Inspiration
ถ้าจะให้พูดถึงผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์อันเป็นที่รู้จักกันดีในย่านกรุงเทพฯ ตอนเหนือ นนทบุรี ปทุมธานี และกรุงเทพฯ ปริมณฑล คงต้องนึกถึงชื่อของ “เปี่ยมสุข พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์” ที่อยู่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ขนาดกลาง (Medium-sized Developer) มานานกว่า 36 ปี และเน้นการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป ย้อนกลับไปกว่าสี่ห้าทศวรรษก่อน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในนาม “กิจไพศาล” ถือกำเนิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างคนสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งคือคนถือครองที่ดินและเงินทุน อีกกลุ่มหนึ่งมีฝีมือและความรู้ด้านการก่อสร้าง คุณบัญชา กุลไพศาลธรรม ได้เริ่มเข้าสู่วงการในฐานะผู้รับเหมาก่อสร้าง เป็นผู้ลงมือทำงานจริงตั้งแต่วันแรก นั่นคือจุดกำเนิดของบริษัทที่ยังคงดำเนินกิจการมาจนถึงปัจจุบัน และได้ขยับขยายกลายเป็นกลุ่มบริษัทในเครือ “เปี่ยมสุข โฮลดิ้ง คอมพะนี” ที่ถือหุ้นในธุรกิจหลากหลายแขนงในวันนี้ คุณบัญชามีลูกชาย 3 คน แบ่งหน้าที่กันดูแลอาณาจักรธุรกิจอย่างชัดเจน คุณกิติพงษ์ กุลไพศาลธรรม MANAGING DIRECTOR (ลูกชายคนโต) ดูแลด้านการเงิน บัญชี และฝ่ายบุคคล คุณภูภกร กุลไพศาลธรรม MANAGING DIRECTOR (ลูกชายคนกลาง) ดูแลด้านการก่อสร้าง
ทันทีที่ก้าวเข้าไปในรั้วบ้านของ “ป้าจิบ” สิ่งแรกที่สะดุดตาคือเสื้อผ้าที่แสนจะแฟชั่น ที่ป้าจิบบอกกับเส้นทางเศรษฐีด้วยรอยยิ้มว่า “ชุดนี้ตัดเอง ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงก็เสร็จแล้ว” ป้าจิบในวัย 60 ปี เต็มไปด้วยความสดใส พร้อมกับเอเนอร์จี้ความกระตือรือร้นในการทำกิจกรรมหลายอย่าง จนเราแทบไม่เชื่อ เมื่อป้าจิบเริ่มเล่าให้ฟังว่า “ชีวิตวัยรุ่น ชีวิตแม่บ้าน ไม่มีอะไรเลยค่ะ…เงียบมาก เงียบจนไม่คิดว่าเราจะมีอนาคต” หากมองย้อนกลับไปในอดีต ชีวิตของเธอมีเพียงแค่การทำกับข้าว รับส่งลูก ดูแลความเรียบร้อยในบ้าน เป็นวงจรชีวิตที่เรียบง่ายจนเจ้าตัวยังไม่เคยคาดคิดเลยว่า ชีวิตในวัยเกษียณของเธอจะเปลี่ยนไป เพราะตอนนี้ได้ตัดชุดใส่เองในแบบที่ตัวอยากเป็น รวมถึงการแบกกระเป๋าเป้เที่ยวคนเดียวมาแล้วหลายประเทศ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปพูดคุยกับ คุณจิบ-สุภาวดี บัณฑิต ถึงจุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวในวัยเกษียณ และเรื่องราวการทำแบรนด์ยาหม่องที่ชื่อสุดพีก “ยาหม่องฤาษีอุ้มนางพันธุรัตน์วิ่งข้ามเขา 3 ลูกไม่มีเหนื่อย” จุดเริ่มต้นจากการให้สิ่งดีๆ กับคนที่รัก ป้าจิบเล่าว่า ช่วงนั้นพี่สาวที่อยู่เยอรมันอยากได้น้ำ
