เคล็ดลับผู้ประกอบการ
บทความโดย : ดร.ยศพิชา คชาชีวะ กูรูวงการอาหาร เจ้าของคอลัมน์ “ตู้จดหมายพลศรี” “มีบอกรายการอาหารล่วงหน้าไหมคะ” ผมได้รับคำถามนี้จากสาวคนหนึ่งที่เข้ามาดูคลิปการสอบพ่อครัวที่โรงเรียนแม่บ้านทันสมัยในโซเชียล ทุกๆ เดือนที่โรงเรียนแม่บ้านทันสมัยซึ่งเป็นศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานผู้ประกอบอาหารไทยระดับ 1 และ ระดับ 2 ด้วย กุ๊ก เชฟ นักเรียนทำอาหารคนไหนที่อยากไปเมืองนอกเมืองนาก็จะต้องมาสอบเอาใบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ แต่ละครั้งของการสอบ ผู้เข้าสอบต้องผ่านข้อสอบทฤษฎี 50 ข้อ ผ่านอย่างน้อย 35 ข้อ ถึงจะมีสิทธิ์สอบปฏิบัติ ข้อสอบเป็นช้อยส์ ก ข ค ง หมุนเวียนโดยคอมพิวเตอร์ เพราะฉะนั้นแต่ละคนเลยจะได้คำถาม คำตอบไม่เหมือนกัน ยากเอาการ ผ่านด่านทฤษฎีมาได้ถึงจะได้สอบปฏิบัติ ข้อสอบปฏิบัติก็ใช่ย่อย มีใบให้คะแนนอย่างละเอียด ทั้งเรื่องการแต่งกาย ระเบียบการทำงาน ความสะอาด อนามัย โภชนการ การใช้ไฟ ใช้มีด ใช้เครื่องมือ การเตรียม ชั่ง ตวง วัด หั่น ตัด ลงกระทะ ลงหม้อ จัดจาน ผลงานสำเร็จของอาหารคาว 3 หวาน 1 ระยะเวลา 3 ชั่วโมง ส่วนรายการอาหารนั้น ทางกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน เขาเผยแพร่ไว้แล้ว หาดูได้
เคยไหม ตื่นมาเช็กยอดขายก่อนล้างหน้า แปรงฟันในตอนเช้า ก็ยังต้องคอยแชตลูกค้าตอน 5 ทุ่ม วันหยุดก็ยังนั่งคิดว่าเดือนนี้จะมีเงินจ่ายเงินเดือนลูกน้องครบไหม จนวันหนึ่งงานที่เคยทำด้วยใจกลับหนักอึ้ง ทั้งที่ธุรกิจก็ยังเดินได้ แต่เรากลับไม่อยากเปิดร้านอีกแล้ว หลายคนเรียกสิ่งนี้ว่า “ความเหนื่อยของคนเป็นเจ้าของ” แล้วก็กัดฟันต่อ เพราะเชื่อว่าความอึดคือคุณสมบัติของคนสำเร็จ แต่ถ้าความเหนื่อยนั้นลากยาวไม่จบ มันอาจไม่ใช่แค่ความเหนื่อย มันอาจเป็นสิ่งที่เรียกว่า Burnout หรือภาวะหมดไฟ Burnout คืออะไร องค์การอนามัยโลก (WHO) บรรจุ Burnout ไว้ในบัญชีจำแนกโรคระหว่างประเทศ (ICD-11) ตั้งแต่ปี 2019 โดยจัดเป็น “ปรากฏการณ์ที่เกิดจากการทำงาน” ไม่ได้นับเป็นโรค สาเหตุคือความเครียดเรื้อรังจากงานที่จัดการไม่สำเร็จ และมีสัญญาณหลัก 3 อย่าง หมดพลัง อ่อนล้า เหนื่อยแม้จะได้พักแล้ว รู้สึกห่างเหินจากงาน มองงานในแง่ลบ หรือเฉยชาต่อสิ่งที่เคยใส่ใจ ประสิทธิภาพลดลง ทำงานเดิมได้ไม่ดีเท่าเดิม ปัญหาคือนิยามนี้ผูกอยู่กับ “งาน” แต่สำหรับเจ้าของกิจการ งานกับชีวิตแทบเป็นเรื่องเดียวกัน ร้านคือบ้าน ลูกค้า
