Featured
โดยทั่วไปเราจะเห็นการเพาะเห็ด เพาะกันในโรงเรือน แต่คราวนี้พาไปชมการเพาะเห็ดในกระถาง เหมือนการปลูกไม้ประดับเลย นั่นคือเห็ดตีนแรด ด้วยการเพาะที่ไม่ยากและรสชาติอร่อย เห็ดตีนแรดต้นนี้ เป็นภาษาที่เรียกกันทางภาคอีสาน แต่ถ้าเป็นกลางจะเรียก เห็ดตับเต่าขาว และทางภาคเหนือเรียกว่าเห็ดจั่นมีลักษณะดอกใหญ่ สีขาว มีลักษณะสวยงาม เห็ดตัวนี้สามารถนำก้อนเชื้อปลูกในกระถางเหมือนกับการปลูกต้นไม้ทั่วไป ได้เลย และตัดดอกได้เหมือนตัดไม้ประดับ ซึ่งน่าจะเป็นเห็ดสำหรับคนเมืองได้เป็นอย่างดี เนื่องจากไม่ต้องมีโรงเรือน สำหรับ วัสดุเพาะในการผลิตถุงเชื้อ ประกอบด้วย ขี้เลื่อยไม้ยางพารา , รำละเอียด , ยิปซั่ม 2 กิโลกรัม, ปูนขาว และ ดีเกลือ ทั้งนี้ เห็ดตีนแรดยังสามารถเจริญได้ใน ฟางแห้งสับผสมกับซังข้าวโพดป่น, ซังข้าวโพดป่นล้วน, ไส้นุ่นล้วน, ฟางสับล้วน, ฟางหมักกับขี้ม้าหรือปุ๋ยเคมี หรือจะใช้วัสดุหลายอย่างผสมกันในอัตราส่วนต่างๆ ส่วนการบรรจุถุง ใช้ถุงสำหรับการเพาะเห็ดโดยเฉพาะ ขนาด 6.5 x 12.5 นิ้ว โดยกรอกวัสดุเพาะลงถุง แล้วทุบให้แน่นที่สุด ใส่คอขวดพลาสติกแล้วปิดด้วยจุดสำลี จากนั้นนำไปนึ่งฆ่าเชื้อในหม้อนึ่ง มีความร้อนประมาณ 100
อารย จารุธาณินทร์ หรือ “วิว” เด็กหนุ่มไฟแรงวัยเพียง 24 ปี ศิษย์เก่าวิทยาลัยดุสิตธานี คณะการจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหาร ลุยธุรกิจเปิดร้านสเต๊กในตู้คอนเทนเนอร์ ตั้งชื่อร้านว่า “พอร์เทอร์เฮ้าส์” โชว์จุดเด่นใช้เนื้อสัตว์อนามัย ได้รับเครื่องหมาย Q รับรองโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครีเอทเมนู “สเต๊กถาด” เพื่อเอาใจวัยโจ๋โดยเฉพาะ เปิดขายได้เพียง 7 เดือน รายได้แต่ละเดือนราว 3 แสนบาท กระแสตอบรับดีเกินคาด ขยายธุรกิจรูปแบบแฟรนไชส์ วัตถุดิบพรีเมี่ยม เสิร์ฟในตลาดนัด ก่อนที่คุณวิวจะเปิดร้านสเต๊กพอร์เทอร์เฮ้าส์ ในอดีตเขาเคยเปิดร้าน เลอ มาแตง สเต็กฮัท รวมถึงขายแฟรนไชส์ ขายดีมากมีราว 50 สาขา ทั้งกรุงเทพฯและต่างจังหวัด แต่เจอปัญหาแฟรนไชส์ซี (ผู้ที่มาซื้อ แฟรนไชส์) ปรับเปลี่ยนวัตถุดิบ ไม่ใช้ตามที่เงื่อนไขกำหนด หนที่สุดยุติการขายแฟรนไชส์ แล้วรีแบรนด์ใหม่ ใช้ชื่อร้านว่า “พอร์เทอร์เฮ้าส์” “ผมชอบการทำอาหาร ชอบทานอาหาร โดยเมนูที่โปรดปราน คือ เสต๊กเนื้อวัว เลยเลือกเรียนทางด้านอาหารตั้งแต่หลังจบมัธยมศึกษาปีที่ 3 กระทั่งจบปริญญาตรีที่วิทยาลัยดุสิตธานี คณะการจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหาร ระหว่างเรียนก็เปิดร้
