Featured
ลาซาด้า ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่กับแคมเปญ “9.9 ลดอลัง ปังทุกแบรนด์” ด้วยตัวเลขการเติบโตที่แข็งแกร่งทั่วทั้งภูมิภาค ตอกย้ำกลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนด้วยสินค้าแบรนด์ ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาสินค้าคุณภาพจากแบรนด์แท้เพิ่มมากขึ้น ในแคมเปญ 9.9 ครั้งนี้ LazMall ศูนย์รวมแบรนด์ชั้นนำจากทั่วโลกกว่า 32,000 แบรนด์ ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพในการเชื่อมโยงนักช้อปและแบรนด์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างแข็งแกร่ง โรนัลด์ ฟู ผู้อำนวยการฝ่ายแคมเปญ ลาซาด้า กรุ๊ป กล่าวว่า ขณะที่ผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ความสำคัญกับเรื่องสินค้าแท้ ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ และประสบการณ์การช้อปปิ้งระดับพรีเมียมมากขึ้น LazMall ยังคงเป็นหัวใจในการขับเคลื่อนความสำเร็จของแคมเปญใหญ่ของลาซาด้า ส่วนการเติบโตของการบริโภคออนไลน์ ด้วยจำนวนประชากรชนชั้นกลางและกลุ่มผู้บริโภคที่มีความคุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยีในภูมิภาคที่มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ลาซาด้าได้สร้างสถิติใหม่บนแพลตฟอร์ม โดยมีมูลค่าเฉลี่ยของคำสั่งซื้อที่สูงขึ้น 30% เมื่อเทียบกับแคมเปญ 9.9 ในปีที่ผ่านมา แ
สำนักข่าวฮานอย รายงานว่า จากความกังวลด้านความปลอดภัยในไทยที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนหลายคนหันไปเลือก ‘เวียดนาม’ เป็นจุดหมายปลายทางแทน เช่นเดียวกับครอบครัวของ คุณหู เจีย ที่ตัดสินใจจองทริป 2 สัปดาห์ไปยังเวียดนาม แทนที่จะไปเที่ยวชายหาดและวัดวาอารามในประเทศไทย “เวียดนามมีเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยทริปนี้ใช้เงินไปกว่า 3,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และตั้งใจว่าจะกลับมาเที่ยวที่นี่อีกหากมีโอกาส” เธอกล่าว นอกจากนี้ เธอและครอบครัวยังเป็นหนึ่งในนักท่องเที่ยวจีนกว่า 3.5 ล้านคนที่เดินทางมาเวียดนาม และช่วยให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของเวียดนามสร้างสถิติใหม่ในปี 2025 โดยแซงหน้าไทย ขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ในภูมิภาคสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีน ไทยกำลังเผชิญกับความท้าทาย ความกังวลเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการลักพาตัวนักแสดงชาวจีนชื่อดังเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่มาไทยลดลงถึง 35% ในปี 2025 ซึ่งอาจส่งผลให้ไทยสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยวไปประมาณ 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และรายได้ส่วนนี้จะตกไปอยู่ที่เวียดนามและประเทศเพื่อนบ้านแทน ตามข้อมูลของ China Trading D