เรื่องราวของ ฮิโรกิ โทมิยาสุ (Hiroki Tomiyasu) อดีตข้าราชการชาวญี่ปุ่นที่ผันตัวมาเป็นเกษตรกร กำลังได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในฐานะตัวอย่างของการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้แก้ปัญหาจริงในภาคเกษตรกรรม แม้ไม่เคยมีพื้นฐานด้านการเกษตรหรือวิศวกรรมมาก่อนก็ตาม โทมิยาสุเติบโตในพื้นที่ใกล้กรุงโตเกียว เคยทำงานเป็นข้าราชการมาก่อน ก่อนตัดสินใจเข้าร่วมโครงการฟื้นฟูที่ดินทำกินที่ถูกทิ้งร้างในฮอกไกโด และเรียนรู้การบริหารจัดการไร่ด้วยตนเองทั้งหมด ปัจจุบันเขาดูแลพื้นที่เพาะปลูกบล็อคโคลี่ ฟักทอง ต้นหอมญี่ปุ่น และถั่วเหลือง ครอบคลุมพื้นที่ราว 100 เฮกตาร์ หรือประมาณ 600 ไร่ จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเขาเริ่มนำ ChatGPT และ Codex เครื่องมือ AI สำหรับการเขียนโค้ด มาใช้แก้ปัญหาการทำฟาร์มที่ต้องใช้แรงงานหนักและขาดแคลนบุคลากร แทนที่จะพึ่งพาระบบอัตโนมัติสำเร็จรูปราคาแพงที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เขาเลือกเรียนรู้และสร้างเครื่องมือขึ้นมาเอง ตัวอย่างเครื่องมือที่เขาพัฒนาขึ้น ได้แก่ ระบบตรวจสอบโรคพืชด้วยการถ่ายภาพจุดดำบนบล็อคโคลี่แล้วให้ ChatGPT ช่วยวิเคราะห์ ระบบติดตามสภาพแปลงเพาะปลูกด้วยข้อมูลดาวเทียมที่นำมาซ้อนท
จากเด็กวัยรุ่นกำเงิน 20 บาท เดินทางเข้าเมืองหลวง ยอมไปนั่งขัดรองเท้า ทำงานอู่ซ่อมรถ แลกข้าวเป็นมื้อไป ใครเลยจะจินตนาการได้ว่าวันหนึ่งเขาคนนี้จะกลายเป็นนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่ ชายผู้อยู่เบื้องหลัง “ศรีฟ้าเบเกอรี่” อาณาจักรขนมพันล้าน ขายนาฬิกา เป็นบาร์เทนเดอร์โรงแรมห้าดาว และเคยเป็นเด็กอู่มุดใต้ท้องรถสิบล้อ ก่อนจะกลายเป็นผู้ก่อตั้งเครือเบเกอรี่ที่วันนี้มีสาขารวมราว 900 แห่ง (รวมแฟรนไชส์ราว 100 สาขา) มีทั้งสัญญาส่งเค้กให้เซเว่นฯ ร่วมทุนกับยักษ์ใหญ่อย่างไมเนอร์ และมียุโรเพรสตรี้จากยุโรปเข้ามาถือหุ้นในโรงงานร่วมทุน คุณวิเชียร เจนตระกูลโรจน์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ศรีฟ้าเบเกอรี่ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีฟ้าโฟรเซนฟู้ด จำกัด เล่าเส้นทางกว่า 40 ปีของตัวเองให้กับเส้นทางเศรษฐีฟังว่า ชีวิตนี้เปรียบดังกราฟที่ขยับแบบ Side way up คือขึ้นๆ ลงๆ แต่ไม่เคยหยุดนิ่ง และตัวเขาเองไม่เชื่อว่าที่ตัวเองมาไกลได้ขนาดนี้ไม่ได้เป็นเพราะ ‘เก่ง’ แต่เป็นเพราะดวง ‘เฮง’ เสียมากกว่า ฟังดูถ่อมตัว แต่เขาไม่ลืมที่จะเผยความจริงส่วนที่เหลือว่า จริง ๆ “ไม่มีอะไรตกจากฟ้า” เด็กต่างจังหวัดที่ไม่ได้เรียนต่อ ม.ปลาย คุณวิเชียรเริ่มด้วยก