คุณฤชัย วงศ์สุวัฒน์ ที่ปรึกษาวิสาหกิจชุมชนเพาะเลี้ยงแปรรูปสัตว์น้ำจังหวัดพัทลุง เปิดเผยว่า ทางกลุ่มผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจังหวัดพัทลุงจำนวนหนึ่งได้รวมกลุ่มกันดำเนินการจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนเพาะเลี้ยงแปรรูปสัตว์น้ำจังหวัดพัทลุง โดยมี คุณศักดิ์นรินทร์ ทองสีดำ เป็นประธานกรรมการ และทางวิสาหกิจชุมชนเพาะเลี้ยงแปรรูปสัตว์น้ำจังหวัดพัทลุง ทำบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) กับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีพัทลุง โดยจะใช้พื้นที่ทางการศึกษา ของสาขาวิชาประมง ซึ่งมีอาคารโรงเพาะฟักสัตว์น้ำ แปรรูป บ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ให้เป็นแหล่งเรียนรู้กับนักศึกษาและประชาชนโดยทั่วไป จะก่อให้เกิดประโยชน์เป็นอย่างมากทางด้านการศึกษา ด้านอาชีพ และรายได้ให้กับประชาชน และนักศึกษาของวิทยาลัยเกษตรกรรม ที่เมื่อเรียนจบแล้ว ก็จะเข้าทำงานในวิสาหกิจชุมชนเพาะเลี้ยงแปรรูปสัตว์น้ำจังหวัดพัทลุง และประกอบอาชีพได้ คุณฤชัย กล่าวอีกว่า จะเกิดผลดีต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในจังหวัดพัทลุงและจังหวัดใกล้เคียงทางภาคใต้ ซึ่งเดิมจะต้องสั่งลูกปลามาจากจังหวัดนครนายกและจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นต้น ต้องเพิ่มต้นทุนการผลิต เพราะค่าขนส่งเป็นเงินจำนวนมา
หากใครได้มีโอกาสผ่านไปผ่านมายังจังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อเข้าสู่อำเภอสามชุกก่อนที่จะมุ่งไปยังจังหวัดชัยนาท จะเห็น 2 ข้างทาง เรียงรายไปด้วยร้านพวงมาลัย ที่ใครพบเห็นแล้วเป็นต้องจอดซื้อเพื่อคล้องกราบไว้สิ่งศักดิ์ประจำรถรถก่อนที่จะออกเดินทางไกล ผู้สื่อข่าวเทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์ ได้มีโอกาสผ่านในแถบย่านนี้จึงได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณพูลศักดิ์ คำหอม อยู่บ้านเลขที่ 422 หมู่ที่ 5 ตำบลสามชุก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรรบุรี เล่าให้ฟังว่า ชุมชนย่านนี้ได้ร้อยพวงมาลัยเป็นอาชีพที่หล่อเลี้ยงครอบครัวกันมามากกว่า 30 ปีแล้ว ซึ่งสมัยก่อนที่เขายังป็นเด็ก ก็จะใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียนและวันหยุดเสาร์อาทิตย์ช่วยที่บ้านร้อยพวงมาลัย คุณพูลศักดิ์ คำหอม “ที่นี่เรียกว่าทำกันมานานมาก เรื่องร้อยพวงมาลัย ซึ่งที่บ้านผมก็จะเน้นปลูกดงมะลิเอง เพื่อเป็นการลดต้นทุน เพราะมะลิเดี๋ยวนี้แพงมาก ถ้าช่วงที่ราคาขึ้นจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 600-1,000 บาท แต่ถ้าเรามีดงมะลิเอง จะลดเรื่องราคาค่าซื้อมะลิมาได้มาก อย่างวันหนึ่งก็จะได้กำไรตกวันละ 3,000 บาท เพราะเราจะขายขาจรจากคนที่ผ่านไปผ่านมา และก็ตามตลาดนัดที่แม่ไปส่งขายให้”คุณพูลศักดิ์ กล่าว ซึ่งค
