หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ รับคำร้องกรณีประธานรัฐสภาส่งความเห็นของสมาชิกจำนวน 77 คน
เข้าชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ หรือพ.ร.ป.เกี่ยวกับการเลือกตั้งจำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่
ผ่านไป 20 กว่าวัน ไม่มีข่าวความคืบหน้า จึงเริ่มมีสมาชิกรัฐสภาโดยเฉพาะส.ส. ออกมากระตุ้นให้ศาลรัฐธรรมนูญเร่งรัดในการพิจารณาวินิจฉัยร่างพ.ร.ป. หรือกฎหมายลูก 2 ฉบับดังกล่าวโดยเร่งด่วน
ด้วยเหตุผลว่าเนื่องจากขณะนี้การเลือกตั้งทั่วไปใกล้เวลาเข้ามามากเกือบถึงที่สุดแล้ว
ก่อนหน้านี้ ประธานวุฒิสภากล่าวว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาก็จะให้ผู้ร้องส่งหลักฐานและเอกสารไปสนับสนุนเหตุผลโดยให้เวลา 15 วัน
จากนั้นคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะประชุมเพื่อพิจารณา หากเห็นว่าพยานหลักฐานเพียงพอแล้วก็จะยุติการรับฟังพยานหลักฐาน ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยอีก 15 วัน รวมแล้วใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ทั้งนี้ อยากให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยเร็ว
ส่วนข้อกังวลว่า ศาลจะพิจารณาเสร็จทันก่อนจะมีการเลือกตั้งในอนาคตหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าถ้ายึดตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดวันที่ 7 พฤษภาคม 2566 ก็ทัน
แต่หากมีการยุบสภาเกิดขึ้นก่อนก็อาจมีปัญหาได้ เพราะการยุบสภาจะกำหนดเวลาการเลือกตั้งขึ้นมาใหม่
อย่างไรก็ตาม ข้อเรียกร้องเร่งรัดพิจารณาวินิจฉัยร่างพ.ร.ป.ทั้ง 2 ฉบับโดยเร็ว เชื่อว่านักการเมืองไม่มีเจตนากดดันศาลรัฐธรรมนูญเพียงแต่เกรงว่าหากเกิดการยุบสภาก่อน อาจทำให้การเลือกตั้งที่ต้องร่นเวลาเร็วขึ้นเกิดความยุ่งยากได้
กกต.ผู้จัดเลือกตั้ง พรรคการเมืองและผู้สมัครรับเลือกตั้งจะไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้อย่างที่ควรเป็น ด้วยกฎหมายสำคัญทั้ง 2 ฉบับค้างอยู่ในชั้นพิจารณาวินิจฉัย
การยื่นวินิจฉัยตีความกฎหมายใดๆ ถือเป็นเรื่องดี เพราะทำให้ผู้ร้อง ตลอดจนประชาชนทั่วไปสิ้นสงสัย ปฏิบัติตามได้ถูกต้อง
แต่ขณะเดียวกันก็ควรใช้เวลาพอสมควรแก่เหตุและความจำเป็น ไม่เร็วไม่ช้าจนเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย จากความไม่ทันการณ์ของร่างกฎหมายนั้นๆ