หลักสูตรเรียนฟรี
อุปกรณ์ขาต่อสำหรับทำงานบนที่สูง เหมาะสำหรับทำงานฝ้า เก็บผลไม้ ตัดแต่งกิ่ง ในพื้นที่แคบๆ เพราะในปัจจุบัน การทำงานในหลายมาตรฐาน คือห้ามใช้เอเฟรมเข้าไปทำงาน อย่างในเมกาโฮม คือใช้เอเฟรมขึ้นได้แต่ไม่เกิน 3 เมตร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ แต่อุปกรณ์ขาต่อตัวนี้ได้ถูกรับรองที่ประเทศแคนาดา และสหรัฐอเมริกา แล้วว่าสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย โดยผ่านการเทรนนิ่ง ในการเทรนนิ่งใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมง ก็สามารถใช้งานได้คล่องตัว อายุการใช้งานได้มากกว่า 10 ปี ขาแต่ละคู่ก็เหมือนรองเท้าแต่ละคู่สำหรับบางคน เมื่อบุคคลนี้เทรนนิ่งได้ก็สามารถใช้งานได้ เพราะฉะนั้นจะอยู่ในมาตรฐานความปลอดภัย ประสิทธิภาพในการใช้งาน ใช้หลักการของขาเทียม มีระบบโช๊ค และสปริงรองรับ วัสดุทำจากอลูมิเนียม ช่วยในการทำงานประยุกต์ ใช้ทำงานที่หลากหลาย ทดแทนการใช้บันได หรือนั่งร้าน เข้าถึงบริเวณที่แคบและสูงสามารถปรับระดับความสูงได้หลายระดับความสูงตั้งแต่ 36”-48” (90cm-120cm) สามารถใช้งานได้ทั้งพื้นเรียบ และพื้นขรุขระ ตัวพื้นทำจากเอบีเอส เป็นพลาสติกที่มีความสมดุลทั้งในเรื่องความแข็งและความเหนียว สามารถคงสภาพรูปร่างได้ดี ทำให้มีคุณสมบัติท
จากเหตุการณ์ข่าวดังหรือข่าวสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นเป็นประจำบนท้องถนน หรือแม้กระทั่งบริเวณอื่นๆก็ตาม มักจะมีกล้องติดรถหรือกล้องวงจรปิดบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้เสมอ แต่อุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นได้ตลอด ไม่ว่าเราจะประมาทหรืออีกฝ่ายจะประมาทก็ตาม กล้องติดรถจึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ผู้ใช้รถใช้ถนนวางใจ เสมือนเป็นพยานที่ตามติดตัวทุกครั้งที่สตาร์ทรถออกไป คุณพรเทพ ภาคบูรณ์ ผู้จัดการการตลาด บริษัท ออโต้วิชั่น จำกัด บริษัทนำเข้าและติดตั้งกล้องติดรถยนต์คุณภาพสูงแบบ Full HD (ฟูล เอชดี) ออกแบบและพัฒนาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ภายใต้ แบรนด์ Proof (พรูฟ) สินค้าทุกรุ่นมีมาตรฐาน CE , FCC ที่ได้รับการรับรองจากยุโรป ผลิตในไต้หวัน และจีน เผยว่า ปัจจุบันยอดขายกล้องติดรถเพิ่มมากขึ้น สืบเนื่องจากผู้ใช้รถใช้ถนนได้รับข่าวสารกรณีเหตุการณ์ดังหรือกระแสข่าวที่เกี่ยวข้องกับการบันทึกภาพของกล้องติดรถ ล่าสุดน่าจะเป็นข่าวลุงวิศวฯกับกลุ่มวัยรุ่นชาย ที่กระตุ้นยอดขายได้ดีมาก การติดตามข่าวสารดังกล่าว ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนรู้สึกว่าการติดกล้องติดรถยนต์ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับชีวิตและทรัพย์สินของตัวเองได้ระดับหนึ่ง คุณพรเทพ กล่า
