Featured
กลายเป็นปกติไปแล้ว เมื่อไปทานอาหารที่ร้านเสร็จ แล้วเรียกพนักงานเพื่อเก็บเงิน พร้อมกับคำถามแบบไม่ต้องเหนียมอายใครว่า มีบัตรอะไรได้ส่วนลดบ้าง และหากบัตรเครดิตใบไหนให้ส่วนลด พฤติกรรมโดยทั่วไปเราก็จะหยิบบัตรใบนั้นขึ้นมาใช้รูดชำระเงินทันที แต่ถ้าไม่มีก็จะต้องถามหาจากเพื่อนร่วมโต๊ะว่าใครมีบัตรใบดังกล่าวบ้าง แหม! ก็ส่วนลดที่ได้ 10-20 เปอร์เซ็นต์ คำนวณดูแล้วก็มิใช่น้อย เพื่อนที่มีบัตรเครดิตใบนั้นก็น่าจะยินดีที่จะให้รูด (ถ้าเพื่อนๆ ที่ไปทานข้าวกันพอไว้ใจกันได้และวงเงินไม่เต็มไปเสียก่อน) เพราะเมื่อเพื่อนๆ จ่ายเงินสดคืนให้เราแล้ว คนรูดยังได้คะแนนสะสมเข้าบัตรไปอีกเต็มๆ แบบไม่ต้องแบ่งใคร จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย คนไทยมีค่าเฉลี่ยในการถือบัตรเครดิตประมาณคนละ 2-3 ใบ นี่คือค่าเฉลี่ย บางคนมีมากถึง 10 ใบ ดังนั้น ก็ใช้วนไปค่ะ บัตรไหนให้ส่วนลดก็หยิบบัตรนั้นขึ้นมาใช้บ่อยหน่อย ตรงนี้เองก็ขึ้นอยู่กับแผนการตลาดของธนาคารแต่ละค่ายที่ใครจะเก่งกว่าในการเกี่ยวยอดใช้จ่ายผ่านด้วยการมีโปรโมชั่นที่น่าดึงดูดกว่า มุกโปรโมชั่นที่ง่ายที่สุด ก็เห็นจะเป็นส่วนลดที่ได้ 10-20 เปอร์เซ็นต์ อันนี้ลูกค้าน่าจะชอบที่สุด แต่การ
ยามนี้ “ปัว” อำเภอเล็กๆที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาของจังหวัดน่าน กำลังเพิ่มระดับความนิยมมากขึ้นตามลำดับ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวหนุ่ม-สาว ชาวฮิปสเตอร์จากทั่วสารทิศ ให้เดินทางไปเยี่ยมเยือนกันไม่ขาดสาย ความโดดเด่นของพื้นที่อันเป็น“จุดหมายปลายทาง”ของใครหลายคนนี้ น่าจะอยู่ที่ความงามตามธรรมชาติของ ท้องฟ้า แม่น้ำ ภูเขา ต้นไม้ รวมทั้งสีเขียวขจีของ “ทุ่งนา”ที่สามารถทอดมองไปได้ไกลจนสุด ลูกหูลูกตา ร้านกาแฟ บ้านไทลื้อ ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลศิลาแลง อำเภอปัว นับเป็นอีกหนึ่ง “ไฮไลต์”ของอำเภอน่าเที่ยวแห่งนี้ เพราะนอกจากรสชาติของเครื่องดื่มจะถูกปากบรรดาคอกาแฟแถมราคาไม่แพงด้วยแล้ว ร้านกาแฟบรรยากาศสุดชิคนี้ ยังมีซุ้มไม้มุงจาก ทอดยาวเรียงรายลงไปในผืนนา รอให้บรรดาอาคันตุกะจากต่างถิ่นเดินเลาะไปตามทางบนสะพานไม้ไผ่ก่อนไปนั่งรับลม ชมวิวกันแบบชิว-ชิว ได้แบบไม่คิดตังค์เพิ่ม เรียกว่าซื้อกาแฟแก้วละไม่กี่สิบบบาท แต่สามารถนั่งชมวิว “หลักล้าน”กันได้เลยทีเดียว คุณพนม แก้วเทพ อายุ 47 ปี เจ้าของกิจการ “ลำดวนผ้าทอ” ร้านจำหน่ายผ้าทอลายน้ำไหลไทลื้อ และสินค้าของฝากจากเมืองน่าน และกิจการร้านกาแฟ บ้านไทลื้อ สละเวลามาให้ข้อมู
