PR News
“ม.ขอนแก่น” พันธมิตร “Kerry Express” หนุนประสบการณ์ นศ. ผ่านธุรกิจโลจิสติกส์ “ม.ขอนแก่น” พันธมิตร “Kerry Express”– เมื่อเร็วๆ นี้ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดย คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี และ บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมลงนามความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) เพื่อส่งเสริมสนับสนุนศักยภาพของนักศึกษาในด้านวิชาการและการวิจัย รวมทั้งการเปิดโอกาสให้กับนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ฝึกประสบการณ์วิชาชีพและสหกิจศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณภาพมาตรฐานให้กับบัณฑิต โดยผู้บริหารของทั้งสองหน่วยงาน ได้แก่ รองศาสตราจารย์ นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น รองศาสตราจารย์ ดร.เพ็ญศรี เจริญวานิช คณบดีคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี และ คุณศักดิ์ชัย เตียวศิริ ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไปสายงานพัฒนาธุรกิจการค้า บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด ให้เกียรติร่วมลงนามในพิธีดังกล่าว รองศาสตราจารย์ ดร.เพ็ญศรี เจริญวานิช คณบดีคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี กล่าวว่า สำหรับการบันทึกความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นการส่งเสริมความร่วมมือและช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเชิงบูรณาการในมิติต่างๆ ทั้งด้านการวิจัย
ไลน์ เผย คนไทยมีสติ๊กเกอร์ไลน์ 65 ชุด ต่อคน เกิดอาชีพครีเอเตอร์กว่า 4 แสนราย LINE STICKERS ก้าวสู่ปีที่ 7 เผยจำนวนสติ๊กเกอร์สะสมโดยเฉลี่ยต่อผู้ใช้ 1 คนสูงถึง 65 ชุด โดยเป็นสติ๊กเกอร์ที่จำหน่ายสูงถึง 20 ชุด ติดอันดับ 1 ใน 3 ประเทศที่มีการเติบโตสูงสุด และเพิ่มความนิยมในการใช้งานธีมไลน์จาก 30% เป็น 45% ของยอดขายสติ๊กเกอร์ ตอกย้ำความสำเร็จด้วยการจับมือพันธมิตรกลุ่มผู้ผลิตคอนเทนต์ต่างๆ รวมถึงผู้ผลิตคอนเทนต์บนโลกออนไลน์ ขยายรูปแบบคอนเทนต์ให้หลากหลาย พร้อมขยายช่องทางการจำหน่าย ให้เข้าถึงคนไทยทั่วประเทศ ควบคู่ไปกับการสนับสนุนครีเอเตอร์ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน คุณกณพ ศุภมานพ ผู้อำนวยการธุรกิจสติ๊กเกอร์ LINE ประเทศไทย เผยว่า ในปี 2019 เป็นอีกปีที่ธุรกิจ LINE STICKERS มีการเติบโตที่น่าพอใจ โดยมียอดการซื้อสติ๊กเกอร์สูงถึง 20 เซตต่อคน หากรวมสติ๊กเกอร์ที่เปิดให้ดาวน์โหลดฟรีจะมียอดสูงถึง 65 ชุดต่อคน สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของ LINE STICKERS ที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์การสื่อสารของคนไทย ที่ใช้แทนคำพูดแบบไม่ต้องพิมพ์ยาว และยังช่วยสื่อสารความรู้สึกได้เข้าใจและชัดเจนมากยิ่งขึ้น LINE STICKERS มีการเต