ในยุคที่ออนไลน์ครองเมือง การทำอะไรก็ตามมักจะง่ายและสะดวกเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส รวมไปถึงเรื่องธุรกรรมการเงินด้วย ที่ผู้คนแทบจะไม่มีเงินสดติดตัวกันอย่างแต่ก่อน แต่ด้วยความง่ายดายนั้น แฝงเข้ามาซึ่งอาชญากรไซเบอร์ที่เข้ามาหลอกลวงและทำผิดกฎหมาย หนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่มิจฉาชีพใช้ก็คือ “บัญชีม้า” ซึ่งเป็นบัญชีธนาคารของบุคคลอื่นที่ถูกนำมาใช้เป็นสะพานในการโอนย้ายเงินที่ได้จากการกระทำผิด จากประเด็นดังกล่าวที่มิจฉาชีพกระทำนั้น ทำให้มีผู้ได้รับความเสียหายจำนวนไม่น้อย ที่ถูกอายัดบัญชี เนื่องจากบัญชีม้าโอนเงินเข้าบัญชี และกว่าจะแก้ไขได้ ก็ได้รับผลกระทบ ที่ไม่สามารถทำธุรกรรมใดๆ ได้ โดย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสมาคมธนาคารไทย ได้ชี้แจงว่า ธนาคารจะระงับยอดเงินที่มีปัญหา ไม่ใช่ทุกบัญชี และทุกธนาคารใช้มาตรฐานเดียวกัน ในการระงับวงเงินต้องสงสัยเพียง 3 วัน ยกเว้น บัญชีที่มีเส้นทางการเงินเกี่ยวข้อง กับ บัญชีม้าดำ และ ม้าเทา ที่ระยะเวลาการระงับวงเงินจะยืดออกไป ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้แบ่งระดับความเสี่ยงของบัญชีม้า ออกไว้เป็น 5 ระดับสี เพื่อสร้างความเข้าใจและคลายกังวลให้กับประชาชน ดังนี้ ม้าดำ คือ
สำหรับ SMEs ไทย การวางสินค้า ในเซลฟ์เซเว่น อีเลฟเว่น เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการขยายตลาดและสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง นั่นคือโอกาสทองในการเข้าถึงผู้บริโภคกว่า 10 ล้านคนต่อวัน จุดสำคัญคือ SMEs ต้องมีการเตรียมพร้อมรอบด้าน ทั้งคุณภาพสินค้า กลยุทธ์การตลาด และหมัดเด็ดการสร้างไวรัลให้สินค้าติดตลาด ศูนย์เซเว่น อีเลฟเว่น สนับสนุนเอสเอ็มอี ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ ร่วมเสริมศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs ให้แข็งแรงและพร้อมแข่งขันในตลาดยุคใหม่ ได้ถอดรหัส “สูตรสำเร็จ SME ไทย ปั้นสินค้าให้ปัง” หากอยากก้าวสู่เชลฟ์เซเว่นฯ และยืนระยะได้ในระยะยาว เซเว่นฯ หนุน SMEs ไทย ดันสินค้าเข้าถึงผู้บริโภคมากกว่า 8,000 รายการ ปี 2025 อาจเป็นปีที่เศรษฐกิจไทยคาดว่าจะเติบโตเพียง 2% แต่ “สินค้าแบรนด์ไทย” กลับคึกคักสวนกระแส ผู้ประกอบการ SMEs ต่างงัดกลยุทธ์เด็ดดันสินค้าเข้าสู่ร้านเซเว่นฯ มากมาย ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 8,000 รายการ ทั้งอาหาร-ผักผลไม้-ขนมไทย-เครื่องดื่ม-ของใช้ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ ซันซุ หมึกกรุบ น้ำพริกป้าแว่น กล้วยหอมทอง ขนมไทยบ้านทองหยอด น้ำพร
นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เผยว่า “แกร็บได้ริเริ่มโครงการส่งเสริมคนขับ Grab จดทะเบียนรถรับจ้างสาธารณะผ่านแอป มาตั้งแต่ปี 2565 โดยมุ่งผลักดันให้คนขับที่ให้บริการบนแพลตฟอร์มของเรา ไม่ว่าจะเป็น บริการ GrabCar (รถยนต์) หรือ GrabBike (รถจักรยานยนต์) ปฏิบัติตามข้อกำหนดของกรมการขนส่งทางบก รวมทั้งประกาศของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะการทำใบขับขี่สาธารณะ ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการขั้นพื้นฐานของการจดทะเบียนเป็นรถรับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาแกร็บได้จัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้คนขับไปทำใบขับขี่สาธารณะและจดทะเบียน รย.18 อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น การเปิดรอบพิเศษเพื่อให้คนขับไปยื่นเอกสาร ตรวจประวัติอาชญากรรม เข้าอบรมและสอบข้อเขียน การจัดเจ้าหน้าที่เพื่อให้คำแนะนำด้านเอกสารและอำนวยความสะดวกในทุกขั้นตอนที่สำนักงานขนส่ง โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีคนขับให้บริการเป็นจำนวนมากอย่างกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต ชลบุรี และขอนแก่น ทั้งยังมีทีมงานจากศูนย์ย่อยของแกร็บ (Mini Grab Center) คอยให้คำแนะนำกับคนขับในจังหวัดอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย นอกจา
