หลักสูตรเรียนฟรี
How To ไลฟ์สด ให้ปัง ด้วย 9 เทคนิคต้องรู้ จาก แม่ค้าไลฟ์สดตัวจริง ไลฟ์สด นับเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์การขาย ที่เหล่าผู้ประกอบการร้านค้าออนไลน์หันมาใช้ช่องทางนี้ขายสินค้าของตัวเองกันมากขึ้น แต่การไลฟ์สด ไม่ใช่แค่การไลฟ์แล้วจะปิดการขายได้ง่ายๆ คุณวริสรา เสนาะ เจ้าของช่องยูทูบ วริสรา พา ดีย์ ได้แนะนำเทคนิคการไลฟ์ให้ปัง ผ่าน เพจ K SME ซึ่งแบ่งไว้ดังนี้ How To เลือก สินค้า ที่จะนำมา ไลฟ์สด อย่างไร ให้ขายปังๆ มีชัยไปกว่าครึ่ง! เทคนิคเตรียมตัวก่อน ไลฟ์สดขายของ รู้ไว้จะได้ไม่ไลฟ์เก้อ 1. กระตุ้นความเป็นคนสำคัญ ด้วยเทคนิคการจำชื่อของลูกค้า 2. ใช้การเร่งเร้า กระตุ้นให้ลูกค้าอยากมีส่วนร่วมและตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น 3. ปรบมือ เป็นอีกหนึ่งเทคนิคเรียกร้องความสนใจจากลูกค้า และช่วยดึงสติของแม่ค้าขณะไลฟ์ได้ด้วย 4. หมั่นเช็กยอดคนดู ถ้ายอดหาย อาจแปลได้ว่า เขาไม่สนใจสินค้าที่ไลฟ์ขายอยู่ ณ ตอนนั้น ต้องรีบเปลี่ยนสินค้าใหม่ 5. มี Eye Contact กับลูกค้า ใครเขินกล้อง ให้มองว่ากล้องคือเพื่อนหรือคนที่เราอยากคุยด้วย 6. ไลฟ์นอกสถานที่ ต้องเช็กสัญญาณอินเทอร์เน็ตและระบบการขนส่งให้ชัวร์ 7. ต้องพูดความจริง บอกสิ่งที่ต้องได้เ
แกร่งไม่ไหว! 5 ทักษะจำเป็น ที่ต้องมีติดตัวไว้ ช่วยให้มีงานทำ ไม่ว่าจะเจอวิกฤตไหนๆ ทักษะจำเป็น – ทุกวันนี้ โลก เปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก ภาคธุรกิจ ต่างก็อยู่ในช่วงโดน ดิสรัปต์ (Disrupt) มาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ พนักงาน อย่างเราๆ ก็ได้รับผลกระทบไปด้วยเช่นกัน จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ มนุษย์เงินเดือน ต้องมีทักษะเอาตัวรอดบางอย่าง ที่ทำให้เราทำงานได้ตลอด ไม่ว่าจะเผชิญกับผลกระทบใด แต่ทักษะหรือความรู้เฉพาะด้านเพียงอย่างเดียว เมื่อถึงจุดหนึ่งจะไปต่อในสายอาชีพเดิมไม่ได้ จึงต้องมีการ พัฒนาทักษะอย่างรอบด้าน โดย คุณนพกฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร หนึ่งในผู้ก่อตั้ง บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCM เจ้าของเพจ CEO Noppakrit ได้แนะนำไว้ ดังนี้ 1. ทักษะเรื่องเทคโนโลยี : เนื่องจากในปัจจุบัน มนุษย์เราก้าวเข้าสู่ยุคของเทคโนโลยี-ดิจิทัล มนุษย์เงินเดือนจึงจำเป็นต้องมีทักษะหรือก้าวตามให้ทันเทคโนโลยี-ดิจิทัลที่เกิดขึ้นมา โดยไม่จำเป็นต้องเข้าใจกระบวนการทางเทคนิคที่ซับซ้อน อาทิ การเข้าใจการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนั้นๆ ว่าสามารถใช้เชื่อมโยงกับธุรกิจองค์กรอย่างไรได้บ้าง เพื่อให้ธุรกิจองค์กรดำเนินต่อไปได้
