หลักสูตรเรียนฟรี
ภรรยาสาวห่วงสุขภาพสามี ครีเอตเมนู ‘หมูทอดไร้น้ำมัน’ รสแซ่บส่งดีลิเวอรี่วันละเกือบ 100 ชุด “เฮียดอยซ์หมูไม่มัน” แบรนด์น้องใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่ตลาด สร้างกระแสฮือฮาบนโลกโซเชียลด้วยรูปแบบที่น่าสนใจจนมีดารา บล็อกเกอร์ รวมทั้งรายการทีวีดัง ชวนไปพูดคุยอีกด้วย คุณแชมเปญ-เมธาพร พีรวุฒิ เหลืองรัศมี อายุ 35 ปี เจ้าของกิจการ เล่าจุดเริ่มต้นให้ฟังว่า เฮียดอยซ์สามีของเธอเป็นคนชอบทานข้าวเหนียวหมูทอดมาก เจอร้านไหนทานร้านนั้น ทานทุกวันก็ไม่ดีต่อสุขภาพ ในฐานะภรรยาที่ชอบทำอาหารจึงคิดสูตรหมูทอดเพื่อสุขภาพ โดยไม่ใช้น้ำมัน ทำออกมาแล้วอร่อย เลยอยากส่งต่อความสุขภาพดีนี้ให้คนอื่นด้วย “จริงๆ ทำธุรกิจตัวอื่นด้วยเกี่ยวกับเฮลตี้สแน็ก พวกผักผลไม้แปรรูป ส่วนหมูทอดเป็นอีกตัวที่ทำเพิ่มได้ประมาณ 4 อาทิตย์แต่กระแสดีมาก เราใช้หมูอนามัยทอดโดยใช้ความร้อนที่พอเหมาะ ดึงไขมันจากหมูให้มาทอดตัวมันเอง” มีทั้งหมด 5 รสชาติคือ ปลาร้า หม่าล่า ต้มยำ เขียวหวาน และน้ำผึ้ง คุณแชมเปญ บอกว่า ต้องการชูรสชาติความเป็นไทย สำรวจมาแล้วยังไม่มีเจ้าไหนที่ชูรสชาติความเป็นไทยในหมูเลยสักเจ้า และยังไม่มีเจ้าไหนทอดหมูด้วยรสชาติต่างๆ
“เครื่องไข่เจียว/ไข่ตุ๋น อบแห้ง” น้องใหม่มาแรง แบรนด์ “แม่กาญจน์” “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้ไปเดินเล่นที่เมืองทองธานี ไปเจอเข้ากับบู๊ธหนึ่ง ที่มองเผินๆ ก็เป็นบู๊ธที่ขายเครื่องเทศและเครื่องแกงอบแห้งทั่วไป ที่ในปัจจุบัน ผู้ประกอบการต่างๆ หันมาแปรรูปสินค้าในลักษณะนี้กันมากขึ้น ที่น่าสนใจคือ บู๊ธนี้มีเครื่องเทศอบแห้งที่แตกต่างจากสินค้าของเจ้าอื่นอย่าง “เครื่องไข่เจียวและไข่ตุ๋นอบแห้ง” โดยมี คุณฝน-พรพิรุณ อุดมเดช อายุ 38 ปี และ คุณหนุ่ม-สิร ศาสตร์เวช อายุ 46 ปี สองสามีภรรยา เจ้าของแบรนด์เครื่องเทศอบแห้ง “แม่กาญจน์” คุณฝน-พรพิรุณ อุดมเดช อายุ 38 ปี สินค้าที่นำมาลองขายในงานเมืองทองธานี เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ “เครื่องไข่เจียวและไข่ตุ๋น” มีอยู่ด้วยกัน 3 สูตร คือ สูตรเครื่องเทศผสมชะอม, สูตรเครื่องเทศผสมเห็ด 3 อย่าง (เห็ดหอม เห็ดนางฟ้า และเห็ดหูหนู) และสูตรเครื่องเทศผสมมะเขือเทศและแคร์รอต มีคนให้ความสนใจเครื่องไข่เจียวและไข่ตุ๋นอบแห้งเป็นอย่างมาก เพราะตอบโจทย์ชีวิตที่เร่งรีบ ไม่ค่อยมีเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลูกค้าที่อาศัยอยู่ต่างประเทศ ที่ให้ความสนใจกับสูตรเครื่องเทศผสมชะอมกันเป็นจำนวนมาก เพราะต่า
คอลัมน์ HR Corner โดย ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์ http://tamrongsakk.blogspot.com หลายคนพอได้งานที่ใหม่ก็รีบร้อนไปยื่นใบลาออกกับหัวหน้าทันที โดยที่ยังไม่ได้เซ็นสัญญาจ้างกับที่ใหม่ แล้วก็เกิดปัญหาตามมาคือเมื่อยื่นใบลาออกล่วงหน้า 30 วัน (ตามระเบียบการลาออกของบริษัทส่วนใหญ่) ไปแล้ว บริษัทแห่งใหม่โทร.มาบอกว่า “ขอยกเลิกการรับเข้าทำงาน”! ผลก็คือ “เงิบ” น่ะสิครับ ครั้นจะบากหน้ากลับไปหาหัวหน้าแล้วบอกว่า “พี่ครับ ผมขอโทษจริงๆ ผมอยากจะยกเลิกการลาออก เพราะที่ใหม่เขาไม่รับผมเข้าทำงานแล้ว…ฯลฯ” ถ้าท่านเป็นหัวหน้าจะยกเลิกการลาออกให้ไหม ? นี่ยังไม่รวมความไว้เนื้อเชื่อใจจากฝ่ายบริหารว่าถ้ายกเลิกการลาออกแล้ว พนักงานจะทำงานไปแบบศาลาพักร้อนเพื่อไปหางานใหม่อีกหรือเปล่า บริษัทจะไว้วางใจได้อีกมากน้อยแค่ไหน ฯลฯ เห็นไหมครับว่ามันอิหลักอิเหลื่อกันไปหมดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาทำนองนี้ สิ่งที่คนคิดจากลาออกจากบริษัท “จะต้อง” ทำคือ 1.เซ็นสัญญาจ้างงานกับบริษัทแห่งใหม่ให้เรียบร้อยเสียก่อน ก่อนเซ็นชื่อก็ต้องดูรายละเอียดต่างๆ ของสัญญาจ้างให้ดีด้วยนะครับว่าเขามีเงื่อนไขอะไรอย่างไรบ้าง ไม่ใช่เห็นแบบผ่านๆ ก็รีบเซ็นลงไปเลย โดยไม่ด
“มาลีพฤกษ์” ยาดมสมุนไพร…ความหอมจากธรรมชาติ เพราะเชื่อว่ากลิ่นสามารถเปลี่ยนอารมณ์ได้…ด้วยเหตุนี้การเก็บเอาความหอมจากธรรมชาติพร้อมความสดชื่นบรรจุลงขวดแก้วใบจิ๋วเพื่อเป็นของขวัญให้แก่คนที่รัก จึงเป็นจุดเริ่มต้นของผลิตภัณฑ์สมุนไพรหอม อย่าง “มาลีพฤกษ์” (MaleePruk) โดย คุณจอย-ณัฏฐ์ชญามนต์ ดินรมรัมย์ คอลัมนิสต์ด้านอาหาร และเกษตร เจ้าของแบรนด์สมุนไพรหอม “มาลีพฤกษ์” เล่าถึงที่มาของความหอมให้ฟังว่า “เพราะมีโอกาสได้เดินทางไปต่างจังหวัดอยู่บ่อยๆ ทำให้มีโอกาสสัมผัสและพบเจอกับวัตถุดิบสมุนไพรในท้องถิ่นหลายอย่าง ซึ่งในแต่ละชนิดก็จะมีรูปร่าง กลิ่น สี และสรรพคุณ แตกต่างกันไป อีกทั้งในแต่ละท้องถิ่นยังมีภูมิปัญญาในการนำสมุนไพรมาใช้ประโยชน์ทั้งในเรื่องการปรุงอาหารหรือทำยาสมุนไพรที่มีเสน่ห์มาก โดยเฉพาะยาดมสมุนไพรนี่ชอบมาก ถือว่าเป็นของฝากที่ซื้อง่าย พกสะดวก ทำให้ถ้าเห็นที่ไหนต้องซื้อเก็บกลับมาใช้ดมระหว่างเดินทาง และเป็นที่ระลึกเกือบทุกครั้ง” เริ่มต้นธุรกิจจากการเป็นของขวัญและของที่ระลึก จากนักสะสมความหอมเมื่อได้ทำความรู้จักกับสมุนไพรชนิดต่างๆ เรื่อยมา ตอนนี้เธอจึงคิดต่อยอดส่งต่อความหอมให้เป็นของ