เป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาเลย! สำหรับธุรกิจขายขนม ที่เริ่มต้นจากการทำงาน และริเริ่มด้วยตัวเองทั้งหมด จุดเริ่มต้น ที่ได้มาทำธุรกิจเบเกอรี่ เพราะต้องออกจากงานประจำที่ทำอยู่มาตลอด 10 ปี และจากความหลงใหลในคุณประโยชน์ของมะพร้าว โดยใช้ความชอบการทำขนมมาสร้างสรรค์ ใส่ไอเดีย และต่อยอดจากสิ่งที่หลงใหล สู่การทำเป็นธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้หกหลักต่อเดือน จนขยายตลาดส่งเบเกอรี่ขายในห้าง และมีพาร์ตเนอร์ในการทำเบเกอรี่ขายได้ เพราะต้องออกจากงาน จึงได้เริ่มต้นขายขนม คุณเสน่หา ชูสันติ หรือ คุณเอี่ยว อายุ 35 ปี เจ้าของร้านเบเกอรี่ แบรนด์ Bakery Mind by Aeiw เล่าให้ฟังว่า “เริ่มต้นจากตอนทำงานประจำ เป็นแมเนเจอร์ด้านงานประกันโทรศัพท์ มากว่า 10 ปี โดยมีความคิดว่าอยากมีธุรกิจส่วนตัวอะไรสักอย่างหนึ่งมาตลอด พยายามมองช่องทาง หาว่ามีรูปแบบที่จะสามารถทำได้ยังไงบ้าง ช่วงก่อนที่จะต้องได้ออกจากงานตอนนั้นคุณพ่อเสีย ช่วงนั้นเราก็คิดว่าจะซื้อเครื่องชงกาแฟ กับเตาอบเล็กๆ มาลองทำขนม เพื่อแก้เหงา และทำควบคู่ไปกับการทำงานประจำ การทำเบเกอรี่เริ่มจากการศึกษาจากยูทูบ ว่ามีอะไรที่เราพอจะสามารถทำได้บ้าง ก็ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ จนมาลอ
ความบังเอิญและภูมิปัญญาจากวิถีชีวิตของชาวบ้าน พลิกผันชีวิตและสามารถแก้วิกฤตให้เป็นโอกาส เปลี่ยนอาชีพและต่อยอดจากสิ่งที่มีมาดั้งเดิมไปสู่ความสำเร็จได้ จนสามารถสร้างอาชีพใหม่ สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ และกลายเป็นคนต้นแบบให้กับผู้อื่นได้อีกด้วย อย่าง คุณไตรศักดิ์ ศรีเสาวนิตย์ หรือ เฮียฮ้ง ชาวนาเกลือวัย 60 ปี ที่ตอนนี้ได้กลายมาเป็นเจ้าของบ่อเลี้ยงปลากะพง ด้วยเพราะเกิดจากความบังเอิญ จึงได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำนาเกลือเดิม มาทำบ่อเลี้ยงปลากะพงอยู่ที่ อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี เฮียฮ้ง เริ่มต้นเล่าให้ฟังถึงภูมิปัญญาชาวบ้าน จนมาสู่การต่อยอดอาชีพการเลี้ยงปลากะพงในพื้นที่นาเกลือนี้ว่า “แต่ก่อนก็ทำนาเกลือ ทำมาเกือบ 30 ปี โดยมีพื้นที่สำหรับทำนาเกลืออยู่ประมาณ 100 กว่าไร่ และมีพื้นที่ทำนาเกลือแปลงเล็กแปลงน้อยอีกหลายแปลง แต่ในพื้นที่อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ก็มีพื้นที่ทำนาเกลืออีกมากมาย พอมีพื้นที่ทำนาเกลือเยอะ เกลือก็ล้นตลาด ราคาก็ต่ำลง ชาวนาเกลือก็ขายไม่ค่อยได้ สำหรับการเริ่มต้นเลี้ยงปลากะพง ในพื้นที่นาเกลือ เกิดมาจากความบังเอิญในครั้งแรก เนื่องจากเห็นว่าปลาพวกปลาหมอเทศ ปลานิล สามารถเข้ามาอยู่ใ