เคยคิดไหมว่า “ไข่ไก่” สินค้าธรรมดาๆ ที่สามารถหาซื้อได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป จะสามารถอัปราคาขึ้นมาเป็นฟองละกว่า 200 บาท และกลายเป็นธุรกิจที่คนยอมต่อคิวซื้อได้ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนมาถอดโมเดลธุรกิจจากร้านไข่ไก่ในย่านโคมาโกเมะ (Komagome) เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ที่ไม่ได้ขายแค่ไข่ไก่ แต่กำลังขายเรื่องราว ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้มหาศาล Gen no Tamagoya San หรือ ร้านไข่ไก่ลึกลับ (Phantom Egg Shop) แหล่งรวม “ไข่ไก่สายพันธุ์หายาก” ที่ไม่มีทางหาซื้อได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ตหรือห้างสรรพสินค้าทั่วไป จุดเริ่มต้นของร้านนี้บริหารโดย “มิสเตอร์ TKG (Tamago Kake Gohan)” ผู้เชี่ยวชาญด้านไข่ไก่ โดยเขาเล่าให้ฟังว่า “เดิมทีไข่ไก่สายพันธุ์หายากระดับพรีเมียมเหล่านี้ เกษตรกรจะส่งตรงให้เฉพาะเรียวกังโบราณ หรือร้านอาหารระดับไฮเอนด์ในท้องถิ่นเท่านั้น แต่พอเจอวิกฤตโควิด-19 ธุรกิจท่องเที่ยวหยุดชะงัก เกษตรกรทั่วประเทศเดือดร้อนหนักเพราะไม่มีช่องทางระบายสินค้า เราเลยอยากเป็นสะพานเชื่อม นำไข่ไก่คุณภาพสูงเหล่านี้มาให้คนทั่วไปได้ลิ้มลอง” จนปัจจุบันในร้านมีไข่ไก่แบรนด์ต่างๆ ทั่วประเทศลงทะเบียนไว
บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ ร่วมกับสมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย จัดเวที SME x Influencer ครั้งที่ 6 ภายใต้หัวข้อ “PROUD TO BE MINE, MY SME เพราะแบรนด์ที่เติบโตในยุคนี้ คือแบรนด์ที่กล้าเป็นตัวเอง” เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์จริงจากผู้ที่ประสบความสำเร็จ ให้ผู้ประกอบการ SME อินฟลูเอนเซอร์ และครีเอเตอร์รุ่นใหม่ ได้นำองค์ความรู้ไปต่อยอดสร้างธุรกิจของตนเอง จากเด็กวัดที่เริ่มต้นจากศูนย์ หาเงินตั้งแต่ยังเด็ก ชื่นชอบการกินสู่การเป็นอินฟลูเอนเซอร์สาย Foodie แถวหน้าของไทยที่มีผู้ติดตามรวมกว่า 20 ล้านคน แบงค์กิ –ทินกร ศรีวิชัย เจ้าของช่อง BANKII มองว่า พฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันเปลี่ยนไปจากเดิม ผู้ชมไม่ได้เลือกติดตามเพียงเพราะคอนเทนต์ แต่เลือกติดตาม “ตัวตน” ของผู้สร้างคอนเทนต์มากกว่า ดังนั้นการยัดเยียดการขายแบบฮาร์ดเซลล์จึงไม่ใช่คำตอบ เพราะหากเนื้อหาไม่น่าสนใจ ผู้ชมก็พร้อมเลื่อนผ่านภายในไม่กี่วินาที แบงค์กิ แนะนำว่า คอนเทนต์ที่ดีต้องดึงความสนใจให้ได้ตั้งแต่ 1-2 วินาทีแรก พร้อมทำอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เจอสไตล์ของตัวเอง วาง Storytel
