ปชน.ฉะกันเอง! ภาวุธ โวยกลไก กมธ.สภาไร้ประสิทธิภาพ เก้าอี้ประธานแบ่งตามโควตาพรรค ไม่แก้ปัญหาจริง ตั้งเรื่องประชุมซ้ำคณะอื่นอื้อ เจอ‘ภคมน’ สอนมวยคนเชี่ยวชาญ โตมาจากสายงานใช่ว่าจะทำงานสภาโดดเด่น ชูแนวคิดเปิดกว้าง สส. ชี้คนพร้อมเรียนรู้ผลผลิตคุณภาพ

เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2569 นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ความไร้ประสิทธิภาพของกรรมาธิการ(กมธ.) ในรัฐสภา ฝากถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร ตนเคยเป็นคนนอกที่ได้เข้าไปนั่งในห้องประชุมกมธ.รัฐสภา

สิ่งที่เห็นนั้นทำให้ตนอึ้งมาก ตนขออธิบายก่อนว่ากมธ.คืออะไร ถ้ารัฐบาลคือฝ่ายบริหารประเทศ กมธ.ก็คือ กลุ่ม สส. และผู้เชี่ยวชาญที่มีหน้าที่จับตาดูและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ใช้งบภาษีประชาชน และมีอำนาจเรียกข้าราชการทุกกระทรวงมาให้ข้อมูลได้

นายภาวุธ ระบุต่อว่า ก่อนที่ตนจะมาเป็น สส. ตนเคยเข้าไปร่วมงานกับหลายคณะกมธ.ในฐานะคนเอกชน ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและอีคอมเมิร์ซ นั่นคือครั้งแรกที่ตนได้เห็นว่าภาษีของเราถูกใช้อย่างไรในรัฐสภา

ตนขอสะท้อนการทำงานของกมธ.ในฐานะคนเอกชน และวันนี้เป็น สส. ที่ทำงานในกมธ.มาตลอด 8 ปี ตั้งแต่อยู่ อนุกมธ. สว.ปี 2562 และอยากเห็นรัฐสภาของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อคุ้มกับเงินภาษีพวกเราที่รัฐสภาได้ปีหนึ่ง 8 พันล้านบาทต่อปี

นายภาวุธ ระบุอีกว่า โดยเรามีคณะกมธ.รวมทั้ง สว. และ สส. รวม 50 กว่าคณะ และมีอนุกมธ.อีกร้อยกว่าคณะ ถ้ารวมทั้งหมด น่าจะเกือบ 200 คณะ โดยทั้งหมดจะเกี่ยวข้องกับคนหลายพันคน เยอะหรือไม่

ทั้งนี้ เรื่องแรก ปัญหาด้านตัวสมาชิกกมธ. ซึ่งสมาชิก กมธ. ถูกส่งมาแบบไม่ตรงกับความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ มีประชุม ก็มาลงชื่อรับเบี้ยแล้วกลับ โดยไม่นั่งประชุมจริง ระบบปัจจุบันนับองค์ประชุมด้วยการเซ็นชื่อ

ทำให้ สส. เน้นวิ่งรอกไปเซ็นชื่อหลายห้องแทนที่จะนั่งพิจารณาเนื้อหาจริง มีการซื้อ-ขายตำแหน่ง เลขาหรือผู้ช่วยในกมธ. เพื่อให้คนนอกใช้โลโก้รัฐสภาและตำแหน่งหากิน วิ่งเต้น หรือข่มขู่หน่วยงานต่างๆ หรือแม้กระทั่งมาประชุมแต่ไม่มีส่วนร่วม เพราะถูกพรรคส่งมาตามโควตาโดยไม่มีความรู้ในเรื่องนั้น นั่งแช่แป้งไปอย่างนั้น

นายภาวุธ ระบุอีกว่า เรื่องที่สอง คือ ปัญหาการบริหารกมธ. พบว่าไร้เป้าหมาย ประธาน กมธ. ที่ได้ตำแหน่งมาตามโควตาการเมือง ไม่มีเจตจำนงแก้ปัญหา ตั้งวาระแบบใครมีอะไรเสนอมาไปเป็นครั้งๆ ทำให้ทำงานไร้ทิศทาง

กมธ. ไม่มีประสิทธิภาพเอาซะเลย เชิญหน่วยงานโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐเสียเวลาครึ่งวันโดยไม่เกิดผล และบางเรื่องถูกเชิญซ้ำจากหลายกรรมาธิการ ขอให้ลองนึกภาพดูว่า ข้าราชการระดับอธิบดี ต้องทิ้งงานมาตั้งแต่เช้า นั่งรอจนเกือบเที่ยง เพื่อตอบคำถามเดิมซ้ำๆ ให้กับคนที่ไม่ยอมนั่งฟัง อีกทั้งยังมีเรื่องของงบดูงานต่างประเทศ ถูกใช้ไปกับการท่องเที่ยวมากกว่าการศึกษาดูงานจริง

นายภาวุธ ระบุด้วยว่า เรื่องที่สาม คือ เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เรื่องใหญ่มากที่ไม่ค่อยมีคนพูดถึง บางคณะ ถูกใช้เป็นเครื่องมือหาข้อมูลเชิงลึก เพื่อเอื้อประโยชน์ธุรกิจของตัวเองหรือพวกพ้องข้าราชการถูกกดดันให้เปิดข้อมูลที่ไม่ควรเปิด บางครั้งเป็นข้อมูลที่กำลังอยู่ในกระบวนการคดีความด้วยซ้ำ แบบนี้มันคือการใช้อำนาจรัฐสภาเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ไม่ใช่เพื่อประชาชน

เรื่องที่สี่ คือ ถามเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับตัวเองเลย กมธ.แต่ละคณะมีขอบเขตหน้าที่ชัดเจน แต่บางครั้ง เรื่องที่ถูกเรียกข้าราชการมาชี้แจง ไม่เกี่ยวกับคณะนั้นแม้แต่น้อย ที่แย่กว่านั้น ข้าราชการหน่วยงานเดียวอาจถูกกมธ. 3-4 คณะเรียกไปชี้แจงเรื่องเดียวกัน เพราะแต่ละคณะไม่ได้คุยกัน ไม่มีระบบตรวจสอบว่าใครทำเรื่องอะไรอยู่แล้ว ซึ่งอันนี้เห็นบ่อย นอกจากนี้ ราชการแทบอัมพาต เพราะต้องวิ่งรอกไปชี้แจงในสภาตลอด

นายภาวุธ ระบุอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีเรื่องทำซ้ำอีก เพราะกมธ.หลายคณะตั้งเรื่องศึกษาซ้ำกับเรื่องที่คนอื่นทำไปแล้ว กับกมธ.ชุดก่อนๆ หรือจากวุฒิสภา เพราะไม่มีใครไปเช็กว่ามีรายงานเก่าอยู่แล้วหรือไม่ ผลคือเรียกข้าราชการมาพูดเรื่องเดิม ตอบคำถามเดิม ในห้องใหม่กับคนใหม่ที่ไม่เคยอ่านรายงานเก่าเลย เรื่องนี้ตนว่าถือเป็นปัญหาที่ใหญ่มากๆ เพราะมันทำให้ไม่เกิดประสิทธิภาพและเสียเวลา ค่าใช้จ่ายของประเทศมหาศาล ซึ่งอันนี้ต้องปรับด่วนๆ

“ผมไม่ได้บอกว่าทุกคณะเป็นแบบนี้ เพราะมีกมธ.หลายคณะที่ทำงานหนักมาก ประธานมีความรู้ มีเป้าหมายชัด และขับเคลื่อนเรื่องสำคัญได้จริง แต่ระบบที่ดีไม่ควรฝากความหวังไว้กับคนดี เพียงอย่างเดียว ต้องมีระบบและกลไกที่บังคับให้ทุกคนทำงานอย่างมีประสิทธิภาพด้วย

ทำไมเราถึงมีกมธ.ที่ไม่มีประสิทธิภาพ เพราะ สส. บางส่วน (ใหญ่) มาจาการซื้อเสียง ไม่ได้มีความรู้ความสามารถจริงๆ ไม่มีเจตจำนงทางการเมือง ในการแก้ปัญหาให้กับประเทศนี้จริง หวังเข้ามาเพราะอำนาจการคอร์รัปชันเงินภาษีประชาชน พอคนเหล่านี้เข้ามา ก็มาเป็นแบบที่ผมสรุปมาข้างบน เข้ามาก็ไม่ได้อยากมาทำงาน มาอยู่สภาไปวันๆ เซ็นชื่อ ได้เงินเบี้ยประชุมแล้วก็หนีกลับ เศร้าเนอะ” นายภาวุธ ระบุ

นายภาวุธ ระบุด้วยว่า สิ่งที่ควรเปลี่ยนแบบตรงๆ เลย ต้องฝากประธานรัฐสภาด้วย คัดเลือกประธานกรรมาธิการจาก Expertise ไม่ใช่โควตา ตั้ง KPI และ Milestone ของแต่ละคณะอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นสมัย ส่วนนี้ต้องฝากแต่ละวิปไปคัดเลือกคนที่จะมาเป็นประธานให้ดี ไม่ใช่เลือกมาเพราะโควตา หรือเป็นการตอบแทน