สถาบันไฟฟ้า จับมือ สสว.เสริมศักยภาพ SMEs ไทยสู่สากล จากข้อมูลของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ณ สิ้นปี 2560 มี SMEs จำนวนรวมทั้งสิ้น 3,046,793 ราย คิดเป็นร้อยละ 99.78 ของจำนวนวิสาหกิจรวมทั้งประเทศ (โดยเป็นส่วนของวิสาหกิจขนาดย่อม (SE) 3,028,495 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 99.40 ของจำนวนวิสาหกิจรวมทั้งประเทศ) และเมื่อจำแนก SMEs ตามประเภทการจัดตั้ง สามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ นิติบุคคล 675,633 ราย (ร้อยละ 22.18) วิสาหกิจชุมชน 85,429 ราย (ร้อยละ 2.80) และบุคคล/อื่นๆ 2,285,731 ราย (ร้อยละ 75.02) การจ้างงานของ SMEs อยู่ที่ 12,155,647 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 82.22 ของการจ้างงานรวมทั้งประเทศ และในส่วนของผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ของ SMEs มีมูลค่าร้อยละ 42.4 ของ GDP ประเทศ ดังนั้น วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs จึงมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยเป็นอย่างมาก ล่าสุดสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (EEI) ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จัดงาน “คิดให้แกร่ง แรงให้ไกล SMEs ไทยสู่สากล” ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจระดับเติบโต (SME Regular Level)
แม้จะผ่านเหตุการณ์ดินถล่มมานานหลายปี แต่ป้าทิพย์ ผู้ที่เคยประสบภัยในจังหวัดนครศรีธรรม ราชจนสิ้นเนื้อประดาตัวก็ยังไม่หายจากความหวาดผวา เธอใช้ความรู้จากการนำ “หญ้าแฝก” มา สร้างอาชีพ นั่นคือ สานเป็น “ไม้กวาด” ของใช้ที่ทุกบ้านต้องมี งานฝีมือที่สร้างรายได้ให้สามารถลืมตาอ้าปาก พร้อมกับเห็นสัจธรรมว่ามนุษย์ยังคงต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ต่อไป ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงตระหนักถึงศักยภาพของหญ้าแฝก พืชที่จะช่วยป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและอนุรักษ์ความชุ่มชื้นไว้ในดิน จึงได้พระราชทานพระราชดำริให้ดำเนินการศึกษาทดลองเกี่ยวกับหญ้าแฝก เพื่อเป็นการลดการพังทลายของหน้าดิน ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิ คุณจึงได้มีการน้อมนำแนวพระราชดำริมาปรับใช้ในพื้นที่ตำบลนบพิตำ อำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นพื้นที่ภัยพิบัติดินถล่ม เพื่อใช้เป็นพื้นที่นำร่องแก้ไขปัญหาการเกิดดินถล่มและอุทกภัยที่เกิดขึ้นแทบทุกปี แม้วันเวลาจะล่วงเลยมานานและการล้อมวงกินข้าวจะมีเสียงพูดคุยเล่าอดีตอย่างออกรส ทุกข์ของวันนั้นจึงถูกวันเวลาทำให้เจือจ
“ครูบัญชีอาสา” หนี้สินท่วมตัว มีอาการซึมเศร้า จิตตกจนต้องเข้ารับการบำบัด หันยึดหลักทำเกษตรพอเพียง โดยใช้พื้นที่ 53 ตารางวา ชีวิตเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น สุดท้ายแก้จนได้สำเร็จ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้ส่งเสริมและผลักดันให้เกษตรกรและประชาชน มีการทำบัญชีรับ-จ่ายในครัวเรือนมาอย่างต่อเนื่อง โดยสร้างครูบัญชีอาสาหรือ“อาสาสมัครเกษตรด้านบัญชี” ซึ่งเป็นบุคลากรสำคัญที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ในการเป็นวิทยากร วิทยากรผู้ช่วย เพื่อสอนแนะ กระตุ้นการเรียนรู้ และติดตามผลการทำบัญชีของเกษตรกร รวมถึงการสร้างเครือข่ายถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกรในชุมชนของตนและพื้นที่ต่างๆ ในจังหวัดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากการทำงานเป็นเครือข่ายร่วมกันระหว่างกรมตรวจบัญชีสหกรณ์และครูบัญชี ได้ช่วยเสริมสร้างให้เกษตรกรได้ใช้บัญชีไปใช้วิเคราะห์ต้นทุนการประกอบอาชีพ เพื่อวางแผนธุรกิจในครัวเรือนของตนได้ คุณขนิษฐา มะโนสมบัติ หรือ ครูรุ่ง อายุ 43 ปี ครูบัญชีดีเด่น รองชนะเลิศอันดับ 2 ประจำปี 2558 จากจังหวัดเชียงราย นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ดีของครูบัญชีที่น้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพร
อาหารพื้นบ้านภาคใต้ มีรสชาติจัดจ้าน โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นน้ำพริก แกงกะทิ แกงเหลือง คั่วกลิ้ง กุ้งและหมูสามชั้นผัดสะตอ รวมถึงขนมจีนชนิดต่างๆ ที่ล้วนไม่มีใครปฏิเสธรสชาติเผ็ดร้อน ตลอดจนความเข้มข้นของเครื่องเทศ และพืชสมุนไพรพื้นบ้านที่นำมาปรุงทุกเมนูของอาหารใต้ ทุกวันนี้อาหารใต้เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนจากหลายภูมิภาค จึงได้รับความนิยมแพร่หลายไปจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ พาไปชิมอาหารใต้ที่ร้าน “ครัวฅนคอน” ตั้งอยู่เลขที่ 58/11 ถนนราชพฤกษ์ ตำบลบางพลับ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เสิร์ฟอาหารใต้มากมายกว่า 30 เมนู ได้รับความนิยมจากลูกค้าทั่วทุกสารทิศ เพราะรสชาติอาหารถูกปรับให้เหมาะกับลูกค้าทุกเพศวัย คุณกุลชรีย์ วิฑูรย์พันธ์ หรือ คุณจุ๊ เจ้าของร้าน เล่าว่า เรียนจบปริญญาตรีทำงานอยู่ที่นครศรี ธรรมราชบ้านเกิด มองว่ารายได้น้อยมากจึงลาออกแล้วไปลองขายอาหารตามสั่งที่หาดใหญ่ ก็พบว่าขายดี มีลูกค้าสนใจจึงคิดว่าตัวเองพอมีความสามารถด้านการทำอาหาร แต่วิกฤตเศรษฐกิจปี 2541 กระทบต่อรายได้ที่ลดลง ตัดสินใจเลิกขาย แล้วมาเป็นพ่อครัวร้านซีฟู้ดในกรุงเทพ ก่อนที่จะย้ายมาเปิดแผงขายข้าว
5 เทคนิค จับเทรนด์อาหารสู่การใช้งานจริง เพื่อผู้ประกอบการร้านอาหาร ยูนิลีเวอร์ ฟู้ดโซลูชั่นส์ เปิด 5 เทคนิคสุดสร้างสรรค์ที่ผู้ประกอบการจะนำเอาเทรนด์ไปต่อยอดกับร้านอาหารของตนเอง ได้ง่ายๆ 1) นำ “ชาม” มาเป็นส่วนประกอบของเมนูอาหาร จากเทรนด์ Food Bowl ที่เกิดจากกระแส #Bowl ในโซเชียลมีเดีย สู่การอธิบายเชิงจิตวิทยาถึงการรับประทานอาหารใน “ชาม” โดยนักจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด Charles Spence กล่าวว่า “ความมหัศจรรย์ขณะที่ผู้คนโอบอุ้มภาชนะชามที่มีน้ำหนักในมือ สมองจะจินตนาการไปถึงความอร่อยล่วงหน้าแล้ว ประสาทสัมผัสจะทำงานเต็มที่ ประกอบกับกลิ่นหอมจากเครื่องปรุงที่ส่งกลิ่นเข้มข้น เสริมให้ต่อมรับรู้ทำงาน ทำให้เกิดเป็นความอร่อยล้ำกว่าเดิม” จะเห็นได้ว่านอกจากเมนูอาหารในชามที่เราคุ้นเคยอย่าง ก๋วยเตี๋ยว สุกี้ หรือราเมนแล้ว ยังจะได้เห็นเมนูข้าวหน้าต่างๆ หรือ สลัด แปลงร่างมาอยู่ในชามกันมากขึ้น สําหรับร้านอาหารสามารถประยุกต์เมนูชามอาหาร เริ่มจากการเปลี่ยนเมนูบางอย่างมาอยู่บนภาชนะดังกล่าว เลือกเอาเมนูที่จะอร่อยยิ่งขึ้นถ้าคลุกเคล้าให้เข้ากัน เช่น สลัดต่างๆ หรืออาหารรสชาติกลางๆ เพื่อให้ส่วนโค้งเว้าของช
คนเป็นเก๊าต์เฮ! มข.พัฒนาไก่ “ยูริคต่ำ ไขมันน้อย” เลี้ยง 35 วัน ขายได้เลย ปัจจุบันผู้บริโภคมีมุมมองใหม่เกี่ยวกับอาหารว่าไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่จำเป็นพื้นฐานของร่างกายเท่านั้น แต่เป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดสุขภาพ เนื่องจากผู้บริโภคหลายประเทศกำลังประสบกับปัญหาด้านสุขภาพ อันเนื่องมาจากสาเหตุการบริโภคสารอาหารบางตัวมากเกินไป รวมถึงอาหารที่มีปริมาณพิวรีนสูงซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดโรคเกาต์ และยังเป็นผลเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจตามมา จากความต้องการของผู้บริโภคที่กล่าวมาข้างต้น กลายเป็นโจทย์ให้ ศ.