วิโรจน์เฮ-หมายเลข1‘สกลธี’เฮงได้ชู 3นิ้วดร.เอ้ปชป.4-อัศวิน6ชัชชาติ 8-ผู้พันปุ่น11ชิงนายกพัทยาก็ต๊าช
วันแรกแห่สมัครแล้ว 20 คน ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.คึกชัชชาติปั่นจักรยานมาถึงเป็นคนแรก จับได้เบอร์ 8 อัศวินอดีตผู้ว่าฯ นั่งตุ๊กตุ๊กมาคว้าเบอร์ 6 ขณะที่วิโรจน์โหนรถเมล์มาเฮสุดๆ ซิวเบอร์ 1 ส่วนสกลธีล้วงได้เบอร์ 3 แต่ไม่กล้าชู 3 นิ้ว หันทำมือสัญลักษณ์โอเคแทน ด้านดร.เอ้เบอร์ 4 คุยทันทีตรงกับเดือนเกิดและอริยสัจ 4 ขณะที่ผู้พันปุ่นมากับเจ๊หน่อยได้เลข 11 สำหรับบรรยากาศรับสมัครนายกเมืองพัทยาก็ปังเช่นกัน ‘ปรเมศวร์’ เด็กบ้านใหญ่ได้เบอร์ 1 ส่วน ‘บ๊อบ’ ทีมก้าวหน้ามากับ ‘ธนาธร’ ได้เบอร์ 3
ชัชชาติปั่น2ล้อ-ชิงผู้ว่ากรุง
เมื่อวันที่ 31 มี.ค. ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง กกต.กทม. เปิดสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ทั้ง 50 เขต เป็นวันแรก หลังจาก กกต.ประกาศเปิดรับสมัครระหว่าง 31 มี.ค.-4 เม.ย. ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. และเลือกตั้งวันที่ 22 พ.ค.
บรรยากาศบริเวณลานช้างเอราวัณเป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่เช่วงช้า มีกองเชียร์ว่าที่ ผู้สมัครแต่ละคนทยอยมาในพื้นที่ เพื่อรอให้กำลังใจพร้อมถือป้ายเชียร์และสวมเสื้อทีม ในเวลา 06.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามอิสระ มาถึงเป็นคนแรกด้วยการปั่นจักรยานมาพร้อมขบวน ทีมงาน มีนายพิจิตต รัตตกุล อดีตผู้ว่าฯ กทม. เดินทางมาให้กำลังใจ
นายชัชชาติให้สัมภาษณ์ว่า ที่เลือกปั่นจักรยานมาเพราะเป็นวิถีชีวิตตอนเช้าที่เดินทางแบบนี้อยู่แล้ว ได้เห็นสภาพเมืองและ วิถีชีวิตคนกทม.เพื่อจะนำไปปรับปรุงหากมีโอกาสได้เข้ามาทำงาน คือ นโยบายเน้นเมืองสีเขียวและเมืองปลอดมลพิษ เน้นการใช้รถ อีวี และเดินทางโดยระบบการขนส่งสาธารณะ ส่วนตัวไม่เน้นขึ้นรถแห่เพราะเป็นการสร้างมลพิษให้เมือง การหาเสียงในครั้งนี้จะเน้นการหาเสียงผ่านช่องทางโซเชี่ยลมีเดีย เพราะมองเห็นว่าป้ายหาเสียงไม่ได้ตอบโจทย์ให้คนจดจำให้ผู้สมัครเสมอไป และเป็นการรบกวนประชาชน และจะหาเสียงเน้นไปที่กลุ่ม นิวโหวต คนรุ่นใหม่ คาดหวังว่าจะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับคนกทม.
“ผมอยากให้ประชาชนเลือกจากตัวตนของเรา ไม่ใช่เห็นป้ายแล้วเลือกเพราะป้ายก็เป็นแค่ส่วนหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ทั้งหมดของยุคปัจจุบัน กรุงเทพฯเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยความหวัง ถ้าเราปรับให้ถูกทางเมืองจะก้าวกระโดด และช่วงนี้มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่หากมีผู้บริหารที่ไปถูกทางจะฟื้นตัวได้เร็ว” นายชัชชาติกล่าว พร้อมเผยก่อนเดินทางมาเช้านี้ได้ไปกราบแม่พร้อมขอพรให้ได้ตำแหน่ง แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เสียใจ เรามีสโลแกนว่าอยากให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน ไม่ได้ดูแลเฉพาะคนบางกลุ่ม จากการลงพื้นที่ของตนเชื่อว่ากรุงเทพฯ มีความหวังขึ้นมาได้
นายชัชชาติกล่าวว่า ตนแสดงตัวว่าจะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.มาก่อนคนอื่น แต่ตอนนี้มีคนเก่งเข้ามาจำนวนมากจึงเชื่อว่าผลโพลเปลี่ยนแน่นอน อย่าไปยึดติดโพล ส่วนตัวก็ทำเต็มที่ต่อไป ทำให้ดีที่สุด โดยเอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง อะไรที่ไม่ใช่ผลประโยชน์ประชาชนจะไม่ทำ และเราสามารถทำงานร่วมกับรัฐบาลได้
ตามด้วยสกลธี-หน่อยมาคู่ศิธา
เวลา 06.30 น. นายสกลธี ภัททิยกุล ผู้สมัครอิสระ มาถึงพร้อมทีมงาน ‘กทม. more’ และให้สัมภาษณ์ว่า หลังเปิดตัวไปกระแสดีขึ้นเรื่อยๆ ส่วนโพลได้ดูระดับนึง ต้องยอมรับว่านายชัชชาติ จะนำมาเป็นอันดับ 1 ซึ่งไม่แปลก เพราะประกาศตัวมา 3 ปีแล้ว ขณะเดียวกันได้ทำโพลของตัวเองด้วยแต่ผลโพลพลิกได้เสมอ นโยบายภาพรวมเช่น การขนส่ง จราจร เป็นปัญหาของคนกรุงเทพฯ มากที่สุด ดังนั้นจะทำให้ระบบขนส่งสาธารณะเชื่อมต่อ ล้อ ราง เรือ ให้ง่ายขึ้น จากประสบการณ์การเป็นรองผู้ว่าฯ มาหลายปี เชื่อว่าได้เปรียบแน่ ถ้าได้เป็นก็สามารถทำงานได้ทันที นโยบายที่นำเสนอทั้งหมด 6 ด้าน ทำได้เกือบจะ 100% ภายใน 4 ปี
ส่วนเรื่องที่เคยออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองนั้น นายสกลธีกล่าวว่า เป็นสาเหตุที่ทำให้ตัดสินใจลงสมัครในนามอิสระ และได้รับการสนับสนุนจากทุกฝ่ายที่เป็นแฟนคลับ ซึ่งมีทั้งผลดีผลเสียอยู่ที่ว่าจะนำเสนอ การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งระดับชาติ ดังนั้น สีเสื้อหรืออะไรก็ตาม มันมีความสำคัญน้อยกว่าเยอะ
เวลา 07.00 น. น.ต.ศิธา ทิวารี ผู้สมัครของพรรคไทยสร้างไทย มาพร้อม คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรค ด้วยรถบัสปรับอากาส และผู้สมัครส.ก.ของพรรคทั้ง 50 เขต
น.ต.ศิธาให้สัมภาษณ์ว่า หากได้เป็นผู้ว่าฯสิ่งแรกที่จะทำคือทำสิ่งที่ผู้ว่าฯ กทม.ไม่เคยทำ เรื่องเร่งด่วนและทำได้ทันทีคือทดสอบระบบระบายน้ำกทม.ใช้งบบำบัดและระบายน้ำไปกว่าแสนล้านบาท แต่เงินที่จ่ายไปกับระบบที่ได้ไม่สอดคล้องกัน ถ้ามีระบบบริหารจัดการที่ดีจะระบายน้ำได้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 50% รวมถึงการแก้ปัญหาจราจร เชื่อว่าประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 50% เช่นกัน
