ข้อมูลลับ
คอลัมน์ บทบรรณาธิการ
ข้อมูลลับ : บทบรรณาธิการ – เอกสาร “โครงข่ายขบวนการทำลายประเทศ” ซึ่งนายกรัฐมนตรีถือเข้าไปฟังการอภิปรายทั่วไปไม่ลงมติของสภาผู้แทนฯ เมื่อสัปดาห์ก่อน ยังคงสร้างความสงสัยมาถึงวันนี้
แม้มีเจ้าหน้าที่สรุปว่า คนทั่วไปจะไม่มีโอกาสรับรู้ เพราะเป็นเอกสารที่ฝ่ายความมั่นคง ซึ่งถือว่าเป็นความลับ และอ่อนไหวต่อสถานการณ์
แต่เมื่อเอกสารที่มีชื่อหน้าปกเป็นถ้อยคำแรง ปรากฏภายในห้องประชุมสภา บนโต๊ะที่นั่งของผู้นำประเทศ จนเป็นที่สะดุดตา ย่อมทำให้ผู้คนสนใจว่า โครงข่ายขบวนการทำลายประเทศคืออะไร มีอยู่จริงหรือไม่
เนื่องจากที่ผ่านมาเคยมีข้อมูลเช่นนี้จัดแสดงเป็นแผนผังกล่าวหาให้ร้ายกันทางการเมืองมาแล้ว
ปัจจุบันมีกฎหมายพระราชบัญญัติข้อมูล ข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 ที่ตราขึ้นเพื่อให้ประชาชนมีสิทธิรู้ข้อมูลข่าวสารของราชการ แต่กำหนดข้อยกเว้นไว้
เป็นระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทาง ราชการ พ.ศ.2544 ซึ่งกำหนดชั้นความลับของข้อมูลข่าวสาร การปรับ ตรวจสอบ เก็บรักษา ยืม และทำลาย
ดังนั้นโอกาสที่ประชาชนจะรับทราบ ตรวจสอบ หรือโต้แย้งข้อมูล ว่าด้วยโครงข่ายขบวนการทำลายประเทศ คงไม่มีมากนัก
แต่คำถามที่ทิ้งไว้ก็คือใครจะเป็น ผู้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ผู้จัดทำข้อมูลเอกสารเหล่านี้ หรือเจ้าหน้าที่ข่าวกรองอื่นๆ ว่าปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ละเมิดหลักสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของโลก และไม่บั่นทอนกระบวนการประชาธิปไตย
กรณีที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ เจ้าหน้าที่สันติบาลแจ้งผู้บริหารเพื่อขอให้แจ้งจำนวนนักศึกษาที่นับถือ ศาสนาอิสลาม พร้อมทั้งให้ระบุนิกาย การตั้งชมรม-กลุ่ม ประวัติประธาน จำนวนสมาชิกและแนวทางการเคลื่อนไหว ฯลฯ
เจ้าหน้าที่รัฐปฏิเสธว่าไม่ได้จงใจละเมิด สิทธิมนุษยชนของนักศึกษา แต่เป็นการทำฐานข้อมูลข่าวกรองตามปกติ
แต่สำหรับนักศึกษาและกลุ่มประชาชนที่ ไม่เห็นด้วยกับแนวทางนี้ มองได้เช่นกันว่าการทำเช่นนี้ตอกย้ำการเลือกปฏิบัติ
อีกทั้งยังไม่รู้ว่า ผู้ที่มีชื่ออยู่ในฐานข้อมูล ข่าวกรองนี้อาจเข้าไปมีชื่อในโครงข่ายทำลายประเทศด้วยหรือไม่ เมื่อใด
จะโต้แย้ง หรือจะแก้ต่างอย่างไร เมื่อรายงานไปอยู่ในมือผู้นำประเทศแล้ว