร.คว้าส.ก.
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงการส่งผู้สมัคร ส.ก.ว่า พรรคเปิดตัวไปแล้ว 50 คน ผู้สื่อข่าวถามว่ามั่นใจว่าจะได้ส.ก.หลายเขตหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ถ้าไม่ส่งก็ไม่มั่นใจ แต่ถ้าส่งก็ต้องมั่นใจ แต่จะได้หรือไม่ได้อีกเรื่องหนึ่ง แล้วแต่ประชาชน และไม่ขอประเมินว่าจะได้กี่เก้าอี้ ประเมินไม่ได้
ต่อข้อถามว่าผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ในขณะนี้มีบุคคลใดบ้างที่น่าสนับสนุน พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า สนับสนุนหมด เพราะถึงอย่างไรก็ต้องทำงานร่วมกับรัฐบาลอยู่แล้ว ได้ใครมาก็ต้องทำงานร่วมกับรัฐบาล เมื่อถามว่าจะลงไปให้กำลังใจผู้สมัครส.ก.หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “เขาห้ามๆ แล้วสื่อจะให้ผมไปติดคุกอีกหรือ”
ด้านน.ส.บุณณดา สุปิยพันธุ์ รองโฆษกศูนย์อำนวยการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ในวันที่ 31 มี.ค. พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รอง ผอ.ศูนย์ และนายธวัชชัย ปิยะนนทยา โฆษกศูนย์ จะนำผู้สมัครส.ก. 50 คน เดินทางจากที่ทำการพรรคในเวลา 06.00 น. เพื่อไปสมัครส.ก. พรรคพลังประชารัฐให้ความสำคัญกับการสมัครส.ก. แต่ที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายชื่อเนื่องจากกำลังตรวจสอบคุณสมบัติอย่างเข้มข้นในรอบสุดท้าย โดยดูจากคุณสมบัติที่มีความพร้อมในหลายด้าน ผสมผสานทั้งคนรุ่นเก๋าที่ทำงานในพื้นที่มาอย่างยาวนาน และคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถและมีใจที่พร้อมจะทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน

เปิดตัว – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย เปิดตัวน.ต.ศิธา ทิวารี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. และทีม ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วยผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต ที่โกดังสเตเดี้ยม เกษมราษฎร์ คลองเตย เมื่อ 30 มี.ค.
‘เจ๊หน่อย’เปิดตัว‘ศิธา’ชิงเก้าอี้
เมื่อเวลา 09.30 น. ที่โกดังสเตเดี้ยม เกษมราษฎร์ คลองเตย กทม. พรรคไทยสร้างไทย เปิดตัว น.ต.ศิธา ทิวารี เป็นว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. และเปิดตัวผู้สมัครส.ก. ทั้ง 50 เขต โดยมีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรค เป็นประธานเปิดกิจกรรม
คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ตั้งใจให้พรรคไทยสร้างไทยเป็นพรรคที่ประชาชนคือเจ้าของตัวจริง ยืนยันจะยืนหยัดประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สัญญาว่าไม่เป็นที่เหยียบยืนให้เผด็จการเด็ดขาด สำหรับนโนยายของพรรคจะออกพ.ร.ก. 1 ฉบับ ภายใน 3 สัปดาห์ เพื่อปลดล็อกการใช้ อำนวยความสะดวกต่อการทำมาหากินของประชาชน สร้างการเข้าถึงแหล่งเงินทุน จากดอกเบี้ยร้อยละ 20 เหลือ 0.5 ต่อเดือน เพิ่มคุณภาพชีวิตในเด็กไทยเป็นพลเมืองของโลก ลดเวลาเรียน เรียนฟรีจบปริญญาตรี ยกหนี้ กยศ.ให้ลูกหลาน ถ้าไม่ซื้อเรือดำน้ำสัก 2 ลำ ก็ยกหนี้ให้ได้แล้ว
เหตุผลที่ต้องส่งผู้ว่าฯ กทม.และส.ก.ในนามพรรค เพราะอำนาจไม่ได้อยู่ที่ผู้ว่าฯ กทม.คนเดียว ต้องเกี่ยวพันในสภาและรัฐบาล ไปหัวเดียวโด่เด่ทำไม่ได้ ไม่มีใครเป็นฮีโร่แก้ปัญหาให้คนกทม.ได้คนเดียว ต้องมีพรรคการเมืองแข็งแกร่ง และส.ส.มาสนับสนุนทำงาน ขอให้เลือก น.ต.ศิธา เป็นผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก.ของ ทสท. ทั้ง 50 เขตแล้วจะได้สุดารัตน์ไปทำงาน
‘ผู้พันปุ่น’ลั่นจะสู้จนขาดใจ
ด้านน.ต.ศิธากล่าวว่า ตนเข้ามาทำงานการเมืองตั้งแต่ปี 2543 ที่คลองเตย สำนึกบุญคุณชาวคลองเตยที่เลือกตั้งให้ตนได้เป็น ส.ส. 2 สมัยในปี 2544 และ 2548 จนตนถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี แม้เวลานั้นไม่ได้ออกสื่อ แต่ยังคงลงพื้นที่พบประชาชนคนคลองเตยอย่างต่อเนื่อง
สำหรับนโยบายกทม. ตนแยกเป็น 3 P โดย P แรกคือ People สร้างเมืองแห่งโอกาสให้ชาวกรุงเทพฯ เพราะประชาชนคือผู้สร้างเมือง ไม่เชื่อว่าจะมีฮีโร่จากไหนมาสร้างกทม. แต่ประชาชนจะเป็นผู้สร้างเมือง เราจะลงทุนกับเรื่องการศึกษา และชีวิตประชาชนต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น P ที่ 2 คือ Profit สร้างมหานครแห่งความมั่งคั่ง แก้ปัญหาปากท้องชาวบ้าน เช่น หาบเร่แผงลอย ที่มีเทศกิจคอยทำหน้าที่ตรวจสอบชาวบ้าน มีอะไรอยู่ใต้โต๊ะ ตนจะนำเรื่องเหล่านี้ออกมาวางให้ประชาชนเห็น ให้คนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบมาอำนวยความสะดวกให้ประชาชนและจะคืนอำนาจให้ประชาชนมีส่วนกับการแต่งตั้งโยกย้าย และ P ที่ 3 สามคือ Planet โดยจะสร้างคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพฯ อย่างยั่งยืน
“ผมจะเป็นหัวเรือในส่วนกทม. ประสานกับคุณหญิงสุดารัตน์ ซึ่งเป็นหัวเรือในการนำพาพรรคไทยสร้างไทย เสนอนโยบายที่โดนใจประชาชนและทำให้กทม.เป็นเขตตัวอย่างให้คนทั้งประเทศได้รู้ไม่ต้องมาห่วงว่าผมจะแพ้จะชนะ ผมสู้ขาดใจ” น.ต.ศิธากล่าว
‘สกลธี’ชูทำกรุงเทพฯดีกว่านี้ได้
นายสกลธี ภัททิยกุล ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงการลงพื้นที่หาเสียงและสำรวจพื้นที่ย่านตลาดน้อย-เจริญกรุง และชมงานแสดงประติมากรรมไฟ Awakening Bangkok 2022 ว่า เป็นการสำรวจพื้นที่และวางแนวในการพัฒนาพื้นที่ย่านดังกล่าวให้กลายเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของ กทม. ซึ่งเป็น 1 ใน 6 ด้านของนโยบายการพัฒนา กทม.ในการทำ “กรุงเทพฯ ดีกว่านี้ได้”
นอกจากนี้ ได้มีโอกาสพูดคุยกับ นายกฤษณะ แก้วธำรง อดีตรองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้ข้อมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการทำงานหลายๆ อย่าง ตนอยากส่งเสริมให้มีงานสตรีตอาร์ตหรืองานอีเวนต์สำคัญๆ เกิดขึ้นใน กทม.รวมไปถึงการทำถนนคนเดินในทั้ง 50 เขตด้วย ย่านตลาดน้อย-เจริญกรุง รู้จักดีในฐานะย่านเมืองเก่าที่มีเสน่ห์ และเป็นแหล่งการค้าสำคัญมายาวนาน ปัจจุบันได้รับการพัฒนาเป็นพื้นที่สำคัญ เป็นที่รวมโฮสเทล ร้านอาหาร และสตรีตอาร์ต จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของ กทม. ที่ดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวในประเทศและต่างประเทศ
พรรคกล้าส่งแข่งส.ก.12 เขต
เวลา 10.00 น. ที่ทำการพรรคกล้า ถนนรัชดาภิเษก กทม. นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า พร้อมด้วยนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรค เปิดตัวผู้สมัครส.ก. 12 คน ในคอนเซ็ปต์ “ผูกพันใส่ใจ แก้ไขปากท้อง” พร้อมสมัครรับเลือกตั้งวันที่ 31 มี.ค.
นายกรณ์กล่าวว่า จุดแข็งของพรรคกล้าคือ ประสบการณ์ คุณสมบัติ และความตั้งใจของผู้สมัคร ส.ก.แม้ส่งไม่ครบ 50 เขต แต่เราเลือกผู้สมัครที่พิสูจน์ตัวเองมาแล้วจริงจังในการทำงานช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ส่วนตัวว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เห็นคนเก่งหลายคน แต่ส่วนใหญ่มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมเป็นหลัก แต่ประเด็นความเดือดร้อนที่ผ่านมาจากวิกฤตโควิด คือวิกฤตเศรษฐกิจ มิตินี้ยังไม่มี ซึ่งความตั้งใจของพรรคกล้า คือเสริมเติมให้เต็มในแง่มุมของปากท้อง เศรษฐกิจ ซึ่งเป็นจุดแข็งของพรรคกล้าอยู่แล้ว
ด้านนายอรรถวิชช์กล่าวว่า งบประมาณกรุงเทพฯ อยู่ราวปีละ 80,000 ล้านบาท โดยการจัดเก็บของกรุงเทพฯ เอง สิ่งเหล่านี้จะถูกผลักดันภายใต้คอนเซ็ปต์ “ยกระดับกรุงเทพมหานคร เป็นเมืองสู้วิกฤต เป็นมหานครแห่งโอกาส” ผ่าน 10 นโยบาย ที่ ส.ก. จะต้องผลักดัน คือ 1.กล้าปลดหนี้ 2.กรุงเทพเน็ต 3.Bangkok Friendly Design 4.ชุมชนเข้มแข็ง 5.รถไฟฟ้า 30 บาท รถเมล์ EV 6.สำนักงานเขต Online 7.กล้องพร้อม ไฟพร้อม 8.น้ำท่วมระบายใน 30 นาที 9.ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ และ10.หมอ Delivery