เตาอบเปิดอีกครั้ง…แค่ได้ยินเสียงเก็บเยลลี่ “ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!” พร้อมปุ่ม Jump และ Slide ที่คุ้นเคย ก็ทำให้หลายคนรีบหยิบมือถือขึ้นมาโหลด Cookie Run Classic ทันที Cookie Run เกมที่เคยสร้างความทรงจำให้ใครหลายคนในปี 2014 วันนี้กลับมาเปิดให้เล่นอีกครั้งในชื่อ Cookie Run Classic ซึ่งเปิดตัววันแรกเมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา พร้อมพาผู้เล่นย้อนเวลากลับไปในวันที่การแข่งขันทำคะแนนและการส่ง “หัวใจ” ให้เพื่อน เบื้องหลังเกมที่คนไทยคิดถึง ไม่ได้มีแค่เรื่องของความสนุก หากยังเป็นเรื่องราวของสตาร์ทอัพเล็กๆ ที่เกือบล้ม ก่อนจะพลิกตัวเองจนกลายเป็นเจ้าของเกมระดับโลก บริษัท DevSisters ผู้พัฒนาเกมสัญชาติเกาหลีใต้ ก่อตั้งบริษัทขึ้นในปี 2009 ในตอนนั้นคนเกาหลีใต้ยังไม่สามารถหาซื้อ iPhone มาใช้ได้ด้วยซ้ำ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเลย แต่แน่นอนว่ากาลเวลาเปลี่ยนไป ในปี 2011 App Store ของเกาหลีใต้ก็มีหมวดหมู่เกมเป็นของตัวเอง นั่นหมายความว่า ในช่วงเริ่มต้น เป้าหมายหลักของบริษัทต้องมุ่งเน้นไปที่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา และพวกเขาก็ทำสำเร็จเมื่อเกม OvenBreak มียอดดาวน์โหลดถล่มทลายกว
ถนนพระราม 2 ที่รายล้อมไปด้วยบ้านเรือนและฝุ่นควันจากการเดินทาง ใครจะไปคิดว่าจะมีร้านฟาร์มคาเฟ่กึ่งสวนสไตล์อังกฤษและนอร์ดิกซ่อนตัวอยู่ลึกเข้าไปในซอยย่านบางขุนเทียน ที่ซึ่งเมื่อเปิดประตูเข้ามา ภาพของเมืองใหญ่จะถูกลบเลือนไปแทนที่ด้วยความร่มรื่นของแมกไม้และผีเสื้อที่ตอมดอกไม้เต็มสวน พื้นที่นี้เกิดจาก คุณยุ้ย-อภิรดี นกสุวรรณ และ คุณแหม่ม-พัฐพศิญา ทิพย์สุมณฑา รุ่นพี่รุ่นน้องจากคณะพืชสวน เทคโนโลยีการเกษตร ลาดกระบัง เจ้าของฟาร์มคาเฟ่ทำสวนกับมาดาม ที่ทั้งคู่เริ่มทำจากจุดเล็กๆ นั่นคือการปลูกในบ้าน จนขยายมาเป็นคาเฟ่ที่สามารถสร้างรายได้มากกว่า 1 ทาง Chapter 1 : เมล็ดพันธุ์แรก เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงโควิด-19 เป็นช่วงที่ทุกคนต้องอยู่บ้าน เช่นเดียวกับคุณยุ้ย เมื่อเธอต้องทำงานที่บ้าน จึงเริ่มหากิจกรรมเล็กๆ ทำ โดยเริ่มจากการปลูกผักในโรงรถ จนเธออยากจะมีที่ในการปลูกเพิ่มมากขึ้น ด้าน คุณแหม่ม พาร์ตเนอร์ที่ทำธุรกิจร่วมกันจึงเริ่มเล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นให้เส้นทางเศรษฐีฟังว่า “ยุ้ยเขาเป็นชอบปลูกต้นไม้มาก เริ่มต้นปลูกมาทุกอย่าง ตั้งแต่กระแสแค็กตัสฟีเวอร์ ยุ้ยก็เป็นแกนนำ ปลูกทุกสปีชีส์ ทุกซีรีส์ เขาจะมีหม
