Exclusive
ในอุตสาหกรรมอาหารพร้อมทาน หรือ Ready-to-Eat (RTE) ที่แข่งขันสูงและเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ผู้ประกอบการที่ “คิดต่างและสร้างคุณค่าใหม่” มักเป็นผู้ที่สามารถขยายตลาดได้จริง หนึ่งในนั้นคือ ชณา วสุวัต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แวลู ซอร์สซิ่ง จำกัด (VSC) ผู้ก่อตั้งแบรนด์ รีโอส์ เดลิ (Reo’s Deli) จากเมนู ผักโขมอบชีสยอดนิยมในเซเว่น อีเลฟเว่น ที่เริ่มต้นจากครัวบ้านๆ และเติบโตสู่ยอดขายระดับร้อยล้าน ด้วย No-Bake Process นวัตกรรมที่ออกแบบเพื่อคุณภาพ–รสชาติ–ความสม่ำเสมอ พร้อมภาชนะถาดเยื่อพืชรักษ์โลก และการยกระดับผักโขมไทยทั้งระบบ ตั้งแต่ลูกค้า–คู่ค้า–เกษตรกร สู่ตลาด B2B และ Super Food ในอนาคต จากครัวบ้านๆ สู่แบรนด์ Reo’s Deli พร้อม Vision ชัดเจนตั้งแต่วันแรก แม้หลายคนยังลังเลกับเส้นทางชีวิต แต่ชณากลับเลือกสร้าง “ทางเดินของตัวเอง” อย่างชัดเจนตั้งแต่แรก เขาเติบโตมากับครอบครัวร้านอาหารฝรั่ง ทำให้คุ้นเคยกับอาหารยุโรปตั้งแต่วัยเด็ก แม้ศึกษาด้านนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่เขาตัดสินใจก้าวเข้าสู่วงการอาหารทันที หลังเรียนจบ เขาได้รับโอกาสบริหารงานด้าน Food & Beverage ในโรงแรม และต่อยอดด้าน
จากคนที่มีความฝันอยากเป็นเจ้าของร้านอาหาร “คุณวิท – วริศ พรพงศา” ต้องผ่านบทเรียนจากธุรกิจแรกที่ล้มเหลว ก่อนนำความผิดพลาดมาเป็นบทเรียน สร้าง “ร้านช้อน” และต่อยอดสู่ “ซิงซิง หม่าล่า” ด้วยการเรียนรู้จากคู่แข่ง พัฒนาสูตรน้ำซุปและเมนูที่แตกต่าง พร้อมใช้โซเชียลมีเดียสร้างการจดจำแบรนด์ ควบคู่กับการรักษาคุณภาพและความคุ้มค่า จนทำให้แบรนด์เติบโตหลายสาขา บทเรียนจากความล้มเหลว ด้วยความชอบทำอาหาร คุณวิทจึงตั้งเป้าหมายกับตัวเองตั้งแต่ยังเรียนว่า สักวันหนึ่งจะต้องมี “ร้านอาหาร” เป็นของตัวเองให้ได้ ระหว่างเรียน เขาใช้เวลาไปช่วยรุ่นพี่และเพื่อนเปิดร้านอาหารอยู่บ้าง เพื่อหาประสบการณ์และรอเวลาลงมือสานฝันของตัวเอง หลังเรียนจบด้านสถิติเขาเปิดร้านหมูกรอบ เทรนด์อาหารยอดนิยมในขณะนั้น เพราะเป็นแนวสตรีตฟู้ด ทานง่าย ก่อนเปิดขายออนไลน์จนสามารถเก็บทุนได้จำนวนหนึ่งมาเปิดหน้าร้านแรก “ทำธุรกิจร้านอาหาร ไม่ใช่แค่ชอบทำอาหารแล้วจะประสบความสำเร็จได้” คุณวิทเล่าเสริม เขาเจอ “Pain Point” มากมาย ทั้ง Cashflow การจัดการต้นทุน การบริหารคน รวมถึงการเลือกพาร์ตเนอร์ ทำให้ธุรกิจแรกของเขาเดินทางสู่ “ความล้มเหลว”