รู้ก่อนเตรียมถูก มีชัยไปกว่าครึ่ง! เทคนิคเตรียมตัวก่อน ไลฟ์สดขายของ รู้ไว้จะได้ไม่ไลฟ์เก้อ ปัจจุบัน หนึ่งกลยุทธ์ที่ใครๆ ต่างก็รู้กันว่า สามารถทำเงินอย่างดีให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ได้เป็นอย่างดี คือ การไลฟ์สด จึงไม่แปลก ที่เหล่าผู้ประกอบการร้านค้าออนไลน์หันมาไลฟ์ขายสินค้าของตัวเองในช่องทางนี้มากขึ้น แต่การไลฟ์สด ไม่ใช่แค่การไลฟ์แล้วจะปิดการขายได้ง่ายๆ เพราะต้องมี การเตรียมตัว เพื่อควบคุมการไลฟ์สดตั้งแต่ก่อน ระหว่าง และ หลังไลฟ์ เพื่อให้การขายเป็นไปได้อย่างราบรื่น โดย คุณวริสรา เสนาะ เจ้าของช่องยูทูบ วริสรา พา ดีย์ ได้แนะนำการเตรียมตัวและข้อควรรู้ในการไลฟ์ ผ่าน เพจ K SME ซึ่งแบ่งไว้ดังนี้ How To เลือก สินค้า ที่จะนำมา ไลฟ์สด อย่างไร ให้ขายปังๆ 1. การเตรียมตัว ก่อน ไลฟ์สด แบ่งเป็น 2 ทาง คือ ปัจจัยภายนอก : ประกอบไปด้วย ฉากหลัง แสงไฟ เสียง การแต่งตัว และสัญญาณอินเทอร์เน็ต เป็นต้น ปัจจัยภายใน : อาทิ สภาพความพร้อมของผู้ไลฟ์ทั้งร่างกายและจิตใจ หากไม่พร้อมไม่ควรฝืนไลฟ์ แผนการขายและโปรโมชั่น ซึ่ง ไลฟ์สดเท่ากับการเตรียมตัวมาแล้ว เพราะไม่มีแม่ค้าไลฟ์สดคนใดประสบความสำเร็จได้ โดยไม่มีการวางแผน แต่สิ่
จาก ผักเชียงดา สู่ NARAH ธุรกิจผู้ป่วยเบาหวาน ปักธงโกอินเตอร์สำเร็จ! แม้ว่า สมุนไพรไทย จะได้รับการยอมรับด้านสรรพคุณ แต่การจะส่งออกสินค้าไปขายในตลาดโลกได้นั้น สิ่งสำคัญยิ่งกว่า จำเป็นต้องมี “มาตรฐานสากล” เป็นเครื่องการันตี ดั่งในรายเอสเอ็มอี จ.เชียงใหม่ แบรนด์ “NARAH” (นราห์) สามารถพาสมุนไพรไทยปักธงในตลาดโลกสำเร็จ โดยมีธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank คอยสนับสนุนพาเข้าถึงแหล่งทุน “กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ” ช่วยลดต้นทุนธุรกิจ พร้อมยกระดับสร้าง “มาตรฐานระดับสากล” คุณธีรพงศ์ เธียรพัฒนพล ประธานกรรมการบริหาร และผู้ก่อตั้ง บริษัท นราห์ อินดัสตรี จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพร แบรนด์ “NARAH” เล่าแรงบันดาลใจธุรกิจ เกิดจากตัวเองมีปัญหาสุขภาพเป็น “โรคเบาหวาน” ซึ่งเป็นโรคเดียวกันที่เคยคร่าชีวิตคุณพ่อของเขามาแล้ว “ภาพในอดีตที่ผมจำได้ คือ คุณพ่อต้องกินยาเป็นกำๆ จากคนร่างใหญ่กลายเป็นซูบผอม สุดท้ายก็เสียชีวิต ผมไม่อยากจะเป็นเหมือนพ่อ เลยกลับมาศึกษาเรื่องสมุนไพรจริงจัง เพื่อรักษาตัวเอง จนพบ ผักเชียงดา ที่มีสรรพคุณลดน้ำตาลในเลือด เมื่อใช้กับ