หากพูดถึงครีเอเตอร์ที่มีคาแรกเตอร์โดดเด่น หยิบเรื่องใกล้ตัวมาทำคอนเทนต์ได้อย่างน่าสนใจ และสะท้อนสังคม โดยการโรลเพลย์กับสถานการณ์จริงที่หลายคนเคยเจอ จนสามารถสร้างปรากฏการณ์ “คลิปล้านวิว” วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ชวนพูดคุยกับ ไบรท์-เอกรัตน์ คงสถิตย์ เจ้าของช่องไบรท์ไร้ไขมัน (brightekkarat) ที่เริ่มจากความฝันอยากเป็นพิธีกร สู่การเป็นครีเอทีฟเบื้องหลังรายการตลกชื่อดังระดับประเทศ และผันตัวเป็นครีเอเตอร์สายเล่าเรื่อง ผู้ติดตาม 1.7 ล้าน ที่มีผลงานไวรัลนับไม่ถ้วน จากฝันแรกของเด็กสายกิจกรรม ย้อนกลับไปในวัยเด็ก ความฝันแรกของไบรท์ไม่ใช่การเป็นคนเบื้องหลัง แต่เขาอยากเป็น “พิธีกร” ตั้งแต่สมัยเรียน เขาคือเด็กกิจกรรมตัวจริง ทั้งการเป็นพิธีกรกิจกรรมต่างๆ ประธานนักเรียน ไปจนถึงพิธีกรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งทุกบทบาทล้วนหล่อหลอมให้เขาคุ้นเคยกับการยืนหน้ากล้อง และสื่อสารกับผู้คน กระทั่งได้มีโอกาสฝึกงานที่ A Time Media ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ทำให้ค้นพบว่าตัวเองชื่นชอบงานด้านครีเอทีฟ เช่น การคิดมุก การเขียนบท และการเล่าเรื่อง จนเริ่มจับทางสายครีเอทีฟได้อย่างจริงจัง หลังจากนั้น ไบรท์ได้รั
กว่าที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารธุรกิจด้านน้ำหอมและวัตถุดิบเพื่ออุตสาหกรรมความงามที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เส้นทางของ คุณนิ่ม-อักษรศิลป์ แก้วบุดดา ประธานผู้บริหาร บริษัท อเมอเอเชี่ยน เฟรเกร็นซ์ รีเสิร์ช จำกัด ไม่ได้เริ่มต้นจากครอบครัวนักธุรกิจหรือมีเงินทุนก้อนใหญ่ แต่เริ่มจาก “โอกาส” และ “ความกล้าที่จะเรียนรู้” “ดิฉันไม่ได้มาจากครอบครัวที่ร่ำรวยค่ะ จบแค่มัธยมศึกษาแล้วเข้าร่วมโครงการ Internship ของโรงแรมดุสิตธานี พัทยา ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้เรียนรู้การทำงานจริงหนึ่งปี ก่อนจะได้รับคัดเลือกเข้าทำงานประจำ” เธอย้อนเล่าถึงจุดเริ่มต้นในวัยสาว พร้อมรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจ โรงแรมคือห้องเรียนชีวิต การทำงานในธุรกิจโรงแรมทำให้เธอได้เรียนรู้ทั้งเรื่องการบริการ การบริหารจัดการ และการทำงานร่วมกับผู้คนหลากหลายวัฒนธรรม ซึ่งกลายเป็นพื้นฐานสำคัญของการเป็นผู้ประกอบการในอนาคตที่ยึดมั่นในการดูแลลูกค้าและการบริการ “ดุสิตฯ สอนให้เรียนรู้จากของจริง ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในโรงแรมคือการฝึกฝนชีวิตและการทำงานไปพร้อมกัน” ในช่วงเวลาเดียวกัน เธอยังหารายได้เสริมจากการขายเสื้อผ้าแฟชั่น ทำให้ได้เรียนรู้เรื่องก
