หลักสูตรเรียนฟรี
ปัจจุบัน เกษตรกรทั้งรายใหม่และรายเก่า ได้มีการปรับเปลี่ยนการทำเกษตรมากขึ้น โดยเน้นผลิตสินค้านำตลาดที่สามารถจำหน่ายได้แน่นอน ส่งผลให้พืชที่ปลูกออกมาแต่ละรอบการผลิตไม่ล้นตลาด แถมยังจำหน่ายได้ราคา จึงมีผลกำไรไม่เกิดหนี้สินทำเป็นอาชีพได้อย่างยั่งยืน คุณพศิณ พิมมะรัตน์ เป็นเกษตรกรที่ได้เรียนรู้การผลิตสินค้านำตลาด โดยปลูกมะเขือเทศเชอรี่ให้มีคุณภาพ เป็นพืชปลอดสารพิษ พร้อมทั้งใช้ปุ๋ยชีวภาพเสริมในเรื่องของการเจริญเติบโต ทำให้มะเขือเทศเชอรี่ทุกผลมีรสชาติดี และที่สำคัญตลาดมีความต้องการผลผลิตที่เขาปลูก จนบางช่วงสินค้ามีไม่เพียงพอต่อความต้องการเลยทีเดียว มะเขือเทศเชอรี่สีเหลือง อยากทำงานด้านการเกษตร โดยมีแรงบันดาลใจจาก ในหลวง ร.9 คุณพศิณ เล่าให้ฟังว่า อาชีพหลักที่ทำอยู่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับงานเกษตรเลยแม้แต่น้อย และเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมามีโอกาสได้ดูสารคดีต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับในหลวงรัชกาลที่ 9 เห็นพระองค์ท่านทรงงานและมีโครงการที่เกี่ยวกับด้านการทำเกษตรเป็นจำนวนมาก ทำให้ได้รับแรงบันดาลใจว่างานด้านเกษตรนี้เป็นเหมือนอาชีพหลักของคนไทย ทำให้เริ่มมีความสนใจและอยากเรียนรู้การทำเกษตรมากขึ้น จึงได้เข้า
KTC (เคทีซี) หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ 5 พันธมิตรธุรกิจอีคอมเมิร์ซและช้อปปิ้งออน ไลน์ยักษ์ใหญ่ ลาซาด้า, ทีวี ไดเร็ค, ซิลิงโก้, ลอรีอัล และ พอลพ่า บาย ดามาคัน เปิดเวทีเสวนาขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนท่ามกลางกระแสดิจิทัล พร้อมเผยมุมมองการนำพาธุรกิจสู่ความสำเร็จ และชี้นำบริการออนไลน์ที่สะดวกสบายให้กับคนยุคใหม่ คุณพิทยา วรปัญญาสกุล – รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจบัตรเครดิต “เคทีซี” กล่าวถึงภาพรวมของการทำธุรกิจออนไลน์ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาว่า มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด พร้อมทั้งช่วยสร้างรายได้ทางอาชีพและขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจให้หมุนเวียน ด้วยเทคโนโลยีและสื่อสังคมออนไลน์ที่ทันสมัยส่งผลให้เกิดโอกาสดีในการติดต่อสื่อสารแบบไร้ขีดจำกัด ทางเคทีซีได้เพิ่มช่องทางธุรกิจสู่ออนไลน์ ซึ่งกระแสตอบรับดี มียอดชำระเงินบัตรเครดิตผ่านช่องทางออนไลน์เติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีสมาชิกใหม่เข้ามาใช้จ่ายออนไลน์ในปี 2561 เพิ่มขึ้น 13% จากปี 2560 อีกด้วย เคทีซีจึงสรรหาสิทธิประโยชน์มาตอบโจทย์ความต้องการไม่น้อยไปกว่าการใช้บัตร ณ เคาน์เตอร์ ถือได้ว่าเป็นแหล่งรวมโค้ดส่วนลดจาก