สำนักข่าววอยซ์ออฟอเมริกา รายงานว่า ทีมนักวิจัยในสวีเดนค้นพบสารในผักบล็อกโคลี่ที่มีประสิทธิภาพในการลดระดับน้ำตาลในเลือดมีผลกับยาบำบัดเบาหวาน โดยนักวิจัยชี้ว่าบล็อกโคลี่มีสารชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “ซัลเฟอร์ราเฟน” ซึ่งในการทดลองหลายครั้งกับค้นพบว่า สารซัลเฟอร์ราเฟน มีประสิทธิภาพในการลดระดับน้ำตาลในเลือดของคนที่เป็นโรคเบาหวานได้ดีเท่ากับยาเม็ทฟอร์มิน สำหรับผลการศึกษานี้เป็นข่าวดีสำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่สามารถใช้ยาเม็ทฟอร์มิน เนื่องจากยาจะเป็นอันตรายต่อตับและระบบย่อยอาหาร “ด็อกเตอร์แอนเดอร์ส โรเซ็นเกร็น” ผู้เชี่ยวชาญแห่งศูนย์โรคเบาหวาน มหาวิทยาลัยลุนด์ ในสวีเดน ผู้ค้นพบศักยภาพของสารซัลเฟอร์ราเฟนในบล็อกโคลี่ เล่าว่า ทีมงานคิดว่าผลการวิจัยสร้างความตื่นเต้นอย่างมาก เนื่องจากตลอดหลายปีมีการอ้างถึงสรรพคุณของอาหารหลายอย่างว่ามีผลดีต่อสุขภาพ แต่ไม่มีหลักฐานยืนยัน งานวิจัยระบุว่า การทดลองรักษาผู้ป่วยเบาหวานนาน 12 สัปดาห์ มีผู้ป่วยเป็นเบาหวานประเภทที่ 2 ร่วมการวิจัย 97 คน ทีมวิจัยพบว่าสารซัลเฟอร์ราเฟนช่วยลดระดับน้ำตาลในกระเเสเลือดลงได้ 10 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม ทั้งนี้ผลการทดลองนี้ตีพิม
ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม ดำเนินการวิจัยพัฒนาพันธุ์ข้าวจากเทคโนโลยี”ต้นน้ำ-สู่-ปลายน้ำ”ทำให้เกษตรกรมีเมล็ดพันธุ์ดี มาตั้งแต่ปี 2548 ปัจจุบัน ที่ศูนย์ฯ แห่งนี้มีผลิตภัณฑ์จากข้าวหลากหลายรูปแบบ เพื่อฉีกตลาดออกไป ไม่ว่าจะเป็น ข้าวไรซ์เบอร์รี่บรรจุถุง ข้าวไรซ์เบอร์รี่อบกรอบ เครื่องดื่มน้ำข้าวหอมมะลิ ข้าวไรซ์เบอร์รี่ และข้าวหอมนิล จมูกข้าวไรซ์เบอร์รี่ เส้นขนมจีนข้าวไรซ์เบอร์รี่ ทองม้วนข้าวไรซ์เบอร์รี่ และมินิเบอร์เกอร์จากข้าวไรซ์เบอร์รี่ ซึ่งการแปรรูปข้าวกล้องพันธุ์ดี รวมถึงการพัฒนาข้าวกล้องไทยให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่หน่วยงานราชการ อย่าง กรมการค้าต่างประเทศ โดยคุณดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดี ให้ความสนใจและสนับสนุน เพื่อยกระดับรายได้ของพี่น้องเกษตรกรไทย คุณญานทัศน์ แสงปาก คุณญานทัศน์ แสงปาก ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว เผยว่า ข้าวไรซ์เบอร์รี่ได้รับการตอบรับดีมากจากผู้บริโภค ซึ่งทางศูนย์ฯ ได้ผลิต ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ออกมาเพื่อฉีกตลาด รวมทั้งแสดงให้เห็นว่า ข้าวกล้องไทย สามารถแปรรูปออกมาได้อีกมากมาย อย่างไม่มีข
กล้วย…เป็นพืชอาหารที่มีวิตามินเกลือแร่ที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพผู้บริโภค กล้วยที่เรารู้จักมักคุ้นกันดี เช่น กล้วยหอม กล้วยไข่ หรือกล้วยน้ำว้า กล้วยปลูกได้ทั้งในหัวไร่ปลายนา หรือปลูกในเชิงธุรกิจ ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจแปรปรวน การปลูกกล้วยจึงเป็นหนึ่งพืชที่มาแรงและน่าสนใจ เพื่อการยกระดับรายได้นำไปสู่การยังชีพที่พอเพียงและมั่นคง วันนี้จึงนำเรื่อง กล้วย พืชแซมในสวนไม้ผล มหัศจรรย์พืชเศรษฐกิจ สร้างรายได้สู่วิถีมั่นคง มาบอกเล่าสู่กัน คุณเสน่ห์ ในจิตร เกษตรอำเภอน้ำขุ่น แนะนำการตัดแต่งกิ่งต้นทุเรียนที่เป็นพืชหลัก คุณเสน่ห์ ในจิตร เกษตรอำเภอน้ำขุ่น เล่าให้ฟังว่า กล้วยเป็นพืชที่ปลูกและเจริญเติบโตได้ดีในทุกพื้นที่ของประเทศไทย และสภาพพื้นที่อำเภอน้ำขุ่นก็มีความเหมาะสมที่จะปลูกกล้วยได้ดี ต้นกล้วยต้องได้รับน้ำพอเพียง ใส่ปุ๋ยตามสูตร ถูกอัตราส่วน และใส่ตามระยะเวลา หรือป้องกันกำจัดศัตรูได้ก็จะเจริญเติบโตได้ผลผลิตกล้วยดีมีคุณภาพ โรคและแมลงศัตรูกล้วย กล้วยมีโรคและแมลงศัตรูเข้ามารบกวนทำลายน้อย เช่น โรคไฟทอปทอร่า มันจะทำให้รากเน่า โคนเน่า ใบเหลืองแห้ง หรือที่เรียกว่าตายพราย ป้องกันได้ด้วยการเลือกหน่อกล้วยพันธุ์ด
เพจซินหัวของจีนรายงานว่า หลังจากฉีกซองไอศครีมพริก ก็พบว่าไอศครีมข้างในแบ่งเป็นสองสี ด้านบนเป็นสีน้ำตาล ด้านล่างเป็นสีขาว ซึ่งส่วนสีน้ำตาลนั้นทำมาจากช็อคโกแลต “ตอนแรกเป็นรสช็อคโกแลต แต่พอกลืนลงคอกลับเป็นรสเผ็ด” ส่วนชาวเน็ตจีนนั้นต่างก็ฮือฮา และให้ความเห็นต่างๆนานา บางคนก็บอกว่า “พอกัดไปก็รู้สึกถึงรสชาติที่ร้อนดั่งไฟและเย็นเหมือนน้ำแข็ง” บางคนก็คิดว่า “ไม่ค่อยเผ็ดเท่าไหร่” เห็นอย่างนี้แล้วอยากลองบ้างหรือไม่? ที่สำคัญ ซองของไอศครีมเขียนเป็นภาษาไทยว่า “ไอศกรีม พริก” ที่มา ข่าวสดออนไลน์
เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้เดลี่ของจีนรายงานว่า บรรดาพ่อแม่เรียกร้องให้รัฐบาลสั่งห้าม “หน้าไม้ไม้จิ้มฟัน” ของเล่นเด็กยอดฮิตตัวใหม่ ซึ่งแพร่ระบาดไปทั่วจีนเหมือนไฟลามทุ่งในหมู่เด็กนักเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาของจีน ถึงแม้จะมีขนาดเล็กมาก แต่ก็ทรงพลังมากพอเจาะลูกโป่งให้แตกและทะลุกระดาษแข็งได้ ด้วยความเร็ว 256 ก.ม./ช.ม. และหากใช้เข็มเย็บผ้าก็จะกลายเป็นอาวุธอันตราย ซึ่งการทดสอบพบว่า สามารถทำให้กระจกร้าวได้ หากยิงออกไปตรงๆ ลูกโป่งแตก หน้าไม้ไม้จิ้มฟันหาซื้อได้ง่ายจากเว็บขายของออนไลน์ และมีจำหน่ายตามร้านขายของเล่นทั่วไป สนนราคาของเล่นชิ้นนี้อยู่ที่ราว 10-100 หยวน (50-500 บาท) ทะลุกระดาษแข็งไปเจาะลูกโป่งแตก พ่อค้าร้านขายของเล่นกล่าวว่า เป็นที่นิยมเป็นอย่างมากจนขายหมดอย่างรวดเร็วและต้องสั่งของล็อตใหม่ ขณะเดียวกันในโลกออนไลน์มีคลิปวิดีโอสาธิตขั้นตอนการทำหน้าไม้ไม้จิ้มฟันด้วยตัวเองอย่างละเอียด ทำกระจกร้าว-กระเด็นกลับเข้าตัว แต่ผู้ปกครองหลายคนแสดงความไม่พอใจ และย้ำผลเสียหากเผลอยิงลูกดอกเข้าลูกตาเด็ก จึงเชื่อว่าไม่ควรเป็นของเล่น พร้อมการเรียกร้องให้รัฐบาลสั่งห้ามก่อนจะคนบาดเจ็บสาหัสจากของเล่นอันตรายชิ้นนี้
ภาพชินตาทั่วไป “นางกวัก” วัตถุมงคลรูปร่างเหมือนผู้หญิง มักแต่งกายด้วยชุดไทยประดับประดาเครื่องทอง นั่งคุกเข่าแบบเทพธิดา ทำท่ายกมือขึ้นกวัก และตามตำนานความเชื่อ นางกวักนั้นเป็นเทพี “กวักเรียก” ความเป็นมงคลและโชคลาภมายังผู้ครอบครองบูชา ส่งผลให้บรรดาเจ้าของธุรกิจร้านค้าไทยน้อยใหญ่ นิยมบูชาไว้ในร้านของตนกันมาแต่ไหนแต่ไร ล่วงเข้ายุค 4G นางกวักแบบชินตาดั้งเดิม ได้ถูกนักออกแบบรุ่นใหม่ ทำการลดทอนรูปลักษณ์และปรับเปลี่ยนสัญลักษณ์บางอย่างให้เข้ากับยุคสมัย ก่อนตั้งชื่อเรียกขานให้เป็นสากลว่า “มิสเวลคัม” ซึ่งคอลเล็กชั่นแรกที่ถูกนำมาทดลองตลาด เสนอขายทางออนไลน์ สุดท้ายสามารถขายได้หมดภายในครึ่งชั่วโมงเท่านั้น คุณไผ่-ปัญจพล กุลปภังกร และ คุณนก-ธันย์ชนก ยาวิลาศ สองนักออกแบบวัยสามสิบเศษ หุ้นส่วนผู้ผลิตและจำหน่าย “มิสเวลคัม” ช่วยกันแนะนำตัวให้รู้จักพอสังเขป ทั้ง 2 คนจบการศึกษาระดับปริญญาโท ด้านการออกแบบจากประเทศอังกฤษ ก่อนแยกย้ายไปทำงานตามสายที่ตัวเองถนัด เพิ่งกลับมารวมตัวกันทำงานด้านศิลปะ ในนาม This means That Studio (ดีส มีนส์ แดท สตูดิโอ) เมื่อราว 3 ปีที่แล้ว “พวกเราสนใจในเรื่องของภาษาการออกเเบบและความเช