ระบบบันทึกเวลาเข้า-ออกห้องประชุม สแกนใบหน้าหรือทาบบัตร หากอยู่ไม่ถึง 70% ของเวลาประชุม ให้ตัดเบี้ยประชุมและห้ามลงมติในครั้งนั้น Data Analytics & Research ของรัฐสภา ทีมเลขาธิการต้องสืบค้นฐานข้อมูลก่อนเสมอว่าเรื่องที่จะศึกษา เคยมีใครทำไว้แล้วหรือไม่ เพื่อต่อยอดไม่ใช่ทำซ้ำ

นายภาวุธ ระบุอีกว่า ควรมีประชุมร่วมระหว่างประธานกมธ.ทั้ง 50 กว่าคณะ หรือแบ่งกลุ่ม cluster กมธ. เพื่อสรุปให้ทุกกมธ.รู้ว่า แต่ละคณะ รวมอนุกมธ. กำลังทำอะไรกันอยู่ เป้าหมายคืออะไร มีอะไรทำด้วยกันได้มั้ยระหว่าง กมธ. ลดความซ้ำซ้อนในการทำงานระหว่างกัน ตรงนี้ทีมเลขาสภา ทั้ง สส. และ สว. ควรทำคู่ขนานไปด้วย หากเจออะไรซ้ำซ้อน ควรแจ้งประธาน กมธ.ทันที ก่

อนเชิญหน่วยงานรัฐ ต้องส่งคำถามล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร ถ้าตอบครบแล้ว บางครั้งอาจจะไม่จำเป็นต้องเรียกตัวมานั่งในสภา กรรมาธิการที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับเรื่องที่พิจารณา ต้องถอนตัวออกจากห้องทันที

การคัดเลือกสมาชิกกมธ. และอนุกมธ. รวมถึงเลขา และที่ปรึกษา ต้องเข้มข้น ตรวจสอบประวัติจริงๆ จังๆ ไม่ใช่ ไม่ตรง ก็ห้ามเข้ามา ไม่ใช่ใครเสนออะไรมาก็รับมั่วซั่ว ปรับงบดูงาน หากไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ควรนำงบไปจ้างนักวิจัยเพื่อทำรายงานนโยบายที่มีคุณภาพแทน

เพราะกมธ.คือ หน่วยงานที่จะตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล หากมีความเข้มแข็ง มีประสิทธิภาพ เราก็จะทำให้การทำงานของรัฐบาลมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประเทศเราก็ดีมากขึ้น ระบบกรรมาธิการมีประโยชน์มาก หากใช้ให้ถูกทาง

แต่วันนี้ มันไร้ประสิทธิภาพ สร้างภาระให้ระบบราชการ สร้างช่องทางให้คนหาผลประโยชน์ และสูญเสียงบประชาชนโดยเปล่าประโยชน์ เห็นแล้วประหลาดใจ เพราะปัญหาพวกนี้ มีมานานกาเลแล้ว แต่ทำไมไม่มีใครพูดหรือคิดที่จะแก้ปัญหานี้เลย เหมือนกับมีช้างตัวใหญ่นั่งอยู่ในห้องแต่ไม่มีคนมองเห็นมันเลย

“ถึงเวลาที่ต้องพูดตรงๆ เพื่อทำให้ระบบรัฐสภาไทยเรามีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้ว เสียดายภาษีประชาชน ฉะนั้น จึงต้องฝากทางประธานสภา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย ถ้ามีโอกาส อยากใช้ช่วงกระทู้ถามสด ในรัฐสภาในวันพฤหัส ถามท่านประธานสภาจริงๆ” นายภาวุธ ระบุ

ด้าน น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน แชร์โพสต์ดังกล่าว พร้อมระบุข้อความว่า ไม่ทั้งหมด พื้นที่กมธ.เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ หลายครั้งหลายประเด็นเราไม่เคยรู้มาก่อนแต่ได้เรียนรู้ในกมธ.และเป็นข้อมูลเชิงลึกที่ทำให้เราได้สั่งสมประสบการณ์

คนเราไม่ได้จำเป็น ทำในสิ่งที่ตัวเองเชี่ยวชาญอยู่แล้วคนที่เชี่ยวชาญ เก่งในสายนั้นไอยู่แล้วไม่ได้เป็นตัววัดผลของประสิทธิภาพในการทำงานสส. มีตัวอย่างให้เห็นหลายครั้งกับคนที่เชี่ยวชาญในสายงานนั้น ถึงเวลามาเป็นสส.และทำงานในสภาไม่ได้โดดเด่นเหมือนสายงานที่ตัวเองเติบโตมา

แต่คนที่พร้อมจะเรียนรู้ต่างหากคือผลผลิตที่มีคุณภาพของกมธ. และพื้นที่กมธ.คือพื้นที่แผนการเรียนรู้และฝึกวิทยายุทธ์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน