หลักสูตรเรียนฟรี
หมูหมักเสียบไม้ ปิ้งเตาถ่าน กลิ่นหอมตลบอบอวลชวนหิว ใครเดินผ่านเป็นอันต้องซื้อกินคนละไม้สองไม้ มีหลายคนที่หันมายึดอาชีพนี้กันเยอะแยะไปหมด แต่ไม่มีร้านไหนขายในราคาไม้ละ 3 บาทเหมือนกับร้านของคุณเด่น ส่วนใหญ่แล้ว ราคาจะอยู่ที่หลักสิบบาท ถึงอย่างนั้น คุณเด่นไม่เคยคิดขึ้นราคาเพราะราคานี้ถือเป็น “จุดเด่น” ของร้านไปแล้ว คุณเด่น เสนาบุญ วัย 44 ปี ชาวกำแพงเพชร และ คุณสุนันทา ผลกอง วัย 42 ปี ชาวยโสธร สองสามีภรรยาที่ยึดอาชีพขายหมูปิ้งไม้ละ 3 บาท ขายมากว่าสิบปีแล้ว ในอดีตหลังเรียนจบมัธยมฯ 6 คุณเด่นเข้ามาเป็นเด็กเสิร์ฟในกรุงเทพฯ แถวสนามมวยลุมพินี จากนั้นจึงได้พบรักกับคุณสุนันทา กระทั่งร่วมกันสร้างครอบครัว มีลูกสองคน ทั้งคู่ยึดอาชีพเสิร์ฟอาหารอยู่หลายปี ด้วยค่าครองชีพที่ต้องกินต้องใช้ในกรุงเทพฯ นั้นสูงพอตัว ทำให้เงินเดือนที่ได้จากการเป็นเด็กเสิร์ฟไม่พอใช้ ประจวบเหมาะกับมีญาติขายหมูปิ้งอยู่แล้วมาแนะนำให้ขายหมูปิ้งด้วยกัน คุณเด่นจึงอาศัยดูวิธีทำแล้วมาเปิดร้านขายเอง เริ่มต้นขายแรกๆ คุณเด่น บอกว่า มีเพียงรถเข็น 1 คัน เดินขายไปเรื่อยยังไม่มีจุดจอดขาย จนวันหนึ่งเข็นมาตรงหลัง มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต
อำเภอสิเกา เป็นชุมชนเล็กๆที่มีพื้นที่ทางทิศตะวันตกและทิศใต้ติดกับชายฝั่งทะเล ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้ชายฝั่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมง และค้าขาย เนื่องจากความอุดมสมบูรณ์ของทะจึงมึสัตว์น้ำ เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา เต่า ปลาหมึก และ ฯลฯ อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งในแต่ละครั้งจะจับได้ในปริมาณมาก สามารถนำไปจำหน่ายขายในตลาดและแบ่งบางมาแปรรูปทำเป็นปลาเค็มไว้รับประทาน โดยเฉพาะคนในชุมชนตำบลบ่อหิน อำเภอสิเกา จะยึดถือสืบทอดทำกันมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่จะทำในรูปของอุตสาหกรรมครอบครัวขนาดเล็ก แต่หลังจากชุมชนมีการพัฒนามากขึ้น การแปรรูปปลาเค็มจึงมีการพัฒนาขึ้นตามความเจริญ “ปลาเค็ม เป็นสินค้าที่ดำเนินการผลิตขึ้นมาเพื่อจำหน่ายมานานแล้ว เนื่องจากมีพื้นที่ตั้งอยู่ริมชายทะเล ทำให้อาชีพหลักของชาวบ้านใน ตำบลบ่อหิน คือ การทำประมง เวลาออกเรือได้ปลามาจำนวนมาก ก็จะมีการแปรรูปเก็บไว้บริโภคนานๆ แต่วิธีการผลิตปลาเค็ม แบบเดิมๆ นั้นไม่สามารถเก็บไว้ได้ ชาวบ้านจึงพยายามคิดค้นวิธีการต่างๆ จนมาได้ข้อสรุปที่วิธีการทำปลาเค็มกางมุ้ง” รูปแบบและขั้นตอนการแปรรูปของการแปรรูปปลาเค็มกางมุ้งได้รับการสนับสนุนจากพัฒนาชุมชน สาธารณสุข พ