ผู้เขียน ธนดล มีชัยมาตร์ ในวันที่ต้นทุนร้านอาหารเพิ่มขึ้น ขณะที่ผู้บริโภคมีความระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น การทำร้านให้อยู่รอดอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่รสชาติของอาหาร แต่ยังต้องบริหารต้นทุนและทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าคุ้มค่ากับเงินที่จ่าย โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มดีลิเวอรี ที่มีร้านอาหารให้เลือกจำนวนมาก แล้วร้านอาหารจะปรับตัวอย่างไรให้บริหารต้นทุนได้ พร้อมทำให้เมนูน่าสนใจและเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าตัดสินใจสั่งได้ล่ะ? ในงาน LINE MAN Wongnai AI Accelerator คุณคุ – คุณาพงศ์ เตชวรประเสริฐ เจ้าของเพจ “ขายดีไปด้วยกัน” และเจ้าของร้าน “หอมมันข้าวมันไก่” ได้แชร์เทคนิค “3S” ซึ่งเป็นแนวทางที่ร้านอาหารสามารถนำมาปรับใช้ ตั้งแต่การควบคุมต้นทุน การสร้างความแตกต่าง ไปจนถึงการเลือกเมนูให้เหมาะกับลูกค้า S ที่ 1 “Small” – ทำร้านให้เล็กบริหารต้นทุนให้ง่าย คุณคุอธิบายว่า ร้านอาหารไม่จำเป็นต้องมีขนาดใหญ่เสมอไป แต่ควรเลือกขนาดที่เหมาะสมกับกำลังของร้าน เพื่อให้สามารถควบคุมต้นทุนและจัดการธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ S ที่ 2 “Specialty” – ทำเมนูธรรมดาให้พิเศษ ระหว่าง “ข้าวมันไก่เพิ่มตับ”
ธุรกิจที่น่ากังวลอาจไม่ใช่ธุรกิจที่กำลังขายไม่ได้ แต่อาจเป็นธุรกิจที่ยังขายได้ ยังมีลูกค้า ยังมีรายได้ เพียงแต่ต้องใช้เงิน ใช้เวลา และใช้แรงมากขึ้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์เท่าเดิม ยอดขายจึงอาจเป็นตัวเลขที่ทำให้เจ้าของธุรกิจสบายใจ ทั้งที่ข้างใต้กำลังเกิดอีกเรื่องหนึ่งขึ้นเงียบๆ กำไรบางลง เงินสดเหลือน้อยลง ต้องซื้อยอดแพงขึ้น เจ้าของเหนื่อยขึ้น และธุรกิจมีทางเลือกน้อยลง นี่อาจเป็นภาวะ “ตกชั้น” โดยที่ยอดขายยังไม่ตกเลยก็ได้ ข้อมูลของ Krungthai COMPASS ที่ศึกษาธุรกิจ SMEs กว่า 160,000 รายใน 6 อุตสาหกรรมย้อนหลัง 15 ปี สะท้อนภาพที่น่าคิดว่า ความสามารถในการทำกำไรของ SMEs ไทยถดถอยลงในเกือบทุกกลุ่มธุรกิจ และบริษัทกว่าครึ่งมีสถานะทางธุรกิจแย่ลงจากเมื่อ 15 ปีก่อน คำถามสำหรับ SME วันนี้จึงอาจไม่ใช่เพียง “ขายได้เท่าไร” แต่ต้องถามต่อว่า “ยอดขายนั้นทำให้ธุรกิจแข็งแรงขึ้นจริงหรือไม่” ลองเช็กจาก 5 สัญญาณนี้ 1. ยอดขายโต แต่พอคิด “ต้นทุนจริง” แล้ว กำไรแทบไม่โต ยอดขาย 1 ล้านบาทไม่เท่ากันทุกธุรกิจ ถ้าต้องแลกมาด้วยส่วนลด ค่าโฆษณา ค่าขนส่ง ค่าแพลตฟอร์ม ค่าคอมมิชชั่น หรือโปรโมชั่นที่แรงขึ้นต่อเนื่อง รายได้ที่เพิ่มขึ