“ผมจะทำในสิ่งที่ผู้ว่าฯ กทม.ไม่เคยทำ โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับการบริหาร การเลื่อน ลด ปลด ย้ายข้าราชการ และให้มีส่วนร่วมกับการกำหนดงบประมาณ ที่บอกว่าเตรียมผ่าตัดใหญ่กรุงเทพฯ มองว่าต้องใช้ยาแรง ปัญหาเหมือนภูเขาน้ำแข็ง ผู้ว่าฯ กทม. ที่ผ่านมา นโยบายที่ประกาศเป็นการทุบภูเขาน้ำแข็งจากด้านบนแค่ 10% ข้างล่าง อีก 90% เป็นสิ่งที่เราจะทำลายด้วย” น.ต. ศิธากล่าว
อัศวินนั่งตุ๊กตุ๊ก-ดร.เอ้-วิโรจน์
จากนั้น พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้สมัครอิสระ มาถึงด้วยรถตุ๊กตุ๊ก โดยมีทีมงานรักษ์กรุงเทพ ที่จะลงสมัครส.ก. ทั้ง 50 เขต มารอต้อนรับจำนวนมาก พล.ต.อ.อัศวินให้สัมภาษณ์ว่า ตนมีความพร้อมที่จะสานงานต่อ จุดแข็งของตนคือ ได้ทำงานมาแล้ว ประชาชนเห็นผลงานเป็นที่ประจักษ์ว่าได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง แต่มันยังไม่จบจึงอยากจะต่อให้จบ ยืนยันนโยบายต่างๆ ที่เคยมีมาก่อนตนเอง เข้ามารับตำแหน่งไม่เคยถูกแก้ไขอย่างเป็น รูปธรรม 3 นโยบายที่ตนจะเดินหน้าเพื่อคน กทม.คือ คนกรุงเทพฯ ต้องปลอดภัย สงบสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 5 ปีที่เข้ามาดำรงตำแหน่งตั้งใจทำงานลงมือทำจริง แต่ยอมรับว่าเสียเวลาไปกับการรับมือโควิด-19 นาน 2 ปี ทำให้ยังมีบางปัญหาคั่งค้างอยู่
ต่อมา นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือ ดร.เอ้ ผู้สมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์ มาพร้อม พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ โดยนาย สุชัชวีร์ เผยว่า วันนี้มีความมั่นใจเกิน 100 เปอร์เซ็นต์ พร้อมจะต่อสู้ แม้จะตื่นเต้นไม่น้อย
เวลา 07.25 น. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคก้าวไกล พร้อมแกนนำพรรค เช่น นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค ในฐานะผอ.การเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. และว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. 50 เขต เดินทางมาด้วยรถเมล์สีส้มสาย 46 โดยมีกองเชียร์ถือป้ายต้อนรับอย่างคึกคัก
จากนั้น น.ส.รสนา โตสิตระกูล ผู้สมัครอิสระ เดินทางมา โดยกล่าวว่า เราต้องหยุดโกง การกระจายงบใน 50 เขตนั้นจะเป็นรูปธรรมของการกระจายอำนาจที่แท้จริง ตนจะไม่ทำแค่โปรเจ็กต์ใหญ่ๆ แต่อยากให้มาร่วมกันปราบโกง ถ้าคนกรุงเทพฯ อยากร่วมปราบโกงก็ให้เลือกตนเอง
ทั้งนี้ ผู้สมัครทั้งหมดได้เข้าสักการะพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ที่ลานพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศาลาว่าการ กทม. 2 ก่อนไปยังจุดคัดกรองเพื่อเข้าไปยังห้องบางกอก อาคารไอราวัตพัฒนา พื้นที่รับสมัคร

ชิงผู้ว่าฯกทม. – นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร, นายสกลธี ภัททิยกุล, นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และน.ต.ศิธา ทิวารี สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และจับสลากหมายเลข ที่ศาลาว่าการกทม. 2 ดินแดง ส่วนรูปขวาล่าง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า นำทีมนายกิตติศักดิ์ นิลวัฒนโฒชัย สมัครชิงนายกเมืองพัทยา ที่ศาลาว่าการ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 31 มี.ค.