ปัจจุบันตลาดแรงงานในประเทศไทยมีการปรับตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งในภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรมมีการเปลี่ยนแปลงไปตามทิศทางเศรษฐกิจ นวัตกรรม เทคโนโลยี ทั้งในระดับโลก เอเชีย และในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนระดับมหภาคอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปีที่ผ่านมามีการเติบโตขึ้นจากการขยายงานในหลายภาคส่วน ผลเช่นนี้ จึงทำให้มีอาชีพเกิดใหม่ขึ้นมากมาย ซึ่งล้วนเกิดจากปัจจัยด้านการพัฒนาทางเทคโนโลยี ไลฟ์สไตล์ของคนยุคดิจิทัลที่สามารถทำงานหลากหลายอาชีพผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ กล่าวกันว่ากลุ่มอาชีพเกิดใหม่ทำให้คนหลากหลายเจเนอเรชั่นหันมาสร้างอาชีพ และสร้างรายได้ ทั้งในหมวดของออนไลน์ และออฟไลน์ “สุทธิดา กาญจกันติกุล” ผู้จัดการฝ่ายการตลาด แมนพาวเวอร์ กรุ๊ป เปิดเผยว่า จากการสำรวจกลุ่มอาชีพเกิดใหม่ในปัจจุบัน พบว่ากลุ่มบุคคลที่ชื่นชอบงานสายไอที ที่มีองค์ความรู้ และถนัดด้านการใช้เทคโนโลยี ซึ่งมีหลายอาชีพที่เห็นในยุคนี้ ไม่ว่าจะเป็น data analysis, content editor, social admin, application creator และอื่น ๆ ภาพจาก : job-wizards.com “เหมือนดั่ง content editor อาชีพสร้างสรรค์คอนเทนต์สู่ผู้บริโภค โดยผ่านช่องทางออนไลน์ เพราะผู้บริโภคส่วนใ
10 เม.ย. เพจข่าว China Xinhua News ได้เผยแพร่เรื่องราวของนักธุรกิจสาวคนหนึ่งที่มีความอดทน กล้าที่จะลองผิดลองถูก จนธุรกิจขายเครื่องประดับของเธอ สามารถสร้างรายได้กว่า 100 ล้านบาทต่อปี โดยเรื่องราวของเธอนั้นมีความน่าสนใจมาก เพราะสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นๆที่คิดอยากทำธุรกิจได้เป็นอย่างดี ‘จูชิ่งหลิง’ เปิดร้านเครื่องประดับแฮนด์เมด บนเนื้อที่ขนาดประมาณ 300 ตร.ม. อยู่ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ขนาดเล็กในเมืองอี้อู (Yiwu Small Commodities Market) ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ในมณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน Image/China Xinhua News ตลาดแห่งนี้เป็นตลาดขายส่งสินค้าอุปโภคบริโภคขนาดเล็กที่ใหญ่ที่สุดในโลก แม้ว่าร้านขายเครื่องประดับของเธอจะมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็มีเครื่องประดับแฮนด์เมดที่หลากหลายมากกว่า 80,000 แบบ Image/China Xinhua News จนกระทั่งเมื่อปี 2005 จูชิ่งหลิงก็เริ่มผลิดเครื่องประดับแฮนด์เมดส่งออก เพื่อตีตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศในโซนยุโรปและสหรัฐอเมริกา Image/China Xinhua News หลังจากที่เธอลองผิดลองถูก หาวิธีในการทำการตลาดอยู่หลายปี เธอก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เมื่อโรงงานของเธอได้รับการจัดอันดับ
