หลักสูตรเรียนฟรี
ช่วงเวลา 3-4 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ อัตราการเลิกจ้าง ตกงาน ว่างงานสูงลิ่ว หน่วยงาน-ห้างร้าน มีอันจำต้องปิดตัวตามกันไปเป็นแถว คุณฟีฟ่า-จุลจักร กาวิละ อายุ 34 ปี คือหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบ เนื่องจากบริษัทที่ทำงานอยู่ ปิดตัวลง จากพนักงานประจำ กลายมาเป็นคนว่างงานท่ามกลางเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ คุณฟีฟ่า เล่าว่า จบชั้นมัธยมฯปลายจากโรงเรียนวิชัยวิทยาเชียงใหม่ เข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีด้านการท่องเที่ยวที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ แต่การเรียนต้องหยุดชะงักเมื่อต้องไปรับใช้ชาติเป็นเวลา 2 ปีเต็ม หลังจากปลดประจำการ ผันตัวเองไปทำงานด้านการแสดงที่ฮ่องกง ก่อนกลับมาทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศในกรุงเทพฯ ทำอยู่นาน 7 ปี บริษัทที่ว่ามีอันต้องปิดตัวลง เขาจึงต้องหาหนทางเอาตัวรอดด้วยการขายของตามตลาดนัด ขายไปเรื่อย บางวันก็ไม่ขาย เรียกว่าทำไม่จริงจังเท่าไรนัก ผลตอบรับเลยไม่ค่อยดีเช่นกัน ส่วนเวลาว่างจากวันที่ไม่ได้ขายของ คุณฟีฟ่า ใช้เวลาหมดไปกับการทำสิ่งที่รักและโหยหามาตลอด นั่นคือ การปลูกต้นไม้ แต่กรุงเทพฯมีพื้นที่น้อย อากาศไม่เอื้ออำนวย เลยเล็งเห็นปัญหาและข้อจำกัดในการปลูกต้นไม้หรือจัดสวนของคนกร
ขนุน เป็นผลไม้ที่กินได้ทั้งผลดิบและผลสุก ขนุนเมื่อสุกจะมีกลิ่นแรงที่หลายคนไม่ค่อยจะชอบสักเท่าไร แต่หารู้ไม่ว่า ถ้ามองข้ามกลิ่นขนุนไป เราจะพบกับประโยชน์ของขนุนอีกมากมายจนคาดไม่ถึง ขนุนเป็นผลไม้พื้นบ้านที่รู้จักกันว่าเป็นไม้มงคล จึงมีผู้คนนิยมปลูกหลังบ้าน ด้วยชื่อของขนุน จะหนุนนำความเจริญสู่เจ้าของบ้านนั่นเอง ในส่วนของแก่นไม้หรือเนื้อไม้ของขนุนจะมีสีเหลืองเข้มออกน้ำตาล เมื่อนำมาใช้เป็นสีย้อมผ้าจะให้สีเหลืองน้ำตาล (สมัยก่อนเปลือกนำมาต้มย้อมผ้าจีวรพระ) และนอกจากนั้นไม้ขนุนยังใช้ทำอุปกรณ์เครื่องเรือน และเครื่องดนตรีได้อีกด้วย ขนุนหั่นเป็นแว่นๆ นำไปต้มจนสุกนิ่มและเปื่อย แล้วค่อยเอามาใส่ตะแกรงพักให้สะเด็ดน้ำ สรรพคุณทางยาของ ขนุน เนื้อขนุนเมื่อสุกจะมีกลิ่นหอม หวาน กรอบ กินอร่อย เป็นผลไม้ที่ได้ฉายาว่าเจ้าแห่งผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ สารอาหาร คาร์โบไฮเดรต กากใย ไขมัน โปรตีน คอเลสเตอรอล ส่วนไขมันอิ่มตัวไม่มี – ใบขนุนอ่อนๆ จะแบบสดกินเคียงกับลาบ ส้มตำ หรือจะเอามาต้มกินกับน้ำพริกก็ได้ และรสฝาดนั้นยังใช้บดโรยแผลมีหนองเรื้อรังได้ – ราก บำรุงโลหิต แก้กามโรค ขับพยาธิ ระงับประสาท แก้โรคลมชัก – ย
