Featured
เป็นกระแสฮือฮาไม่น้อย สำหรับวงการกุ้งสวยงาม หรือที่เรียกกันว่า “กุ้งเครย์ฟิช” ที่ได้กลายมาเป็นสัตว์เลี้ยงสวยงามสวนกระแสธุรกิจและเศรษฐกิจในปัจจุบัน เพราะได้รับความนิยมจากทั้งคนซื้อ คนขาย หรือกระทั่งคนที่ต้องการซื้อมาเลี้ยงเพื่อเอาไว้ดูเล่น สำหรับวงการกุ้งเครย์ฟิช มองว่า กุ้งเครย์ฟิช เป็นกุ้งสวยงาม ซึ่งถือว่าเป็นสัตว์เศรษฐกิจ ที่น่าสนใจในการลงทุน และมีอัตราความสนใจการซื้อขายเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ทั้งเป็นที่นิยมของกลุ่มคนโดยเฉพาะที่มีตลาดค่อนข้างกว้างมากในสังคมอีกด้วย คุณอฐิพัลส์ อภิณัฐภูมิ์ เจ้าของฟาร์มเลี้ยงกุ้ง นายน์ เครย์ฟิช เผยว่า “ปัจจุบันตลาดกุ้งเครย์ฟิชเติบโต และได้รับความสนใจจากคนในสังคมเพิ่มมากขึ้น ตัวผมเองประกอบธุรกิจเกี่ยวกับหลอดไฟ และจอแอลอีดี มาตั้งแต่ต้นก่อนที่จะมารู้จักกับการเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิช ก่อนที่จะได้มาเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิช ก่อนหน้านี้สนใจการเลี้ยงกุ้งก้ามแดงมาก่อน แต่พอเอามาเลี้ยงจริง กลับไม่ประสบความสำเร็จ ต้องเลี้ยงเป็นระบบฟาร์มใหญ่ เลยต้องเลิกเลี้ยง แต่อุปกรณ์ที่เลี้ยงกุ้งยังอยู่ ประจวบกับได้รู้จักกุ้งเครย์ฟิช เลยศึกษาและเริ่มเลี้ยงเป็นงานอดิเรก จากความตั้งใจเดิมที่เลี้
แนะนำเข้ามาว่ามีสินค้าใหม่นำเสนอ สอดรับกับเทศกาลตรุษจีนพอดิบพอดี สำหรับครูออส-กิจพัฒน์ กล่ำโพธิ์ เจ้าของกิจการมานี มี กาแฟ ร้านดังแห่งเมืองพิษณุโลก “ขนมปุยฝ้ายอกแตก By มานี ชื่อ อกแตก นี้ มาจากชื่อเก่าของเมืองพิษณุโลก เมืองอกแตก หรือเมืองสองแคว นั้น ลักษณะคล้ายๆกัน คือ มีแม่น้ำผ่ากลางเมือง”ครูออส เริ่มต้นให้ฟังอย่างนั้น ก่อนบอกถึงที่มาที่ไป ทำไมต้องเป็น “ปุยฝ้าย” “ช่วงเทศกาลตรุษจีนทุกปี มักซื้อขนมปุยฝ้ายมาไหว้ แต่รสชาติไม่เคยถูกใจซักร้าน เลยคิดทำเอง เมื่อทำเอง จึงต้องแตกต่างและต่อยอดงอกเงยเป็นธุรกิจได้ด้วย ช่วงแรกลองขายเล่นๆวันแรก 50 แพ็ค หมดในพริบตา ต่อมาแม่ค้าคนกลาง เห็นว่านำไปขายต่อได้ เลยออร์เดอร์เข้ามาเยอะมาก” คุณออส บอกด้วยว่า ยุคนี้ไม่ว่าจะเป็นอาหารชนิดไหนก็ตาม ต่างต้องมีการจัดที่แตกต่าง หรือการนำเสนอที่น่าสนใจ ดึงดูดลูกค้าให้เดินเข้ามาเลือกซื้อให้ได้ ขนมปุยฝ้ายอกแตก ในแบบของเขา จึงทำออกมาเป็นรูปทรงส้ม แตงโม แก้วมังกร ที่สีสันสวยงาม น่ารัก สดใส เอาใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ และว่า ปุยฝ้ายอกแตก ของเขานี้ แม้เพิ่งเปิดตัวมาได้ราวหนึ่งสัปดาห์ แต่ปรากฎมีออร์เดอร์เข้ามาตลอด วันละประมาณ
“ ส้มกา ” เป็นส้มสายพันธุ์หายากที่คนไทยรุ่นใหม่ไม่ค่อยคุ้นหูนัก ความจริง ส้มกาก็คือ ส้มเช้ง เป็นส้มเปลือกหนาอีกสายพันธุ์หนึ่ง เกษตรกรบางรายเรียกผลไม้ชนิดนี้ว่า “ส้มตรา” ส้มชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมอยู่ในเมืองจีน เป็นผลไม้กึ่งเมืองร้อนตระกูลเดียวกันกับส้มทั่วๆ ไป คนจีนในสมัยก่อนได้อพยพย้ายถิ่นฐานมาหากินอยู่ในเมืองไทยก็ได้นำสายพันธุ์ส้มชนิดนี้เข้ามาปลูกด้วย โดยแหล่งใหญ่ที่ปลูกก็คือ ย่านบางมดนั่นเอง ส้มกา ให้ผลผลิตเพียงปีละหนึ่งครั้ง ส่วนใหญ่จะเก็บเกี่ยวผลผลิตออกขายในช่วงเทศกาลตรุษจีน ชาวจีนนิยมใช้ในพิธีไหว้บรรพบุรุษ คำว่า ส้มในภาษาจีนออกเสียงว่า ไต่กิ๊ก แปลได้ 2 ความหมาย คือคำว่า ทอง และคำว่า ความสงบ ส้มกายังมีสรรพคุณเด่น คือ ช่วยให้เจริญอาหาร ช่วยในการขับถ่าย มีวิตามินซีสูง ช่วยป้องกันโรคหวัด โรคเลือดออกตามไรฟัน รักษาเหงือก คุณค่าทางอาหารให้แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม วิตามินซี ที่ผ่านมา เกษตรกรนิยมปลูกส้มกากันมากในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ราชบุรี และสมุทรสาคร รศ.ดร.ระวี เสรฐภักดี ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตรกำแพงแสน นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านส้มและมะนาว เล่าว่า ส้มกาหรือส้มตรา มี 2 พ
คุณดุลญา ไชยกาล หรือคุณเอิล์น วัย 28 ปี เจ้าของธุรกิจร้านเบเกอรี่โฮมเมดเล็กๆ ที่ขายผ่านโชเซียล เล่าให้ฟังว่า “เมื่อก่อนก็ทำงานประจำ เป็นพนักงานออฟฟิศมาก่อนที่จะตัดสินใจลาออกจากงาน เพราะมีลูก เลยจำเป็นต้องออกมาเลี้ยงลูก ช่วงที่ออกจากงานก็เคว้งอยู่พักหนึ่ง จึงหาอะไรทำ เลยมาสนใจการทำเบเกอรี่ ตอนแรกก็ทำเล่นๆ ก่อน ให้คนรู้จัก เพื่อนๆ ชิมกันก่อน ทุกคนก็ชอบ เลยทำขนมขาย เริ่มทำจริงจังช่วงเดือนตุลาคม ปี 59 ที่ผ่านมา ก็เริ่มขายมาตั้งแต่ตอนนั้นเริ่มจากทำเครปเย็นก่อน แล้วก็ทำบราวนี่ เพิ่งมารับทำออร์เดอร์ เค้กลูกส้ม ช่วงก่อนเทศกาลตรุษจีนเมื่อประมาณ 2-3 อาทิตย์ ก่อนช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้เอง ซึ่งคุณดุลญา บอกว่า เค้กลูกส้ม ที่ทำขายช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้ ได้ไอเดียมาจาก Chef ถึงสองคน จากกลุ่มโชเซียลที่มีสอนทำขนม เบเกอรี่ โดยได้สูตรการทำเนื้อเค้กมาจาก Chef คนแรก ส่วนสูตรของน้ำซอสที่ราดเค้กลูกส้ม ก็ได้มาจาก Chef อีกคนหนึ่ง ซึ่งก็เรียนรู้ผ่านโชเซียลเช่นกัน โดยเธอบอกกับทีมงานเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า สำหรับสูตรการทำขนมเค้ก ก็เหมือนการทำเค้กทั่วไป เพียงแต่เนื้อเค้กที่เธอทำคือเป็นเนื้อเค้กแบบซิบฟ่อน ที่เลือกเนื้อเค
แม้ จะมีงานประจำทำอยู่แล้ว แต่ก็ยังมองหาอาชีพเสริมระหว่างทำงานประจำไปด้วย และจากคำพูดเพียงประโยคเดียวของรุ่นพี่คนหนึ่ง ทำให้สมองคิดไอเดียเกี่ยวกับ “น้ำแข็ง” ได้มากมาย ถึงขั้นอยากทำธุรกิจเกี่ยวกับน้ำแข็งขึ้นมาทันที คำพูดประโยคนั้นคือ “รู้ไหม น้ำแข็งก้อนหนึ่ง ทำเงินได้มากขนาดไหน มันสามารถทำอะไรได้อีกเยอะ ขายน้ำแข็ง อาจทำให้ได้เงินมากกว่าขายอาหารหรือเสื้อผ้าด้วยซ้ำ” เพียงประโยคเดียวนี้ สามารถจุดประกายไอเดียเมนูน้ำแข็งไสอีกสารพัดเมนูขึ้นมาได้ ร้าน “น้ำแข็งใสนมใหญ่” เปิด 3 เดือนกระแสตอบรับดี คุณจตุประภา เจริญสุข หรือ คุณนุ่น เจ้าของร้าน “น้ำแข็งใสนมใหญ่” วัย 25 ปี เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังก่อนจะมาเปิดกิจการร้านน้ำแข็งไส ร้านเล็กๆ แต่ขายดี ของเธอให้ฟังว่า “หลังจากเรียนจบครุศาสตรบัณฑิต ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ก็ได้เข้าทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศ อยู่บริษัทเอกชนเกี่ยวกับซอฟต์แวร์แห่งหนึ่ง แต่ด้วยความที่เห็นเพื่อนมีธุรกิจเป็นของตัวเอง จึงมีความคิดอยากลองหาธุรกิจเล็กๆ ที่ตัวเองก็สามารถทำและดูแลได้เอง” หากย้อนกลับไปเมื่อกว่า 2 ปีก่อน คุณนุ่น บอกว่า เคยเปิดร้านชานมไข่มุกขายมาก่อน แต่ต้องห
จังหวัดสงขลา เป็นพื้นที่ที่มีต้นตาลมากอีกพื้นที่หนึ่งของประเทศไทย ด้วยสรรพคุณของลูกตาลที่สามารถช่วยแก้ไอ แก้เจ็บคอ ช่วยลดอุณหภูมิในร่างกายได้ รับประทานแล้วให้ความอร่อย หอมหวาน เนื้อนุ่มเป็นเอกลักษณ์ โดยลักษณะของต้นตาลคือ เป็นไม้ยืนต้น ใช้ระยะเวลาปลูกนานถึง 10 ปีกว่าจะให้ผลผลิต จึงทำให้ไม่มีคนนิยมปลูกกันมากนัก ทั้งเป็นพืชยืนต้นที่มีอายุยาวประมาณ 100-200 ปี ตาล หรือ โหนด ในประเทศไทยมีชื่อหลายชื่อคือ ภาคกลาง เรียกว่า ต้นตาลโตนด หรือเรียกสั้นๆ ว่า “ต้นตาล” ภาคใต้ เรียกว่า ตาลโตนด หรือ ต้นโหนด ชาวจังหวัดยะลาหรือปัตตานี เรียกว่า ปอเก๊าะตา คุณศิรินภา แสงทักษิณ วัย 39 ปี เจ้าของกิจการลูกตาลส่งออกรุ่นที่ 2 บริษัท หาดใหญ่ แคนนิ่ง จำกัด เล่าว่า “หลังเรียนจบปริญญาโท ที่ประเทศมาเลเซีย ก่อนที่จะเข้ามาบริหารงานที่บริษัทหาดใหญ่แคนนิ่ง ซึ่งเป็นกิจการของครอบครัว ต้องไปทำงานเป็นลูกจ้างของบริษัทอื่นก่อน เพื่อเรียนรู้การทำงานถึง 3 ปี ก่อนจะมาบริหารงานที่บริษัทและเข้ามาดำเนินงานต่อในฐานะทายาทรุ่นที่ 2 โดยคุณพ่อเป็นผู้ก่อตั้ง หากย้อนกลับไปเมื่อประมาณเกือบ 20 ปีก่อน ครอบครัวของเธอก่อตั้งธุรกิจเกี่ยวกับลูกตาล
เมื่อวันที่ 25 มกราคม ที่จ.อ่างทอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้พบกลุ่มจิตอาสา “นางฟ้าซาลอน” เป็นจิตอาสารับบริการแต่งหน้า ทำผมให้กับ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้พิการ แม้กระทั่ง ผู้เสียชีวิต รวมถึงผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือคู่บ่าวสาวที่กำลังถ่ายพรีเวดดิ้งบริเวณกลางทุ่งนา อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง ซึ่งเป็นคู่บ่าว-สาว โดยเจ้าสาว เป็นผู้พิการกระดูกผิดรูป ทั้งตัวตั้งแต่กำเนิด ไม่สามารถเดินได้ ทราบชื่อ นางจรูญศรี ศรีมันตะ อายุ 38 ปี เจ้าบ่าว นายบัญชา สาบุญธรรม อายุ 69 ปี ทั้งคู่เดินทางมาจาก จ.ยโสธร นางจรูญศรี เล่าว่า ตนและสามี อยู่กินกันมา ตั้งแต่ปี 2549 รวมถึงปัจจุบัน 11 ปี ไม่เคยมีพิธีแต่งงาน ตนมีความใฝ่ฝัน อยากเป็นเจ้าสาว แต่ติดขัด ทั้งสภาพร่างกาย และค่าใช้จ่ายในการจัดงาน จนมาวันนึง ตนได้เปิดเฟสบุ๊ค และได้พบกับ เพจ นางฟ้าซาลอน นางจรูญศรี กล่าวว่า จึงปรึกษากับสามี และร้องขอไปทาง เพจ และดีใจมากที่มีการตอบรับกลับมา ตนและสามี รู้สึกมีความสุขที่ฝันเป็นจริง และขอขอบคุณ ทางทีมงาน ซึ่งเป็นกลุ่มจิตอาสา สานฝันให้ตนและสามี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น และไม่แสดงความรังเกียจตน ที
ตัวแทนชาวจีนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย หลากหลายอาชีพ ทั้งสมาคม องค์กร นักศึกษา ร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงร่วมกันขับร้องและถ่ายทอดเพลงสรรเสริญพระบารมีเป็นภาษาจีนจีนกลาง เพื่อแสดงความจงรักภักดี และเพื่อเป็นการแสดงความอาลัยในวาระครบ 100 วัน แห่งการสวรรคตที่นำมาซึ่งความโศกเศร้าของทั้งชาวไทยและชาวจีน ขอบคุณที่มา 利力 ที่มา ข่าวสดออนไลน์
กล้วยไข่ เกษตรศาสตร์ 2 เกิดจากการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์กล้วยไข่ อาศัยเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ร่วมกับการใช้รังสีแกรมมาในการปรับปรุงพันธุ์ จากนั้นทำการคัดเลือกกล้วยไข่ที่มีลักษณะดี มีความคงตัวของสายพันธุ์ และสามารถตรวจสอบเอกลักษณ์ทางพันธุกรรมได้ กล้วยไข่เกษตรศาสตร์ 2 มีลักษณะเด่น เหมาะแก่การปลูกเพื่อการส่งออก เนื่องจากมีเหลืองอ่อนแม้ยังดิบ เนื้อละเอียดเนียน ไม่มีไส้กลาง คล้ายกล้วยหอมทอง ลักษณะภายนอก ผลป้อมปลายมน สีผิวเหลืองสดใส ปลายทู่ แต่ความยาวก้านผลยาวมากกว่าเดิม จึงทำให้การเรียงของผลภายในหวีเป็นระเบียบ ผลไม่เกยกัน การวางตัวในแต่ละเครือสวยงาม ทำให้ได้ผลผลิตที่สามารถส่งออกได้ต่อเครือสูงขึ้น ดังนั้น แม้จะปลูกในพื้นที่เท่าเดิม ปริมาณเท่าเดิม แต่สามารถเพิ่มปริมาณการส่งออกได้ ด้วยเหตุนี้ กล้วยไข่พันธุ์เกษตรศาสตร์ 2 ได้รับการคัดเลือกให้เป็นตัวแทน กล้วยไข่ ในการสร้างแบรนด์ผลไม้ไทยในต่างประเทศ จากโครงการ “Branding Project-Thai Produce and Grains กล้วยไข่” มีการขยายพันธุ์เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรได้ปลูกตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบัน กล้วยไข่พันธุ์เกษตรศาสตร์ 2 สามารถปลูกได้ทั้งที่ลุ่มและที่ดอน
อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เป็นอำเภอที่อยู่ใต้สุดของประเทศ ตั้งอยู่ในเทือกเขาสันการาคีรี มีภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสูง มีอากาศดี และมีหมอกตลอดทั้งปี ด้วยภูมิอากาศเช่นนี้ เอง อ.เบตง ในอดีต จึงเป็นแหล่ง ปลูกส้มโชกุนอย่างดี มีชื่อเสียง แต่ด้วยโรคระบาด และราคาไม่แน่นอน ทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่ พากันโค่นต้นส้มทิ้ง และหันไปปลูกยางพารา กระทั่งในปัจจุบัน เหลือพื้นที่ปลูกส้มโชกุน ในอำเภอเบตง ไม่ถึง 20 เปอร์เซนต์ และด้วยความที่ไม่ต้องการให้ ส้มโชกุน เบตง เหลือแต่เพียงชื่อในตำนาน หลายภาคส่วนในจังหวัดยะลา จึงร่วมมือกันสนับสนุนเกษตรกรให้กลับมาปลูกส้มโชกุน คุณสมชาย เชี่ยวชาญศิลป์ หรือคุณชาย วัย 45 ปี บัณฑิตสาขาวิชาโรคพืช คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เจ้าของสวนส้มโชกุน 20 ไร่ ที่อ.เบตง เป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญ ในการช่วยฟื้นฟู ส้มโชกุนเบตง ให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง ประวัติคร่าวๆ ของคุณชาย ก็คือ หลังจากจบปริญญาตรี คุณชายก็ทำงานไม่ต่างจากเพื่อนๆ ร่วมคณะอีกหลายคน นั่นคือเป็นพนักงานส่งเสริมการขายเคมีเกษตร ในบริษัทเอกชน ไม่ว่าจะเป็น บริษัทต่างชาติหรือ บริษัทคนไทย แต่สำหรับคุณชาย หลังจากเรียนจบ ทำงา
