Featured
วันที่ 31 ก.ค. ที่สภ.บ้านเป็ด ขอนแก่น พ.ต.อ.จรูญ นวมทอง รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น พ.ต.อ.ชุมพล หันชะนา ผกก.สภ.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น ได้รวบรวมแผ่นป้ายทะเบียนรถประชาชน จำนวน 185 แผ่น มาแถลงข่าวเพื่อประกาศหาเจ้าของรถยนต์ที่ทำแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ตกในช่วงระหว่างวันที่ 26-28 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดพายุ “เซินกา” เข้ามาในพื้นที่ จ.ขอนแก่น และมีน้ำท่วมในหลายพื้นที่ รถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่วิ่งผ่านเข้ามา ในพื้นที่ สภ.บ้านเป็ด บริเวณ ถ.มะลิวัลย์ ถ.ศรีจันทร์ และ ถ.เหล่านาดี ทำให้แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ และ รถจยย.หล่นหายเป็นจำนวนมาก จึงต้องนำแผ่นป้ายทะเบียนรถทั้งหมดที่มีพลเมืองดีนำมาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหมดประกาศหาเจ้าของป้ายทะเบียนรถสู่ประชาชน ขณะนี้มีประชาชนมารับคืนแล้ว จำนวน 16 แผ่นป้ายทะเบียน ส่วนแผ่นป้ายทะเบียนที่คงเหลืออยู่จะตรวจสอบไปที่ขนส่งจังหวัดขอนแก่น เพื่อหาสถานที่อยู่ของเจ้าของป้าย และจะส่งคืนกับเจ้าของผ่านป้ายทะเบียนดังกล่าวทางไปรษณีย์ให้เร็วที่สุด ด้าน นายครรชิต คงสมของ หน.สนง.ปก.จว.ขอนแก่น เปิดเผยว่า หลังจากขอนแก่นได้เกิดพายุ “เซินกา” เข้ามา จึงทำให้เกิดฝนตกหนัก และน้ำท่วมขังในหลายพ
จากกรณี กระเป๋ารถเมล์ ขสมก. 511 นางสุมน มหิดุลย์ เก็บกระเป๋าใส่เงินของคุณหมอสูตินารีคนหนึ่งได้ แล้วปรากฏเป็นกระแสตามโซเชี่ยลว่า คุณหมอได้มอบขนม 2 ห่อ แก่กระเป๋ารถเมล์ เป็นการตอบแทน จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กว้างขวาง แต่ล่าสุด คุณหมอได้ออกมาชี้แจงว่า นางสุมนอยากได้ขนมไปให้ลูกสาวกินตนจึงให้ไป ไม่เกี่ยวกับเรื่องสินน้ำใจในการเก็บเงินได้ ล่าสุด ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้พูดคุยกับ นางสุมน ถึงเรื่องดังกล่าว ระบุว่า หลังเก็บของได้ก็นำลงไปให้กับนายท่า ตามปกติเวลาพบเจอทรัพย์สินของผู้โดยสาร โดยยอมรับว่าได้แซวกับนายท่าจริงว่า เจอกระเป๋าเสื้อผ้า ข้างในมีขนม 2 กล่อง ถ้าไม่มีคนมาเอาจะขอขนมไปลูกกิน โดยสาเหตุที่ตนรู้ว่าเป็นขนมเพราะได้ยินเสียงกรอบแกรบ กลัวว่าเป็นระเบิดจึงเปิดออกดู ก่อนเอาไปให้นายท่า นางสุมนเปิดเผยว่า นายท่าทำหน้าที่ปกติ คือต้องตรวจสอบว่าข้างในมีอะไรบ้าง เพื่อหาเอกสารระบุตัวเจ้าของทรัพย์ แต่การตรวจค้นไม่ได้ทำลำพัง มีนายท่ารถเมล์ 4 สาย และพนักงานอยู่ด้วย โดยระหว่างทางที่เดินไปห้องการเงินนั้น ตนก็ได้แวะคุยระหว่างทางไปเรื่อยๆ ซึ่งใช้เวลามากกว่า 5 นาทีแน่นอน การที่หมอบอกว่า ตามมาถึงที่อู่หลังจากท