ดร.มนต์ชัย ดวงจินดา คณบดี คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และทีมวิจัย คิดค้น ‘ทางเลือก’ ของบริโภคอาหารสุขภาพและผู้ป่วยโรคเกาต์ โดยการพัฒนาสายพันธุ์ไก่พื้นเมืองภายใต้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) มหาวิทยาลัยขอนแก่น และบริษัทตะนาวศรีไก่ไทย จำกัด ศ.ดร.มนต์ชัยอธิบายถึงแนวคิดในการพัฒนาสายพันธุ์ไก่ให้ตอบโจทย์เรื่องสุขภาพว่า ปัจจุบันผู้บริโภค ให้ความสำคัญกับการเลือกรับประทานอาหารมากขึ้น เพราะการบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสมอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ
“SACICT” สานโปรเจ็กต์ “เส้นทางสายผ้าทอ” ดึงดีไซเนอร์ชั้นนำจัดแฟชั่นโชว์ “ฝ้ายทอใจ ครั้งที่ 12” ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) ศ.ศ.ป. หรือ SACICT สานต่อโครงการ “เส้นทางสายผ้าทอ (Weaving Streets2019) ผ้าพื้นถิ่นนวัตศิลป์สู่สากล ซึ่งที่ผ่านมา SACICT ได้มุ่งเน้นการส่งเสริมให้รู้จักเส้นทางของผ้าทอมือในภูมิภาคต่างๆ นำมาต่อยอดโดยร่วมกับดีไซเนอร์ชั้นแนวหน้าของเมืองไทยมาร่วมกันสร้างสรรค์พัฒนาชิ้นงาน ด้วยการนำผ้าพื้นถิ่น เช่น ผ้าพื้นเมือง ผ้าจากชนเผ่าชาติพันธุ์ และผ้าฝีมือชาวบ้านและชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ มาเพิ่มมูลค่าสร้างแบรนด์เป็นของตนเอง ซึ่งปีนี้ได้จัดเป็นปีที่ 4 แล้ว วัตถุประสงค์หวังสร้างตัวตนคนทอผ้า นำภูมิปัญญามาพัฒนาสู่แบรนด์ผลิตภัณฑ์แฟชั่นในชีวิตประจำวัน หรือ “Crafts Fashion Brand” พร้อมเปิดตัวและทดสอบตลาด ภายในงานฝ้ายทอใจ ครั้งที่ 12 ซึ่งมีกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 27- 30 มิถุนายน 2562 ณ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ผ่านมา คุณอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ กล่าวว่า SACICT ได้มุ่งเน้นพัฒน
อพท. เดินหน้ายกระดับกิจกรรมท่องเที่ยวเชียงคาน จ.เลย ทั้งวิถีประมง เที่ยวชมสตรีตอาร์ท ริมน้ำโขงชมภาพ 3 มิติ ทั้งบนบกและล่องเรือ พร้อมปักหมุดท่องเที่ยวเส้นทางวัฒนธรรมล้านช้าง เชื่อมไทย- ลาว ดึงนักท่องเที่ยว ทั้งไทยและเทศ เจาะกลุ่มพรีเมี่ยม หวังสร้างตลาดขยายวันท่องเที่ยวเพิ่ม กระจายรายได้สู่ชุมชนยั่งยืน คุณธรรมนูญ ภาคธูป ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษเลย องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษ เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. เผยระหว่างการนำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่พิเศษ จังหวัดเลย ระหว่างวันที่ 29 – 30 มิถุนายน 2562 เพื่อศึกษาศักยภาพพื้นที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยว และเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยในปี 2562 คาดว่าจังหวัดเลย จะมีนักท่องเที่ยวสูงถึง 3 ล้านคน แต่จำนวนวันพักขณะนี้เฉลี่ยอยู่ที่เพียง 1.5 วัน ทำให้ อพท.ได้ร่วมบูรณาการกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการจัดกิจกรรมใหม่ๆ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นในทุกช่วงฤดูกาล โดยยึดแนวทางการพัฒนา ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ที่คำนึงถึงความยั่งยืนที่มุ่งกระจายรายได้ท่อง