ช่วงหน้าแล้ง ชาวบ้านที่เป็นเกษตรกร ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ว่างจากการทำนาจึงได้หาอาชีพเสริมอื่นๆ ทำ เพื่อสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัว เช่นเดียวกับนางตุ้ม ขาวงาม อายุ 72 ปี ชาวบ้านมะค่า หมู่ที่ 5 ต.มะค่า อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา ก็ได้ใช้เวลาว่างจากการทำนา ออกหาแหย่ไข่มดแดงขาย โดยถือไม้ไผ่และฮวด ที่เป็นอุปกรณ์สำหรับแหย่ไข่มดแดง ออกหาแหย่ไข่มดแดงตามต้นไม้ ทั้งในหมู่บ้าน และตามทุ่งนา ซึ่งแต่ละวันสามารถหาไข่มดแดงมาขายได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 700 – 800 บาทเลยทีเดียว นางตุ้ม เปิดเผยว่า อาชีพหลักของตนนั้นคือการทำไร่ ทำนา แต่เมื่อมีเวลาว่างก็จะหาไข่มดแดงมาขายเป็นรายได้เสริม ซึ่งทำมานานกว่า 12 ปีแล้ว สำหรับการหาไข่มดแดงนั้น ก็จะไปกับคุณตา 2 คน โดยจะออกไปหารังมดแดงในทุ่งนา หรือในหมู่บ้าน ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ซึ่งมดแดงจะชอบทำรังออกไข่บนต้นไม้หลายชนิด อาทิ ต้นสะแก ต้นสะเดา และต้นมะม่วง ส่วนจะรู้ว่ารังไหนมีไข่มากๆ นั้น ก็ต้องสังเกตรังที่มีใยขาวๆ อยู่ขอบรัง และถ้ารังไหนที่มีน้ำหนักจนกิ่งไม้โน้มลงมา จะได้ไข่มดแดงมากเป็นพิเศษ เมื่อได้ไข่มดแดงมาแล้ว ก็จะนำมาแช่น้ำเพื่อคัดแยกไข่ออกจากตัวมดแดง ซึ่งวิธีคัดก็ต้
เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ที่ จ.ชัยนาท ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 70 ถนนชัยณรงค์ ในตัวเมืองชัยนาท เป็นบ้านของคุณวิเชียร สมศรี อายุ47ปี อดีตผู้ช่วยผู้จัดการสาขาห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ที่ได้ผันตัวมาใช้ชีวิตวิถีพอเพียง โดยลาออกจากงานประจำที่จำเป็นจะต้องโยกย้ายสถานที่ทำงาน จากตำแหน่งที่ปรับเลื่อน ทำให้ต้องห่างบ้านห่างครอบครัวอยู่เป็นประจำ เมื่อลาออกมาอยู่ที่บ้านได้ศึกษาและยึดอาชีพการเลี้ยงกบในกระชังบก ที่ไม่ต้องใช้บ่อหรือสร้างโรงเรือนที่มีต้นทุนสูง ครั้งแรกทดลองเลี้ยงลูกกบที่สั่งซื้อจากฟาร์มมาจำนวน1,000ตัวในราคาตัวละ2บาทรวม2,000บาท โดยใช้เวลาในการเลี้ยงประมาณ90วันก็จะไดขนาดตัวละ300กรัม หรือ 3ขีด สามารถจับขายส่งได้ราคากิโลกรัมละ80บาท หรือขายปลีกจะได้ราคากิโลกรัมละ100บาท จากการลงลูกกบเลี้ยงแบบรุ่นต่อรุ่น ทำให้มีรายได้จากการขายกบเดือนละกว่า10,000บาท แม้จะน้อยกว่าเงินเดือนประจำ แต่ก็เหลือเก็บมากกว่าตอนทำงานประจำ เพราะอยู่บ้านตัวเอง ไม้ต้องเช่าห้อง แถมครอบครัวอบอุ่นและสุขใจที่ได้อยู่พร้อมหน้ากัน