ปัจจุบันภัยพิบัติทางธรรมชาติทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี เราได้ตระหนักว่าผู้ประสบภัยสูญเสียทรัพย์สิน เงินทอง รวมถึงชีวิตที่สูญเสียไปไม่สามารถเรียกคืนได้ แต่สำหรับผู้ประสบภัย ที่ต้องดำรงชีวิตสู้ต่อไป เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม เป็น 1 ในปัจจัยที่สำคัญ แต่อาจจะขาดแคลน แอร์โรว์ ในฐานะผู้นำเครื่องแต่งกายชายในประเทศ โดยดำริของ คุณบุญเกียรติ โชควัฒนา ประธานกรรมการบริหาร บริษัทไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เห็นความสำคัญที่ต้องตระเตรียมความช่วยเหลือ เช่น เสื้อผ้า จึงเริ่มโครงการ “แอร์โรว์ ขอเสื้อเหลือใช้” ตั้งแต่ปี 2553 และนำบริจาคให้กับผู้ประสบภัยตามภาคต่างๆ ของประเทศไทย รวมถึงผู้ประสบภัยในประเทศอื่นๆ ทั่วโลกผ่านองค์กรต่างๆ เช่น สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อมอบต่อประเทศเฮติ และญี่ปุ่น, มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยาก, มูลนิธิกระจกเงา, มูลนิธิสิกขาเอเชีย, มูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท, มูลนิธิการศึกษาเพื่อชีวิตและสังคม, เหล่ากาชาดจังหวัดต่างๆ เป็นต้น และในปีนี้เมื่อปัญหาอุทกภัยเริ่มขึ้น ผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกายแอร์โรว์ ขอเชิญชวนชาวไทยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ “แอร์โรว์ ขอเส
เป็นอีกอุทกภัยครั้งใหญ่ หลังน้ำท่วมสกลนครและอีกหลายจังหวัดในภาคอีสาน แม้ขณะนี้สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายลง แต่ความเดือดร้อนก็ยังขยายเป็นวงกว้าง ล่าสุดมีเรื่องสุดสะเทือนใจที่เกิดขึ้นจากเหตุน้ำท่วม เมื่อมีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลหนุ่มเสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมครั้งนี้ โดยถูกกระแสน้ำพัดหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา ก่อนพบเป็นศพในวันที่ 30 ก.ค. โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก กีต้าร์ สว่างเเดนดิน ได้เปิดเผยเรื่องราวสุดสลดว่า “หลายคนถามเรื่องอาเล็ก ขอเล่านะครับ เวลาประมาณบ่าย 2 กว่า อาเล็กบอกเเม่ว่าจะเข้าไปในหมู่บ้าน เพื่อไปช่วยเพื่อนในหมู่บ้าน จะไปดูว่าน้ำท่วมเยอะขนาดไหน จะไปช่วยเพื่อนขนของหนีน้ำ เเม่เเละน้องได้ห้ามไว้ เเต่อาเล็กคิดว่า น้ำคงไม่ท่วมเยอะเพราะเกิดมาท่วมมากสุดเเค่หัวเข่าอาเล็กเลยลุยน้ำออกไปจากบ้านพร้อมกระบะผสมปูน จนถึงเวลา 16.00 น. อาเล็กยังไม่กลับเข้าบ้าน น้องสาวอาเล็กได้โทรหากีต้าร์ว่าอาเล็กอยู่ด้วยไหม ซึ่งอาเล็กไม่ได้อยู่กับกีต้าร์ น้องสาวอาเล็กเลยให้กีต้าร์สอบถามเพื่อนคนอื่นๆให้ ซึ่งทุกคนก็ตอบคำตอบเดียวกันคือไม่เจออาเล็ก กีตาร์สอบถามเพื่อนทั้งหมดไม่มีใครพบอาเล็กเลย เช้าวันที่ 31 ก.ค.