จากพลาสติกไร้ค่า สู่งานกระเป๋าสานดีไซน์หรู ประณีตทุกขั้นตอน โดนใจลูกค้าต่างชาติ สิ่งหนึ่งที่คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะสาว ๆ ต้องพกติดตัวขณะเดินทางไปข้างนอกหรือไปงานโอกาสต่างๆ ใช้ใส่สิ่งของได้สารพัดชนิด ขนาดน้อยใหญ่ หลากหลายสีสัน เป็นแฟชั่นหรือพร็อบในการแต่งกาย พูดแบบนี้แล้วคงจะนึกถึงอะไรไปไม่ได้นอกจาก “กระเป๋า” เส้นทางเศรษฐีมีโอกาสผ่านไปพบกระเป๋าแบรนด์หนึ่ง ภายใต้ชื่อ KATHANA (คาทาน่า) กระเป๋าถือและสะพายจากเส้นพลาสติกสานรีไซเคิล 100% ซึ่งเป็นโปรเจ็กต์ของ บริษัท วรกุลชัย แพ็กเกจ ซีล จำกัด โดยมี คุณทินกร วรกุลชัย ตำแหน่งประธานกรรมการบริหารและผู้พัฒนานวัตกรรม และ คุณรุ่ง – กัญฐณา วรกุลชัย เป็นผู้จัดการโปรเจ็กต์ คุณรุ่งเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการหันมาทำกระเป๋าสานจากเส้นพลาสติกรีไซเคิลแบรนด์คาทาน่า ว่า ในตอนแรก “บริษัท วรกุลชัย แพ็กเกจ ซีล จำกัด” เป็นผู้ผลิตเส้นพลาสติกรัดของและนำเข้าเครื่องจักรเพื่อมาจำหน่าย มีการผลิตวัตถุดิบเอง โดยรับซื้อเศษเส้นพลาสติกจากโรงงานนำมาหลอมเพื่อแปรสภาพใหม่ กลายเป็นรูปแบบรีไซเคิล เห็นว่าเศษเส้นพลาสติกที่ทางบริษัทรับซื้อมาคละไปด้วยสีและ
อดีตแม่บ้าน ตามสามีไปอยู่ที่ดินแดนซากุระ เห็นโอกาสสร้างรายได้ เปิดเพจรับซื้อสินค้าญี่ปุ่นส่งขายให้ลูกค้าคนไทย ผลตอบรับดี ต่อยอดกิจการขายเสื้อผ้ามือสอง สร้างมาตรฐานสูง มีเสื้อสูท เสื้อยืด ชุดกระโปรง เสื้อกันหนาว เสื้อโค้ต ทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรค ทุกชิ้นบรรจุลงถุงพร้อมติดบาร์โค้ดราวกับเสื้อใหม่ ขายส่งราคาตัวละ 35 บาท ซื้อขั้นต่ำ 1,000 ตัว เพื่อเป็นการคละแบบ คละไซซ์ เสื้อผ้าจะไม่ซ้ำลายกันเลย ง่ายต่อการไปขายต่อ เรื่องราวของ คุณยุภาวรรณ อัจฉราพรเพ็ญ หรือ คุณเอ็มมี่ เธอตามสามีไปอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นในปี 2553 ซึ่งสามีไปเปิดบริษัททำธุรกิจโมเดลการ์ตูน ในระหว่างนั้นมีเวลาว่าง เพราะเป็นแม่บ้าน เลยเปิดเพจรับซื้อสินค้าญี่ปุ่น ประเภทขนม ของเล่น กระเป๋า ของจุกจิก ส่งขายให้ลูกค้าคนไทย กระแสการตอบรับดี มีคนบอกปากต่อปาก ในเวลาต่อมา หญิงสาวผันตัวทำธุรกิจเสื้อผ้ามือสอง “ในช่วงแรก ดิฉันขายสินค้าประเภท ขนม ของเล่น กระเป๋า จากนั้นได้รู้จักกับ คุณมิจิโอะ ซูซูกิ (Michio Suzuki) นักธุรกิจส่งออกเสื้อผ้าที่มีชื่อเสียงในประเทศญี่ปุ่น พูดภาษาไทยได้ ปี 2556 เลยเริ่มเอาเสื้อผ้ามือสองเข้ามาขายที่เมืองไทยและส่งไปทางอรัญป