วิโรจน์เบอร์ 1-สกลธี 3-ชัชชาติ 8
เวลา 08.30 น. ถึงเวลาสมัคร เนื่องจาก ผู้สมัคร 14 คน มายื่นเอกสารก่อนเวลา 08.30 น. นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกทม. จึงได้นำรายชื่อทั้ง 14 คน ใส่ในภาชนะทรงกลมเพื่อจับรายชื่อผู้สมัคร เพื่อจัดลำดับในการจับหมายเลขผู้สมัคร ก่อนที่จะจับหมายเลขประจำตัวผู้สมัคร ผลการจับสลาก หมายเลข 1 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัครจากพรรคก้าวไกล, หมายเลข 2 พล.ท.ญ.ฐิฏา รังสิตพล มานิตกุล ผู้สมัครอิสระ, หมายเลข 3 นาย สกลธี ภัททิยกุล ผู้สมัครอิสระ
หมายเลข 4 นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์, หมายเลข 5 นายวีรชัย เหล่าเรืองวัฒนะ ผู้สมัครอิสระ, หมายเลข 6 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้สมัครอิสระ, หมายเลข 7 นางสาวรสนา โตสิตระกูล ผู้สมัครอิสระ
หมายเลข 8 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครอิสระ, หมายเลข 9 น.ส.วัชรี วรรณศรี ผู้สมัครอิสระ, หมายเลข 10 นายศุภชัย ตันติคมน์ ผู้สมัครอิสระ, หมายเลข 11 น.ต.ศิธา ทิวารี พรรคไทยสร้างไทย, หมายเลข 12 นายประยูร ครองยศ พรรคไทยศรีวิไลย์, หมายเลข 13 นายพิศาล กิตติเยาวมาลย์ และหมายเลข 14 นายธเนตร วงษา ผู้สมัครอิสระ ส่วนผู้สมัครที่เดินทางมาหลังเวลา 08.30 น. จะได้หมายเลขในลำดับถัดไป
ดร.เอ้ได้เบอร์4-อ้างอริยสัจ
หลังจับเบอร์เสร็จ ผู้สมัครทยอยเดินออกจากอาคารไอราวัตพัฒนา ไปลงพื้นที่หาเสียง ขณะที่ด้านนอกอาคารมีกองเชียร์ของผู้สมัคร จับจองพื้นที่ อาทิ กองเชียร์พรรคไทยสร้างไทย พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย กลุ่มรักษ์กรุงเทพ พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเตรียมติดเบอร์ ก่อนลงพื้นที่หาเสียงทันที
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 1 พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์หลังจับได้เบอร์ 1 ว่า ยืนยันสร้างเมืองคน เท่ากัน ผู้ว่าฯ กทม. คือคนวางนโยบาย ส่วน ส.ก. คือพลังขับเคลื่อนที่สำคัญ
พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 6 กล่าวว่า ตนเป็นผู้ว่าฯ กทม. มา 5 ปี มันต้องขึ้นปีที่ 6 ต่อ จึงมั่นใจว่าจะชนะเลือกตั้ง
นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 4 ให้สัมภาษณ์ว่า เบอร์ 4 ชอบมาก เพราะเป็นหนทางดับทุกข์ อริยสัจ 4 เกิดเดือน 4 ด้วย เป็นเลขมงคลมาก เราจะเต็มที่ เพราะถือว่าได้เลขมงคล “เปลี่ยนกรุงเทพฯ เราทำได้”
ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 8 กล่าวว่า ได้เบอร์ 8 ก็ดี เป็น รูปอินฟินิตี้ พลังไม่หยุดหย่อน ทุกเลขเป็นเลขดีทั้งหมด วินาทีที่จับไม่ได้มีเลขในใจเพราะตัวเลขไม่ได้มีผลอะไรมาก ขอให้ประชาชนจำได้เพียงพอแล้ว ตัวเลขเป็นเพียงตัวแทนสื่อเท่านั้น สิ่งแรกที่จะได้เห็นคือการบริการประชาชนแบบโปร่งใส ไม่ส่วย ไม่เส้น ปรับให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง นำเทคโนโลยีมาใช้ เปิดเผยข้อมูลของกรุงเทพฯ ให้บริการออนไลน์ ใช้แอพพลิเคชั่นในการแจ้งเหตุและสื่อสารกับประชาชน ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถทำได้ทันที ใครอยากจะให้ความเห็นเพิ่มเติม สามารถเข้ามาแสดงความคิดเห็นได้ที่ www.ชัชชาติ.com การลงพื้นที่อีก 52 วันที่เหลือ จะทำป้ายเป็นแบบผอม ป้ายไดเอต ลดขนาดป้ายให้เหลือขนาดเท่าเสาไฟฟ้า ซึ่งป้ายหาเสียงของตนมีน้อยมาก ใบปลิวที่ใช้เป็น กระดาษแบบรีไซเคิล และพยายามใช้รถอีวีให้มากที่สุด