“การท่องเที่ยวในแบบของ Local Alike คือ การจัดทัวร์ที่ประสานความร่วมมือให้ชาวบ้านได้มีส่วนร่วมในการออกแบบทริปและนำเที่ยวเองภายในแต่ละชุมชน มุ่งเป้าไปที่กลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งแบบองค์กรและแบบส่วนตัวที่แสวงหาประสบการณ์คุณภาพจากการท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรมและวิถีชีวิต” ข้อความข้างต้น คือ นิยามของกิจการธุรกิจท่องเที่ยวแนวใหม่ ภายใต้ชื่อ Local Alike (โลคอล อ ไลค์) มีชายหนุ่มอัธยาศัยดี ชื่อว่า “ไผ-สมศักดิ์ บุญคำ” เป็นผู้ก่อตั้ง “ปัจจุบันอายุ 34 ปี ธุรกิจโลคอล อไลค์ นี้ เริ่มต้นมาตั้งแต่ 6 ปีที่แล้วครับ”คุณไผ เริ่มต้นอย่างนั้น ก่อนแนะนำตัวให้รู้จักมากขึ้น เป็นลูกชายคนโตของครอบครัว พื้นเพเป็นชาวอำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด จบปริญญาตรีจากคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม สาขาวิชาปิโตรเคมีและวัสดุโพลีเมอร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และปริญญาโทบริหารธุรกิจ สาขาบริหารธุรกิจแบบยั่งยืน ที่ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา ช่วงจบปริญญาตรีใหม่ๆ มีโอกาสข้ามน้ำข้ามทะเลไปทำงานที่เมืองโคโลญจน์ ประเทศเยอรมนี เป็นเวลาหนึ่งปี จากนั้นจึงย้ายกลับมาประจำโรงงานในเมืองไทย ตำแห่งหัวหน้าฝ่ายผลิตต่ออีก 3 ปี “ตอนเรียนจบเป็นจั
จากเหตุการณ์อุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ ทำให้น้ำท่วมหลายพื้นที่โดยที่ไม่ทันตั้งตัว โลกออนไลน์ มีการแชร์เรื่องจากสมาชิกเฟซบุ๊ก Mikey MG ซึ่งได้แชร์ประสบการณ์ จากเมื่อปี 2554 ซึ่งเป็นวิธีแก้ปัญหาเมื่อพบกับเหตุการณ์น้ำท่วมรถ โดยพบว่า มีการแชร์ต่อไปเกือบ 2 หมื่นครั้งเลยทีเดียว โดยระบุว่า “#รถที่จมน้ำทุกคันมีทางแก้เคยเจอมาแล้ว เมื่อปี 54 #ช่างจันทร์ขอแนะนำ รถที่จมน้ำในตอนนี้! 1 ถอด แบ็ตเตอรี่ ออกหนึ่งข้าง บวก หรือ ลบ ก็ได้ 2 เอามือถือ ถ่ายรูปรถทุกจุดที่น้ำเข้า 3ถ่ายรูปตอนน้ำท่วมสูงสุดจะได้รู้ว่าถึงจุดใหนของรถ 4 พอน้ำลง พอน้ำลงโทรตามประกันมาซ่อม 5 ประกันมาดูรถให้ใส่แบ็ต ขอติดเครื่อง,#ห้ามเด็ดขาด เพราะน้ำเข้าท่อไอดี ไปอยู่ที่หัวลูกสูบ พอติดเครื่อง น้ำก็จะอัดในห้องเครื่องทำให้ก้านสูบคด งอ พังในที่สุด ซ่อมใหม่ก็ หลายๆหมื่น เลยทีเดียว 6 ให้ประกันลากเข้า 0 บริการ พร้อมทำหนังสือว่าจะรับผิดชอบ ทุกอย่าง ทำให้เหมือนเดิม แล้วเซ็น 7 คนใหน #ไม่มีประกัน ให้ทำตาม ช่างจันทร์ บอกต่อไปนี้ 7.1 ถอดแบ็ต 7.2 เอาลมเป่า ตามปลั้กไฟทุกจุด และถอดกล่อง ECU มาเป่า ,ใช้ลมเป่า เบาๆ หรือไดเป่าผมก็ได้ แล้วตากแดน 20 นาที [กล่องจ