อดีตแม่ค้าขนมไทย ผันตัวเป็นไรเดอร์ ขับจน ปลดหนี้นอกระบบ – ส่งลูกสาวเรียนจนจบ ป.ตรี ปลดหนี้ – สายใยแห่งความรักและความผูกพัน เป็นแรงผลักดันที่ทำให้คนคนหนึ่งยอมลำบากและสามารถเสียสละความสุขของตัวเอง เพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับอีกฝ่าย คุณแม่นักสู้ ทำงานปลดหนี้เพื่อ “อนาคตที่ดีของลูก” คุณหมอน–ศรีสมร เจริญสุข คุณแม่ลูกสองวัย 57 ปีจากเชียงราย เล่าให้ฟังถึงชีวิตของการเป็นแม่ที่ต้องเลี้ยงลูกเพียงลำพังตั้งแต่ลูกสาวคนเล็กอายุได้เพียง 3 ขวบ ว่า แต่ก่อนเธอหาเลี้ยงครอบครัวด้วยการทำขนมไทยขาย แต่ด้วยภาระค่าใช้จ่ายที่มากมายทำให้เธอต้องไปกู้เงินนอกระบบมาเพื่อใช้หมุนเวียนในครอบครัวจนกลายเป็นหนี้ก้อนโต รายได้ในแต่ละวันที่หามาได้กลายเป็นเงินที่พอใช้อยู่รอดไปวันๆ จนเมื่อเกิดวิกฤตโควิด ชีวิตของคุณหมอนต้องถึงจุดพลิกผัน เมื่อรายได้จากขายขนมเริ่มไม่เพียงพอ และลูกสาวคนเล็กกำลังจะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยซึ่งต้องใช้เงินจำนวนมาก “ในวันที่ลูกสาวบอกว่าสอบติดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในสาขาวิชาแอนนิเมชันและวิชวลเอฟเฟกต์ พี่ทั้งปลื้มใจและภูมิใจในตัวเขามาก” “แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกเครียดและกดดัน เพราะรู้ว่าส
ผ้าซิ่นตีนจกดอยเต่า ภูมิปัญญาเคยเลือนหาย ปัจจุบัน ผลิตขายแทบไม่ทัน คุณแสงเดือน เปี้ยตั๋น แห่งศูนย์การเรียนรู้การทอผ้าจกบ้านชั่ง (แปลง 8) เล่าถึง โครงการพัฒนาทักษะการทอผ้าจกเพื่อสร้างอาชีพ ในเขตอำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อยกระดับการทอผ้าจกโบราณและออกแบบลวดลายผ้า ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าผ้าทอและสร้างรายได้ให้กับครอบครัวแบบยั่งยืน ว่า ช่วงปีแรก กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการฯ มีรายได้ดีพอสมควร ทั้งคนพิการ ผู้ป่วยเอดส์ ผู้สูงอายุที่ทำงานอื่นไม่ได้ก็มานั่งทอผ้ากัน แถมยังมีเวลาดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวด้วย เช่น คุณพวงแก้ว ม่วงคำ อายุ 49 ปี อาชีพเกษตรกร ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะทำได้ เขาพยายามฝึกฝนจนทอเป็น และบอกว่าปีที่แล้วเขามีรายได้หลักจากการทอผ้าเลย ทำให้มีเงินส่งลูกเรียน ซึ่งเราก็ภูมิใจมาก เมื่อกลุ่มเป้าหมายทอผ้าพื้นได้เชี่ยวชาญ ก็เกิด ‘แรงบันดาลใจ’ อยากทอให้ผ้าจกลายโบราณที่มีอยู่เป็นร้อยลาย แต่การทำผ้าจกโบราณ เป็นผ้าที่จะต้องใช้ใจ และใช้เวลาเยอะ จึงเป็นที่มาของการต่อยอดโครงการฯ ปีที่ 2 เพราะคิดว่าถ้าเขาทำได้ จะทำให้เขามีความรู้ มีทักษะมากขึ้น ขายผ้าได้ราคาสูงขึ้น และสามารถใช้เป็นอาชีพที่
อาจารย์ยอด อดีตนักพากย์ ปัจจุบันเป็นยูทูบเบอร์วัย 75 มีผู้ติดตามกว่า 5 ล้าน นัตถิ กัมมัง สมะ พลัง….แรงใดในโลก เสมอด้วยแรงกรรม ไม่มี พุทธภาษิต ที่อาจจะคุ้นหู สำหรับผู้ติดตามรายการ เรื่องเล่าชาวบ้าน โดย อาจารย์ยอด ทางช่องยูทูบ ที่ปัจจุบันมีผู้ติดตามกว่า 3 ล้าน “ไม่ค่อยได้ติดตามหรอก ว่ามีคนฟังเท่าไหร่” อาจารย์ยอด ออกตัวอย่างนั้น เป็นการเริ่มต้นบทสนทนากับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ก่อนย้อนประวัติส่วนตัวให้รู้จักว่า ชื่อ-นามสกุล จริง คือ ปรีชา เรืองเดช ปัจจุบันอายุ 75 ปี พื้นเพเป็นชาวจังหวัดสมุทรสงคราม ครอบครัวเป็นชาวสวนมะพร้าว ชีวิตวัยเรียน ได้เข้ามาศึกษาต่อในกรุงเทพฯ ที่ โรงเรียนวัดบวรนิเวศฯ ต่อด้วย โรงเรียนอำนวยศิลป์ และ เพาะช่าง ก่อนไปทำงานกับรุ่นพี่ “เปี๊ยก โปสเตอร์” ติดสอยห้อยตามไปเป็นผู้ช่วย เขียนโปสเตอร์ตามโรงหนัง หรือ ที่เขาเรียกกันว่า คัตเอาต์ อาจารย์ยอด เล่าต่อ ทำงานเป็นผู้ช่วยเขียนคัตเอาต์ อยู่ 2-3 ปี จึงหันไปพากย์หนัง นึกสงสัย เขียนโปสเตอร์อยู่ดีๆ แล้วไปพากย์หนังได้ยังไง คู่สนทนา ท่านเดิม อธิบายเพิ่มเติม “คิดว่าการเขียนรูป คงสู้งานพากย์หนังไม่ได้ เลยไปหัดพากย์และฝึกฝนเรื่อย
ถอดรหัส Neelor ธุรกิจเสื้อผ้าญี่ปุ่นสัญชาติไทย ฝ่าวิกฤต โดยใช้ โซเชียล เข้าถึงลูกค้า คนไทยจำนวนมากชื่นชอบสินค้าและท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ด้วยธรรมชาติคนประเทศญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับดีไซน์และรูปลักษณ์ของสินค้าผลิตภัณฑ์มาก การออกแบบว่าจ้างดีไซเนอร์จึงเป็นเรื่องที่ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือยหรือควรมองข้าม ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า สินค้าหรือบริการบางชนิดเมื่อใส่พลังความคิดดีไซน์ลงไป ก็สามารถทำให้แบรนด์สินค้านั้นถูกพูดถึงในตลาดออนไลน์และออฟไลน์และทำยอดขายได้สูงมาก โดยใช้งบการตลาดไม่มากจนเกินไป ปัจจุบันผู้ประกอบการไทยหันมาออกแบบและผลิตสินค้าเชิงวัฒนธรรมประเทศญี่ปุ่นจำนวนมาก สามารถแข่งขันได้อย่างมีศักยภาพ ที่สำคัญ สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการไทยอย่างดี แม้ต้องเผชิญภาวะวิกฤตไวรัสโคโรนา 2019 มาหลายปี นายนฤเบศร์ หน่อคำ ผู้บริหารเสื้อผ้าสไตล์ญี่ปุ่นแบรนด์ Neelor เล่าว่า ตนเป็นศิษย์เก่าคณะบริหารธุรกิจ สาขาการตลาด มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ใช้ความรู้และประสบการณ์ที่เรียนในรั้วมหาวิทยาลัยช่วยสร้างแบรนด์เสื้อผ้าสไตส์ดั้งเดิมญี่ปุ่น มีการผสมผสานความเป็นโมเดิร์นแบบสมัยใหม่ ดั้งเดิมแต่ยังดูใหม่ ภา