พื้นที่ค้าขายย่านสถานีรถไฟฟ้า จัดว่า เป็นย่านทำเลทอง คนสัญจรไปมาเยอะ มีผลให้ราคาที่ดินย่อมแพงเป็นธรรมดา โดยเฉพาะย่านสถานีรถไฟฟ้าสายดั้งเดิมที่เปิดให้บริการอยู่แล้วในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (เอ็มอาร์ที) หรือ รถไฟฟ้าใต้ดิน รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม-อ่อน (บีทีเอส) และรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ราคาที่ดินที่แพง และขยับขึ้นไม่หยุด เป็นเพราะรถไฟฟ้ากลายมาเป็นการคมนาคมที่สะดวกสบายที่สุด ส่งผลให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เข้าไปจับจองพัฒนาพื้นที่เป็นโครงการประเภทต่างๆ มากมายทั้งศูนย์การค้า คอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน และโรงแรมต่างๆ ศูนย์วิจัยและประเมินค่าทรัพย์สินอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด หรือ แอร์เรีย ได้เปิดผลสำรวจวิจัยเรื่องทำเลทองสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน โดยเฉพาะหลังช่วงวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ประเทศไทยตั้งแต่ปี 2554 พบว่า ราคาที่ดินรอบสถานีขนส่งมวลชนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยแล้วราคาที่ดินปรับเพิ่มขึ้นปีละ 4 เปอร์เซ็นต์ ข้อมูลระบุว่า ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาสถานีรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที ราคาที่ดินรอบสถานี ที่ปรับเพิ่มมากที่สุดมี 5 สถานีซึ่งอยู่บริเวณด้านตะ
มีน้ำมันยี่ห้อหนึ่งมาให้ทำสูตรอาหารไว้ถ่ายคลิปวิดีโอ ข้อบังคับคือ ขอเป็นอาหารที่ดูแล้ว “โดน” ใจ อยากดูต่อแล้วต้องมีเคล็ดลับเทคนิควิธีการทำเกี่ยวกับน้ำมัน เช่น ทอดไก่ยังไงให้กรอบทน กรอบนาน ผัดผักยังไงให้ผักสีสวย ทำนองนี้ ทอดไก่ให้กรอบทนนี่ค่อนข้างยาก เนื่องจากไก่โดยเฉพาะไก่ชิ้นใหญ่ เช่น น่อง สะโพก จะมีความชื้นอยู่ในเนื้อไก่มาก ทอดตอนแรกๆ ก็จะกรอบอยู่ แต่พอทิ้งไว้นานหน่อยความชื้นในไก่จะออกมา ทำให้แป้งทอดกรอบนิ่มไปด้วย ครั้นทำให้ไก่แห้ง ทอด 2 ที กินไก่แล้วก็ติดคอ แข็ง เคี้ยวไม่ลง เพราะฉะนั้น กินไก่ทอด ซื้อกินใหม่ๆ ดีที่สุด แม้แต่ไก่ทอดหัวนอกที่ว่ากรอบนักกรอบหนา พอซื้อมาเก็บทิ้งไว้เป็นวันก็ต้องนิ่มอยู่ดี ผมเคยไปแอบถามตามตลาดสดว่ามีแป้งทอดไก่ให้กรอบทนมั้ย เขาบอกว่ามี ว่าแล้วก็หยิบแป้งทอดกรอบมาให้ถุงหนึ่ง ยี่ห้อไม่คุ้น เป็นสัตว์ 2 ตัวหันหน้าชนกัน ไม่มีเครื่องหมาย อย. ไม่มีผู้ผลิต มีแต่เบอร์โทร ผมลองเอามาชุบไก่ทอดดู เออ…จริงๆ ด้วยมันกรอบข้ามวัน แต่ผมไม่กล้ากิน ไม่รู้มันผสมอะไรบ้าง เขาบอกว่าแป้งอย่างนี้แม่ค้าบางคนเอาไปทอดกล้วยแขกให้กรอบทนด้วย ตัวใครตัวมันครับ ไม่รู้ตอนนี้ยังมีแป้งตัวนี้ขายอยู่
เมื่อวันที่ 4 เม.ย. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านในพื้นที่ชนบทที่ว่างเว้นจากการทำไร่ทำนา ต่างมองหาอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นหาของป่าขาย ปลูกพืชผักสวนครัวขาย สร้างงานอาชีพแฮนด์เมดต่างๆ หรือไปรับจ้างเป็นกรรมกรอยู่ที่ต่างจังหวัด แต่กลับพบว่ามีอีกหลายครอบครัวในพื้นที่หมู่บ้านโชกใต้ ต.อู่โลก อ.ลำดวน จ.สุรินทร์ ที่ได้พบกับอาชีพเสริมแบบใหม่ จากการเลียนแบบต่อๆ กันและดูข่าวในโลกโซเชียลต่างๆ ว่า มีวิธีการที่สามารถล่อ “แมลงกระชอน” หรือภาษาอีสานเรียกอีกอย่างว่า “แมลงอีซอน” ให้ออกมา และสามารถจับได้จำนวนมากๆ คือการใช้เสียงแมลงกระชอนที่โหลดจากยูทูบและในอินเตอร์เน็ต มาเปิดต่อใส่เครื่องเสียง ลำโพงหรือฮอน หลอกล่อให้บินมาตกลงในกะละมังที่ใส่น้ำไว้ พร้อมเปิดไฟสีล่อจับ โดยเฉพาะครอบครัวของนางไล สมนึก อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 116 ม.4 บ.โชกใต้ ต.อู่โลก อ.ลำดวน จ.สุรินทร์ ที่ได้ลงทุนซื้ออุปกรณ์ล่อจับแมลงกระชอนถึง 5 ชุด ในราคากว่า 3 หมื่นบาท โดยแต่ละชุด ประกอบด้วย เครื่องขยายเสียง,ลำโพงฮอน 2-3 ตัว, เครื่องเล่นเสียงหรือโทรศัพท์มือถือ โหลดเสียงแมลงกระชอนจากยูทูบ,หลอดไฟสี,สายไฟ,กะละมัง, และ
ในอดีต ชาวปากพนังส่วนใหญ่นิยมทำนากุ้ง เพราะให้ผลตอบแทนสูง มองไปทางไหนก็จะสว่างไสวไปด้วยแสงไฟจากบ่อกุ้ง แต่ไม่นานกิจการนากุ้งก็มีอันล่มสลายจากผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เสื่อมโทรมลง ทำให้นากุ้งนับแสนไร่กลายเป็นนากุ้งร้าง กศน. อำเภอปากพนัง เข้ามาช่วยเหลือชาวบ้านพลิกฟื้นนากุ้งร้างให้หันมาทำเกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันนี้ นากุ้งร้างเหล่านี้ ถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้ง ในรูปแบบ “บ่อเลี้ยงปลาน้ำจืด” ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช สำนักงานประมงอำเภอปากพนัง กศน. อำเภอปากพนัง ศูนย์อำนวยการและประสานการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้คำปรึกษาเรื่องพันธุ์ปลา และความรู้เรื่องการเลี้ยงปลาเป็นอย่างดี” ปลานิล เป็นปลาที่มีเนื้อมากและมีรสชาติดี สามารถนำมาปรุงเป็นอาหารได้หลายเมนู เช่น ทำเป็นปลาเค็มตากแห้งแบบปลาสลิด ปลากรอบ ปลาร้า ปลาเจ่า ปลาจ่อมหรือปลาส้ม และทำน้ำยาขนมจีน ซึ่งเป็นอาหารที่นิยมของคนปักษ์ใต้ได้ดีเท่ากับเนื้อปลาช่อน นอกจากนี้ ปลานิล ยังเลี้ยงง่าย หาพันธุ์ได้ง่าย เจริญเติ