นักเรียนสาวสวยร้อนวิชามาเรียนอาหารไทยที่โรงเรียนแม่บ้านทันสมัย ยังไม่ทันจะจบ ดันมีหนูตกถังข้าวสาร คนรู้จักกันให้ทำอาหารกล่อง 50 กล่อง ส่งงานสัมมนา หนูคนนี้รีบตกปากรับคำอย่างดี บอกสบายมากค่ะ รุ่งขึ้นอีกวันหน้าตาตื่นมาถามผมว่า “อาจารย์ขา หนูทำไงดี รับปากเขาไปแล้ว แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ไปไม่ถูกค่ะ” คนว่าจ้างหนูนี่ แสดงว่าต้องเคยชิมรสฝีมือหนูแล้วติดใจ เลยไว้ใจให้จัดอาหารกล่องแน่ๆ หรือจะแอบจีบหนูก็ไม่รู้ จะด้วยเหตุผลใดไม่เกี่ยวล่ะครับ ถ้ายังไงต้องจัดอาหารกล่อง 50 กล่อง แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง คิดตามนี้เลยครับ 1. อาหารกล่อง กล่องละเท่าไหร่ สมมติว่ากล่องละ 70 บาท 50 กล่อง เป็นเงิน 3,500 บาท เราคิดเป็นต้นทุนวัตถุดิบอาหาร กับค่าทำประมาณ 40% ของค่าอาหารกล่อง เป็นเงิน 1,400 บาท ที่เหลืออีก 60% แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่ง 30% เป็นค่าจัดการ เช่น ค่าจ้างผู้ช่วย ค่าพาหนะไปส่งของ ค่ากล่อง อีก 30% ที่เหลือเป็นกำไรได้เท่ากับ 1,050 บาท ถ้าค่าจัดการไม่สูง เช่น ทำคนเดียวไหว หรือมีผู้ช่วยแต่ไม่ต้องจ่ายตังค์ ซื้อกล่องราคาถูก ค่าพาหนะไม่แพงส่งใกล้ๆ หรือไปส่งเอง ก็จะได้กำไรเพิ่มมากขึ้นกว่า 3
การมี “หุ้นส่วนทางธุรกิจ” อาจเป็นแรงส่งสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโต แต่ในอีกด้านก็อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง หากผู้ประกอบการไม่ได้วางขอบเขตและทำความเข้าใจกันให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น คุณแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานยุทธศาสตร์ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ให้คำแนะนำว่า หัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจและการเริ่มต้นกิจการ ผู้ประกอบการต้องประเมินตนเองว่ามีทัศนคติต่อการประกอบอาชีพหรือธุรกิจนั้นอย่างไร มีความพร้อมด้านเวลา แหล่งทุน รวมถึงทรัพยากรต่างๆ ที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนธุรกิจนั้นหรือไม่ สิ่งสำคัญคือ การวางแผนธุรกิจ จะทำให้มองเห็นจุดอ่อน จุดแข็ง โอกาสและอุปสรรคความท้าทายต่างๆ ของธุรกิจ อุตสาหกรรมหรือคลัสเตอร์ธุรกิจนั้นอย่างละเอียดรอบครอบรัดกุม หากมีความจำเป็นต้องมี “หุ้นส่วนทางธุรกิจ” สิ่งที่ต้องตั้งคำถามและหาคำตอบ คือ มีเป้าหมาย มีความจำเป็นเพื่อเติมเต็มในห่วงโซ่ธุรกิจ หรือจุดแข็งของหุ้นส่วนที่จะเข้ามาช่วยส่งเสริมธุรกิจอย่างไร สัดส่วนการถือหุ้นเท่าไหร่เหมาะสม โครงสร้างธุรกิจและการแบ่งหน้าที่บทบาทการทำงาน สัญญาการเข้าหุ้นกิจการและข้อตกลงที่ป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในอนาคตเพิ
จากการเริ่มต้นธุรกิจแรกกับคุณพ่อ สู่การเป็นผู้บริหารเหมืองทราย และพลิกโฉมวงการขนส่งไทย คุณคมสันต์ได้มาถ่ายทอดมุมมองการทำธุรกิจที่เต็มไปด้วยบทเรียนทั้งความสำเร็จ ความผิดพลาด และวิกฤตครั้งใหญ่ที่พลิกโฉมองค์กร ในงาน “ไทยมาร์ท x ไทยรัฐ: สร้างแบรนด์ สร้างชาติ” พาไปพูดคุยกับ คุณคมสันต์ ลี ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Flash Express ในหัวข้อ “แบรนด์จะโตอย่างไรในยุคต่อไป” ผู้ที่ใครหลายคนรู้จักตัวตนเขาผ่านเรื่องราวแรงบันดาลใจในซีรีส์ “สงคราม ส่งด่วน” เริ่มจากจุดเล็กๆ แก้ปัญหาที่คนอื่นมองข้าม คุณคมสันต์ สะท้อนมุมมองการเป็นผู้ประกอบการไว้ว่า “ผมคิดว่าการเป็นผู้ประกอบการนั้น โอกาสตายเยอะเกิน คุณต้องโชคดีระดับหนึ่ง คุณถึงจะอยู่รอดได้ แต่มากกว่าความโชคดีคือคุณต้องพร้อมเปลี่ยนแปลงตัวเองเสมอและตลอดเวลา” ในวันที่เริ่มต้นทำ Flash Express เป้าหมายไม่ใช่การแข่งกับยักษ์ใหญ่ตั้งแต่วันแรก แต่เป็นการมองเห็นปัญหาความเหลื่อมล้ำระหว่างชนบทกับสังคมเมือง โดยเฉพาะต้นทุนโลจิสติกส์ส์ที่แพงเกินไป ทำให้คนชนบทต้องซื้อของแพงแต่ขายสินค้าได้ถูก เขาเล่าว่าช่วงเริ่มทำธุรกิจ “โอกาสของชนบทกับสังคมเมืองมันไม่เท่าเท
ถ้าพูดถึงประโยค “จีนไทยพี่น้องกัน” ในยุคนี้ อาจไม่ได้หมายถึงแค่ความสัมพันธ์ทางการทูตหรือการท่องเที่ยวแบบเดิมๆ อีกต่อไป แต่กำลังจะกลายเป็น “โอกาสทางธุรกิจที่จับต้องได้จริง” ของผู้ประกอบการไทย ในเวทีเสวนา MEET Thai Plus 2026 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิด “Thailand: Meet for More” การผนึกกำลังครั้งสำคัญของ 3 พลังหลัก อย่าง ทีเส็บ (TCEB), สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้เปิดเผยยุทธศาสตร์ใหม่ที่จะพาสินค้าและบริการของไทย บุกตลาดจีนในรูปแบบ “Partnership” ที่ลึกซึ้งและยั่งยืนกว่าที่เคย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ชี้ให้เห็นว่า นักท่องเที่ยวจีนถือเป็นนักท่องเที่ยวหลักที่สร้างแรงขับเคลื่อนให้กับประเทศไทยเป็นอย่างมาก เพราะนักธุรกิจจีนที่เดินทางมาประชุม สัมมนา หรือดูงาน ไม่ได้จ่ายแค่ค่าโรงแรมหรือห้องประชุม แต่ยังจับจ่ายกับร้านอาหาร ของฝาก และสถานที่ท่องเที่ยว กระจายรายได้ลงสู่ท้องถิ่นมหาศาล นอกจากนี้ ไทยยังมีสินค้าที่ตอบโจทย์การท่องเที่ยวในปัจจุบันอีกด้วย ด้าน คุณหลี่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ให้มุมมองน่าสนใจว่