อดีตพนักงานเกษียณ บริษัท การบินไทย จำกัด คุณบำรุง พงษ์พุฒ ผันตัวจับจอบ จับเสียม เป็นเกษตรกรปลูกบวบเหลี่ยม ระบบน้ำหยด 5 ไร่ เก็บผลผลิตขายรับทรัพย์ได้ทุกวัน วันละ 2,000 บาท อนาคตเตรียมขุดบ่อน้ำกลางนา ขยายพื้นที่ปลูกผักเพิ่ม หวังสร้างรายได้ยั่งยืน ณ บ้านเลขที่ 35 หมู่ 2 ตำบลพระงาม อำเภอพรหม จังหวัดสิงห์บุรี คุณบำรุง พงษ์พุฒ อดีตรองผู้จัดการ แผนกแคเทอริ่ง บริษัท การบินไทย จำกัด เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า ปัจจุบันอายุ 64 ปี หลังเกษียณอายุ กลับมาทำนาที่บ้านเกิด จังหวัดสิงห์บุรี 30 ไร่ ลงทุนเกือบ 200,000 บาท ทว่าผลตอบแทนไม่เป็นที่พอใจ เลยตัดสินใจปล่อยพื้นที่นาร้าง แล้วหันมาใช้พื้นที่ว่างใกล้บ้าน ประมาณ 2 งาน ปลูกแตงกวา มะระจีน และตามด้วยบวบเหลี่ยม ซึ่งผลผลิตเป็นที่น่าพอใจมาก เก็บขายได้ทุกวัน รายได้ดีกว่าตอนทำนา “ผมทดลองปลูกบวบเหลี่ยมครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2559 บนพื้นที่ 5 ไร่ เงินลงทุนปลูกบวบเหลี่ยมครั้งแรกราว 10,000 บาท เป็นค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าปุ๋ย ระบบน้ำหยด” สำหรับเทคนิคที่ทำให้เมล็ดพันธุ์บวบเหลี่ยมงอกได้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ คุณบำรุง ระบุว่า ต้องเพาะกล้าลงในถาดและดินสำหรับเพาะกล้
ปัจจุบันสตรอว์เบอร์รี่ไม่ได้เป็นผลไม้เมืองหนาวอีกต่อไปแล้ว จะเห็นได้ว่าทุกภาคในประเทศไทยสามารถปลูกสตรอว์เบอรี่ได้ อาทิ ภาคอีสาน ภาคกลาง อาทิ ที่เขาใหญ่ ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ อุดรธานี กาญจนบุรี เรียกว่าเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่ทำเงินจริงๆ แต่เชื่อว่าบางคนคงไม่เคยรู้มาก่อนว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาสายพันธุ์สตรอว์เบอร์รี่ในเมืองไทย กระทั่งมีการปลูกกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เน้นเพิ่มแอนโทไซยานิน โครงการงานวิจัย “การปรับปรุงพันธุ์สตรอว์เบอร์รี่เพื่อคัดเลือกสายพันธุ์ที่มีศักยภาพในการผลิตแอนโทไซยานินและการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ” ที่มี ผศ.พีระศักดิ์ ฉายประสาท ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการด้านเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นหัวหน้า โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่าง สกว. และมูลนิธิโครงการหลวง โดยมีแปลงทดลองอยู่ที่มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก และที่เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ผศ.พีระศักดิ์ เล่าว่า งานวิจัยนี้มี คุณมงคล