ชี้เป้า แฟรนไชส์น่าลงทุน เปิดง่ายด้วยงบหลักหมื่น ขายดี มีกำไร รวมมาให้แล้ว!! ใครที่อยากลงทุนเปิดแฟรนไชส์ แต่มีงบไม่มาก เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ชี้เป้าให้เลย แฟรนไชส์น่าลงทุน เริ่มต้นเพียงหลักหมื่นบาท มีอะไรบ้าง มาดูกัน 1. หมูทอดกอดคอ เจ้าของ คือ คุณชาตยา สุพรรณพงศ์ เปิดมาแล้ว 2 ปี มีมากกว่า 100 สาขา ค่าแฟรนไชส์เริ่มต้น 11,900-59,900 บาท ช่องทางการติดต่อ โทร. 065-986-4327 เฟซบุ๊ก : หมูทอดกอดคอ 2. เจ้พงษ์ลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์ เจ้าของ คือ คุณณปภัช วรปัญญาสถิต เปิดมาแล้ว 50 ปี มี 150 สาขา ค่าแฟรนไชส์เริ่มต้น 12,900-65,900 บาท ติดต่อได้ที่ โทร. 064-835-2397 เฟซบุ๊ก : แฟรนไชส์เจ้พงษ์ลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์ 3. สเต็กเด็กแนว เจ้าของ คือ บริษัท หรรษา ฟูดส์ จำกัด เปิดให้บริการมา 11 ปี มีจำนวนสาขามากถึง 601 สาขา ค่าแฟรนไชส์เริ่มต้น 19,900-29,900 บาท ช่องทางการติดต่อ โทร. 095-908-8189, 084-633-3602 เฟซบุ๊ก : สเต็กเด็กแนว แฟรนไชส์ 4. รสเด็ด ก๋วยเตี๋ยวกระทุ่มแบน เจ้าของ คือ คุณอภิวิชญ์ บุญส่งกิจ เปิดมานาน 40 ปี มีสาขา 531 สาขา ค่าแฟรนไชส์เริ่มต้น 39,900-49,900 บาท ช่องทางการติดต่อ โทร. 081-915-4985 เฟซบ
เสริมหล่อถึงบ้าน! รถตัดผมเคลื่อนที่ จากช่างมืออาชีพ โดนใจผู้สูงอายุ-คนพิการ นอกจากรถฟู้ดทรัก ที่คอยเสิร์ฟอาหารถึงหน้าบ้าน หรือจอดขายตามย่านของกินแล้ว ยังมีบาร์เบอร์ทรัก หรือรถตัดผมเคลื่อนที่ ขับให้บริการมานาน 2 ปี มีชื่อเรียกว่า Sxissors barber truck เกิดจากการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดของร้านตัดผมชายชื่อดัง ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 คุณเอ-ศักดิ์ศิริ จุลกะเศียน อายุ 46 ปี เจ้าของรถตัดผมเคลื่อนที่ เล่าให้ฟัง เปิดร้านตัดผมชาย Sxissors และโรงเรียนสอนตัดผม มานาน 10 ปี เมื่อเกิดโควิดทำให้ร้านได้รับผลกระทบ ต้องปรับตัวให้บริการตัดผมดีลิเวอรี่ “ขับรถส่วนตัวไปหาลูกค้าถึงหน้าบ้าน วางเก้าอี้พลาสติก 1 ตัว ทำงานลำบากทั้งช่างและลูกค้า แดดร้อนมาก เลยต่อยอดเป็นรถตัดผมเคลื่อนที่ จังหวะนั้นต้องหาทางรอด เพราะรายรับเป็นศูนย์ แต่รายจ่ายคงที่ หลักๆ มีค่าเช่าพื้นที่ เงินเดือนพนักงาน” คุณเอศึกษาอยู่นานว่าจะซื้อรถแบบไหน สุดท้ายตกผลึกที่รถฟู้ดทรัก ซูซุกิป้ายแดง นำมาปรับโฉมเป็นรถตัดผมเคลื่อนที่ ติดเก้าอี้ 1 ตัว ทำที่วางอุปกรณ์ ติดแอร์ ติดกระจก ทำระบบไฟ ฯลฯ รวมแล้วหมดไปแสนกว่าบาท ใช้เวลาตกแต่ง 3 สัปดา