ครูสอนแบดฯ ผสมผสานเซรามิกกับเครื่องสาน เกิดเป็นเครื่องประดับ ขายความแปลกใหม่ มีเพียงชิ้นเดียวในโลก เรียบง่ายสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน สินค้าแฮนด์เมด เป็นชิ้นงานที่มีจุดขายชัดเจน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เจ้าของได้อย่างไม่มีขีดจำกัด ปัจจุบันจึงมีผู้ประกอบการหลายรายหันมาสร้างสรรค์ผลงานทำมือให้เป็นที่ต้องการของผู้ซื้อ Ra Fu Chaa (ราฟุชา) เครื่องประดับเซรามิกแฮนด์เมด ที่ผสมผสานระหว่างเซรามิกกับงานถัก งานสาน เกิดความแปลกใหม่ ลวดลายไม่ซ้ำกัน มีเพียงแบบละชิ้น เรียบง่ายสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน เจ้าของแบรนด์ “ราฟุชา” นามว่าคุณแอ๊นท์ – ชัชชญา หิรัญปุณณดา สาววัย 25 ปัจจุบันยังรับบทบาทเป็นอาจารย์สอนแบดมินตันด้วย คุณแอ๊นท์ บอกว่า ด้วยความรักในงานเซรามิก จึงนำสิ่งที่ชอบมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ และทดลองขายตอนเรียนที่มหาวิทยาลัยก่อน ปรากฏผลตอบรับออกมาดีมาก กอปรกับเป็นคนช่างคิด จึงนำงานประเภทอื่นๆ มาประยุกต์กัน จนเกิดเป็นเครื่องประดับทำมือ ชิ้นเดียวในโลก สินค้าของทางร้าน ส่วนใหญ่เป็นชิ้นงานขนาดเล็ก มีต่างหู แหวน สร้อย เข็มกลัด ถ้วยกาแฟ จาน ราคาเริ่มตั้งแต่ 100 – 550 บาท สินค้าที่ขายดี เจ้า
เยาวราช หรือ ไชน่า ทาวน์ ย่านชุมชนจีนเก่าแก่ ที่สองฝั่งถนนเต็มไปด้วยห้างร้านอาหารหลากหลาย ทั้งร้านหูฉลาม รังนก บะหมี่ ก๋วยเตี๋ยว อาหารทะเล เกาลัดคั่ว ร้านขนมหวานและผลไม้ บรรยากาศที่แสนคึกคัก และเป็นแหล่งอาหารอร่อยนี้เอง ที่เป็นสเน่ห์ดึงดูดให้ชาวไทยและชาวต่างชาติได้มาเดินเที่ยวกัน วันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มาที่เยาวราช เดินเล่นเข้าซอยนั้น ลัดเลาะเข้าซอยนี้ จนไปเจอเข้ากับร้านร้านหนึ่ง ลักษณะร้านเหมือนตึกแถวทั่วไป ใช้พื้นที่ชั้นล่างบางส่วนในการตั้งหม้อข้าว ถาดอาหาร และโต๊ะอาหาร มีคนนั่งกินข้าวอยู่หน้าร้าน 2 โต๊ะ เห็นสองแม่ลูกกำลังช่วยกันตักและเสิร์ฟอาหารอยู่ ด้วยความหิวจึงเลือกปักหลักทานข้าวเที่ยงที่ร้านแหล่งนี้ เดินเข้าไปสั่งอาหารกับชายที่กำลังตักอาหาร เมื่อเห็นว่าลูกค้ายังไม่เยอะมาก จึงชวนคุยไปเรื่อยเปื่อย ทราบภายหลังว่าเขาคือ คุณสมหวัง แซ่ลิ้ม อายุ 47 ปี ทายาทรุ่นที่ 3 ของร้านอาหารแห่งนี้นั่นเอง เขาเล่าให้ฟังว่า ร้านอาหารร้านนี้ไม่มีชื่อ แต่เปิดขายอาหารมานานหลายสิบปี เป็นอาชีพหลักของครอบครัว ตั้งแต่รุ่นอากงเดินทางมาจากซัวเถา มาเช่าตึกอยู่และเปิดร้านข้าวขาหมู ต้มเป็ด และพวกน้ำแกงขาย
ผลจากการเรียนจบมาทางด้านสัตวแพทย์ ก็ทำให้ น.สพ. ตุลา ตรงเมธีรัตน์ เข้าใกล้ชิดสัตว์บางชนิดมากขึ้น ไม่เฉพาะแค่ระบบร่างกายของสัตว์ชนิดนั้น แต่กลับเป็นเรื่องของการจัดการระบบการเลี้ยง การดูแล การส่งเสริม รวมถึงการขาย น.สพ. ตุลา ตรงเมธีรัตน์ เป็นคนรุ่นใหม่ที่เรียนจบทางด้านสัตวแพทย์ แต่ไม่เปิดคลินิกรักษาสัตว์ กลับเข้าทำงานในบริษัทเอกชน ที่ให้บริการส่งเสริมการเลี้ยงปลาครบวงจร ในตำแหน่งนักวิชาการของบริษัท ทำให้รู้และเข้าใจระบบการเลี้ยงปลาอย่างถูกวิธี จึงมีแนวคิดทำอาชีพอิสระด้วยการเลี้ยงปลากระชัง ตามความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่มี น.สพ. ตุลา ตรงเมธีรัตน์ “แหล่งน้ำสำหรับเลี้ยงปลา เป็นประการสำคัญประการแรกที่ควรคำนึงถึง” น.สพ. ตุลา บอก การเลี้ยงปลาที่ถูกต้องสำหรับผู้ที่สนใจต้องการเลี้ยงปลา หรือมือใหม่ที่เริ่มก้าวเข้ามาเป็นเกษตรกรเลี้ยงปลา ควรเลือกแหล่งเลี้ยงที่เหมาะสม เพราะเป็นประการสำคัญที่มีปัจจัยต่อความเสียหายของการเลี้ยงอย่างมาก น.สพ. ตุลา เลือกลำน้ำพอง เป็นแหล่งเริ่มเลี้ยงปลากระชัง และเลือกปลานิล ปลาทับทิม เพราะเห็นว่าเป็นปลาที่สามารถจำหน่ายได้ทั่วไปในท้องตลาด ซื้อ-ขายง่าย และระยะเวลาการเล
คำว่า ผู้ประกอบการ หรือ Entrepreneur ได้ยินบ่อยมากในบ้านเรา เพราะภาครัฐพยายามส่งเสริมให้ผู้คนลุกขึ้นมาทำกิจการของตัวเอง ไม่ว่าจะขนาดกลางหรือเล็ก ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศ หลังๆ หลายคนอาจคุ้นหูกับคำว่า Mompreneur หรือคุณแม่ผู้ประกอบการ ซึ่งก่อตั้งธุรกิจต่างๆ จากประสบการณ์ในการเลี้ยงลูก ขณะที่เหล่า Dadpreneur หรือคุณพ่อผู้ประกอบการ ก็มีจำนวนไม่น้อย ที่ปิ๊งไอเดียธุรกิจจากความพยายามแก้ปัญหา และทำให้การดูแลลูกๆ ง่ายขึ้น เลยขอพาไปชมไอเดียดีๆ ที่เหล่าคุณพ่อผู้ประกอบการสรรหามาแก้ปัญหาให้ลูกๆ จนพัฒนาสู่ธุรกิจที่ทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำ และกลายเป็นซุปเปอร์คุณพ่อของลูกๆ ฟอร์บส์ หยิบยกเรื่องราวของ “จอห์น ซัมรอย” คุณพ่อลูกสี่ ธุรกิจของเขาเกิดขึ้นหลังพยายามแก้ปัญหาเบาะรองนั่งในรถสำหรับเด็กๆ เวลาพาลูกๆ ออกไปข้างนอก เขารู้สึกว่า เบาะรองนั่งนิรภัยสำหรับเด็กๆ ทั่วไปมีขนาดใหญ่เทอะทะและน้ำหนักมาก แม้แต่เบาะรองแบบหลายที่นั่ง สำหรับครอบครัวที่มีลูกหลายคน ก็ไม่ได้เหมาะกับรถยนต์ทุกรุ่น ซัมรอยรู้สึกถึงปัญหานี้ตั้งแต่ปี 2545 แต่เขาเพิ่งเอาจริงเอาจังในอีก 10 ปีต่อมา และนี่จึงเป็นที่มาของการสร
คุณธีรวัฒน์ รังสิกรรพุม เจ้าของสายมีฟาร์ม อยู่ที่ตำบลวังชมภู อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นเกษตรที่ปลูกพริกส่งออกยุโรปและญี่ปุ่น อาจเรียกว่าเป็นรายใหญ่ของไทยก็ว่าได้ โดยส่งออกพริกประมาณอาทิตย์ละ 2-3 ตัน หรือปีละ 100 ตันเลยทีเดียว ในเรื่องของสายพันธุ์พริกที่ปลูกจะเป็นสายพันธุ์เรดฮอท และชุปเปอร์เรดฮอท เป็นของบริษัทเพื่อนเกษตรกร จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการผลิตเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพอีกบริษัทหนึ่ง โดย คุณพิทักษ์ชน โตสารเดช เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการขาย ให้ข้อมูลว่า ทางบริษัทได้มีการพัฒนาพริกให้เป็นพันธุ์ลูกกผสม เพื่อให้ผลผลิตดกได้ประมาณผลผลิตต่อไร่สูง และที่สำคัญอายุการเก็บเกี่ยวสั้น ผลผลิตดีมีกำไร “เรดฮอทเป็นพริกที่มีการพัฒนาสายพันธุ์มาไม่ต่ำกว่า 4 ปี ลักษณะพิเศษคือเป็นพริกที่มีผลสม่ำเสมอ ส่วนชุปเปอร์เรดฮอทเป็นพริกที่พัฒนามาได้ 1 ปีกว่าๆ ซึ่งตอนนี้กำลังทำตลาดอยู่ที่จังหัดขอนแก่น เป็นพริกที่พัฒนาสายพันธุ์เพื่อพัฒนาผลให้ใหญ่ขึ้น และมีสีที่เข้มขึ้น” คุณพิทักษ์ชน กล่าวให้ฟังถึงลักษณะของสายพันธุ์พริก มีประสบการณ์การปลูกพริก มากกว่า 7 ปี คุณธีรวัฒน์ เล่าให้ฟังว่า เขาเป็นเกษตร
“อะคิโยชิ” ชาบู สุกี้ยากี้ สไตล์ญี่ปุ่น เจ้าแรกในไทย ชูคุณภาพยาวนาน 2 ทศวรรษ วัฒนธรรมการกินอาหารประเภทชาบู และ สุกี้สไตล์ญี่ปุ่น เข้ามาประเทศไทยนานกว่า 2 ทศวรรษ ซึ่งผู้ที่ทำให้ธุรกิจอาหารประเภทนี้เฟื่องฟู คือ “อะคิโยชิ” ร้านแรกที่นำชาบู ชาบู สุกี้ยากี้สไตล์ญี่ปุ่น และรูปแบบการกินแบบบุฟเฟต์มาเปิดเป็นเจ้าแรกในประเทศไทย ทานให้ถูกแบบญี่ปุ่น หมูสไลด์ชิ้นบาง จุ่มไข่ดิบ คุณเปิ้ล – ศรีหทัย ไพรสานฑ์กุล รองประธานกรรมการ บริษัท อะคิโยชิ จำกัด เท้าความว่า ร้าน “อะคิโยชิ” เปิดเมื่อปี 2538 โดยคุณอุดมศรี ไพรสานฑ์กุล หรืออาม่า เป็นผู้ก่อตั้ง ท่านชอบทานอาหารญี่ปุ่น มีลูกสะใภ้เป็นคนญี่ปุ่น สำหรับสูตรชาบู และสุกี้ คงเอกลักษณ์ตามต้นตำรับจากเมืองชิบาซากิ ประเทศญี่ปุ่นทุกขั้นตอนตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบ เครื่องปรุงนำเข้า ได้รับการควบคุมตรวจสอบคุณภาพจากเซฟชาวญี่ปุ่น ร้าน “อะคิโยชิ” สาขาแรกตั้งอยู่ที่ อาคารไทยซินสแควร์ บิวดิ้ง ชั้น 2 ซอยสุขุมวิท 71 เขตพระโขนง กรุงเทพฯ นอกจากจะเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นประเภทหม้อไฟเจ้าแรก รูปแบบการทานยังเป็นบุฟเฟต์เจ้าแรก ในสมัยนั้นเสิร์ฟจนอิ่ม ในราคา 290 บาท ระยะเวลาการทาน 2 ชั่ว