ในวงการขนมไทยสุดคลาสสิค อย่าง “ลอดช่อง” ว่ากันว่า มีเจ้า “เก๋า” อยู่ไม่กี่ราย โดยเฉพาะแถวตำบลมหาชัย อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร นักชิมจำนวนมาก คงคุ้นเคยดีกับลอดช่องแบรนด์ดัง-เก่าแก่ ซึ่งมีหน้าร้านตั้งอยู่หน้าวัดเจษฎาราม พระอารามหลวง แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่า ถัดจากนั้นไปอีกไม่กี่กิโลเมตร ยังมีลอดช่องอีกแบรนด์หนึ่ง ซึ่งได้รับความนิยมไม่น้อยเหมือนกัน แถมกำลังโด่งดังถึงขั้น “โกอินเตอร์” แล้ว…ในหลายประเทศ “เริ่มธุรกิจนี้มาได้ 8 ปีแล้ว ตอนเปิดตลาดในฐานะมาทีหลัง ค่อนข้างยากเหมือนกัน เพราะผู้บริโภคค่อนข้างยึดติดแบรนด์ที่มีอยู่ก่อน แต่ความตั้งใจช่วงเริ่มต้นนั้น เรามุ่งไปที่ตลาดต่างประเทศมากกว่า” คุณอริยา ยิ้มทะโชติ เจ้าของกิจการ เริ่มต้นอย่างนั้น โดยเปิดโรงงานผลิต “ลอดช่องสยาม” ตั้งอยู่ที่หมู่ 7 เขตตำบลโคกขาม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ใช้เป็นสถานที่พูดคุยกัน ก่อนย้อนความเป็นมาให้ฟัง แต่เดิมทำธุรกิจโรงงานรับจ้างแกะกุ้ง เปิดได้ 10 ปีเศษ เกิดวิกฤติแรงงานขาดแคลน ประสบภาวะขาดทุน จนต้องปิดตัวลง ทิ้งโรงงานไว้อย่างนั้นเกือบ 3 ปี กระทั่งพี่สะใภ้คนโต มาติดต่อขอให้ทำ “ลอดช่อง”ส่งไปขายประเทศสิงคโปร์เพ
คุณสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยใน งานแถลงผลการดำเนินโครงการพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เพื่อให้เป็นกำลังสำคัญในการยกระดับการแข่งขันของประเทศไทยให้ทันกับสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จึงได้อนุมัติให้สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. ดำเนินโครงการพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ โดยตั้งเป้าหมายสร้าง SME รายใหม่ไม่ต่ำกว่า 10,000 ราย ระหว่างปี พ.ศ.2559-2561 สำหรับปี 2559 สสว. ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) 9 แห่งทั่วประเทศ ดำเนินโครงการบ่มเพาะ มีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 11,065 ราย เป็น 1) บุคคลทั่วไปและนักศึกษาที่ยังไม่เคยทำธุรกิจ 5,563 ราย 2) บุคคลทั่วไปที่ทำธุรกิจอยู่แล้วแต่ไม่ได้จดทะเบียน 3,785 ราย 3) ธุรกิจที่จดทะเบียนไม่เกิน 3 ปี 1,095 ราย และ 4) วิสาหกิจชุมชน 622 ราย คุณสาลินี วังตาล ผอ.สสว. ผ่านเข้าสู่ขั้นทำแผนธุรกิจร่วมกับ มทร. และพี่เลี้ยงซึ่งเป็นนักธุรกิจในท้องถิ่นจำนวน 5,527 ราย พบว่าแผนธุรกิจมีความเป็นไปได้ใ