เวลา 11.00 น. ที่ห้องโถง อาคารไอราวัตพัฒนา นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกทม. ผอ.การเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกทม. นายสมชัย สุรกาญจน์กุล ประธานกกต.กทม. แถลงสรุปผลรับสมัครช่วงเช้า
หลังเวลาแปดโมงมีเพิ่มอีก 3 คน
นายขจิตกล่าวว่า ผู้สมัครเดินทางมาก่อนเวลา 08.30 น. 14 ราย และได้จับสลากแล้ว มีผู้สมัครมาหลังเวลา 08.30 น. จำนวน 3 คน จึงเรียงตามลำดับ ดังนี้ หมายเลข 15 พล.อ.ต.ทูตปรีชา เลิศสันทัดวาที ผู้สมัครอิสระ, หมายเลข 16 น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ ผู้สมัครอิสระ, หมายเลข 17 นายอุเทน ชาติภิญโญ ผู้สมัครอิสระ
ขณะที่ส.ก.มีผู้มาสมัคร ก่อนเวลา 08.30 น. 327 คน มี 5 เขต สัมพันธวงศ์ คันนายาว หลักสี่ บางแค บางขุนเทียน ที่ผู้สมัครตกลงกันได้ว่าใครจะจับสลากเป็นลำดับแรก จึงไม่ต้องจับสลากเพื่อจัดลำดับ จับแต่หมายเลขเลือกตั้ง ส่วนอีก 45 เขต ผู้สมัครตกลงกันไม่ได้จึงต้องมีการจับสลากเพื่อจัดลำดับ ทั้งนี้จะเปิดรับสมัครถึง 4 เม.ย. โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ
ด้านนายสมชัยกล่าวว่า ภายหลังปิดรับสมัครจะตรวจสอบคุณสมบัติภายใน 7 วัน โดยผู้ที่ไม่ได้รับประกาศรายชื่อสามารถยื่นคำร้องต่อกกต. กลางให้พิจารณาได้ และยังมีสิทธิอุทธรณ์ด้วย
วิโรจน์ยืนยันทวงสนามหลวง
หลังการสมัคร นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 1 พรรคก้าวไกล ขึ้นรถติดเครื่องขยายเสียง ออกจากศาลาว่าการกทม. 2 พร้อมผู้สมัคร ส.ก.ทั้ง 50 เขต มุ่งหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ประเดิมพื้นที่เขตพระนคร และปิดท้ายเส้นทางที่ศาลาว่าการ กทม. เสาชิงช้า เพื่อแนะนำตัวกับพี่น้องประชาชน และแสดงสัญลักษณ์ว่าพร้อมเข้าไปทำหน้าที่ผู้ว่าฯ กทม. เพื่อคนกรุงเทพฯ ทุกคน
นายวิโรจน์กล่าวว่า เส้นทางขบวนรถแห่วันนี้คือการมุ่งหน้าสู่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เป็นสัญลักษณ์คืนอำนาจให้ประชาชน หลังจากที่ถูกแช่แข็งการเลือกตั้งมากว่า 8 ปี ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการคืนอำนาจ คืนความเป็นธรรม และคืนเมืองที่คนเท่ากันให้กับกทม.ด้วยนโยบายหลัก 12 ข้อ โดยเฉพาะนโยบายสวัสดิการถ้วนหน้า ที่จะเติมเงินสวัสดิการให้กับผู้สูงอายุ เด็ก และผู้พิการ
เมื่อถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย นายวิโรจน์ย้ำถึงนโยบายทวงคืนสนามหลวงและนโยบายพัฒนาพื้นที่เมืองในเขตเมืองเก่า ว่า การทวงคืนสนามหลวงคือ การคืนชีวิตของผู้คน คืนย่านพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ และคืนการเดินทางที่สะดวกสบาย การจัดระเบียบที่แล้วมาละเลยชีวิตของคนกทม. มีคนจำนวนมากในอดีตใช้พื้นที่สนามหลวงสำหรับทำกิจกรรมต่างๆ เป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่งที่สนามหลวงถูกล้อมรั้ว ทำกิจกรรมได้ไม่สะดวก และผลักให้ประชาชนต้องลงไปเดินบนถนน สุ่มเสี่ยงต่ออันตราย
นายวิโรจน์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ตนยังตั้งใจจะโละระเบียบข้าราชการที่เน้นออกคำสั่งอวดเบ่ง แต่จะนำเอาเวทีประชาพิจารณ์ การพูดคุย และหาทางออกร่วมกัน มาปรับใช้กับการจัดระเบียบย่านเมืองเก่า เพราะเชื่อว่าการบริหารเมืองที่คือการรับฟัง พูดคุย และร่วมแสดงความคิดเห็น มากกว่าการออกคำสั่งอย่างที่แล้วมา
ปธ.กกต.พอใจภาพรวม
ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 นาย อิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต. กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมและสังเกตการรับสมัคร เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.และส.ก.ว่า ทีมงานของทางกรุงเทพฯได้เตรียมงานและมีการซักซ้อมหลายครั้งจึงทำให้ภาพรวมของการเปิดรับสมัครวันแรกเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งการรับสมัครจะมีไปจนถึงวันที่ 4 เม.ย.จึงยังไม่สามารถที่จะประเมินได้ว่าจะมีจำนวน ผู้สมัครมากน้อยเพียงใด และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการรายงานว่าพบการกระทำความผิดของผู้สมัครรายใด
ขอเตือนไปถึงผู้สมัครให้ศึกษาข้อกฎหมายต่างๆ ให้ชัดเจน โดยในวันที่ 5 เม.ย.นี้จะมีการประชุมสมานฉันท์ ซึ่งจะเชิญผู้สมัครทุกคนมารับฟัง ทำความเข้าใจเกี่ยวกับข้อกฎหมาย ข้อควรปฏิบัติต่างๆ ค่าใช้จ่ายที่ต้องนำมาแสดงในการหาเสียงต้องทำอย่างไรบ้าง ต้องแจ้งเมื่อใด ส่วนการปฏิบัติตัวของ เจ้าหน้าที่รับในการเลือกตั้งก็มีแนวปฏิบัติที่ชัดเจนอยู่แล้วหากพบว่าการวางตัวเป็นกลาง มีการใช้ตำแหน่งหน้าที่ไปสนับสนุนโดย มิชอบกฎหมายก็มีการกำหนดโทษเป็นขั้นเป็นตอนอยู่แล้ว
เทือกชูธงเชียร์‘สกลธี’เหมาะ
วันเดียวกัน เฟซบุ๊กส่วนตัว “Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ)” ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) เผยแพร่รายการ “คุยกับลุง” EP23 โดยนาย สุเทพกล่าวว่า วันนี้ 31 มี.ค. มีการเปิดรับสมัครผู้ว่าฯกทม. และส.ก.เขตต่างๆ หลังจากนี้จะเป็นบรรยากาศของสนามการต่อสู้ทางการเมืองครั้งสำคัญ กว่าจะถึงวันที่ 22 พ.ค.ที่เป็นวันเลือกตั้ง ชาวกทม.หรือคนที่ไม่มีภูมิลำเนาในกทม.แต่มาทำงานใน กทม.คงได้มีโอกาสตั้งวงพูดคุย เรื่องการต่อสู้ทางการเมือง เรื่องกทม.กันอย่างสนุก ใครรักใคร ชอบใครก็เชียร์กันตามถนัด
“ผมนั้นชูธงเชียร์ นายสกลธี ภัททิยกุล มาตั้งแต่ต้น ที่เชียร์นายสกลธี ไม่ใช่เพราะเรื่อง กปปส. เพราะจะเป็น กปปส.หรือไม่เป็น ผมชอบนายสกลธี ชอบคนหนุ่มๆ ที่มีวิสัยทัศน์ มีความมุ่งมั่นตั้งใจ ที่จะทำงานอุทิศตัวเองให้กับประเทศชาติบ้านเมือง และประชาชน เรียกว่าใจถึงใจ ซึ่งนายสกลธีไม่ได้มาขอร้องอะไร ผมก็ไม่ได้ไปทำอะไร นอกจากส่งเสียงเชียร์ ทำเหมือนพี่น้องประชาชนชอบใครก็เชียร์คนนั้น” นายสุเทพกล่าว

ชิงนายกพัทยา – นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า นำทีมนายกิตติศักดิ์ นิลวัฒนโฒชัย ลงสมัครรับเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา ประกาศนโยบายพลิกโฉมเมืองพัทยา สร้างการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา เมื่อวันที่ 31 มี.ค.