ในช่วงเวลาปลายปีที่แล้วราคาข้าวตกลงเป็นอย่างมาก สร้างความทุกข์ร้อนให้กับชาวนา และทำให้ชาวนาต้องดิ้นรนที่จะทำการสีข้าวและขายข้าวเองตรงไปยังผู้บริโภคแทนที่จะขายให้กับโรงสีเหมือนในอดีตที่ผ่านมา ท่ามกลางความยากลำบากก็ย่อมสร้างโอกาสที่จะพัฒนาตนเอง หลายท่านก็เริ่มเรียนรู้ในการใช้เครื่องมือดิจิตอล เช่น โซเชียลมีเดีย เฟซบุ๊ก มาช่วยในการทำการขายข้าวโดยตรง ใช้ไลน์ในการติดต่อพูดคุยกับลูกค้า แถมยังใช้การแชร์ตำแหน่งที่ตั้งเพื่อนัดลูกค้ามารับสินค้าตามสถานที่กำหนด ผู้เขียนเชื่อว่าในปีต่อๆ ไปด้วยประสบการณ์เหล่านี้จะทำให้ชาวนาและผู้บริโภคมีการเปลี่ยนพฤติกรรมไป และจะทำให้เกิดผลกระทบแบบฉับพลันทันใดอันเนื่องมาจากกระแสดิจิตอล (Digital Disruption) ในวงจรห่วงโซ่การค้าข้าว การที่เกษตรกรขายสินค้าตรงไปยังผู้บริโภค ในยุโรปเองได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก มีการเปิดตลาดนัดสินค้าเกษตร (Farmer Market) ในพื้นที่เขตเมืองเพื่อให้ผู้บริโภคกับเกษตรกรเจอกันโดยตรง โดยมีการกำหนด 1 วันของทุกสัปดาห์ที่เกษตรกรจะนำสินค้ามาขาย ผู้บริโภคก็สามารถจะซื้อสินค้าจากผู้ผลิตด้วยความมั่นใจว่าสินค้าสดใหม่ โดยในปัจจุบันได้มีการพัฒนาใช้เทคโนโลย
ภาพแมวการ์ฟิลด์ ที่เคยออกฉายเป็นการ์ตูน ผุดภาพขึ้นในหัวทุกครั้ง เมื่อมีใครเอ่ยถึงแมวตัวใหญ่ สีส้ม อ้วนกลม สีหน้าและดวงตาฉายแววขี้สงสัยแฝงความน่ารักตลอดเวลา พานให้นึกไปถึงว่า นอกจากแมวที่ถูกวาดขึ้นเป็นภาพการ์ตูน เรียกว่า การ์ฟิลด์ แล้ว จะมีแมวจริงที่ไหนเหมือนแมวการ์ฟิลด์อีกไหมหนอ แท้ที่จริงมีอยู่แล้ว แต่ไม่ได้เป็นที่รู้จักทั่วไป อาจเป็นเพราะแมวที่มีลักษณะเช่นเดียวกับแมวการ์ฟิลด์ในการ์ตูน เป็นแมวที่มีถิ่นกำเนิดในต่างประเทศ และราคาค่อนข้างสูง หากเทียบกับแมวสายพันธุ์อื่น เจ้าแมวการ์ตูนที่ใครๆ หลงรักพันธุ์นี้คือ แมวสายพันธุ์ บริติช ชอร์ตแฮร์ ที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอังกฤษ ได้รับความนิยมเลี้ยงแพร่หลายทั้งในประเทศอังกฤษและอีกหลายประเทศในแถบยุโรป เป็นแมวที่ได้รับการยอมรับจากสมาพันธ์แมวทั่วโลก โดยอิงมาตรฐานสำคัญจาก GCCT (Governing Council of the Cat Fancy) ในประเทศอังกฤษ แล้วถ้าคนไทยในประเทศไทยอยากเลี้ยงบ้าง จะทำอย่างไร คุณภาคภูมิ ครุฑหิรัณย์ เจ้าของลพบุรีฟาร์ม เป็นหนึ่งในผู้นำเข้าพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์แมวบริติช ชอร์ตแฮร์ จากต่างประเทศ ให้คำตอบเรื่องนี้ว่า แมวสายพันธุ์บริติช ชอร์ตแฮร์ ยังมีฟาร์