จริงหรือ? ที่เดี๋ยวนี้ ทำธุรกิจต้องมีโปร โปรโมชั่น (Promotion) หรือที่ชอบเรียกกันสั้นๆ ว่า “โปร” แปลเป็นภาษาไทยว่า “การส่งเสริมการขาย” มีความสำคัญต่อธุรกิจทุกประเภท โดยเฉพาะ การค้าปลีก ที่ต้องการ ซื้อเร็ว ขายเร็ว มาทำความเข้าใจเบื้องต้นกันก่อนว่า อะไรคือ การส่งเสริมการขาย บนพื้นฐานที่ว่า อยู่ดีๆ มนุษย์จะไม่ซื้ออะไร ที่ตัวเองไม่ได้มีความต้องการเร่งด่วน ณ เวลานั้น แต่นักการตลาด ต้องการให้มนุษย์ซื้อแบบเร่งด่วนตลอดเวลา ดังนั้น จึงเป็นที่มาของการ “กระตุ้น” ให้อยากซื้อเร็วขึ้น โดยเรียกเท่ๆ ให้ฟังดูดีว่า “ส่งเสริมการขาย” การส่งเสริมการขาย ที่ฟังดูว่าเป็นกิจกรรมของฝั่งผู้ขาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว คือ “การกระตุ้นการซื้อ” นั่นเอง แต่ปัจจุบัน เรานิยมเรียกวิธีการกระตุ้นการซื้อนี้ว่า “การสื่อสารการตลาด” เพราะทุกอย่างเกิดจากการสื่อสารกับลูกค้าเป้าหมายของเรานั่นเอง เครื่องมือที่นำมาใช้มีหลายอย่าง บางอย่างเป็นวิธีกระตุ้นทางอ้อม เช่น การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ การบอกต่อ การส่งข้อมูลให้โดยตรงทั้งทางจดหมาย ทางโทรศัพท์ หรือช่องทางอื่น การจัดนิทรรศการ การออกร้าน ฯลฯ บางเครื่องมือกระตุ้นโดยตรง เช่น ให้คนไปนำ
อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เกษตรกรในพื้นที่ทำอาชีพทางการเกษตรที่หลากหลาย เช่น ปลูกข้าวโพดและพืชไร่อื่นๆ จึงทำให้มีวัตถุดิบหลังจากเก็บเกี่ยวเหลืออยู่ ส่งผลให้เกษตรกรที่เลี้ยงปศุสัตว์มีการนำเปลือกข้าวโพดหรือต้นพืชมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ด้วยการนำไปเป็นอาหารให้สัตว์กินและหมักปุ๋ยสามารถลดการเผาทำลาย ช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทำให้ไม่เกิดปัญหาหมอกควันในพื้นที่ เกษตรกรทุกครัวเรือนสามารถทำเกษตรได้อย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คุณยงยุทธ อินทร คุณยงยุทธ อินทร อยู่บ้านเลขที่ 48 หมู่ที่ 5 ตำบลแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเกษตรกรที่มีประสบการณ์ทางด้านปศุสัตว์ โดยทำการเลี้ยงโคเนื้อลูกผสมพื้นเมือง พร้อมทั้งปลูกหญ้าสำหรับเป็นอาหารให้กับโคที่เลี้ยง และนำวัสดุเหลือใช้จากการเก็บเกี่ยวในพื้นที่อย่างเปลือกข้าวโพดมาให้โคกิน จึงช่วยลดต้นทุนการผลิตเกิดรายได้เพิ่มขึ้นเวลาจำหน่ายโคแต่ละครั้ง ทำให้การเลี้ยงโคเป็นรายได้ให้กับครอบครัวเขาเป็นระยะเวลาถึง 18 ปีเลยทีเดียว คุณยงยุทธ เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะมาเลี้ยงโคเนื้ออย่างเช่นทุกวันนี้ สมัยก่อนได้ทำเกษตรคือการปลูกข้าวโพดเป็นหลัก เมื่อเก็บเกี่ยวผลผ
