Exclusive
‘ปู่ม่านย่าม่าน’ เอกลักษณ์เมืองน่านสู่งานศิลป์บนของที่ระลึก เจาะลูกค้าทุกกลุ่ม จังหวัดน่าน เมืองเล็กๆ น่าหลงใหลแฝงไปด้วยมนต์เสน่ห์ เมืองแห่งนี้มีเรื่องเล่าชื่อเสียงโด่งดัง กระซิบรักบันลือโลก หรือ ปู่ม่านย่าม่าน ซึ่งเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ชายหญิงคู่หนึ่งกำลังกระซิบบทสนทนา ผลงานของหนานบัวผัน จิตรกรพื้นถิ่นเชื้อสายไทลื้อ ซึ่งภาพจิตรกรรมเลื่องชื่อนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นผลงานที่ประณีตและโดดเด่นประจำวัดภูมินทร์ จนกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัดน่านไปโดยปริยาย เพราะไม่ว่าไปที่ไหนในจังหวัดน่าน จะเห็นภาพปู่ม่านย่าม่านปรากฏอยู่บนของที่ระลึกต่างๆ ทั้ง เสื้อผ้า กิ๊ฟต์ช็อป ของใช้ โปสการ์ด เต็มไปหมด พูดถึงของที่ระลึก มีโอกาสรู้จักกับ คุณชาย-เพิ่มพูน พึ่งพระเดช อายุ 49 ปี และคุณจี๊ด-อภิญญา สุขโรจน์บัณฑิต อายุ 54 ปี ทั้งสองเป็นเจ้าของร้านน่าน แอ่ปข้าว เพ้นท์ ที่นำตำนานอันเป็นสัญลักษณ์เมืองน่าน ปู่ม่านย่าม่าน มาสร้างสรรค์เป็นงานของฝากของที่ระลึกทำจากไม้สักเสริมลวดลายด้วยศิลปะการเพ้นต์ ตั้งโชว์ได้ ใช้งานได้จริง คุณชาย เล่าให้ฟังว่า ยึดอาชีพทำของที่ระลึกมากว่า 10 ปีแล้ว แต่ก่อนนั้นมีภรรยาเป็นหัวเรือใหญ่
เดินตลาดแคลิฟอร์เนีย เกาะโต๊ะแทงหวย หวังรวย 5 หมื่นล้าน! เพิ่งเป็นข่าวไปทั่วโลก ขนาด CNN ยังรายงานครึกโครม เมื่อ California Lotto หรือลอตเตอรี่ของรัฐแคลิฟอร์เนีย ประกาศโครมครามว่า รางวัลแจ็กพอตใหญ่ หรือที่เรียกว่า Mega Millions Prize นั้นแตกแล้ว ด้วยเงินรางวัล 1,500 ล้านเหรียญ หรือ 5 หมื่นกว่าล้านบาท รางวัลขนาดนี้ มันก็ต้องกรีดร้องให้ก้องโลกกันหน่อยว่าไหม แต่ช้าก่อน…มาเดินตลาดกันอย่างพินิจพิจารณา แล้วเรียนรู้กันว่ามันยังไงแน่ ในอเมริกา มีลอตเตอรี่ขายเกือบทุกรัฐ เป็นการสร้างรายได้ของรัฐบาลท้องถิ่น แต่ไม่มีลอตเตอรี่ของรัฐไหน “เล่นใหญ่รัชดาลัย” เท่าของแคลิฟอร์เนีย ด้วยเงินรางวัลสูงกว่าพันล้านเหรียญ ลอตเตอรี่เขาก็ขายเหมือนรัฐอื่น คือ เราไปซื้อเริ่มจากเหรียญสองเหรียญ ระบุเลขทุกหลักได้เลย แต่ระบุหมวดอักษรไม่ได้ เสร็จแล้วก็เก็บไว้รอเขาออกรางวัล แต่เขามีลูกเล่นไว้ดึงดูดใจกันเป็นล่ำเป็นสัน ด้วยการทำช่องทางให้ลุ้นรางวัลใหญ่กว่าปกติ อย่างลอตเตอรี่ Power Ball ซึ่งมีโอกาสได้เงินมากขึ้น ด้วยลูกเล่นการแทง น่าจะเหมือนบ้านเราที่มีโต๊ดมีเต็ง มีแทงเพิ่มให้ได้เงิน 2 เท่า อะไรประมาณนั้น ซับซ้อนขนา