อย่างที่ทราบกันดี จ.บึงกาฬ เป็นจังหวัดที่มีเกษตรกรทำอาชีพสวนยางพารา จำนวนมาก และช่วงราคายางไม่ดี เกษตรกรจึงต้องพยายามหาอาชีพเสริม เพื่อให้ประคองครอบครัวต่อไปได้ โดยไม่ทิ้งสวนยาง ด้วย กลุ่มแม่บ้าน ทำผ้ามัดหมี่ ที่อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ เป็นอีกกลุ่มที่มีการรวมตัวกัน สร้างงาน ผ้ามัดหมี่ ออกจำหน่าย โดยมีคุณแถม อิ่มทรัพย์ วัย 56 ปี เป็นประธานกลุ่ม คุณแถม เล่าว่า เริ่มต้นทำมา 4 ปีแล้ว โดยแบ่งหน้าที่กัน ทั้งปั่นด้าน ทอผ้า และย้อมสีธรรมชาติ ซึ่งผ้ามัดหมี่ของกลุ่มนี้ ก็มีจุดขาย ตรงสีธรรมชาตินี่เอง สีธรรมชาติที่ว่าได้แก่ สีจากเปลือกมะขาม โดยเชื่อว่าเพื่อให้คนเกรงขาม / สีจากไม้ขนุน ให้คนหนุนนำ / สีจากฝักคูน ให้ข้ามคูณมั่งมี / สีจากใบยอ ให้ผู้คนยอยก เป็นต้น งานที่ทำออกมามีทั้ง ผ้าพันคอ กระเป๋า ซิ่น ผ้าถุง เสื้อ คุณแถม ว่า เกษตรกรที่มาเข้าร่วมคือมีอาชีพกรีดยางเป็นหลัก และทำงานนี้เป็นอาชีพเสริมมีรายได้เสริมตกเดือนละ 10,000 บาท หรือถ้าคิดโดยรวมของกลุ่มก็ตกเดือนละ 3 แสนบาท ช่องทางการตลาด ไปกับโอท็อปของจังหวัด งานกาชาด เรียกว่าไปกับงานอีเว้นต์ต่างๆ รวมทั้ง ขายผ่านช่องทางออนไลน์อีกด้วย มีเฟซบุ๊ก ชื่อเพจ ผ
วันที่ 3 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันเกษตรกรเริ่มหันมาทำอาชีพเสริม นอกเหนือจากการทำนา ทำไร่ เพิ่มมากขึ้น อย่างเช่นนายจิรทีปต์ เจนถูกใจ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/1 ม.12 บ้านระเภาว์ ต.ท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ที่มีอาชีพทำนาและค้าขายสินค้าตามตลาดนัด ได้ใช้เวลาว่างจากงานหลัก ประกอบอาชีพเสริมด้วยการเพาะเลี้ยงหนูนา เพื่อจำหน่ายให้กับชาวบ้านและผู้ที่นิยมรับประทานเนื้อหนูนา โดยศึกษาการเพาะเลี้ยงหนูนาจากยูทูป ก่อนลงมือนำอิฐบล็อกมาก่อทำเป็นโรงเรือนคอกสี่เหลี่ยมไว้พื้นที่หลังบ้าน ความสูงประมาณ 1.2 เมตร กว้าง 1.5 เมตร ยาว 7 เมตร นำท่อพีวีซีตัดเป็นท่อนๆไปว่างไว้ตามจุดต่างๆเพื่อให้หนูได้อาศัยอยู่ นอกจากนี้ยังกั้นเป็นห้องเล็กๆทำท่อลอด สำหรับไว้ให้หนูได้ไปมาหากันอีกด้วย ก่อนนำฟางข้าวมาใส่ไว้เพื่อให้หนูมุดเล่นและใช้ฟางทำความสะอาดขน บางจุดก็ใช้ไม้กระดานวางทับให้หนูได้หลบ หากตัวไหนตัวโตสวย ก็นำไปแยกเลี้ยงเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ในท่อซีเมนต์ต่างหากเพื่อเพาะขยายพันธุ์ หลังเลี้ยงมาได้ 2-3 เดือน ตอนนี้มีหนูอยู่ประมาณ 100 กว่าตัว ซึ่งหนูที่นำมาเลี้ยง เป็นหนูนาจากธรรมชาติที่ไปหาจับมาเองและซื้อจากชาวบ