ปัจจุบัน เกษตรกรทั้งรายใหม่และรายเก่า ได้มีการปรับเปลี่ยนการทำเกษตรมากขึ้น โดยเน้นผลิตสินค้านำตลาดที่สามารถจำหน่ายได้แน่นอน ส่งผลให้พืชที่ปลูกออกมาแต่ละรอบการผลิตไม่ล้นตลาด แถมยังจำหน่ายได้ราคา จึงมีผลกำไรไม่เกิดหนี้สินทำเป็นอาชีพได้อย่างยั่งยืน คุณพศิณ พิมมะรัตน์ เป็นเกษตรกรที่ได้เรียนรู้การผลิตสินค้านำตลาด โดยปลูกมะเขือเทศเชอรี่ให้มีคุณภาพ เป็นพืชปลอดสารพิษ พร้อมทั้งใช้ปุ๋ยชีวภาพเสริมในเรื่องของการเจริญเติบโต ทำให้มะเขือเทศเชอรี่ทุกผลมีรสชาติดี และที่สำคัญตลาดมีความต้องการผลผลิตที่เขาปลูก จนบางช่วงสินค้ามีไม่เพียงพอต่อความต้องการเลยทีเดียว มะเขือเทศเชอรี่สีเหลือง อยากทำงานด้านการเกษตร โดยมีแรงบันดาลใจจาก ในหลวง ร.9 คุณพศิณ เล่าให้ฟังว่า อาชีพหลักที่ทำอยู่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับงานเกษตรเลยแม้แต่น้อย และเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมามีโอกาสได้ดูสารคดีต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับในหลวงรัชกาลที่ 9 เห็นพระองค์ท่านทรงงานและมีโครงการที่เกี่ยวกับด้านการทำเกษตรเป็นจำนวนมาก ทำให้ได้รับแรงบันดาลใจว่างานด้านเกษตรนี้เป็นเหมือนอาชีพหลักของคนไทย ทำให้เริ่มมีความสนใจและอยากเรียนรู้การทำเกษตรมากขึ้น จึงได้เข้า
KTC (เคทีซี) หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ 5 พันธมิตรธุรกิจอีคอมเมิร์ซและช้อปปิ้งออน ไลน์ยักษ์ใหญ่ ลาซาด้า, ทีวี ไดเร็ค, ซิลิงโก้, ลอรีอัล และ พอลพ่า บาย ดามาคัน เปิดเวทีเสวนาขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนท่ามกลางกระแสดิจิทัล พร้อมเผยมุมมองการนำพาธุรกิจสู่ความสำเร็จ และชี้นำบริการออนไลน์ที่สะดวกสบายให้กับคนยุคใหม่ คุณพิทยา วรปัญญาสกุล – รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจบัตรเครดิต “เคทีซี” กล่าวถึงภาพรวมของการทำธุรกิจออนไลน์ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาว่า มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด พร้อมทั้งช่วยสร้างรายได้ทางอาชีพและขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจให้หมุนเวียน ด้วยเทคโนโลยีและสื่อสังคมออนไลน์ที่ทันสมัยส่งผลให้เกิดโอกาสดีในการติดต่อสื่อสารแบบไร้ขีดจำกัด ทางเคทีซีได้เพิ่มช่องทางธุรกิจสู่ออนไลน์ ซึ่งกระแสตอบรับดี มียอดชำระเงินบัตรเครดิตผ่านช่องทางออนไลน์เติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีสมาชิกใหม่เข้ามาใช้จ่ายออนไลน์ในปี 2561 เพิ่มขึ้น 13% จากปี 2560 อีกด้วย เคทีซีจึงสรรหาสิทธิประโยชน์มาตอบโจทย์ความต้องการไม่น้อยไปกว่าการใช้บัตร ณ เคาน์เตอร์ ถือได้ว่าเป็นแหล่งรวมโค้ดส่วนลดจาก
จากพลาสติกไร้ค่า สู่งานกระเป๋าสานดีไซน์หรู ประณีตทุกขั้นตอน โดนใจลูกค้าต่างชาติ สิ่งหนึ่งที่คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะสาว ๆ ต้องพกติดตัวขณะเดินทางไปข้างนอกหรือไปงานโอกาสต่างๆ ใช้ใส่สิ่งของได้สารพัดชนิด ขนาดน้อยใหญ่ หลากหลายสีสัน เป็นแฟชั่นหรือพร็อบในการแต่งกาย พูดแบบนี้แล้วคงจะนึกถึงอะไรไปไม่ได้นอกจาก “กระเป๋า” เส้นทางเศรษฐีมีโอกาสผ่านไปพบกระเป๋าแบรนด์หนึ่ง ภายใต้ชื่อ KATHANA (คาทาน่า) กระเป๋าถือและสะพายจากเส้นพลาสติกสานรีไซเคิล 100% ซึ่งเป็นโปรเจ็กต์ของ บริษัท วรกุลชัย แพ็กเกจ ซีล จำกัด โดยมี คุณทินกร วรกุลชัย ตำแหน่งประธานกรรมการบริหารและผู้พัฒนานวัตกรรม และ คุณรุ่ง – กัญฐณา วรกุลชัย เป็นผู้จัดการโปรเจ็กต์ คุณรุ่งเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการหันมาทำกระเป๋าสานจากเส้นพลาสติกรีไซเคิลแบรนด์คาทาน่า ว่า ในตอนแรก “บริษัท วรกุลชัย แพ็กเกจ ซีล จำกัด” เป็นผู้ผลิตเส้นพลาสติกรัดของและนำเข้าเครื่องจักรเพื่อมาจำหน่าย มีการผลิตวัตถุดิบเอง โดยรับซื้อเศษเส้นพลาสติกจากโรงงานนำมาหลอมเพื่อแปรสภาพใหม่ กลายเป็นรูปแบบรีไซเคิล เห็นว่าเศษเส้นพลาสติกที่ทางบริษัทรับซื้อมาคละไปด้วยสีและ
อดีตแม่บ้าน ตามสามีไปอยู่ที่ดินแดนซากุระ เห็นโอกาสสร้างรายได้ เปิดเพจรับซื้อสินค้าญี่ปุ่นส่งขายให้ลูกค้าคนไทย ผลตอบรับดี ต่อยอดกิจการขายเสื้อผ้ามือสอง สร้างมาตรฐานสูง มีเสื้อสูท เสื้อยืด ชุดกระโปรง เสื้อกันหนาว เสื้อโค้ต ทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรค ทุกชิ้นบรรจุลงถุงพร้อมติดบาร์โค้ดราวกับเสื้อใหม่ ขายส่งราคาตัวละ 35 บาท ซื้อขั้นต่ำ 1,000 ตัว เพื่อเป็นการคละแบบ คละไซซ์ เสื้อผ้าจะไม่ซ้ำลายกันเลย ง่ายต่อการไปขายต่อ เรื่องราวของ คุณยุภาวรรณ อัจฉราพรเพ็ญ หรือ คุณเอ็มมี่ เธอตามสามีไปอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นในปี 2553 ซึ่งสามีไปเปิดบริษัททำธุรกิจโมเดลการ์ตูน ในระหว่างนั้นมีเวลาว่าง เพราะเป็นแม่บ้าน เลยเปิดเพจรับซื้อสินค้าญี่ปุ่น ประเภทขนม ของเล่น กระเป๋า ของจุกจิก ส่งขายให้ลูกค้าคนไทย กระแสการตอบรับดี มีคนบอกปากต่อปาก ในเวลาต่อมา หญิงสาวผันตัวทำธุรกิจเสื้อผ้ามือสอง “ในช่วงแรก ดิฉันขายสินค้าประเภท ขนม ของเล่น กระเป๋า จากนั้นได้รู้จักกับ คุณมิจิโอะ ซูซูกิ (Michio Suzuki) นักธุรกิจส่งออกเสื้อผ้าที่มีชื่อเสียงในประเทศญี่ปุ่น พูดภาษาไทยได้ ปี 2556 เลยเริ่มเอาเสื้อผ้ามือสองเข้ามาขายที่เมืองไทยและส่งไปทางอรัญป