การทำธุรกิจในยุคไอที ไม่จำเป็นต้องอาศัยเงินลงทุนก้อนโตเหมือนสมัยก่อน มีเพียงคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ตโฟน ก็สามารถค้าขายได้เเล้ว ฉะนั้นจะเห็นคนรุ่นใหม่จำนวนมาก อาศัยช่องทางออน ไลน์เป็นจุดเริ่มต้นธุรกิจ ตั้งเป้าขายในออนไลน์เป็นหลัก คุณสุวดี อรุณเรื่อ หรือ คุณพลอย วัย 25 ปี อดีตนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ใช้เส้นทางนี้ โดยปัจจุบันเธอเป็นเจ้าของแบรนด์ครีมกันแดด ซันเรซ์ (SUNRAYZ) ที่เน้นการขายผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์กทั้งหลาย ทั้งนี้ ก่อนจะมาทำธุรกิจเรื่องความงาม เจ้าตัวเคยมีประสบการณ์ในการทำงานประจำมาก่อนประมาณ 3 ปีกว่า ด้วยการเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ด้านสื่อโฆษณา โปรดักชั่นเฮ้าส์ และแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นชื่อดังของไทย ทั้งเคยได้ไปร่วมสร้างงานโปรดักชั่นแบรนด์เครื่องสำอางไทยในประเทศอินเดีย ซึ่งระหว่างนั้นเธอก็มีความสนใจที่จะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง แต่ด้วยความยังไม่พร้อมในหลายๆ ด้าน ความฝันในตอนนั้นจึงต้องพับเก็บไว้ ก่อนจะบินไปศึกษาด้านภาษาเพิ่มเติมที่ประเทศอังกฤษ คุณพลอย เล่าว่า ระหว่างที่อยู่ต่างประเทศได้เห็นและคุ้นชินกับวัฒนธรรมการใช้โซ
วันที่ 3 มีนาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเข้าช่วงฤดูแล้งของทุกปี ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน ถึงแม้ชาวบ้านในพื้นที่ จ.นครพนม จะประสบปัญหาภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำในการเกษตร ทำให้หลายพื้นที่ต่างพากันหาอาชีพเสริมด้วยการออกล่าของป่าขาย โดยเฉพาะอาชีพที่สร้างรายได้ดีที่สุดอาชีพหนึ่งในช่วงฤดูแล้งคือการออกล่าจักจั่นขาย เนื่องจากเป็นอาหารป่าที่ได้รับความนิยมและเป็นที่ต้องการของตลาด ปีไหนหายากจะมีราคาแพงถึงตัวละ 2-3 บาท โดยในช่วงฤดูแล้ง ชาวบ้านจะพากันออกไปล่าจักจั่นตามวิถีชีวิตภูมิปัญญาชาวบ้าน ส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ตามป่าเต็ง ป่ารังที่มีความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งใช้วิธีนำยางไม้ไปติด หรือจะมีการออกไปส่องหาในเวลากลางคืนตามความถนัด เช่นเดียวกันกับตลาดสดเทศบาลตำบลนาแก อ.นาแก จ.นครพนม ถือเป็นตลาดศูนย์กลางอาหารพื้นบ้านที่สำคัญของ จ.นครพนม ทำให้ในช่วงฤดูแล้ง บรรดาพ่อค้า-แม่ค้าต่างพากันนำอาหารป่ามาวางขาย ประกอบด้วย ไข่มดแดง แมงแคง จักจั่น ผักหวาน ถือเป็นเมนูยอดฮิตที่ชาวบ้านนิยมซื้อไปปรุงเป็นเมนูเด็ด โดยเฉพาะจักจั่น ถือเป็นเมนูอาหารป่าที่หายาก 1 ปีมีครั้งเดียว ในปีนี้มีราคาแพงตกตัวละประมาณ 2-3 บาท เนื่องจาก
ปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้ว่ากระแสการทำเกษตรของคนในยุคนี้เป็นที่นิยมมากขึ้น ซึ่งเห็นได้จากรายการโทรทัศน์หรือข่าวสารตามโลกโซเชียลมีเดียต่างๆ ที่คนจากหลากหลายอาชีพผันชีวิตสู่การทำเกษตรกรรมกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งการทำประมงก็มาแรงไม่แพ้การทำเกษตรด้านอื่นๆ โดยเฉพาะ กุ้งก้ามแดง กำลังเป็นที่จับตาของใครหลายๆ คน ที่ต้องการจะเลี้ยงสร้างอาชีพ โดยจับตามองกันว่าเป็นการเลี้ยงเพื่อตามกระแส หรือว่าเลี้ยงเพื่อเป็นอาชีพที่ยั่งยืนกันแน่ เพราะจากมุมมองจะเห็นเป็นเพียงเพาะพันธุ์ขายแล้วนำมาเลี้ยงให้สวยงามจึงดูไม่ยั่งยืน แต่จริงๆ แล้ว กุ้งก้ามแดง ไม่เพียงแต่เลี้ยงสวยงามได้เท่านั้น ยังสามารถกินได้ด้วยเช่นกัน คุณวิศรุต ใจเมือง คุณวิศรุต ใจเมือง อยู่บ้านเลขที่ 20 หมู่ที่ 7 ตำบลหนองหัวโพ อำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่มีความสนใจในการเลี้ยงกุ้งก้ามแดงเป็นอย่างมาก ซึ่งเขาเองเลี้ยงแบบไม่ได้หวังเพื่อดูเป็นสัตว์น้ำสวยงามที่อยู่ภายในตู้ แต่นำมาเลี้ยงเป็นกุ้งเนื้อที่สามารถนำไปประกอบอาหาร เป็นเมนูกุ้งก้ามแดงที่บอกเลยว่าเห็นแล้วน้ำลายสอไม่น้อยกันเลยทีเดียว เลี้ยงกุ้งไว้เป็นอาชีพเสริม หลังว่างจากทำนา คุณว
ปัจจุบันคนรุ่นใหม่ ยิ่งบรรดาเจนเอ็กซ์ เจนวาย ขยันเมคมันนี่ ทำทั้งอาชีพหลักเเละอาชีพเสริม เฉกเช่น “คุณไชยกร ปลื้มเจริญกิจ” นักธุรกิจหนุ่มใหญ่วัย 46 ปี ที่มีดีกรีปริญญาโทด้านการตลาดจากสหรัฐอเมริกา ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ทำธุรกิจมากกว่า 1 อย่าง นั่นคือ การร่วมหุ้นกับเพื่อนทำผลิตภัณฑ์แปรรูปมันสีม่วงของญี่ปุ่น แบรนด์ อิโมะ อิโมะ (imo imo) เเละบริหารสำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง เริ่มต้นจากการชอบทาน คุณไชยกร เล่าถึงแรงบันดาลใจที่เข้ามาทำธุรกิจแปรรูปมันสีม่วงในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งถือเป็นเจ้าแรกเจ้าเดียวในประเทศไทยว่า ปกติเป็นคนชอบเรื่องการหาของรับประทาน โดยเฉพาะของที่แปลก ใหม่ หรืออะไรที่เป็นนวัตกรรมด้านอาหาร ตั้งแต่ตอนที่เรียนอยู่สหรัฐอเมริกา จนกระทั่งกลับมา เมื่อไรที่มีโอกาสเดินทางไปดูงานที่ต่างประเทศจะชอบหาของรับประทานตามสถานที่ต่างๆ ถ้าพูดถึงความสนใจในส่วนที่เป็นธุรกิจด้านอาหาร เริ่มจากช่วงที่ทำธุรกิจรถยนต์ของครอบครัวไปสักประมาณ 3-4 ปี ก็เริ่มศึกษาธุรกิจด้านนี้ โดยไปดูงานแสดงสินค้าต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงหาโอกาสคุยกับคนที่ทำธุรกิจด้านนี้ทั้งที่เป็นเพื่อนและเป็นคนทั่วไปที่เจอ จนกระทั่งเมื่
