แม่ฮ่องสอน เป็นดินแดนแห่งความฝันของนักท่องเที่ยว ชาวไทยและชาวต่างชาติ เพราะตั้งอยู่สุดชายแดนไทยตอนบนซึ่งรายล้อมไปด้วยขุนเขาที่สลับซับซ้อน มีอารยธรรมที่เจริญรุ่งเรือง โดยเฉพาะด้านศิลปกรรม วัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณีพลเมืองไทใหญ่ส่วนมากนับถือศาสนาพุทธ จึงมีการประกอบศาสนกิจหลายครั้ง
แต่ครั้งที่สำคัญและยิ่งใหญ่สุด ได้แก่ ปอยส่างลองของคนไต (ไตใหญ่)

งานบวชสามเณรตามประเพณีปอยส่างลอง เป็นประเพณีเก่าแก่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของชาวไทใหญ่ และท้องถิ่นของจังหวัดแม่ฮ่องสอน และในปีพุทธศักราช 2566 จัดงานบรรพชาสามเณรตามประเพณีปอยส่างลอง เมื่อวันที่ 3-5 เม.ย.2566 ที่วัดปางล้อ

ครั้งนี้จัดขึ้นในวันที่ 22-25 เม.ย.2566 ที่วัดในสอย จ.แม่ฮ่องสอน โดยมีสามเณรบรรพชาตามประเพณีปอยส่างลองทั้ง 2 ครั้ง จำนวนกว่า 100 รูป โดยภายในงานจะพิธีวันแห่ครัวหลู่ (เครื่องไทยทานในประเพณีปอยส่างลอง) โดยขบวนแห่จะเคลื่อนออกจากที่ทำการผู้ใหญ่บ้านในสอย ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ผ่านชุมชนจนถึงวัดในสอย (ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร)

สำหรับวันแห่ครัวหลู่ (แห่เครื่องไทยธรรม) นับว่าเป็นวันที่สำคัญยิ่ง เพราะเป็นวันที่แสดงถึงฐานะของเจ้าปอยโหลง (เจ้าภาพใหญ่) ซึ่งจะทำก่อนวันข่ามส่างลอง (วันบวช) หนึ่งวัน เพื่อให้คน ในหมู่บ้านและแขกมาช่วยกันนำครัวหลู่ (เครื่องไทยธรรม) ทุกอย่างที่ได้จัดเตรียมไว้เข้าขบวนแห่จากจุดตั้งต้นไปตามถนนที่สำคัญ ระหว่างทางจะมีผู้สูงอายุถือ “อุ้บ” (ขันดอกไม้) ออกมาโปรย ข้าวตอกดอกไม้เป็นการอนุโมทนาสาธุในการทำบุญ เมื่อแห่ขบวนรอบหมู่บ้านแล้ว ขบวนแห่จะไปสิ้นสุดที่วัด โดยมีผู้คนออกมาต้อนรับ มีน้ำดื่มมาคอยบริการ มีการรอโปรยข้าวตอกดอกไม้


เมื่อถึงวัดขบวนแห่จะเวียนรอบวัด 3 รอบ แล้วนำครัวหลู่ขึ้นไป จัดไว้บนศาลาการเปรียญ จากนั้นจะมีพิธีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน และพิธีผูกข้อมือรับขวัญส่างลอง จำนวน 50 องค์ ตามประเพณีปอยส่างลอง โดยได้รับความเมตตาอนุเคราะห์จากพระสุมณฑ์ศาสนกิตติ์ เจ้าคณะจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานพิธีฝ่ายสงฆ์ และนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธาน พิธีฝ่ายฆราวาส

โดยมี นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน, นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารหน่วยงานในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กรมการศาสนา ผู้ปกครองและพุทธศาสนิกชนเข้าร่วม จำนวนทั้งสิ้น 500 คน

คุณค่าและความงดงามของประเพณี ปอยส่างลอง เกิดจากศรัทธายึดมั่นในบวรพระพุทธศาสนาอย่างมั่นคงของคนไต (ไทใหญ่) ซึ่งถือว่าการที่กุลบุตรสามารถอุทิศตนบรรพชาในพระพุทธศาสนาได้เป็นผู้มีบุญอันยิ่งใหญ่ เจ้าภาพจะสละสิ่งของเงินทอง อันเป็นทรัพย์ภายนอกเพื่อสนับสนุนกุลบุตรให้ได้มีโอกาสพบอริยทรัพย์ในทางพระพุทธศาสนา คือ การบรรพชา เสียสละ ความสุขลาภยศสรรเสริญ มุ่งสู่พระนิพพาน สำหรับการจัดพิธีผูกข้อมือรับขวัญส่างลองวัตถุประสงค์เพื่อให้ญาติผู้ใหญ่ได้ผูกข้อมืออวยพร ให้พรแก่ส่างลองพร้อมกับมอบเงินให้ตามแต่ศรัทธาและฐานะ

นายชัยพลกล่าวว่า การจัดบรรพชาสามเณรตามประเพณีปอยส่างลอง เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นการเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้แสดงความจงรักภักดี ด้วยการทำความดีผ่านกิจกรรมการบรรพชา สามเณรเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล อีกทั้งเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทิตา ต่อบุพการีและผู้มีอุปการคุณอีกด้วย เด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้ศึกษาและปฏิบัติธรรม ได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิชาธรรม วินัย พุทธประวัติ เทศนา ศาสนพิธี และภาวนา

“สิ่งที่ได้รับหลังการบวชจะทำให้เด็ก และเยาวชนได้น้อมนำหลักธรรมคำสอน ทางพระพุทธศาสนาที่ศึกษาระหว่างบวช ไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ช่วยให้เกิดค่านิยมทำความดี มีคุณธรรมจริยธรรม มีวินัย มีจิตสาธารณะ รวมทั้ง มีความกตัญญู ส่งผลให้มีจิตใจที่เข้มแข็งเป็นคนดี คนเก่ง และมีคุณภาพของชาติต่อไป”