“นิ้ง…หน่อง มิสทินมาแล้วค่ะ” ประโยคในตำนาน ที่เอ่ยขึ้นพร้อมกับสาวมิสทินที่ยืนรออยู่หน้าบ้าน หากใครเกิดทันก็คงอายุไม่ต่ำกว่า 30 แล้ว ใครเลยจะรู้ว่าธุรกิจขายตรงที่เริ่มจากพนักงานเพียง 4 คนในวันนั้น จะกลายมาเป็นแบรนด์ไทยยอดขายหมื่นล้านบาท และนี่คือเรื่องราวของ บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด และแบรนด์ Mistine กรณีศึกษาที่น่าสนใจที่สุดของธุรกิจไทย สู้จากการขายเครื่องสำอางราคาร้อยบาท สู่แบรนด์ที่ได้รับการยอมรับระดับสากล เริ่มจาก Pain Point ของหญิงไทย เมื่อปี พ.ศ. 2531 ตลาดเครื่องสำอางในประเทศไทยยังเต็มไปด้วยสินค้านำเข้าราคาแพง ผู้หญิงจำนวนมากอยากสวย แต่ไม่สามารถเข้าถึงเครื่องสำอางคุณภาพดีได้ง่ายนัก นี่คือ Pain Point ที่ ดร.อมรเทพ ดีโรจนวงศ์ เจ้าของฉายา “ราชาขายตรงเมืองไทย” มองเห็น ดร.อมรเทพ ได้ก่อตั้ง บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ขึ้นด้วยแนวคิดง่ายๆ แต่ทรงพลังคือ สร้างชีวิตที่ดีขึ้นให้คนไทย สมกับชื่อ Better Way ในวันที่ธุรกิจขายตรงยังไม่เป็นที่รู้จักในไทย มิสทินได้เริ่มจากอาคารพาณิชย์เพียง 3 คูหา มีพนักงานเพียง 4 คน และสินค้าน้อยกว่า 100 รายการ แต่สิ่งที่แบรนด์มีมากกว่
ท่ามกลางการแข่งขันในสมรภูมิอีคอมเมิร์ซ แบรนด์ไทยกำลังเผชิญโจทย์สำคัญในการสร้างความแตกต่างและก้าวข้ามสงครามราคา ลาซาด้า (Lazada) แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เผยความสำเร็จของโปรเจ็กต์ ‘Sanrio Characters: The Exclusive Collection at Lazada’ ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ซึ่งสร้างปรากฏการณ์ให้หลายคอลเล็กชันจากแบรนด์ไทยจำหน่ายหมดภายในเวลาไม่ถึง 1 นาที และผลักดันยอดขายรวมแตะหลักร้อยล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของ IP Economy (เศรษฐกิจทรัพย์สินทางปัญญา) ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ยกระดับแบรนด์ และขยายโอกาสทางธุรกิจของผู้ประกอบการไทยในยุคดิจิทัล ความร่วมมือในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับซานริโอ้ (Sanrio) ในครั้งนี้ เป็นมากกว่าความร่วมมือด้านลิขสิทธิ์ IP ทั่วไป แต่เป็นการลงทุนครั้งสำคัญของลาซาด้าในการขับเคลื่อนความร่วมมือที่สร้างอิมแพกต์ เพื่อผลักดันให้แบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ไทยก้าวไปสู่การเติบโตอีกขั้น โดยเปิดโอกาสให้ 5 แบรนด์ไทยชั้นนำ ได้แก่ Endless Holiday, LOOKBOOKLOOKBOOK, HAPPY SUNDAY, Stylist Shop และ O&B นำคาแรกเตอร์ระดับโลกที่มีพลังในการเข้าถึง
