Featured
ตู้ฟักไข่ไก่พื้นเมืองโมเดลกรมปศุสัตว์ เป็น 1 ใน 113 ผลงาน วิจัยสิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมคุณภาพ ที่นำเข้าร่วมประกวดในงานการประกวดผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปี 2560 ณ ห้องประชุมจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ชั้น 2 อาคาร วช. 1 ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจแก่นักวิจัยและประดิษฐ์ ในการสร้างสรรค์ผลงานวิจัยสิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมที่มีคุณภาพ เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศชาติ ตู้ฟักไข่ไก่พื้นเมืองโมเดลกรมปศุสัตว์ เป็นผลงานการวิจัยของศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์เชียงใหม่ ในสังกัดสำนักพัฒนาพันธุ์สัตว์ กรมปศุสัตว์ โดยคณะผู้วิจัยประกอบด้วย คุณอำนวย เลี้ยวธารากุล คุณดรุณี โสภา คุณเจนรงค์ คำมงคุณ คุณซิมโอน ปัญญา และ คุณประเสริฐ อยู่สอน คุณดรุณี โสภา และ คุณเจนรงค์ คำมงคุณ นำผลงานมาร่วมประกวดในงานการประกวดผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปี 2560 ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) คุณเจนรงค์ คำมงคุณ หนึ่งในคณะผู้ประดิษฐ์กล่าวถึงจุดเริ่มต้นการวิจัยพัฒนาจนได้ตู้ฟักไข่ไก่พื้นเมืองโมเดลกรมปศุสัตว์ว่า สืบเนื่องจากที่กรมปศุสัตว์ได้มีโครงการวิจัยพัฒนาจนไ
เนื่องในศุภวาระดิถีขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๐ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ได้จัดกิจกรรมพิเศษสักการะพระพุทธรูป ณ วังหน้า พระปฏิมาแห่งแผ่นดิน “กราบบูชาพระพุทธปฏิมาในพระมหากรุณาพระมหากษัตริยาธิราชเจ้า” โดยอัญเชิญพระพุทธรูปมงคลศักดิ์สิทธิ์โบราณ ๑๐ องค์ ให้ประชาชนกราบสักการบูชา ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพมหานคร มีพระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์สมัยสุโขทัยเป็นประธาน และได้คัดสรรพระพุทธรูปอีก ๙ องค์ ที่มีความสอดคล้องเชื่อมโยงกับบุรพมหากษัตริย์ในดินแดนประเทศไทยในอดีตจนถึงปัจจุบัน อันกอปรด้วยสุนทรียภาพความงามตามยุคสมัย สร้างขึ้นด้วยความศรัทธาของพุทธศาสนิกชน ทั้งยังเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริยาธิราชเจ้า ผู้เป็นทั้งพุทธบริษัทและอัครศาสนูปถัมภกมาช้านาน นำมาประดิษฐานให้ประชาชนสักการบูชา เพื่อน้อมนำถึงพระมหากรุณาธิคุณและอำนวยความสุขสวัสดิ์พิพัฒน์มงคล ในวาระแห่งการเริ่มต้นสู่ศักราชใหม่ สำหรับกิจกรรมพิเศษสักการะพระพุทธรูป ณ วังหน้า พระปฏิมาแห่งแผ่นดิน เนื่องในเทศกาลปีใหม่นี้ กรมศิลปากรได้จัดต่อเนื่อง
แม้มีอาชีพประจำ เป็นพยาบาลวิชาชีพอยู่แล้ว แต่ คุณอ๊อฟ หรือ คุณพัชรินทร์ ปิ่นทอง วัย 30 ปี ก็ยังสามารถหาอาชีพเสริม อันนำมาซึ่งรายได้เสริมให้กับตัวเองได้ คุณอ๊อฟ เป็นพยาบาลอยู่ที่โรงพยาบาลขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร โดยเป็นพยาบาลมาราว 7 ปี และใช้เวลาว่างหลังเลิกงาน ค้าขาย กล้วยกรอบคุณแม่ กำแพงเพชร ผ่านออนไลน์โดยส่งทางไปรษณีย์ และเพื่อนๆ ที่ทำงาน ที่มาที่ไปของการขาย “กล้วยกรอบคุณแม่ กำแพงเพชร” คุณอ๊อฟ เล่าว่า “ด้วยความที่จังหวัดกำแพงเพชร มีกล้วยเยอะ ทั้งกล้วยไข่ กล้วยน้ำว้า อย่างที่บ้านก็ปลูกกล้วย คุณแม่ก็เลยทดลองทอดกินกันเองในบ้าน แล้วก็เอามาฝากเพื่อนๆ ที่ทำงานด้วย เพื่อนก็บอกว่าอร่อย พร้อมกับถามว่า ทำขายมั้ย” จากจุดที่ทำกินเอง แจกเพื่อนกินเล่นๆ ก็มาถึงการทำเพื่อจำหน่าย โดยในช่วงเริ่มต้น ได้ออร์เดอร์จากเพื่อนๆ ก่อน ทีละ 500 กรัม ถึง 1 กิโลกรัม ไม่ได้มากมาย จากนั้น ก็ไปสู่การบอกกันปากต่อปาก ทำให้มีออร์เดอร์เยอะขึ้น ไม่เพียงแต่ ทำเพื่อส่งขายตามออร์เดอร์ แต่คุณอ๊อฟจริงจังกว่านั้น ด้วยการชวนคุณแม่ไปสำรวจในย่านตลาดการค้า ที่มีการค้าขายกล้วยและการแปรรูปกล้วย ว่าเขาทำกันอย่างไร ในตลาดมีการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุรินทร์ ให้นักศึกษาทำ “เค้กอาชีวะ” จำหน่ายในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ จนได้รับความสนใจจากชาวสุรินทร์จำนวนมาก เนื่องจากมีรสชาติที่อร่อยและราคาถูกกว่าท้องตลาด โดยจำหน่ายเพียงราคาปอนด์ละ 150 บาท ที่ขายบริเวณด้านหน้าวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุรินทร์ ซึ่งนักเรียน นักศึกษา จะรับสั่งและทำเค้ก ตั้งแต่วันที่ 25-31 ธ.ค. เพื่อหารายได้ให้กับทางสถาบัน และสร้างรายได้เสริมให้แก่นักศึกษา นำไปแบ่งเบาภาระครอบครัว อีกทั้งเป็นการสร้างประสบการณ์วิชาชีพ ได้ในอีกทางหนึ่งด้วย ในช่วงที่ผ่านมา นักศึกษากว่า 100 คน ต้องเร่งมือช่วยกันทำขนมเค้ก เพื่อให้ทันส่งมอบให้กับลูกค้าที่นิยมนำไปมอบเป็นของขวัญเทศกาลปีใหม่ นางนิดาภรณ์ เมฐาศุภกุล ลูกค้าขาประจำชาว จ.สุรินทร์ กล่าวว่า มาซื้อเค้กอาชีวะ ได้บุญอีกด้วย เพราะว่าเงินได้ใช้จ่ายภายในวิทยาลัย ตนเป็นลูกค้าขาประจำจะมาซื้อทุกๆปี ปีละ 8-9 ปอนด์ แล้วแต่ตามเศรษฐกิจ เค้กที่นี่รสชาติ อร่อย ถูกว่าที่อื่น ได้ช่วยทางวิทยาลัยและช่วยเด็กอาชีวะบ้านเราให้มีรายได้ น.ส.สุนารี ทัศคน นักศึกษาแผนกการจัดการสำนักงาน วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุรินทร์ กล่าวว่า
ถ้าพูดถึงปลาน้ำจืดที่หลายๆคนชอบทาน 1 ในนั้นต้องมีปลากรายติดโผมาด้วยแน่นอน วันนี้ทีมงานวีกเอ็นด์ฟาร์มจะพาไปดูการเพาะปลากรายขาย ที่ราคาตกกิโลกรัมละเกือบ 100 บาท โดยทั่วไปปลากราย จะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไป อย่างภาคเหนือ เรียกว่า ปลาหางแบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เรียกว่า ปลาตองกราย ซึ่งปลาชนิดนี้จัดเป็นปลาประเภทกินเนื้อที่หากินตามธรรมชาติเป็นสัตว์น้ำจืดที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำ ลำคลอง บึง เกือบทั่วประเทศ คุณอนันต์ หิมารัตน์ ผู้เลี้ยงปลากรายในบ่อดิน ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลคลองใหม่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เป็นเกษตรกรที่มากด้วยประสบการณ์ เพราะปัจจุบันเขาเลี้ยงปลากรายไปพร้อมๆกับการทำการเกษตรอื่นๆไปด้วย คุณอนันต์ เล่าให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นของการมาเลี้ยงปลากราย เกิดจากที่มีพ่อแม่พันธุ์ปลากราจากธรรมชาติ อยู่ ในช่วงแรกจึงได้ทดลองเพาะขยายพันธุ์ มีคนเข้ามาสอบถามหาชื้อลูกพันธุ์ จึงเริ่มเพาะจำหน่ายพร้อมกับเลี้ยงจำหน่ายตัวปลาไปพร้อมๆกัน สำหรับการเพาะพันธุ์ปลากรายสามารถทำได้โดยง่าย ไม่จำเป็นต้องฉีดฮอร์โมนกระตุ้นก็สามารถวางไข่ได้เองในบ่อดิน ซึ่งการเลี้ยงในบ่อดินนั้นจะนิยมให้อาหารสำเร็จรูปชนิดอาหา
นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) เปิดเผยว่า ธพว.ยังคงเดินหน้าตามบทบาทภารกิจด้านการร่วมลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดคณะกรรมการร่วมลงทุนของ ธพว.อนุมัติในหลักการร่วมลงทุนธุรกิจกลุ่มสตาร์ตอัพ ตามเป้าหมายของรัฐบาลก้าวสู่อุตสาหกรรม 4.0 โดยนำนวัตกรรมเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิต และกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ก่อให้เกิดการสร้างงานในชุมชนและเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ โดยเป็นการร่วมทุนในกองทุนร่วมลงทุนพันธกิจเอสเอ็มอี เชิงเกษตรและที่เกี่ยวข้อง จำนวนรวม 6 กิจการ คิดเป็นวงเงิน 117.61 ล้านบาท “กิจการสตาร์ตอัพ ที่ ธพว.ร่วมลงทุน เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายกวยจั๊บกึ่งแปรรูปของผู้ประกอบการ 2 กิจการ คือ บริษัท ดีไลท์ 88 จำกัด ตราจั๊บจั๊บ และบริษัท เบน เบน ฟู๊ด จำกัด ตราฮาลอง จังหวัดอุบลราชธานี ร่วมทุนรายละ 0.35 ล้านบาท ทั้งนี้ผู้ประกอบการทั้ง 2 ราย ธนาคารให้การสนับสนุนตั้งแต่เริ่มต้นกิจการ โดยส่งเสริมการบ่มเพาะตามโปรแกรมการพัฒนาเกิดจากความร่วมมือระหว่าง ธพว.กับอุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จนสามารถนำนวัตกรรมมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกจำหน่าย และ
เมื่อเวลา 19.19 น. วันที่ 25 ธันวาคม ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จออกจากประตูเทวาพิทักษ์ พระบรมมหาราชวัง พระราชทานอาหารและน้ำดื่มให้แก่ประชาชน ที่เต็นท์มูลนิธิโครงการ TO BE NUMBER ONE ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ตรงข้ามประตูเทวาพิทักษ์ โดยมีพสกนิกรที่มากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และพสกนิกรพื้นที่ใกล้เคียงรับเสด็จเนืองแน่น โดยร่วมกันทำนิ้วเป็นสัญลักษณ์มินิฮาร์ทพร้อมเปล่งเสียงทรงพระสเลนเดอร์กึกก้อง โอกาสนี้ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระราชทานภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จำนวน 500 ใบ, อาหารว่างใส่กล่อง ภายในประกอบ เช่น ขนมปัง 300 ชุด, ข้าวไก่ทอดและข้าวน้ำพริกปลาทู รวมจำนวน 400 ชุด, น้ำเปล่า 300 ขวด ภายหลังประทาน ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงมีพระปฏิสันถารกับประชาชนที่มารับเสด็จอย่างใกล้ชิด ทรงรับสั่งกับประชาชนที่มารับเสด็จที่เปล่งเสียงทรงพระเจริญให้ไปใช้คำว่า “ทรงพระสเลนเดอร์” จากนั้นประชาชนร่วมกันเปล่งเสียง
เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า โรงเรียนในสังกัด กทม.กว่า 400 แห่ง พบว่า มีนักเรียนมีภาวะโภชนาการเกิน หรือเข้าข่ายที่จะเป็นโรคอ้วนมากถึงร้อยละ 20 ของนักเรียนในสังกัด กทม.ทั้งหมด จึงมอบหมายให้สำนักอนามัย กทม.เข้ามาดูแลเรื่องเมนูอาหาร โดยให้จัดเป็นเมนูสู้โรคเพื่อให้นักเรียนในสังกัด กทม.ได้เรียนรู้และรู้จักที่จะเลือกอาหารที่มีคุณค่า “หากเด็กนักเรียนรู้จักที่เลือกทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ได้แล้วนั้น จะส่งผลให้ครอบครัวของเด็กนักเรียนเลือกหาอาหารตามที่เด็กบอกได้ ผลที่ได้คือ ในอนาคตจะมีเด็กนักเรียนและครอบครัวมีสุขภาพที่ดี ที่เกิดจากการเลือกรับประทานอาหารที่ดี มีประโยชน์” นายทวีศักดิ์กล่าว ด้าน พญ.ผุสดี พรหมายน ผู้อำนวยการกองสร้างเสริมสุขภาพ สำนักอนามัย กทม. กล่าวถึงภาพรวมสถานการณ์ภาวะเด็กอ้วนในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า พบว่า มีจำนวนที่เข้าข่ายภาวะอ้วนและเริ่มที่จะอ้วน ร้อยละ 13.9 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด 900,000 กว่าคน ดังนั้น เมนูอาหารจะเป็นทั้งอาหารจานเดียว หรือเมนูกับข้าวอย่างอื่น ซึ่งในเบื้องต้นจะมีการคำนวณเรื่องของแคลอรีเป็นหลัก และจ
เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. ที่พุทธสมาคมเพียวเยี้ยงไท้ ศรีราชา ริมถนนสายเก้ากิโล ม.3 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ประชาชนทั้งชาวไทยและชาวไทยเชื้อสายจีนทั้งคนโตและเด็กที่เกิดปีชง ในปีพุทธศักราช 2559 หรือผู้ที่เกิดใน ปีวอก ปีขาล ปีมะแม ปีฉลู และผู้ที่มีอายุลงท้ายด้วยเลข 3, 6, 9 ต่างพากันมานั่งรอเข้าแถวเพื่อทำพิธีสะเดาะเคราะห์แก้ปีชงเพื่อให้พ้นทุกข์ภัยก่อนจะหมดปี 2559 และเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว และเป็นวันสะเดาะเคราะห์แก้ปีชงประจำปี 2559 เป็นอาทิตย์สุดท้าย ทางพุทธสมาคมเพียวเยี้ยงไท้ศรีราชาอยากเชิญชวนประชาชนที่เกิดปีชงในปีพุทธศักราช 2560 ได้แก่ ปีระกา ปีเถาะ ปีวอก ปีขาล และท่านที่อายุลงท้ายด้วยเลข 3 ,6 ,9 มาทำพิธีทำพิธีสะเดาะเคราะห์กันที่พุทธสมาคมเพียวเยี้ยงไท้ ศรีราชา สำหรับผู้ที่เดินทางมาหรือผู้ที่ต้องการสะเดาะเคราะห์แก้ปีชงที่พุทธสมาคมเพียวเยี้ยงไท้ ศรีราชา นั้น องค์โป๊ยเซียนโจวซือ จะประทับทรงทำพิธีสะเดาะเคราะห์ให้กับสาธุชนทั่วไปทุกวันอาทิตย์ เริ่มตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป โดยหลังจากทำพิธีเสร็จแล้วให้นำเอาน้ำมนต์ที่ตุ่มหน้าบริวณประกอบพิธีกลับบ้านไปดื่มกิน 3 คำ ที่เหลื
คลิปเหตุการณ์ที่ได้รับการเผยแพร่เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2559 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงฉลองเทศกาลคริสต์มาส ร่วมกับพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ในโอกาสวันคริสต์มาส 2558 นับเป็นอีกภาพแห่งความปลื้มปีติของพสกนิกรชาวไทย https://www.youtube.com/watch?v=WFTS_Rapumg ที่มา ข่าวสดออนไลน์