เมื่อราวปี 2555 ผู้เขียนได้มีโอกาสไปดูงานการเกษตรที่ไต้หวัน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อเข้าชมงานเทศกาลมะม่วงประจำปีของไต้หวันและดูงานการเกษตรอื่นๆ ด้วย การดูงานในครั้งนี้ได้มีโอกาสเข้าชมสวนชมพู่ของเกษตรกรรายหนึ่งที่ ตำบลหยวนซาน (Yuanshan) เมืองยี่หลาน (Yilan) ซึ่งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไต้หวัน และจัดเป็นสวนชมพู่ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของเกาะไต้หวัน และปลูกชมพู่มานานประมาณ 30 ปี อาจารย์ประทีป กุณาศล ผู้เชี่ยวชาญไม้ผลท่านหนึ่งของเมืองไทยเคยคุยกับผู้เขียนว่า ไต้หวันเป็นแหล่งผลิตชมพู่ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของโลก ไม่ว่าจะเป็นด้านพัฒนาสายพันธุ์, การจัดการสวน และการปรับปรุงคุณภาพของผลผลิต เมื่อผู้เขียนได้เข้าไปดูในแปลงปลูกชมพู่ของเกษตรกรไต้หวันรายหนึ่งเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม 2555 ต้องยอมรับว่าเป็นแปลงปลูกชมพู่ที่มีการจัดการสวนที่ดีมาก หลายคนอาจจะไม่เชื่อว่าต้นชมพู่ของสวนแห่งนี้มีอายุต้นได้ 28 ปี เส้นผ่านศูนย์กลางของต้นเฉลี่ย 10-12 นิ้ว มีการควบคุมทรงพุ่มให้ความสูงของต้นเฉลี่ย 3-4 เมตรเท่านั้น ทางด้านสายพันธุ์ที่ปลูก เจ้าของสวนบอกว่า นำพันธุ์มาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ไม่ได้ระบุประเทศ คา
สัพเพเหะกับคุณตุ๊ก: ทำยังไงดีกับค่าเทอมลูก ค่าเทอมลูกแพงเปิดเทอมทีนึงจะทำยังไงดี วันนี้มีเคล็ดลับส่วนตัวมาแนะนำค่ะ เมื่อก่อนค่าเทอมลูกเทอมหนึ่งหลายหมื่นและค่ารถโรงเรียนอีก เปิดเทอมทีหนึ่งก็หนักเงินอยู่ ใช้วิธีง่ายๆแบบนี้ค่ะ เอาค่าเทอม 2 เทอมมารวมกันแล้วหาร 12 เดือน เป็นเงินเท่าไรก็แบ่งเก็บตามนั้นทุกๆเดือน ขึ้นอยู่กับว่าเริ่มเก็บเดือนไหน ถ้าเริ่มช้า เปิดเทอมแรกก็จ่ายค่าเทอมเต็มๆไปก่อน เดือนถัดไปก็เริ่มเก็บวิธีนี้ เทอมถัดไป ก็จะเข้าระบบ ถ้ามีโบนัสออกแนะนำให้ฝากบางส่วนเข้าบัญชีค่าเทอมด้วย จะได้เป็นค่าเสื้อผ้า ค่าหนังสือ ฯลฯ เก็บค่าเทอมลูกวิธีนี้ แบ่งเบาได้ดีค่ะ ส่วนค่าเรียนพิเศษหรือค่ากิจกรรมต่างๆ ลองดูเอาค่ะว่ามีค่าอะไรบ้างจะเก็บรวมหรือแยกกับบัญชีนี้หรือไม่แล้วแต่ศักยภาพค่ะ ดิฉันเก็บค่าเทอมให้ลูกแบบนี้ตั้งแต่เรียนประถม จนจบมหาวิทยาลัย ซึ่งค่าเทอมในมหาวิทยาลัยถูกกว่าเยอะ เรายังเอาเงินเก็บนี้เป็นค่าขนมลูกรายเดือนได้อีกค่ะ โดยไม่ต้องรบกวนบัญชีเงินเดือนเราเลย ลองดูกันนะคะ อย่างที่เรียนให้ทราบว่าไม่ได้อิงทฤษฎีใดๆ เล่าจากประสบการณ์ส่วนตัวล้วนๆค่ะ ได้ผลดีเลยนำมาเล่าต่อค่ะ
การทำธุรกิจร้านอาหารในปัจจุบันมีการแข่งขันที่ค่อนข้างสูงมาก เนื่องจากเจ้าของธุรกิจ หรือผู้ประกอบกิจการต่างก็ต้องการแย่งชิงผู้บริโภคกันอย่างดุเดือด ด้วยวิธีการดึงดูดลูกค้าที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะด้วยทำการตลาด ทำโปรโมชั่น การตกแต่งร้าน เมนูอาหารที่แปลกแหวกแนว มีเรื่องราวของเมนูอาหาร หรือไม่ก็ขายความใหญ่ของอาหาร เป็นต้น แตกต่างกันที่วิธีการ แต่ก็มีจุดมุ่งหมายอย่างเดียวกันคือ ต้องการให้มีผู้บริโภคเข้าร้าน จากความชอบเข้าครัว และชอบกิน และได้คลุกคลีกับธุรกิจร้านอาหารมาตั้งแต่เริ่มทำงาน คุณนวลฉวี ศรีสุราช เจ้าของร้านทูเดย์สเต๊ก สามย่าน วัย 36 ปี ที่เปิดกิจการทำร้านสเต๊กมากว่า 10 ปี ในตลาดสามย่านใหม่ ย่านแฮงเอาต์ของคนวัยทำงานและนักศึกษา อายุ 19 ปี เปิดกิจการ เป็นเจ้าของร้านทูเดย์สเต๊ก คุณนวลฉวี เล่าย้อนความหลังให้ฟังว่า “เป็นเด็กจังหวัดสกลนคร หลังจากเรียนจบ ม.3 ตัดสินใจเข้ามาทำงานที่กรุงเทพฯ เริ่มต้นทำงานเป็นลูกน้อง ร้านขายส้มตำ แถวตลาดสามย่านเดิม ตอนนั้นก็ทำงานอยู่ได้สักระยะหนึ่งกับร้านส้มตำ รู้เลยว่าชอบการทำอาหาร การได้เข้าครัว พอดีเป็นจังหวะที่เจ้าของร้านส้มตำเขาอยากทำร้านขายสเต๊ก โดยตอนนั
ปัจจุบันขีดความสามารถในการพัฒนาและเข้าถึงเทคโนโลยีเกี่ยวกับ ระบบอินเตอร์เน็ต และสมาร์ตโฟน ของคนในสังคมเพิ่มสูงมากขึ้น แทบจะเรียกได้ว่า ใครๆ ก็สามารถเข้าถึงสิ่งเหล่านี้ได้ ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของโลก หรืออยู่บนพื้นที่ก็แล้วแต่ ขอเพียงแค่มีอินเตอร์เน็ตเข้าถึงในพื้นที่นั้น ก็สามารถเข้าถึงเรื่องราวบนโลกออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว และง่ายดาย คุณเสกสรร เทิดสิริภัทร หรือ ฉายา เสกสรร ปั้น Youtube เจ้าของไอเดียเด็ดที่สร้างช่องทางการสื่อสารและตัวตนผ่านทางยูทูบ เล่าให้ฟังว่า ก่อนนั้นเป็นครู มีอยู่วันหนึ่ง เจ้านาย บอกว่า อยากทำวิดีโอโปรโมตโรงเรียน โดยให้เราเป็นคนดูแลรับผิดชอบ จึงตัดสินใจไปซื้อกล้องที่ถ่ายวิดีโอได้ ก็เริ่มศึกษาว่าจะทำวิดีโอทำกันอย่างไร ก็เริ่มต้นทำ ทำมาเรื่อยๆ พบว่าตนเองสนใจและชอบเรื่องนี้ไม่น้อย จึงทำต่อไปเรื่อยๆ โดยอัพวิดีโอที่ทำเอง ไม่ว่าจถ่ายวิดีโอ ตัดต่อ หรือการเรียงลำดับเนื้อหา ซึ่งได้จากการลองผิดลองถูก และศึกษา โดยอัพขึ้นไปบนช่องทางยูทูบ จนกระทั่งได้กลายเป็นการสร้างแบรนด์ให้กับตัวเอง และมีชื่อที่รู้จักกันบนยูทูบ ว่า “เสกสรร ปั้น Youtube” มีคนเข้ามาติดตามช่องยูทูบของเรา เริ่มมีคนให้