เรื่องของสัตว์เลี้ยง ใครชื่นชอบอะไรก็มักขวนขวายวนเวียนอยู่กับสิ่งนั้น ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความชอบ ความรัก ที่เชื่อว่า เรื่องของสัตว์เลี้ยงไม่ได้เปลี่ยนกันได้ง่ายๆ เช่น สัตว์ที่จัดอยู่ในกลุ่มสัตว์มีพิษ ตามตำราเรียนของไทย หากพบควรระวังไม่ให้ถูกสัตว์มีพิษกัด ต่อย เพราะอาจเป็นอันตรายได้ สัตว์ที่จัดอยู่ในกลุ่มมีพิษอันพึงระวัง มีหลายชนิดด้วยกัน แต่ชนิดหนึ่งที่ปัจจุบันแทบไม่ได้เห็นกันแล้ว โดยเฉพาะพื้นที่เขตเมือง นั่นคือ แมงป่อง ที่จังหวัดอุดรธานี แมงป่อง ไม่ได้เป็นสัตว์มีพิษที่น่ารังเกียจ แต่กลับเป็นสัตว์ที่มีค่าในทางเศรษฐกิจ สามารถเพาะขายได้ราคา ทั้งจากคนที่ชื่นชอบ รักและนิยมเลี้ยงแมงป่องไว้เป็นสัตว์เลี้ยงสวยงาม และอีกมุมของกลุ่มผู้ที่นิยมกินแมลงทอด ในกลุ่มของแมลงทอด แมงป่องจัดเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่นำมาทอดรวมกับกลุ่มแมลงต่างๆ ได้เช่นกัน คุณดนัย ศิริบุรี กับแมงป่องช้าง พร้อมขาย คุณดนัย ศิริบุรี ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายพัฒนาและประชาสัมพันธ์ สาขาธุรกิจการเกษตร คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ไม่ได้เป็นหนึ่งในผู้หลงใหลแมงป่อง แต่มองเห็นอนาคตของสัตว์ชนิดนี้ ถึงขั้นรวบรวมไว้กว่า 20 สายพันธุ์ ซึ่งสายพั
นายนิติกร ปะจิราพัง ประธานกลุ่มทำอาชีพปั้นปูนลายไม้ หมู่ที่ 12 ตำบลวังแดง อำเภอตรอน เผยว่า จากความชอบศิลปะเป็นการส่วนตัว และเล็งเห็นว่าต้นไม้ลดน้อยลงทุกที อีกทั้งยังประสบปัญหาภัยแล้งและราคาข้าวก็ตกต่ำ จึงหันมาทำอาชีพปั้นปูนลายไม้ ทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้ง ชุดโต๊ะ เก้าอี้ กระถางต้นไม้ พื้นปูถนน โดยทำมา 5 ปีแล้ว ทำให้มีรายได้เพิ่มเป็นหลักหมื่นบาทต่อเดือน วิธีการทำ มี 7 ขั้นตอน คือ 1. เตรียมโครงลวดชิ้นงานเพื่อเป็นที่ยึดปูนตามขนาดที่ต้องการ 2. ผสมปูนอัตราส่วนทรายละเอียด 2 ส่วน ต่อปูน 1 ส่วน 3. เทปูนที่ผสมแล้วเพื่อเป็นพื้นกระถาง แล้วรอให้แห้ง 4. ใส่ทรายในชิ้นงานเพื่อจะได้ขึ้นรูปได้สะดวก 5. ฉาบปูนตามโครงลวด หนาประมาณ 1 เซนติเมตร 6. ฉาบปูนชั้นที่ 2 อัตราส่วน ทรายละเอียด 1 ส่วน ต่อปูน 1 ส่วน และขั้นตอนสุดท้าย ทำลายไม้ เปลือกไม้ ตามแบบซิลิโคน จากนั้นรอแห้ง แล้วลงสีให้แสงเงาได้งานปูนลายไม้ที่สวยงามเหมือนของจริง ด้าน นายสายชล ชมน้อย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 12 ตำบลวังแดง กล่าวว่า สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอตรอน เข้ามาสนับสนุนโครงการสร้างสัมมาชีพชุมชน จึงเสนอให้รวมกลุ่มทำอาชีพปั้นปูนลายไม้ เพื่อสร้างรายได้ใ
ปัจจุบันเริ่มมีคนไทยในต่างประเทศ ปลูกผักไว้ทานกันเองบ้างแล้ว ทั้งนี้ก็เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ได้กินผักที่อยากกิน ผ่อนคลายการคิดถึงบ้าน ที่สำคัญเกิดความภูมิใจได้ทานผักที่ปลูกเอง เฉกเช่นคุณสุพรรณกรรณิการ์ หรือคุณนิกา วังสีราบิคช ปัจจุบันอายุ 53 ปี สาวไทยที่ไปอาศัยอยู่รัฐเฮสเซิน ประเทศเยอรมันนี คุณนิกา ไปอยู่ที่ประเทศเยอรมันนีนาน 16 ปีแล้ว โดยแต่งงานกับสามีชาวเยอรมัน ปัจจุบันเธออาศัยอยู่ทางภาคกลาง จังหวัด Schwalmstatd หมู่บ้าน ทรูทสไซน. เขตรัฐเฮสเซิน เป็นเมืองเล็กๆ แต่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เป็นจังหวัดที่ถูกสร้างใหม่เกิดขึ้นเมื่อหลังสงครามโลกครั้งที่2 “ดิฉันแต่งงานกับสามีชาวเยอรมัน16 ปี เริ่มปลูกผักกินเองตั้งแต่แต่งงานปีแรก สามีก็มีความรู้เรื่องการปลูกผักท้องถิ่น และการเลี้ยงสัตว์พอสมควร สำหรับจุดเริ่มต้น เพราะบ้านอยู่นั้น ไกลจากตัวเมือง ของกินหายาก และมีราคาแพง เลยจำเป็นต้องปลูกผักทานเอง แต่ทว่าดินจังหวัดนี้ไม่ค่อยดี มีแต่เศษหิน เศษกระเบื้อ เวลาปลูกพืชจำเป็นต้องปรับปรุงดินก่อน” บริเวณบ้านที่คุณนิกาอาศัยอยู่มีพื้นที่ค่อนข้าง เลยพอจะปลูกผักได้ เธออาศัยปรับปรุงดินใช้วิธีใส่ขี้ไก่ และปุ๋ย
“คนขยันไม่มีวันอดตาย” คำพูดติดหูของคนสู้ชีวิตหลายคน ที่แม้ยากจนแต่ถ้าอดทนทำกิน ชีวิตก็ไม่รู้จักคำว่าอดตาย ฉะนั้นลองมาเรียนรู้หาลู่ทางชีวิตใหม่ๆ หรือทำเป็นอาชีพเสริมให้กับตัวเอง ในช่วงข้าวยากหมากแพงยามนี้ อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สืบสานแนวพระราชดำริของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เรื่อง “เวลาเป็นของมีค่า” จึงเปิดหลักสูตรการฝึกอาชีพในแขนงต่างๆ โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันที่มีชื่อเสียง มาให้ความรู้แก่ประชาชนที่สนใจอบรม เพื่อเป็นการส่งเสริมและสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปเผยแพร่ต่อยอดเป็นอาชีพเสริม อาทิ หลักสูตรอาหารและขนม เพียงหลักสูตรละ 500 บาท วันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม 60 หลักสูตร กระทงทอง ไส้ยำทูน่า ไส้ไก่ข้าวโพด และถุงทอง ไส้หมูสับ วันอาทิตย์ที่ 21 พฤษภาคม 60 หลักสูตร ละมุนโกมล และสกุณาภูทอง วันอาทิตย์ที่ 28 พฤษภาคม 60 หลักสูตร ปั้นสิบนึ่งไส้ไก่ และช่อม่วง วันอาทิตย์ที่ 4 มิถุนายน 60 หลักสูตร ข้าวต้มมัดชาววัง (ไส้กล้วย เผือก มัน) วันอาทิตย์ที่ 11 มิถุนายน 60 หลักสูตร ขนมจีนน้ำยาสี่ภาค และสำหรับผู้ที่สนใจ ชื่นชอบในการจัดดอกไม้
ก๋วยเตี๋ยวบนรถ เมนูเดียว ขายได้ดี คุณสรวิชญ์ คูเกษมรัตน์ หรือ คุณตี๋ ผู้ประกอบการร้านรสเตี๋ยว เล่าเท้าความไปเมื่อครั้งยังศึกษาอยู่ระดับปริญญาตรี จวบจนก้าวสู่ระดับปริญญาโท ด้านบริหารธุรกิจ ที่ประเทศอังกฤษ ระหว่างเรียนก็ได้ใช้เวลาทำงานในร้านอาหาร และโรงแรม จนกระทั่งได้เป็นผู้ช่วยเชฟ “พอได้ทำงานในครัว ก็เหมือนจุดประกายความคิด อยากเป็นนายตัวเอง ส่วนที่เลือกเมนูก๋วยเตี๋ยว เพราะมองว่าถูกปากคนไทย สามารถปรับสูตรให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะในแบบของเราได้ ผมจึงนำพื้นฐานความชอบปรุงมาพัฒนารสชาติก๋วยเตี๋ยว ซึ่งตอนแรกทำออกมาเมนูเดียวคือ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำมะนาว ส่วนหน้าร้านตอนนั้นผมเลือกแบบฟู้ดทรัก โดยใช้เงินลงทุนเบื้องต้นไปประมาณ 550,000 บาท” การตกแต่งรถที่ดึงดูดสายตาผู้พบเห็น บวกรสชาติก๋วยเตี๋ยว ส่งผลให้เกิดลูกค้าบอกต่อตามมา และแม้จะมีเมนูบริการแค่รายการเดียว ก็สามารถดึงยอดขายให้มีกำไรกลับมาสู่ธุรกิจได้ ระยะเวลาก้าวผ่านราวครึ่งปี การจัดระเบียบพื้นที่ขายใหม่ ส่งผลกระทบต่อทำเลที่ตั้ง ถึงคราวนั้นคุณสรวิชญ์ เริ่มมองหาทำเลใหม่ “จุดประสงค์ที่ผมเลือกขายก๋วยเตี๋ยวบนรถ เพราะมองว่าขับไปขายตรงไหนก็ได้ แต่
อดีตวิศวกรโยธา บริษัท ช.การช่าง ลาออกจากงานประจำเงินเดือนดี ผันตัวมาเปิดร้านอาหารซีฟู้ด ย่านถนนราชพฤกษ์ แต่สุดท้ายไม่รุ่ง เลือกเป็นเกษตรกรปลูกผักสวนครัว ปลูกเมล่อน โดยใช้เมล็ดพันธุ์นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ขายผลสดรอบละ 400 ลูก พร้อมเปิดให้คนนอกเข้ามาชมสวน กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ทำเลดี ใกล้ BTS บางหว้า คุณศราวุธ จันทะพรหม หรือคุณโหน่ง เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า หลังจากจบการศึกษา กวุฒิ วศ.บ. (วิศวกรรมศาสตร์ บัณฑิต) ไปเป็นวิศวกรโยธาบริษัท ช.การช่าง นาน 10ปี กระทั่งราวปี 2540เศรษฐกิจไม่ดี ตัดสินใจลาออกมาเปิดร้านอาหารซีฟู้ด บนที่ดินของตัวเองราว 250 ตารางวา ระหว่างนั้นก็ปลูกผักสวนครัว อาทิ พริก ผักชี มะเขือเทศ ใบโหระพา มะนาว รวมถึงเมล่อน คุณโหน่ง บอกต่อว่า ร้านอาหารขายไม่ค่อยดี สุดท้ายปิดร้าน เลิกกิจการ หันมาปลูกผักสวนครัวส่งขายร้านอาหาร รวมถึงปลูกเมล่อนโดยนำเข้าเมล็ดพันธุ์จากประเทศญี่ปุ่น อาทิ ชิโมจิ ทาคานิ ฮารุกิ อิชิบะ เป็นต้น “ผมเริ่มปลูกเมล่อนเมื่อปี 2558 สาเหตุที่เลือกผลไม้ชนิดนี้ เพราะส่วนตัวรู้สึกชอบในรสชาติ เลยศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมทั้งอ่านหนังสือ ดูจากในอินเตอร์เน็ต ลงพื้นที่ไ
ออกตัวแรงว่าเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัวที่อร่อยที่สุดแล้วในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล สำหรับร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อนายหมี สูตรไหหลำ ตั้งอยู่ถนนวัดหนามแดง-บางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ร้านนี้ร่ำลือหนาหูว่าทีเด็ดอยู่ที่น้ำซุปและเนื้อวัวตุ๋น เปิดให้บริการความอร่อยมายาวนาน 10 กว่าปีชื่อเสียงดังเปรี้ยงข้ามจังหวัดเลยทีเดียว คุณอำนาจ พิทยาธร หรือ เฮียหมี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อในวัย 42 ปี เท้าความว่า โดยส่วนตัวเป็นคนชอบทานเนื้อวัว เพราะเป็นเนื้อสัตว์ที่มีประโยชน์ ถูกเลี้ยงโดยไม่ใช้ฮอร์โมนเร่งโต เมนูที่โปรดปราน คือ ก๋วยเตี๋ยว ฉะนั้นจะสรรหาร้านอร่อยไปชิมอยู่เสมอ กระทั่งตัดสินใจเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อเป็นของตัวเองด้วยเงินลงทุน 50,000 บาท ที่จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อ พ.ศ.2546 สำหรับประวัติเฮียหมี เขาจบการศึกษาจากวิทยาลัยเทคโนโลยีไทยวิจิตรศิลป์ เคยทำงานอยู่ในแวดวงละคร ต่อมาขายเสื้อผ้าแฟชั่น เปิดร้านขายข้าวกล่อง สุดท้ายทำตามความฝัน นั่นคือ เปิดร้านก๋วยเต๋ยวเนื้อ “หลังจากเรียนจบผมไปทำฉากละคร ต่อมาขายเสื้อผ้าแฟชั่น แต่ทว่าสินค้าประเภทนี้ต้องอัพเดทให้ทันกระแสอยู่เสมอ และได้เงินช้า หนที่สุดเลิกกิจการ ผันตัวไปขายข
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 70 ถนนชัยณรงค์ ในตัวเมืองชัยนาท เป็นบ้านของคุณวิเชียร สมศรี อายุ47ปี อดีตผู้ช่วยผู้จัดการสาขาห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ที่ได้ผันตัวมาใช้ชีวิตวิถีพอเพียง โดยลาออกจากงานประจำที่จำเป็นจะต้องโยกย้ายสถานที่ทำงาน จากตำแหน่งที่ปรับเลื่อน ทำให้ต้องห่างบ้านห่างครอบครัวอยู่เป็นประจำ เมื่อลาออกมาอยู่ที่บ้านได้ศึกษาและยึดอาชีพการเลี้ยงกบในกระชังบก ที่ไม่ต้องใช้บ่อหรือสร้างโรงเรือนที่มีต้นทุนสูง ครั้งแรกทดลองเลี้ยงลูกกบที่สั่งซื้อจากฟาร์มมาจำนวน1,000ตัวในราคาตัวละ2บาทรวม2,000บาท โดยใช้เวลาในการเลี้ยงประมาณ90วันก็จะไดขนาดตัวละ300กรัม หรือ3ขีด สามารถจับขายส่งได้ราคากิโลกรัมละ80บาท หรือขายปลีกจะได้ราคากิโลกรัมละ100บาท ซึ่งจาการลงลูกกบเลี้ยงแบบรุ่นต่อรุ่น ทำใหมีรายได้จากการขายกบเดือนละกว่า10,000บาท แม้จะน้อยกว่าเงินเดือนประจำ แต่ก็เหลือเก็บมากกว่าตอนทำงานประจำ เพราะอยู่บ้านตัวเอง ไม้ต้องเช่าห้อง แถมครอบครัวอบอุ่นและสุขใจที่ได้อยู่พร้อมหน้ากัน
