Featured
คนที่เกษียณอายุจากงานหลวงส่วนใหญ่จะอยู่เฉยๆ ไม่ค่อยทำอะไรมาก นอกจากเลี้ยงหลาน คนที่มีหลานให้เลี้ยงไม่ค่อยจะเดือดร้อน เพราะนอกจากได้บำนาญทุกเดือนแล้ว อาจได้เงินค่าเลี้ยงหลานจากลูกอีก ที่ว่านี้ หมายถึงคนที่เกษียณแล้วได้บำนาญ แต่ถ้าเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจอาจมีปัญหาบ้าง ถ้าได้บำเหน็จมาแล้วต้องใช้หนี้จนหมด เพราะต่อจากนั้นจะต้องหาเงินใช้เอง ไม่มีบำนาญให้เหมือนข้าราชการ คนที่ปลดเกษียณมาที่ไม่อยากอยู่เฉยๆ ก็จะหาอาชีพให้กับตัวเอง เช่น ขับแท็กซี่บ้าง ทำขนมบ้าง และมีอยู่ไม่น้อยที่เอาเงินบำเหน็จที่ได้ไปลงทุนปลูกต้นไม้ ปลูกกล้วย ปลูกมะละกอ ปลูกมะนาว บางคนไปเช่าที่ดินปลูกสับปะรด ก็ได้ผลพออยู่ได้ คือบางปีไม่ได้กำไร แต่เป็นหลักประกันว่าตัวเองมีงานทำ เพื่อนสนิทของผมคนหนึ่งพอเกษียณก็ได้เป็นหมอดูลายมือ ถือเป็นอาชีพที่ดีอย่างหนึ่งของคนสูงอายุเพราะทำให้ไม่เหงา จะมีคนมาหาให้ช่วยทำนายชะตาชีวิตทุกวัน อยู่เฉยๆ ก็มีคนเอาเงินมาให้ถึงบ้าน อาชีพหมอดูที่ว่านี้ผมเคยเอามาเขียนลงเส้นทางเศรษฐีหลายปีมาแล้ว สำหรับเส้นทางเศรษฐีฉบับนี้ผมก็จะขอนำเสนอเพื่อนรุ่นพี่ของผมอีกคนที่มีอาชีพน่าสนใจทีเดียว คนที่ว่านี้มีชื่อว่า สุเทพ ส
เมื่อวันที่ 17 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดโรคระบาดในกระบือและเริ่มล้มตายเป็นจำนวนมาก เหตุเกิดที่บ้านเขาด้วน หมู่ 9 ต.ย่านรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ตรวจสอบเบื้องต้นพบเป็นกระบือเจ้าของเดียวกัน จำนวนทั้งหมด 47 ตัว เบื้องต้นได้ตายแล้ว 19 ตัว ซึ่งกระบือดังกล่าวมีนายสุทัศน์ สมทอง อายุ 31 ปี เป็นเจ้าของ หลังจากเกิดเหตุปศุสัตว์อำเภอกบินทร์บุรี ประสานไปยังปศุสัตว์จังหวัดปราจีนบุรี และปศุสัตว์เขต 2 ชลบุรี เข้าไปตรวจสอบพบว่ามีกระบือทั้งเพศผู้และเพศเมียนอนตายเกลื่อนทุ่ง รวมถึงที่กำลังจะตายอีกจำนวนมาก จากนั้นนำกระบือที่ตายใส่รถบรรทุก เพื่อทำการฝังกลบต่อไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์เข้าไปควบคุมโรคแล้ว สำหรับกระบือตัวที่ตายได้ทำการใช้วิธีฝังกลบ โดยใช้รถแบ็กโฮขุดหลุมลึกประมาณ 10 เมตร ก่อนนำกระบือที่ตายแล้วทั้งหมดนำมาใส่หลุม ก่อนฝังใช้ปูนขาวโรยลงไปหลุมและฉีดยาฆ่าเชื้อเพื่อป้องกันโรคระบาด เบื้องต้นสันนิฐานว่าเป็นโรคคอบวม ขณะนี้ได้ส่งเนื้อเยื่อไปพิสูจน์ที่ปศุสัตว์เขต 2 ชลบุรี พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ทราบและป้องกันโดยแยกกระบือไว้ห่างไกล ด้านนายสุทัศน์ สมทอง เจ้าของกระบือ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านั้
สัปดาห์นี้เจ๊ฮาโกะยังคงพาคุณผู้อ่านอยู่กับ “อิวานกา ทรัมป์” ลูกสาวว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ ที่สวยสุด ฮอตสุดเเละดังสุดๆในเวลานี้ (คลิกอ่านเรื่องราวชีวิตของเธอ ที่นี่) อย่างที่รู้ๆว่ากันเเหละว่านอกจากเป็นรองประธานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของพ่อเเล้ว สาวอิวานกายังมีเเบรนด์เเฟชั่นเป็นของตัวเองในชื่อ (ของเธอเอง) “Ivanka Trump” เเละเเล้วล่าสุดก็มีประเด็นดราม่าเกิดขึ้นจนได้ เนื่องจากมีกระเเสติติงมาว่าเธอได้ทำธุรกิจโปรโมทสินค้าเเบรนด์ตัวเองผ่านรายการที่ “โดนัลด์ ทรัมป์” พ่อของเธอให้สัมภาษณ์ครั้งเเรก ภายหลังชนะเลือกตั้งขึ้นเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในรายการ 60 มินิตส์ ของสถานีโทรทัศน์ซีบีเอส เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยระหว่างการให้สัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คูลซีฟของครอบครัวทรัมป์ อิวานกาลูกสาวคนโตของบ้าน นั่งสวยเด่น สวมกำไลหรู มูลค่า 13,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 460,000บาท) ดูก็ไม่เเปลกอะไรหรอก ถ้าเรามีเเบรนด์ตัวเองเราก็จะใส่ของเราเหมือนกัน เเต่เอ๊ะ…เเล้วมันดร่าม่ายังไง ก็เรื่องมันคงจะปกติเเหละ เเต่วันรุ่งขึ้นก็มีอีเมลขายของส่งไปให้นักข่าว บล็อกเกอร์เเฟชั่นทั่
หมากับแมวยังเป็นเพื่อนกันได้ (อาจจะเป็นเพื่อนรักแบบหักเหลี่ยมโหด) แล้วทำไมสัตว์อย่างแพะกับลิงจะเป็นเพื่อนกันบ้างไม่ได้ ชมคลิปความน่ารักระหว่างเจ้าแพะผู้แบกลูกลิงน้อยกระเตงติดตัวไปตลอดเวลา จะน่ารักน่าเอ็นดูขนาดไหนลองชมกันดู ที่มา ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
เมื่อเวลา 20.25 น. วันที่ 17 พ.ย. สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ เรื่อง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จฯ ไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ฉบับที่ 4 ความว่า คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้รายงานว่า เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2559 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระปรอท (ไข้) สูง แต่ทรงรู้พระองค์ดี ผลการตรวจพระโลหิตพบว่าระดับเม็ดพระโลหิตขาวสูงขึ้น บ่งว่ามีอาการอักเสบ คณะแพทย์ฯ จึงได้กราบบังคมทูลเชิญเสด็จฯ ไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ผลการตรวจทางรังสีวิทยา พบมีการอักเสบของพระปัปผาสะ (ปอด) คณะแพทย์ฯ จึงได้ถวายพระโอสถปฏิชีวนะ ในวันนี้ พระปรอทลดลง หายพระทัยได้ดี เสวยพระกระยาหารได้ดี คณะแพทย์ฯ จะได้ถวายการรักษาด้วยพระโอสถปฏิชีวนะอีกระยะหนึ่ง และถวายการรักษาทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูต่อไป จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน สำนักพระราชวัง 17 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2559 ที่มา ข่าวสดออนไลน์
เอเอฟพีรายงานวันที่ 17 พ.ย. ว่า สำนักประมูลโซเธบีทำเงินในการประมูลอัญมณีล้ำค่าประจำปีที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้เกิน 100 ล้านดอลลาร์ หรือราว 3,500 ล้านบาท เมื่อคืนวันพุธที่ 16 พ.ย. อัญมณีที่ฮือฮาเป็นพิเศษ ได้แก่ เพชร “สกายบลู” เพชรสีฟ้า 8.01 กะรัต ที่ตกทอดมาจากราชวงศ์รัสเซีย ประดับบนแหวนของคาร์เทียร์ ทำเงินได้ 17.1 ล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 600 ล้านบาท “Sky Blue Diamond” (AP) เพชรสกายบลูดังกล่าว ทำราคาได้สูงขึ้นร้อยละ 33 จากเมื่อปี 2555 ที่เคยทำไว้ 12.8 ล้านดอลลาร์ ตอกย้ำว่ากระแสเพชรหลากสีสันกำลังได้รับความนิยม อัญมณีที่ขโมยซีนในงานนี้เป็นเพชรสีชมพู 17.07 กะรัต ทำเงินได้ถึง 18.3 ล้านดอลลาร์ หรือราว 640 ล้านบาท มากกว่าเม็ดสกายบลู โทเบียส คอร์มินด์ หัวหน้าทีมขาย 77 Diamonds ผู้ค้าปลีกอัญมณีออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป กล่าวว่า เพชรที่มีสีและหาได้ยากแบบนี้ ทำให้เกิดการแข่งขันในการประมูลสูงมาก อย่างไรก็ตาม สำนักประมูลโซเธบี ไม่อาจขายอัญมณีล้ำค่าอีกสองชิ้นได้ เนื่องจากไม่มีผู้ให้ราคาที่คู่ควร ชิ้นแรกเป็นชุดเครื่องเพชรของจักรพรรดินีแคเธอรีนที่ 1 ทรงได้รับจากพระเจ้าซาร์ ปีเ
ในเมื่อชีวิตคนเราต้นทุนไม่เท่ากัน ฉะนั้น คนต้นทุนต่ำจึงต้องพยายามสูง เฉกเช่นผู้ชายที่ชื่อ อาร์ท หรือ “คมศานต์ จิวากานนท์” ผู้ผลิตและจำหน่ายหมอนระดับ 6 ดาว แบรนด์ลักชัวรี่ (Luxury) ที่ต้นทุนชีวิตติดลบพ่อแม่แยกทางกัน ไม่เคยเจอหน้าพ่อแท้ๆ นิสัยเกเร การเรียนห่วย เกือบเรียนไม่จบ โตมาเคยถูกไล่ออกจากงาน ติดหญิง เงินเดือนหมดไปกับการเที่ยวเตร่ ชีวิตทุกอย่างแย่ เคยคิดจะฆ่าตัวตาย แต่เพราะสติทำให้ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง คุณอาร์ท เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า ปัจจุบันอายุ 36 ปี จบปริญญาตรีจากคณะบริหารธุรกิจ เอกการตลาด จากมหาวิทยาลัยทองสุข เป็นลูกคนเดียว ฐานะทางบ้านยากจน พ่อแม่แยกทางกัน จนถึงทุกวันนี้ก็ไม่เคยเห็นหน้าพ่อ ชีวิตอยู่กับแม่และยาย ตอนเด็กหาค่าขนมด้วยการไปไซต์งานก่อสร้าง เก็บสังกะสี เหล็ก ตะปูไปขาย โตขึ้นมาหน่อย ราว ม.3 หาค่าเทอมด้วยการไปเป็นพนักงานล้างจานตามฟู้ดเซ็นเตอร์ ไปเป็นเด็กปั๊ม จบ ม.3 เลือกเรียนสายอาชีวะด้านการตลาด เรียนไม่เก่ง เคยติดศูนย์ 10 ตัว โดยที่แม่กับยายไม่รู้ กระท่อนกระแท่นมาจนได้รับใบปริญญาจากมหาวิทยาลัยทองสุข แต่กว่าจะเรียนจบเคยถูกรีไทร์ด้วยซ้ำ หลังจากจบ ป.ตรี คุณ
เพราะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ตลอด 24 ชั่วโมง พอถึงเวลาทำมาหากิน จึงต้องช่วยกันคนละไม้ละมือ กระทั่งกลายเป็น “จุดขาย”สำคัญ ทำให้เวลามีลูกค้าเดินผ่านหน้าร้าน แทบทุกรายเป็นต้องหยุดดูเป็นนานสองนาน ด้วยเห็นความน่ารัก-น่าเอ็นดู ของ “ผู้ช่วยพ่อค้า” สี่ขา หน้าแหลม ขนสวย หางยาว เพศผู้สองตัว ชื่อว่า “กระเพรา” กับ “ชาเย็น” นั่นเอง “ชาเย็น” ไปช่วยขายของที่ตลาดนัด คุณปู – พัลลภ กาญจนะ อายุ 43 ปี เจ้าของกิจการขายอาหารขนม-อุปกรณ์ สำหรับสุนัข ชื่อร้าน “กระพรา ด็อก คลับ” อยู่ที่ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ กรุณาสละเวลามาให้ข้อมูล ถึงความเป็นมาของ “ผู้ช่วย”ทั้งสองตัวให้ฟัง ด้วยน้ำเสียงร่าเริง เริ่มต้นจาก “กระเพรา” เป็นสุนัข ที่ครอบครัวเขาเลี้ยงมาตั้งแต่อยู่ที่เชียงใหม่ ช่วงนั้นคุณปู ทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นนักดนตรี ตำแหน่ง “มือกลอง”ประจำวง ตระเวนเล่นตามผับ-ร้านอาหารในตัวจังหวัด กระทั่งอายุมากขึ้น จึงเลิกอาชีพนักดนตรี และย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากอยู่ที่จังหวัดนครสวรรค์ ก่อนมองหาธุรกิจส่วนตัวในสิ่งที่ถนัด เริ่มจากรับขนม-ของเล่น-อุปกรณ์ น้องหมา มาตระเวนขายตามตลาดนัดในตัวอำเภอเมือง โดยมี “กระเพรา” ติ
“เส้นทาง” ของอดีต “รั้วของชาติ” หลังจากปฏิบัติหน้าที่อย่างสมภาคภูมิ เจ้าของเรื่องราวนับจากนี้ เริ่มต้นจากการเป็นเกษตรกร ทำสวนกาแฟ ปลูกมะคาเดเมีย กล้วย มะนาว ฯลฯ บนที่ดินซึ่งได้รับการจัดสรรจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ขนาด 5 ไร่ ถัดจากนั้นไม่นาน ช่วยกัน 2 คนกับภรรยา เลี้ยงตัวด้วยเงินบำนาญ ก่อนจะสร้างเพิงไม้เล็กๆ ขายกาแฟสด-อาหารเช้า ให้กับบรรดานักท่องเที่ยวแถวสี่แยกรื่นฤดี ที่อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ทำมาได้เกือบ 20 ปี กิจการเติบโตขึ้นตามลำดับ ปัจจุบันเริ่มอยู่ตัว หัวหน้าครอบครัวอดีตรั้วของชาติ ในวัย 50 ปีเศษ จึงมองหาอาชีพใหม่ ที่อาจเป็นงานสร้างรายได้ สามารถมาจุนเจือครอบครัวได้อีกทาง และงานใหม่ในแบบที่เขาเลือกทำครั้งนี้ มี “รอยทาง” แห่งการ “พึ่งพาตนเอง” ให้เดินตามอย่างแน่วแน่และมั่นคง คุณอาร์ต-ส.อ. ยุทธการ สมมุติวงษ์ อดีตหัวหน้าชุดทหารพราน กรมทหารพรานที่ 34 กองทัพบก ปัจจุบันเป็นข้าราชการบำนาญที่มีสวนเกษตรและร้านกาแฟเล็กๆ เป็นของตัวเอง กรุณาสละเวลามาพูดคุยกันด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้ม เริ่มต้นให้ฟัง ถึงที่มาของคำว่า “ธุรกิจเพื่อการพัฒนา” ในแบบของเขา “ที่ผ่านมามีโอกาสเรียนรู้แนวทางเกษต
เมื่อวันที่ 14พ.ย.59 ที่โรงรับจำนำบุรีรัมย์อาทร บริเวณศูนย์การค้าตลาดทอง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ได้นำข้าวสารที่ช่วยซื้อจากชาวนาโดยตรง แบ่งใส่ถุงๆ ละ 1 กิโลกรัม ไว้มอบเป็นของสมนาคุณแก่ลูกค้าที่นำสิ่งของไปจำนำ ไถ่ถอน หรือส่งดอกเบี้ย ทุกคน ลูกค้าหลายคนคิดว่าเป็นข้าวสารนำมาขาย แต่พอทราบต่างพอใจ ถือเป็นบรรยากาศการช่วยเหลือชาวนาและเป็นการทำความดีเพื่อในหลวงได้อีกทางหนึ่ง หลังจากชาวนาได้รับผลกระทบจากราคาข้าวเปลือกตกต่ำในขณะนี้ นายบุญสม ผ่องบุพกิจ ผู้บริหารโรงรับจำนำบุรีรัมย์อาทร เปิดเผยว่า ในขณะนี้ชาวนากำลังเดือดร้อนหนัก เนื่องจากราคาข้าวที่ตกต่ำ และได้เห็นทุกภาคส่วนได้พยายามหาทางช่วยเหลือ ซึ่งทางโรงรับจำนำบุรีรัมย์อาทรเองก็ขอเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนของชาวนา โดยเฉพาะการบรรเทาความเดือดร้อนลดภาระค่าใช้จ่ายแก่ผู้ใช้บริการ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีปัญหาด้านการเงินอยู่แล้ว หากมีส่วนหนึ่งเล็กๆน้อยๆในการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนบ้าง ในส่วนตัวคิดว่าเป็นการร่วมกันในการทำความดีเพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสู่สวรรคาลัย ผู้บริหารโรงรับจำนำบุรี