แม้จะออกตัวก่อนไม่ค่อยอยากให้สัมภาษณ์สื่อสักเท่าไหร่ เพราะเข้าใจว่า “กล้วยทอดจิ้มนม” สินค้าที่สร้างรายได้ให้เป็นกอบกำอยู่ทุกวันนี้ ไม่ได้อร่อยเลิศเลอไปกว่าเจ้าอื่น เพียงแต่อาจจะขายดีบ้างในบางวาระก็เท่านั้น แต่เมื่อถูกคะยั้นคะยอด้วยเหตุผล อยากขอนำแง่มุมของ “ความเหน็ดเหนื่อย” ที่กว่าจะฝ่าฟันมาจนถึงวันนี้ มานำเสนอ เผื่อจะเป็นกำลังใจหรือแนวทางให้คนมีอาชีพอิสระทั้งหลาย พิจารณาเป็นแบบอย่างบ้าง คุณต๊อป-ชัยทัต เถาลิโป้ เจ้าของกิจการ “กล้วยทอดกระทะทอง” จิ้มนม เจ้าดังแห่งเมืองหัวหิน จึงยินดีกรุณาสละเวลาทำมาหากิน มาให้ข้อมูลด้วยความเต็มใจ เริ่มต้นให้ฟังว่า ความจริงแล้ว “กล้วยทอดจิ้มนมข้นหวาน” นั้น เป็นอาหารว่างของคนท้องถิ่นแถบหัวหินยันปากน้ำปราณ มานานนมแล้ว ไม่ใช่สูตรแปลกที่เขาคิดค้นขึ้นมาใหม่แต่อย่างใด แต่สำหรับนักท่องเที่ยวจากพื้นที่อื่น อย่าง “คนกรุงเทพฯ” คงไม่คุ้นเคย จึงอาจตื่นตาตื่นใจบ้างเป็นธรรมดา ย้อนถึงที่มาของสินค้าให้เข้าใจตรงกันแล้ว จึงแนะนำตัวด้วยการเล่าประวัติให้ฟังคร่าวๆ ว่า ปัจจุบันอายุสามสิบเศษ พื้นเพเป็นคนปากน้ำปราณ อำ
คุณประเสริฐ บางแดง เจ้าของสวนเมล่อน “น้ำเพชรฟาร์มเมล่อน” อยู่บ้านเลขที่ 3/3 หมู่ที่ 7 ตำบลเนินปอ อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร โทร. (089) 641-5176, (061) 469-8262 จากมนุษย์เงินเดือนหันมาปลูกเมล่อนในโรงเรือน ปลูกแบบลงดิน สามารถสร้างรายได้จากเมล่อน 30,000-40,000 บาท ต่อรุ่น ทีเดียว คุณประเสริฐ บางแดง เล่าย้อนกลับไปว่า ก่อนหน้าที่จะมาปลูกเมล่อน ตนเองก็อาจจะเหมือนท่านอื่นๆ ที่ทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือน ทำงานเป็นผู้จัดการปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งมานานพอสมควร ไม่ได้มีความรู้เรื่องการเกษตรเลย หลังจากอิ่มตัวก็ออกจากงานแล้วไปเปิดเช่าแผงผลไม้ที่ตลาดไท เพราะมีน้องที่รู้จักกันชักชวน ก็เอาแคนตาลูปมาขายที่แผง ขายดีมาก แต่แคนตาลูปมักจะไม่พอขาย ขาดตลาดอยู่บ่อยๆ ตอนสินค้าขาดตลาดก็ต้องวิ่งซื้อหา ทำให้ราคาขึ้นลงไม่แน่นอน ทำให้นำมาขายต่อได้ลำบาก ไม่เหมือนพ่อค้าแผงอื่นๆ ที่จะมีลูกไร่ปลูกส่งเข้ามาที่แผง มีการรับซื้อแคนตาลูปจากลูกไร่ในราคาที่แน่นอน ทำให้นำมาขายต่อที่แผงราคาค่อนข้างนิ่งกว่าเราที่ต้องวิ่งออกหาซื้อจากชาวสวน หรือช่วงที่แคนตาลูปจากลูกไร่ขาดช่วงก็หาของมาขายได้ยากมาก จึงมองเห็นว่าผลไม้อย่าง แคนตาลูป ยังมีความ