สมัครชิงนายกพัทยาก็คึกคัก
สำกรับบรรยากาศการรับสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเมืองพัทยาและสมาชิกเมืองพัทยา ซึ่งกกต.ประกาศรับสมัครและลือกตั้งในวันเดียวกับการรับสมัครผู้ว่าฯ กทม.และเลือกตั้งในวันที่ 22 พ.ค.นั้น เมื่อเวลา 06.30 น.ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา นายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ อดีตรองอธิบดีกรมการปกครอง เคยดำรงตำแหน่งเป็นนายอำเภอบางละมุง ได้เดินทางมาสักการะ พระเจ้าตากสินหน้าเมืองพัทยา พร้อมด้วยทีมงาน โดยเปิดเผยนโยบายในเรื่อง การจัดโซนนิ่ง ปัญหาต่างๆ ในเมืองพัทยา รวมถึงโครงการวัน สต๊อป เซอร์วิส
ต่อมาเมื่อเวลา 07.10 น. นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ที่ปรึกษา รมต.วัฒนธรรม และอดีต ส.ส.ชลบุรี ทีมรักพัทยา พร้อมด้วย ผู้สมัครสมาชิกเมืองพัทยา และทีมงาน ได้เข้าสักการะ พระเจ้าตากก่อนที่จะให้สัมภาษณ์ชูนโยบายในการประสานงานต่อโครงการต่างๆ ที่ได้ทำไว้
เวลา 07.20 น. ทีมพัทยาร่วมใจ นำโดยนายสินธไชย วัฒนศาสตร์สาธร อดีตนายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา 2 สมัย พร้อมด้วย นายนิรันดร์ วัฒนศาสตร์สาธร อดีตนายกเมืองพัทยา และผู้สมัครได้เดินทางมาถึงเมืองพัทยา
‘ธนาธร’มาเองนำทีมก้าวหน้า
จากนั้น เวลา 07.30 น. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พร้อมด้วย นายกิตติศักดิ์ นิลวัฒนโฒชัย หรือ บ๊อบ ว่าที่ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา แกนนำกลุ่มพัทยาฟิวเจอร์ และผู้สมัครสมาชิกเมืองพัทยา ได้เดินทางมาถึงที่เมืองพัทยา โดยหลังจากได้ไหว้สักการะพระเจ้าตากเสร็จแล้ว นายธนาธรได้ออกให้สัมภาษณ์เชิญชวนให้ชาวเมืองพัทยาออกมาเลือกตั้งเพราะการเลือกตั้งครั้งที่แล้วมีการออกใช้สิทธิไม่มากนัก
หลังจากนั้นผู้สมัครนายกเมืองพัทยาและสมาชิกเมืองพัทยาได้เดินทางไปลงชื่อที่ในห้องรับสมัคร ซึ่งผู้สมัครที่มาก่อนเวลา 08.30 น. จะถือว่ามาพร้อมกัน หากมีการตกลงกันไม่ได้ก็จะต้องมีการจับสลาก ดำเนินการโดยผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเมืองพัทยาโดยจะจับสลาก 2 ครั้ง ครั้งแรกจะจับสลากให้กับผู้สมัครเข้ามาจับก่อน-หลังตามลำดับ ส่วนในครั้งที่ 2 ผู้สมัครจะต้องมาจับหมายเลข ทั้งนายกและสมาชิกเมืองพัทยา
จากการจับสลากหมายเลขผู้สมัครปรากฏว่า นายปรเมศวร์ ได้หมายเลข 1 นายศักดิ์ ได้หมายเลข 2 นายกิตติศักดิ์ ได้หมายเลข 3 และนายสินไชย ได้หมายเลข 4
ผู้ว่าฯวันแรก20ราย-ส.ก.343คน
เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ห้องโถง ชั้น 1 อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร แถลงข่าวสรุปผลการรับสมัครรับเลือกตั้ง วันแรกของการรับสมัครว่า ในวันนี้มีการรับสมัคร ผู้ว่าฯกทม.รวม 20 ราย แบ่งเป็นชาย 14 ราย และผู้หญิง 6 ราย โดยผู้สมัครมีอายุมากที่สุดอยู่ที่ 72 ปี คือพล.อ.ต.ทูตปรีชา เลิศสันทัดวาที ผู้สมัครอิสระ หมายเลข 16 และผู้สมัครที่มีอายุน้อยที่สุด 43 ปี คือ นายวีรชัย เหล่าเรืองวัฒนะ ผู้สมัครอิสระ หมายเลข 5
ส่วนผู้สมัคร ส.ก.ทั้ง 50 เขตในวันนี้มีทั้งหมด 343 ราย โดยเขตจอมทอง ธนบุรี และวังทองหลาง มีผู้สมัครมากที่สุดเขตละ 9 คน ส่วนเขตดุสิตและเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย มีผู้สมัครน้อยที่สุดเขตละ 5 คน
บิ๊กป้อมอุบพปชร.หนุนใคร
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐให้สัมภาษณ์ถึงการรับสมัคร ผู้ว่าฯ กทม.ว่า ไม่ได้เชียร์ใคร ไม่มีคนอยู่ในใจ และเคยบอกแล้วว่าใครจะมาเป็นผู้ว่าฯ กทม.ก็ได้ ขอให้ทำงานร่วมกับรัฐบาลได้ก็แล้วกัน เมื่อถามว่ามีชื่อผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.คนใดอยู่ในใจหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มี เมื่อถามย้ำว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ระบุว่าอยากได้คนที่สามารถทำงานได้ทันที จะสอดคล้องกับนโยบายของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.บางคนหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้ ต้องไปถามนายกฯ
เมื่อถามว่า พปชร.จะสนับสนุนผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม.คนเดียวกับที่พล.อ.ประยุทธ์สนับสนุนด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า นายกฯ ไม่ได้บอกตนเลยว่าสนับสนุนใคร เมื่อถามย้ำว่าคำพูดของนายกฯ ที่ระบุว่าต้องเป็นคนที่ทำงานต่อและทำได้ทันที มีนัยยะอะไรหรือไม่ พล.อ.ประวิตรย้อนถามกลับว่า “นัยยะอะไร ผมยังไม่รู้เลยว่าใคร ผมคิดว่าก็ทำได้ทุกคน”
เมื่อถามว่าแสดงว่าจะเอาใจช่วยผู้สมัครทุกคนใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ทุกคน เมื่อถามว่าบางฝ่ายมองว่าถ้า พปชร.ประกาศสนับสนุนผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.คนไหน บุคคลนั้นอาจได้รับเลือกให้เป็นผู้ว่าฯกทม. และอาจชนะนายชัชชาติ ที่โพลหลายสำนักมองว่ามีคะแนนนิยมมากที่สุด พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้ว่าใครมีคะแนนนำและนำใคร ใครบอก โพลของใครทำ แล้วทำมาได้อย่างไร รู้ได้อย่างไรว่าใครจะชนะเท่าไร
เมื่อถามว่าสรุปแล้ว พปชร.ส่งสัญญาณสนับสนุนผู้สมัครคนไหนหรือไม่ พล.อ. ประวิตรปฏิเสธตอบคำถาม