“กาแฟมันเป็นเสมือนจุดเชื่อมโยงของผู้คน มันเป็นความสบายใจ” เขากล่าว ท่ามกลางความวุ่นวายของชีวิตประจำวัน หลายคนคงโหยหาพื้นที่เล็กๆ ที่มอบความอบอุ่นและสบายใจ findgoodmorning.coffee ร้านกาแฟบนรถตู้สีขาวของ คุณชาลี-เมธาพัฒน์ วิสิฐเกษมหิรัญ หนุ่มวัย 30 ปี คือพื้นที่ที่ว่านั้น เรื่องราวของ findgoodmorning.coffee เริ่มต้นจากความฝันเล็กๆ ที่อยากจะสร้างร้านกาแฟที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่ขายกาแฟ แต่เป็นพื้นที่ที่ผู้คนสามารถมาพักผ่อน พูดคุย และเติมพลังบวกให้กับชีวิตได้ เกือบหมดไฟ แต่ไม่หมดฝัน สานต่อให้ก่อเกิด เล่าย้อนไปเมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว เป็นช่วงโควิค เขาทำงานอยู่ที่ภูเก็ต และมักจะทำงานในช่วงกลางคืน ด้วยสถานการณ์ในช่วงนั้น ร้านกาแฟ หรือแม้แต่ร้านสะดวกซื้อต้องปิดในเวลากลางคืน ทำให้หากาแฟกินได้ยาก เลยลองซื้อชุดทำกาแฟไว้ทำกินเอง เรียกว่าเป็นจุดเริ่มต้นให้ได้ศึกษาว่าแต่ละเมนูทำอย่างไร เมื่อได้ชุดทำกาแฟ ชุดเล็กๆ ไม่เกิน 1,000 บาท ช่วงที่ต้องออกไปทำงานก็จะเอาไปด้วย เมื่อไปตามเกาะต่างๆ ก็จะไปเจอพี่ๆ ที่อยู่ที่นั่น ไม่มีไฟฟ้าใช้ เลยลองทำกาแฟให้เขากิน เลยมีความรู้สึกชอบ ทางพี่ๆ ก็ชอบ เลยให้ที
จากยาดมที่หลายคนคุ้นเคยมานาน วันนี้ไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องสรรพคุณอีกต่อไป แต่ยังต้องตอบโจทย์ทั้งดีไซน์ ฟังก์ชัน ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ ไม่ว่าจะพกไปออกกำลังกาย ไปคอนเสิร์ต หรือใช้ในชีวิตประจำวัน ท่ามกลางตลาด Red Ocean ที่มีผู้เล่นรายใหญ่ครองส่วนแบ่ง การสร้างแบรนด์ให้แตกต่างจึงเป็นโจทย์สำคัญ ของ “แทนใจ” หนึ่งในผู้เล่นหน้าใหม่ที่สามารถแจ้งเกิดได้อย่างรวดเร็ว “เส้นทางเศรษฐี” พาไปพูดคุยกับ คุณริน – ไพรินทร์ อัศวทวีโชค หนึ่งในกำลังสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ จุดเริ่มของ “แทนใจ” เธอเคยอยู่ในสายงานเอเจนซี ก่อนกลับมาช่วยงานครอบครัวสามีในด้านงานประชาสัมพันธ์ รวมถึงได้รับความไว้วางใจให้เข้าบริหารงานและสร้างแบรนด์อาหารทะเลแปรรูป ภายใต้ บริษัท ริน อินเตอร์ฟู้ด จำกัด แบบเต็มตัว ก่อนหันมาช่วยเดินหน้าธุรกิจยาดมแทนใจ ที่ครอบครัวร่วมทุนกับพาร์ตเนอร์อีก 4 คน โดยในช่วงแรกคุณรินรับหน้าที่ดูภาพรวมแบรนดิ้งตาม Concept ที่วางไว้กับลูกค้า รวมถึงช่องทางการจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ แทนใจ เปิดตัวเข้าสู่ตลาดครั้งแรกราวเดือนเมษายน 2568 แต่ผลตอบรับเรียกว่าดีเกินคาด มียอดการเติบโตสูงถึง 5
ถ้าจะให้พูดถึงผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์อันเป็นที่รู้จักกันดีในย่านกรุงเทพฯ ตอนเหนือ นนทบุรี ปทุมธานี และกรุงเทพฯ ปริมณฑล คงต้องนึกถึงชื่อของ “เปี่ยมสุข พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์” ที่อยู่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ขนาดกลาง (Medium-sized Developer) มานานกว่า 36 ปี และเน้นการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป ย้อนกลับไปกว่าสี่ห้าทศวรรษก่อน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในนาม “กิจไพศาล” ถือกำเนิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างคนสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งคือคนถือครองที่ดินและเงินทุน อีกกลุ่มหนึ่งมีฝีมือและความรู้ด้านการก่อสร้าง คุณบัญชา กุลไพศาลธรรม ได้เริ่มเข้าสู่วงการในฐานะผู้รับเหมาก่อสร้าง เป็นผู้ลงมือทำงานจริงตั้งแต่วันแรก นั่นคือจุดกำเนิดของบริษัทที่ยังคงดำเนินกิจการมาจนถึงปัจจุบัน และได้ขยับขยายกลายเป็นกลุ่มบริษัทในเครือ “เปี่ยมสุข โฮลดิ้ง คอมพะนี” ที่ถือหุ้นในธุรกิจหลากหลายแขนงในวันนี้ คุณบัญชามีลูกชาย 3 คน แบ่งหน้าที่กันดูแลอาณาจักรธุรกิจอย่างชัดเจน คุณกิติพงษ์ กุลไพศาลธรรม MANAGING DIRECTOR (ลูกชายคนโต) ดูแลด้านการเงิน บัญชี และฝ่ายบุคคล คุณภูภกร กุลไพศาลธรรม MANAGING DIRECTOR (ลูกชายคนกลาง) ดูแลด้านการก่อสร้าง
วัยเกษียณ ไม่ใช่อุปสรรคของการเริ่มต้นใหม่ แต่เป็นโอกาสให้เราได้ค้นพบทั้ง “ความสุข” และ “เป้าหมายชีวิต” จากอาชีพใหม่ที่ทำด้วยความตั้งใจ เช่นเรื่องราวของ คุณดามพ์ ภูมิจิตร และ คุณพิม-ศิริเพ็ญ ปรุงวนิชศิริ คู่รักวัยเกษียณ ที่เปลี่ยนบ้านเป็นคาเฟ่เล็กๆ “Dough A Lot” เสิร์ฟเบเกิลและเพรทเซลโฮมเมด พร้อมเครื่องดื่มรสชาติเข้มข้น จนกลายเป็นร้านโปรดของลูกค้าทุกช่วงวัย ในคอลัมน์ New Chapter เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปพูดคุยกับคุณดามพ์และคุณพิม ถึงเรื่องราวของการเริ่มต้นอาชีพใหม่หลังวัยเกษียณ ที่พิสูจน์ว่า ชีวิตบทใหม่สามารถเริ่มต้นได้เสมอ ยุคเปลี่ยนผ่านของคนวงการโทรทัศน์ คุณดามพ์กับคุณพิม ทำงานในสถานีโทรทัศน์ที่เดียวกัน ผ่านทั้งยุครุ่งเรืองของวงการโทรทัศน์และยุคที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด “สมัยก่อนถ้าเกิดทัน เมื่อไหร่ที่ฉายละครตอนจบ ถนนจะว่าง เพราะคนกลับบ้านมาดูโทรทัศน์ พอเป็นดิจิตอลทีวี มีคนกินเพิ่มประมาณ 21 คน พอมีแพลตฟอร์มเข้ามา คนกินมีเป็นร้อย แต่เค้กก้อนเท่าเดิม มันก็เลยทำให้ทุกอย่างค่อนข้างลำบากสำหรับวงการทีวี สำหรับสื่อสารมวลชน ก็คิดว่าเราคงจะคิดไม่ทันพวกเด็กๆ สมัยนี้แล้ว ขอเป็นคนดูดีกว่า เป็นค
ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น การมีทักษะด้านไอทีจึงเป็นแต้มสำคัญที่ช่วยให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีอิทธิพลต่อทุกวงการ การพัฒนาความสามารถด้านนี้ตั้งแต่วัยเยาว์จึงเป็นเหมือนการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับอนาคต และนี่คือเรื่องราวของ น้องจิณณ์ ยศสุนทร เด็กชายวัย 11 ปี ผู้มีพรสวรรค์และความมุ่งมั่นในการเขียนโค้ดจนสามารถสร้างรายได้และคว้าแชมป์มาแล้วหลายครั้ง เรื่องราวความสำเร็จนี้เริ่มต้นจากแรงสนับสนุนของ คุณพ่อจั๋ง-อนุตร ยศสุนทร เจ้าของช่อง Jinn Kode Code ที่เห็นแววในตัวลูกตั้งแต่ยังเล็ก เส้นทางของโปรแกรมเมอร์ตัวจิ๋ว จากคุณพ่อที่เรียนจบและทำงานด้านคอมพิวเตอร์โดยตรง ‘พ่อจั๋ง’ จึงมีโอกาสถ่ายทอดความรู้และทักษะการเขียนโปรแกรมให้กับลูกชายตั้งแต่ยังเด็ก โดยเขาได้มีการปูพื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์ให้กับน้องจิณณ์ได้เรียนรู้ เขาเล่าว่า ตั้งแต่น้องจิณณ์อายุ 3-4 ขวบ ก็เริ่มให้เล่นเกม Puzzle หรือเกมที่ต้องใช้ความคิดแบบ Logic เพื่อฝึกความคิดเชิงตรรกะให้กับลูก ก่อนจะขยับสู่การทำ Block Coding ในวัย 4-5 ขวบ และเห็นว่าเมื่อได้ลองทำแล้
“เรานำเสนออาหารไทยในรูปแบบที่คนรุ่นใหม่และผู้บริโภคทั่วโลกเข้าถึงได้ง่ายที่สุด โดยที่เราไม่เคยลดทอนความเป็นไทย แต่เราเปลี่ยนวิธีการเข้าถึงความเป็นไทยแทน และนี่คือสิ่งที่เรายึดมั่นมาตั้งแต่วันแรก” ประโยคข้างต้นที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่เฉียบคมของ เก้-ลดาวัลย์ เลห์มันน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สปังกี้ ฟู้ด จำกัด และผู้ก่อตั้งแบรนด์ “เอมโอชา” ได้กลายมาเป็นกุญแจสำคัญที่ขับเคลื่อนธุรกิจน้ำพริกไทยให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ล่าสุดร่วมมือกับ เซเว่น อีเลฟเว่น พัฒนาน้ำพริกรสชาติใหม่ “พริกผัดน้ำมันมะกอกอัลมอนด์” ที่สร้างยอดขายถล่มทลายกว่า 100,000 กระปุก ภายในเวลา 2 สัปดาห์แรกที่วางจำหน่ายในเซเว่นฯ ถอดสูตรสำเร็จ ‘เอมโอชา’ รับฟังความเห็นลูกค้า นำมาต่อยอดพัฒนา สู่แบรนด์ดังในเซเว่นฯ เอมโอชาเกิดจากความมุ่งมั่นของ “ลดาวัลย์” ที่เริ่มต้นธุรกิจอาหารจากการทดลอง พัฒนา และรับฟังความคิดเห็นของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง จนสามารถต่อยอดเป็นน้ำพริกปลาร้ากรอบและน้ำพริกปลาทูกรอบ ภายใต้แบรนด์ Spunky Food และได้รับโอกาสวางจำหน่ายในเซเว่น อีเลฟเว่น แม้สินค้าในช่วงแรกจะยังไม่ประสบความสำเร็จด้านยอดขาย แต่ค
จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ของแม่ที่อยากหารายได้เสริมเข้าบ้าน สู่ก้าวแรกของการเข้าสู่ธุรกิจน้ำยาทำความสะอาดที่ได้ลูกสาวมาช่วยต่อยอดให้เติบโต ตอบโจทย์สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของผู้ใช้ ในคอลัมน์ Entrepreneur “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะพาไปดูจุดเริ่มต้นและการเติบโตที่ “ไม่หยุดพัฒนา” ของแบรนด์ “I-Richly” (ไอริชลี่) ผ่านมุมมองของรุ่นแม่ ปราณี งอกงาม และ ดรีม-กนกวรรณ งอกงาม ทายาทธุรกิจ บริษัท ไอ-ริช แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เช่น น้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม และน้ำยาถูพื้น ฯลฯ ที่สร้างรายได้เกือบ 30 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา จุดเริ่มต้นของ “ไอริชลี่” น้ำยาทำความสะอาด ก่อนมาเป็น “ไอริชลี่” แบรนด์น้ำยาทำความสะอาดรายได้เกือบ 30 ล้านต่อปี เริ่มต้นมาจากจุดเล็กๆ ของแม่บ้านคนหนึ่ง “ปราณี งอกงาม” อยากมีรายได้เสริมมาจุนเจือครอบครัว จึงเริ่มต้นรับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจากญาติมาขายหน้าบ้าน ขยับขยายสู่การออกบูธจนได้จับเงินก้อนแรก 4,700 บาท แต่ด้วยไม่สามารถควบคุมคุณภาพได้ และตอบคำถามลูกค้าได้ไม่ครบถ้วน เช่น ความปลอดภัย การใช้วัตถุดิบในการผลิต ฯลฯ จึงตัดสินใจผลิตสินค้าด้วยตัวเองเพราะอยากให้ค
Saboten หนึ่งในเชนร้านทงคัตสึที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1966 ที่ย่านชินจูกุ และสั่งสมความเชี่ยวชาญด้านทงคัตสึมายาวนานกว่า 60 ปี ปัจจุบันมีมากกว่า 600 สาขา ใน 10 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ ญี่ปุ่น ไทย แคนาดา จีน สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง มาเก๊า และฟิลิปปินส์ สำหรับประเทศไทย Saboten เป็นการร่วมทุนระหว่าง บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน) บริษัท โซจิทสึ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท กรีน เฮ้าส์ ฟู้ดส์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น เปิดสาขาแรกเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2551 และดำเนินธุรกิจต่อเนื่องมากว่า 18 ปี ปัจจุบันมีทั้งหมด 6 สาขา ได้แก่ เดอะ พรอมานาด เซ็นทรัล พระราม 9 เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า เทอร์มินอล 21 พระราม 3 เซ็นทรัล พัทยา และเจพาร์ค ศรีราชา ล่าสุด Saboten ประกาศรีเฟรชแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบ 18 ปี เพื่อรับมือการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาดร้านอาหารญี่ปุ่น พร้อมยกระดับภาพลักษณ์ร้านและประสบการณ์ของลูกค้า โดยยังคงจุดแข็งด้านคุณภาพอาหารภายใต้แนวคิด “เพิ่มคุณภาพ แต่ไม่เพิ่มราคา” คุณอภิเศรษฐ ธรรมมโนมัย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน) เผยว
