250 ส.ว.ไทยฉลาดเหนือใครในโลก วิษณุ เครืองาม ซูฮก คิดได้ไง มีชัย บวรศักดิ์ ยังคิดไม่ได้ แจกเงิน 500 ให้ค่าเดินทางไปเลือกตั้ง เพื่อกำจัดการซื้อเสียง มิหนำซ้ำ รับเงินหลวง เงินแผ่นดิน แทนเงินนักการเมือง จะทำให้ประชาชนสำนึกบุญคุณแผ่นดิน
เสียงชาวบ้านหัวร่องอหายมาจากหลังเขา มิน่าเล่า เขามาจากตู่ตั้ง ฝากบอกด้วยใครให้ตังค์เราก็เอา “รับเงินหมา กา…” เป็นสโลแกนมาสิบกว่าปีแล้ว
อ้อ ฝากถามด้วยว่า ทั่น ส.ว.ทั้งหลายเคยไปเลือกตั้งหรือเปล่า เขาไม่ต้องมีค่าเดินทาง หน่วยเลือกตั้งอยู่ปากซอย หรือกลางหมู่บ้าน ถ้าไปทำงานกรุงเทพฯ ก็เลือกตั้งนอกเขตได้ นอกราชอาณาจักรยังได้ กกต.อย่าทำบัตรหายก็แล้วกัน
โอ้ พระเจ้า! เป็นความจริงหรือนี่ ที่ยังมีคนงมโข่งเชื่อว่า เอาเงินฟาดหัวประชาชนแล้วจะซื้อคะแนนได้ คนไทยอยู่ในระบบอุปถัมภ์ นักการเมืองให้ตังค์ก็สำนึกบุญคุณ ไม่ลงคะแนนให้จะเป็นบาป ฯลฯ
โธ่ถัง นั่นมันโบราณขนาดไหนแล้ว เอาแค่ 30 ปีก่อน นายหมูนายหมาหิ้วกระเป๋าเงินไปอีสานหว่านแจกเพราะเชื่อว่าชาวบ้านโง่ ผลก็คือถูกหลอก เจ๊งทุกราย
แน่ละ หาเสียงต้องใช้เงิน แต่มันมีหลายองค์ประกอบ “ระบบอุปถัมภ์” “บ้านใหญ่” คือคนมีเงินมีบารมีในจังหวัด ช่วยเหลือดูแลชาวบ้านตลอดสี่ปี โดยมีหัวคะแนน กำนันผู้ใหญ่บ้าน นักการเมืองท้องถิ่น ผู้นำชุมชน เป็นเครือข่าย ไม่ใช่แค่ไปงานศพงานบวช แต่มีปัญหาอะไร
น้ำท่วม ฝนแล้ง ราคาพืชผล ฯลฯ ก็มีทั้งช่วยเหลือด้วยตนเอง และไปติดต่อขอโครงการ เอางบประมาณลงพื้นที่ ทำถนนทำสะพาน สร้างฝาย ฯลฯ
จนครบสี่ปีจึงจ่ายเงิน 500-1,000 เป็นสินน้ำใจในวันที่ต้องมาเลือกตั้งแล้วขาดรายได้
แต่นั่นก็ยังเป็น “การเมืองเก่า” ตกยุคไป 2 ยุค คือยุคไทยรักไทยหาเสียงด้วยนโยบาย “ประชาธิปไตยกินได้” จนชนะถล่มทลาย “นกแล” ล้มยักษ์หลายสิบเขต กับยุคแบ่งสีเลือกข้าง เหลือง Vs แดง ในการเลือกตั้ง 2550, 2554 เอาเงินฟาดหัวเท่าไหร่ก็เปลี่ยนเสื้อเหลืองให้เลือกเพื่อไทยไม่ได้ เปลี่ยนเสื้อแดงให้เลือก ปชป.ไม่ได้ หนี้เลือดเสื้อแดงปี 53 ทำให้เพื่อไทยกวาดเรียบทั้งเหนืออีสาน
รัฐธรรมนูญ 2560 ต่างหากที่ทำลายการหาเสียงด้วยนโยบาย จนการเมืองระบบอุปถัมภ์ กลับมาเฟื่องฟู อย่างที่ทั่น ส.ว.ทั้งหลายอภิปราย การย้ายพรรค การเหมา ส.ส.ด้วยกล้วย ถามว่าพรรคไหนกัน ฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน
ที่บอกว่าเลือกตั้งซ่อม เลือกตั้งท้องถิ่น ซื้อเสียงกันเอิกเกริก พรรคไหนชนะเลือกตั้งซ่อม ฝ่ายค้านชนะครั้งเดียวใน กทม.
การเสนอรายงานของคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง ยังมีหลายเรื่องให้หัวร่อกลิ้ง ไม่มีทางเป็นจริงนอกจากตลกขบขัน เช่น ให้กำนันผู้ใหญ่บ้านต่ออายุจาก 60 ปีถึง 80-90 “ถ้าเป็นคนดี” ไม่รู้หรือว่าหลังรัฐประหาร 49 ให้อยู่ได้ถึง 60 จากเดิมวาระ 5 ปี ก็ยิ่งซื้อเสียงกระหน่ำ
ให้แก้ระบบเลือกตั้ง ส.ส. 400 คนมาจากผู้ชนะ 400 เขต อีก 100 คนมาจากคนได้ที่สองคะแนนมากที่สุด อ้าว ไม่รู้หรือว่าตัวเก็งอันดับสองก็จะยิ่งทุ่มสู้
ตลกขบขัน แต่น่าเศร้าว่านี่คือระบอบประชาธิปไตยที่ 250 ส.ว.มีอำนาจโหวตนายกฯ เราจะเลือกตั้งไปทำไม ถ้า 250 ส.ว.ฉลาดปานนี้ แล้วมีอำนาจเท่าประชาชนครึ่งประเทศ
อย่างไรก็ตาม ถ้ามองปฏิกิริยาวงกว้าง เราจะเห็นว่าไม่ใช่แค่ ส.ว. แต่ “กระแสคนดีย์” ช่วงนี้ เริ่มเหลืออดกับการโกง การดูด และซื้อเสียง
แหม ไม่เหลืออดก็ไม่ได้แล้วละ คนทั้งประเทศเหลืออดกับข่าวซื้อขายตำแหน่ง ตำรวจตบทรัพย์ ตำรวจนำขบวน ฯลฯ ซึ่งถึงจะอ้างว่าผู้หญิงต่างชาติคนเดียว แต่คนไทยล้วนเคยเจอกับตัว
น่าทึ่งว่า อยู่มา 4 ปีเพิ่งเหลืออด เลือกตั้ง 62 ไม่มีซื้อเสียงเลยหรือ พรรคร่วมรัฐบาลล้วนโปร่งใสมือสะอาด?
ไม่ใช่หรอก คนดีย์เริ่มเหลืออดกับพรรคร่วมรัฐบาล หลังประยุทธ์ย้ายไปรวมไทยสร้างชาติ ซ.ต.พ. เรื่องชั่วเรื่องบาปทั้งหลายมาจากพรรคร่วม ประยุทธ์คนดีคนซื่อไม่เกี่ยว ทั้งที่ พปชร.เสนอชื่อเป็นนายกฯ
พรรคอื่นเลว ชั่ว โกง ซื้อเสียงหมดแหละตอนนี้ ถ้าไม่ใช่รวมไทยสร้างชาติ ทั้งที่แบกประยุทธ์มา 4 ปี ยิ่งมีข่าว‘ซีฟ’ แบบเพื่อไทยจะจับมือพลังประชารัฐ โห “ป้อม แป้ง” เลวเหลือรับ มันจับมือกันกลับมาโกงแน่ๆ ทักษิณจะอาศัยป้อม ใช้เสียง ส.ว. ดันลูกสาวเป็นนายกฯ แล้วจะต่อเส้นต่อสาย ทำให้ได้กลับบ้าน
คิดแค่นี้สลิ่มก็โกรธตัวสั่น หันไปกราบ “ตู่ จตุพร”
สื่อที่ทำเนียนไม่แตะต้องประยุทธ์มา 8 ปี พอตอนนี้เรื่องทุจริตบาน เป็นดราม่า ปิดไม่มิด ก็ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ยอมไม่ได้แล้ว ต่อไปนี้เราจะต้องตรวจสอบทุกฝ่ายไม่ไว้หน้าใคร
พอดีเลย ประยุทธ์แพ้เลือกตั้ง เพื่อไทยแลนด์สไลด์ นั่นไง ได้ตรวจสอบพอดี
ทายไว้แล้ว ถ้าเพื่อไทยชนะ จับมือพลังประชารัฐ สลิ่มก็จะขุดแป้งขุดนาฬิกา ถ้าจับมือภูมิใจไทยก็จะขุดรถไฟฟ้า ถ้าจับมือก้าวไกลก็ด่าล้มเจ้า
ไม่ว่าสูตรไหน ถ้าไม่ใช่ประยุทธ์ ก็จะปลุกว่าความเลวร้ายกลับมา
และที่หวั่นวิตกจนดาหน้ากันออกมา ก็เพราะรู้เต็มอก ว่าประยุทธ์แพ้แหง