The Next Forest คือกิจการเพื่อสังคมที่มองการปลูกป่าไม่ใช่เพียงการโปรยเมล็ดพันธุ์ลงดิน แต่เป็นกระบวนการฟื้นฟูที่ครบวงจรและสอดคล้องกับธรรมชาติอย่างแท้จริง ทางทีมงาน The Next Forest จึงผสมผสาน “วิทยาศาสตร์ป่าไม้” เข้ากับ “ศิลปะแห่งการจัดการพื้นที่” นับตั้งแต่การเลือกชนิดพันธุ์ไม้ที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มอัตรารอดของกล้าไม้ การออกแบบพื้นที่ฟื้นฟูและวางแผนการดูแลหลังปลูก ไปจนถึงการติดตามผลอย่างเป็นระบบ รวมทั้งการประเมินด้านระบบนิเวศ เช่น ปริมาณการกักเก็บคาร์บอนในต้นไม้ ความหลากหลายทางชีวภาพ ปริมาณน้ำที่กักเก็บ เพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืนจริงๆ ต้นไม้ทุกต้นที่ลงดินจึงไม่เพียงแต่เพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่ยังช่วยเพิ่มศักยภาพในการดูดซับก๊าซเรือนกระจก จนกลายเป็นหนึ่งในวิธีการรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่จับต้องได้ที่สุดในปัจจุบัน “การฟื้นฟูป่าไม่ใช่แค่การปลูกต้นไม้ แต่คือการนำวิทยาศาสตร์มาทำความเข้าใจระบบนิเวศ และใช้ศิลปะในการสร้างความสมดุลให้ธรรมชาติกลับคืนมา เราหวังว่าเรื่องราวของเราจะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น” คุณปาย-จุฑาธิป ใจนวล ผู้ร่วม
“รูปถ่ายกับครอบครัวสำคัญมากนะ” สาววัย 38 ปั้นแบรนด์เสื้อผ้าสำหรับครอบครัว ยอดขายโต สร้างกำไร 1.5 ล้านบาทต่อปี แอชลีย์ กรีน ได้เรียนรู้เรื่องนี้ตอนเธออายุ 21 ปี เมื่อคุณแม่ของเธอเสียชีวิตอย่างกะทันหัน เหลือไว้เพียงรูปถ่ายของทั้งคู่เพียงรูปเดียวเท่านั้น บทเรียนดังกล่าว ได้จุดประกายให้ แอชลีย์ และ เคนนี่ กรีน สามีของเธอ เริ่มต้นธุรกิจเสื้อผ้า Kaans Designs ขณะที่เธอลาคลอดในปี 2014 ดูโพสต์นี้บน Instagram โพสต์ที่แชร์โดย Kaans Designs (@kaansdesigns) Kaans Designs เป็นร้านขายเสื้อผ้าที่เข้าชุดกันสำหรับครอบครัว ซึ่งทำขึ้นเพื่อเป็นภาพถ่ายครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ “ฉันอยากสร้างแบรนด์ที่บังคับให้คุณต้องบันทึกความทรงจำเหล่านั้นเอาไว้ มันกลายเป็นภารกิจที่ทำให้ฉันแน่ใจว่าคุณจะถ่ายรูปเสื้อของฉันพร้อมกับครอบครัวของคุณ” แอชลีย์ กล่าวในรายการ Shark Tank ทางช่อง ABC โดยทั้งคู่เริ่มต้นธุรกิจนี้จากโรงรถในเมืองฟอร์ตเวย์ รัฐอินเดียนา ซึ่งตอนนั้นทำเป็นธุรกิจเสริม ขณะนั้นแอชลีย์เป็นครูมัธยมปลาย ส่วนเคนนี่เป็นนักสังคมสงเคราะห์ เธอเล่าเสริมว่า ตอนนั้นพวกเขาใช้เงินลงทุน 200 ดอลลาร์ (ประมา
ในปัจจุบันการมีอาชีพเดียวอาจจะไม่เพียงพออีกต่อไป ทำให้ตอนนี้หลายคนมักจะหาอาชีพที่ 2 ในการหารายได้เสริม ซึ่งปัจจุบันมีแพลตฟอร์มที่ง่ายและสะดวกต่อการหางานอยู่มากมาย สมัครได้ไม่ยาก สามารถเลือกทำได้ตามเวลาที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็น งานพาร์ตไทม์หรือฟรีแลนซ์ที่ทำงานที่ไหนก็ได้ เพราะยืดหยุ่นในการเลือกเวลาทำงานได้เอง อีกทั้งยังมีช่องทางสร้างรายได้อื่นๆ อีกเพียบ อาทิ การทำแบบสอบถามออนไลน์, การทำ Affiliate หรือการแปะลิงก์สินค้า, การสตรีมเกมออนไลน์, การไลฟ์ขายของออนไลน์ หรือการปักตะกร้า โดยไม่ต้องสต๊อกสินค้า เป็นต้น วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้รวบรวม 8 ไอเดียหางานเสริม ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น นักเรียน-นักศึกษา หรือพนักงานประจำที่ต้องการเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ก็สามารถทำได้ 1. TEMP แพลตฟอร์มสำหรับหางานพาร์ตไทม์ในร้านอาหารและคลังสินค้า โดยสามารถเลือกเวลาที่สะดวกในการทำงานได้ ไม่ว่าจะเป็น การสมัครงานเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ หรือช่วงที่มีเวลาว่าง เมื่อทำงานเสร็จแล้วระบบจะทำการโอนเงินให้ในวันถัดไป สมัครไม่ยาก ใช้เวลาเพียง 10 นาทีก็สามารถหางานกับ TEMP ได้แล้ว นอกจากนี้ มีงานให้เลือกกว่า
จากกลยุทธ์การสร้างประสบการณ์ใหม่ในปีนี้ของ MK Restaurants ยังคงยึดคอนเซ็ปต์ “หม้อแดง หม้อเดิม เพิ่มเติม ประสบการณ์ใหม่” โดยต่อยอดประสบการณ์จากแคมเปญ “สุกี้ผัดแห้ง” เมื่อต้นปี ที่สร้างไวรัลบนโลกโซเชียล สะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์สามารถฉีกกฎการกินสุกี้แบบเดิมๆ ไปสู่ประสบการณ์ใหม่ที่ลูกค้าพร้อมแชร์ พร้อมลอง และพูดถึงกันอย่างล้นหลาม ในครั้งนี้ “หม้อแดง หม้อเดิม” พร้อมที่จะพาทุกคนเปิดโลกการกินสุกี้รสชาติใหม่ จากเดิมที่เคยกินแต่ซุปใส แต่ครั้งนี้คุณจะได้รสชาติใหม่ที่หลากหลายกว่าเดิม เพราะยกความอร่อยมากับ 4 รสชาติใหม่ “ซุปต้มยำมันกุ้ง” แซ่บซี้ด จัดจ้าน สไตล์ไทย, “ซุปเต้าเจี้ยวโบราณ” หอม กลมกล่อมสไตล์จีน, “ซุปน้ำดำญี่ปุ่น” No.1 เรื่องอูมามิ และ “ซุปฮอตหม่าล่า” เผ็ดชาไฟลุก สไตล์เสฉวน เสิร์ฟพร้อมเนื้อ หมู หรือซีฟู้ด และผักคุณภาพดีในสไตล์ MK เสิร์ฟครบชุดในราคาเริ่มต้นเพียง 399 บาท/ชุด พร้อมประสบการณ์ใหม่ตั้งแต่การเสิร์ฟ เปิดต่อม เปิดใจ เปิดต่อมรับรสก่อนสั่งอาหารด้วย พร้อมเสิร์ฟ MK Soup Parade Testing 4 ซุปใหม่ขนาดทดลอง เพื่อให้ลูกค้าได้ลองเปิดใจและมั่นใจในความอร่อยก่อนสั่งจริง เลือกซุปที่ชอบในราคาที่ใ
เมื่อเร็วๆ นี้ มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ โดย ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับ บริษัท เธียรซัน จำกัด โดยแพทย์หญิงวรนิษฐ์ เธียรวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการฯ ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรอภัยภูเบศร และ บริษัท ตำรับไทย สมุนไพร จำกัด โดยนายมหาคุณ เทพสุทิน ประธานกรรมการบริหารบริษัทฯ ผู้มีเครือข่ายร้านค้าทั่วประเทศ เพื่อขยายช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพร “อภัยภูเบศร” ครบทุกรายการ ทั้ง ยา อาหาร และเครื่องสำอาง ในรูปแบบ Shop in Shop ภายใน “ร้านตำรับไทย” ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการเสริมจุดแข็งซึ่งกันและกัน อภัยภูเบศรในฐานะผู้ผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรคุณภาพ ที่ได้รับการยอมรับทั้งด้านมาตรฐานและองค์ความรู้แพทย์แผนไทย ผนวกกับเครือข่ายร้านตำรับไทยที่มีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ จะช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึง ยาและผลิตภัณฑ์สมุนไพรภายใต้แบรนด์อภัยภูเบศร ได้ครบถ้วน สะดวก และมั่นใจในคุณภาพ โดยในระยะแรก ได้เปิดให้บริการแล้วที่ ร้านตำรับไทย สาขาเซ็นทรัล พระราม 2 และสาขาฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต
