Video Content
วันหนึ่งนั่งเบนซ์ไปโรงเรียน… อีกไม่กี่ปีต่อมา ครอบครัวโดนยึดทรัพย์จนไม่เหลืออะไรปี 2540 วิกฤตต้มยำกุ้งพัดพาธุรกิจของครอบครัวล้มทั้งยืน.จากลูกชายที่เลือกเรียนคณะวิศวกรรมเพราะเท่ กลายเป็นคนที่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ทุกอย่างแต่สิ่งที่ไม่มีใครยึดไปได้ คือ “ความซื่อสัตย์ ขยัน และอดทน” ที่พ่อแม่สอนมาตั้งแต่เด็ก.วันนี้ คุณปรีชา กุลไพศาลธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เปี่ยมสุข พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด จะมาเล่าให้ฟังว่า…จากจุดที่เจ็บที่สุดในชีวิต เขาพลิกกลับมากอบกู้ธุรกิจครอบครัวได้อย่างไร.ดูคลิปเต็มได้เลย | จุดเริ่มเจ็บ
ในวัยเกษียณของ “คุณจิบ-สุภาวดี บัณฑิต” เธอลุกขึ้นมาชาเลนจ์ตัวเอง ด้วยการไปแบ็คแพ็คเที่ยวต่างประเทศคนเดียว จนได้ค้นพบความสุขจากการเริ่มทำสิ่งใหม่ๆ ในช่วงวัย 60 นอกจากนี้ ในการไปเที่ยวแต่ละครั้ง เธอมีการตัดเย็บเสื้อผ้าใส่เอง ที่เรียกได้ว่าแฟชั่นสุดเริ่ด จนชาวต่างชาติคิดว่าเป็นดีไซเนอร์ และอีกหนึ่งบทบาทคือการเป็นเจ้าของแบรนด์ ยาหม่องฤาษีอุ้มนางพันธุรัตน์วิ่งข้ามเขา 3 ลูกไม่มีเหนื่อย ที่ทำด้วยมือเองทุกขั้นตอน ซึ่งจะเปิดขายแค่ปีละครั้งตามสไตล์แม่ค้าอินดี้ จนทำให้แบรนด์โกอินเตอร์ ร้านนวดไทยที่ต่างประเทศหลายร้านยังเลือกใช้ สนใจสั่งซื้อได้ที่เฟซบุ๊ค : ยาหม่องฤาษีอุ้มนางพันธุรัตน์วิ่งข้ามเขา 3 ลูกไม่มีเหนื่อย
“เส้นทางเศรษฐี” ชวนพูดคุยกับ “คุณโอห์ม – ดิศรา อุดมเดช” CEO & Founder of Yell Worldwide เอเจนซีโฆษณาสัญชาติไทยที่เติบโตสู่ระดับ Network ในต่างประเทศ เป็นที่ยอมรับในเรื่องชั้นเชิงกลยุทธ์ เพื่อถอดมุมมองเกี่ยวกับ “การเจาะตลาดจีน” ในมุมของคุณโอห์ม จุดแข็งของสินค้าไทยยังคงเป็น “ความคิดสร้างสรรค์” ซึ่งเป็นเสน่ห์สำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคชาวจีนยังสนใจและเลือกซื้อสินค้าไทย ขณะเดียวกัน ท่ามกลางสังคมจีนที่เต็มไปด้วยการแข่งขันและความกดดัน สินค้าไทยหลายประเภทกลับตอบโจทย์การแสดงออกทางอารมณ์ จนเกิดเทรนด์อย่าง “หมีเนย” หรือการ “ห้อยตุ๊กตา” ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก แล้วผู้ประกอบการไทยควรปรับตัวอย่างไร หากอยากบุกตลาดจีนในวันนี้ มาฟังกลยุทธ์และมุมมองจากคุณโอห์มไปพร้อมกัน
เรื่องราวของ “ทำสวนกับมาดาม” เกิดขึ้นเมื่อตอนโควิด-19 เป็นช่วงที่ทำให้ คุณยุ้ย-อภิรดี นกสุวรรณ อยากปลูกผักกินเอง หลังจากนั้นเมื่อเริ่มปลูกเยอะขึ้นจนทำให้ทานไม่ทัน เธอจึงชวนรุ่นพี่ที่สนิทกันอย่าง คุณแหม่ม-พัฐพศิญา ทิพย์สุมณฑา มาขยายความฝัน สร้างพื้นที่ปลูกให้ใหญ่ขึ้น แต่ทว่าหลังจากหาพื้นที่ได้แล้ว กลับต้องเผชิญกับปัญหาดินพระราม 2 ที่มีความเค็ม ทำให้เมื่อนำมารดน้ำผักแล้ว สลัดที่ได้มาจึงออกมารสชาติเค็ม จนทำให้ต้องแก้ไขปัญหานี้โดยการปรุงดินใหม่ทั้งหมด ปัจจุบันที่คาเฟ่แห่งนี้ได้ต่อยอดสร้างรายได้มากกว่า 1 ทาง ไม่ว่าจะเป็น การปลูกดอกไม้กินได้ การทำสวนเลม่อน การทำโรงเรือนต่างๆ และต่อยอดเป็นคาเฟ่ที่ให้ผู้คนแวะเวียนมาเช็กอิน รวมถึงการทำเวิร์กช็อป หรือแม้กระทั่งการเปิดให้แบรนด์เข้ามาเช่าสถานที่ถ่ายรูปได้ จนกลายเป็นพื้นที่แห่งการแบ่งปันสุขภาพ ความรู้ และแรงบันดาลใจให้กับผู้คนที่แวะมาเยือน #ทำสวนกับมาดาม #คาเฟ่ #พระราม2 #ที่เที่ยว #เกษตร #ปลูกผัก
เมื่อ 12 ปีที่แล้ว ในวันที่อารีย์ยังเป็นซอยมืด ไม่มีนักท่องเที่ยวสักคน แต่ “ส้มเล็ก – อติพร สังข์เจริญ” และ “ส้มใหญ่ – อมรรัตน์ อมรศิริชัยรัตน์” กล้าหักปากกาเซียน เปิด “The Yard” โฮสเทลกลางอารีย์ ย่านที่พวกเธอคุ้นเคย แม้เสียงรอบข้างจะบอกว่าเป็นไปไม่ได้! The Yard วางแนวคิดเป็นโฮสเทลสายกรีนตั้งแต่วันแรก ผ่านไป 12 ปี ที่พักแห่งนี้เป็นมากกว่าสายกรีน เพราะทุกการเดินทางของธุรกิจมี “ความยั่งยืน” เป็นหัวใจสำคัญ ผ่าน 3 เสาหลัก คือการสร้างกำไร (Profit) การเติบโตไปกับผู้คน (People) และดูแลโลก (Planet) ไปพร้อมๆ กัน
Ssoundnamm (ซาวน์น้ำ) คาเฟ่ที่เป็นจุดรวมความชอบของคู่รัก “คุณเงิน-ณพวุฒิ จุลไสย” อาจารย์พิเศษ คณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และนักการเมืองที่ชื่นชอบงานศิลปะเป็นทุนเดิม กับ “คุณอาย-รวิสรา ตั้งจิตรัตน์” แฟนสาวแอร์โฮสเตสที่รักในการเป็นบาริสต้า พวกเขานำความชอบมาเป็นแพชชันสร้างร้านนี้ในย่านนางเลิ้ง ถนนเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย โดยนำ “วัฒนธรรมไทย” มาถ่ายทอดให้คนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ได้มีจุดกลางในการพูดคุย ผ่านเสียงเพลงจากแผ่นเสียง สินค้า เมนูอาหาร และเครื่องดื่ม
“หยกสด” แบรนด์ขนมไทยที่เน้นใช้วัตถุดิบหลักเป็นใบเตย 100% ปัจจุบันเดินทางมาถึงปีที่ 8 ขยายสาขาไปแล้วกว่า 30 แห่ง วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสพาทุกคนไปบุกเบื้องหลังโรงงานแห่งใหม่ ที่ตั้งอยู่แถวอ้อมน้อย ซึ่งได้ คุณจ๊าก-มหศักย์ สุรกิจบวร ผู้ก่อตั้งแบรนด์ เป็นคนพาทัวร์โรงงานขนมไทยแต่ละโซนด้วยตนเอง โดยโรงงานแห่งนี้สามารถรองรับการผลิตได้หลักหมื่นกล่องต่อวันเลยทีเดียว แม้จะขยายโรงงานใหม่ แต่คุณจ๊ากยืนยันว่า “ขนมหลายอย่างที่เครื่องจักรไม่สามารถมาแทนคนได้” ทำให้ในโซนการผลิต เราจึงได้เห็นภาพการผสมผสาน ระหว่างเครื่องจักรที่ช่วยทุ่นแรงในการกวนขนมเป็นชั่วโมงๆ กับการใช้ความชำนาญของทีมงาน ไม่เพียงเท่านั้น คุณจ๊ากยังพาไปดูโซนพัฒนาสินค้าใหม่อย่างซีรีส์ “หยกสด Lite” ขนมไทยที่เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพ ทานแล้วไม่รู้สึกผิด ไม่ว่าจะเป็น หม้อแกงไข่ขาว ที่เลือกใช้ไข่ขาว 100% เพื่อลดคอเลสเตอรอล หรือ ตะโก้โนชูก้าร์ ที่ใช้ความหวานจากหล่อฮั่งก้วยแทนน้ำตาล ปิดท้ายที่ห้องเย็นควบคุมอุณหภูมิ ซึ่งเป็นจุดพักขนมก่อนจัดส่ง ขนมทุกกล่องจะถูกส่งออก เพื่อให้ไปถึงหน้าร้านกว่า 30 สาขาทั่วประเทศในสภาพที่สดใหม่ที่
ลบภาพจำเดิมๆ ว่า “โคล่าต้องซ่า” แล้วมาทำความรู้จัก “คราฟต์โคล่า” ของ “Oh! Avacola” แบรนด์เล็กแห่งย่านทรงวาด ที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยว เรื่องราวของ “คุณเพียงพลอย-รุจิยาทร โชคสิริวรรณ” ผู้ปลุกสูตรโคล่าเมื่อ 100 ปีก่อนในร้านขายยา กลับมาเล่าใหม่ในแบบคนยุคนี้ ผ่านคราฟต์โคล่าที่ใช้สมุนไพร 12 ชนิดจากร้านอากงอาม่าในชุมชนทรงวาด พร้อมหยิบเรื่องเล่าของ “ถนนอบเชย” ในอดีต มาถ่ายทอดผ่านรสชาติ ที่ตั้งใจเติบโตไปพร้อมกับชุมชน อ่านเรื่องราวเพิ่มเติม https://www.khaosod.co.th/sentangsedtee/featured/article_325096
ใครจะเชื่อว่าท่ามกลางย่านธุรกิจสุดหรูอย่างทองหล่อ จะมีพื้นที่ 250 ตารางวาที่ปฏิเสธเม็ดเงินมหาศาลกว่าร้อยล้านบาทเพื่อแลกกับการเป็น “พื้นที่ทางสังคม” ในช่วงแรก “สวนครูองุ่น” ถูกตั้งคำถามอย่างหนักว่าทำไมไม่นำไปทำธุรกิจให้คุ้มค่า แต่สำหรับ โซเฟีย-สิริพร สุขชูศรี ผู้จัดการสวนครูองุ่นและหัวหน้าโครงการสวนครูองุ่น ที่นี่คือการสืบทอดเจตจำนงของครูองุ่น มาริก ที่อยากให้ที่ดินผืนนี้เป็นประโยชน์ต่อผู้คน เธอจึงทลายกำแพงรั้วออกเพื่อบอกว่าที่นี่เป็นมิตรและพร้อมต้อนรับทุกคน โดยใช้เวลากว่า 3 ปีกว่าจะพิสูจน์ให้ชุมชนเห็นว่า พื้นที่สีเขียวที่ “ฟรี” และ “เข้าถึงง่าย” คือสิ่งที่คนเมืองโหยหาจริงๆ การทำมูลนิธิไม่ใช่แค่การรอรับบริจาค แต่ที่นี่ขับเคลื่อนด้วย “นวัตกรรมการแบ่งปัน” ผ่านร้านกาแฟและ Charity Shop ที่เปลี่ยนของบริจาคให้กลายเป็นทุนทรัพย์หมุนเวียน แม้ต้นทุนการดูแลสิ่งมีชีวิตในสวนจะสูง แต่ระบบนิเวศที่แข็งแรงนี้ทำให้สวนครูองุ่นพึ่งพาตัวเองได้ 100% จนกลายเป็น Sandbox และ Community สำคัญที่ดึงดูดทั้งอาสาสมัคร ศิลปิน และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังมากมายที่แวะเวียนมาปล่อยของและจัดกิจกรรมร่วมกัน เป้าหมายของสวนครูองุ่
“การได้เห็นแม่มีความสุข…ผมก็มีความสุข” “Happy Mum Happy Me” คาเฟ่ย่านนวมินทร์ 42 มีจุดเริ่มต้นมาจากการที่ลูกชายอยากจะเติมเต็มความฝันของแม่ที่อยากเปิดร้านอาหาร จึงทำการรีโนเวตบ้านร้าง 20 ปี ให้กลับมาสดใสอีกครั้ง วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปพูดคุยกับ คุณกุ๊ก-อำนวยสินธุ์ พุกรักษา ลูกชายที่ตั้งใจทำร้านนี้ให้กับ แม่กุ้ง-วรนุช แซ่ปั่ง ผู้ที่รักในการทำอาหาร ใส่ใจในทุกจาน เพื่อทำให้คนที่แวะเวียนมา รู้สึกเหมือนได้มาทานข้าวที่บ้าน เป็นรสมือแม่ ซึ่งตลอด 5 ปีที่ผ่านมาร้านนี้เป็นเหมือนการเติมไฟให้กับวัยเกษียณให้กับแม่กุ๊ก เพราะความสุขของแม่คือการทำอาหารให้ลูกๆ ทาน พิกัด : Happy Mum Happy Me ซอยนวมินทร์ 42เวลาทำการ : อังคาร-อาทิตย์ 09.30-17.30 น. (ปิดวันจันทร์)