วุ้น ขนมหวานคลายร้อนที่หาทานได้ทั่วไป เมื่อก่อนมีอยู่ไม่กี่รสให้เลือกทาน เช่น วุ้นน้ำแดง วุ้นกะทิ และวุ้นมะพร้าวน้ำหอม แพ็กเกจของวุ้น จะเป็นถ้วยเล็กๆ ทรงเรขาคณิตบ้าง ทรงรูปสัตว์บ้าง ซึ่งเป็นแบบธรรมดาทั่วไป ปัจจุบัน ผู้ประกอบการหลายคน เกิดไอเดียนำส่วนผสมต่างๆ อาทิ ขนมไทย ผลไม้ไทย มาเป็นส่วนผสม เกิดเป็นรสชาติใหม่ๆ ให้ผู้บริโภคได้ลอง อีกทั้งมีการคิดพัฒนาแพ็กเกจให้มีความโดดเด่น เพื่อสร้างความแปลกใหม่ให้แก่ผู้บริโภค และเพิ่มมูลค่าของสินค้า วันนี้ได้มีโอกาสมาเดินเล่นที่ตลาดนัดแถวศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สังเกตเห็นหน้าร้านหนึ่ง มีลังโฟมใส่กล่องลูกชิ้น แต่ที่แปลกคือ ทำไมถึงแช่ไว้บนน้ำแข็ง จึงเดินเข้าไปดูใกล้ๆ กลับไม่ใช่ลูกชิ้นอย่างที่คิด เป็นวุ้นเสียบไม้แทนเสียนี่ “วุ้น*ชิ้น*สด” คือชื่อของวุ้นหน้าตาแปลกใหม่นี้ มีสองสามีภรรยาเป็นเจ้าของแบรนด์ คือ คุณนุ่น-วิภาดา มินาลัย อายุ 43 ปี และ คุณก๊อก-เจษฎา โยธาปาน อายุ 44 ปี คุณนุ่นเล่าให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟังว่า เธอจบนิเทศศาสตร์ ส่วนสามีจบบริหารธุรกิจ เมื่อก่อนทำงานประจำ แต่ตอนนี้เป็นฟรีแลนซ์ทั้งคู่ โดยคุณก๊อก สามีของคุณนุ่นเป็นคนชอบทำอาหาร
43 ปี “ลัคกี้เฟลม” แบรนด์ครัวเรือนไทย กับการแตกไลน์ธุรกิจบิลด์อิน ปัจจุบันเทรนด์การทำอาหารยังมีต่อเนื่อง สังเกตได้จากบนหน้าจอโทรทัศน์ ทุกวันนี้มีรายการแข่งขันทำอาหารมากหน้าหลายตา ทั้งเชฟมืออาชีพ เชฟสมัครเล่น หรือแม้แต่เด็กเองยังมีโอกาสได้โชว์ฝีมือ บ่งบอกให้เห็นว่าไม่ว่าใครก็ทำได้ แต่จะทำอาหารให้อร่อย คงไม่ใช่แค่ฝีมือ หรือสูตรตายตัวอย่างเดียว อุปกรณ์เครื่องครัวก็สำคัญเช่นกัน หากใช้ง่าย ปลอดภัย รูปลักษณ์สวยงาม ย่อมส่งผลให้คุณพ่อบ้านแม่บ้านมีความสุขในการทำอาหาร รสชาติที่ได้ยิ่งอร่อยมากขึ้น และหากเอ่ยถึงแบรนด์เครื่องใช้ในครัวเรือนที่ยังมีให้เห็นถึงทุกวันนี้แล้วล่ะก็ หนึ่งเดียวตอนนี้ต้องยกให้ Lucky Flame (ลัคกี้เฟลม) หรือที่ส่วนใหญ่รู้จักกันในนาม เตาแก๊สลัคกี้เฟลม เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคุณพ่อบ้านแม่บ้านมานาน 43 ปี หรือมากกว่า 4 ทศวรรษ ในโอกาสนี้เองได้รับเกียรติจาก คุณเชาว์เลิศ ลีลาศวัฒกุล กรรมการบริหารและผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด มาถ่ายทอดเรื่องราวให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นว่า แบรนด์ลัคกี้เฟลมเกิดจากความชื่นชอบในเสน่ห์ของครัวไทย จากตอนแรกที่ทำกันแค่ธุรกิจครอบครัว ก็ขยับขยายมาเร
นวัตกรรมสร้างอาชีพ ‘เตาชีวมวล’ ใช้แกลบเป็นเชื้อเพลิง ร้อนเร็ว ไฟแรง คนกรุงชอบใช้ เตาชีวมวล หนึ่งทางเลือกนวัตกรรมแบบชาวบ้านจ่ายครั้งเดียวใช้คุ้มไปอีกนาน เป็นเตาที่ใช้แกลบมาเป็นเชื้อเพลิง ใช้หลักการเผาไหม้ทั่วไป ใช้พัดลมหอยโข่งเป็นตัวให้ออกซิเจนมาเป็นตัวประกอบการเผาไหม้ โดยพัดลมหอยโข่งจะถูกควบคุมโดยกล่องควบคุมแรงดันไฟฟ้า ที่จะควบคุมเปลวไฟที่เผาไหม้ได้ตามต้องการ นวัตกรรมชิ้นนี้เกิดขึ้นจาก คุณปรีชา ใจบาล อายุ 45 ปี กับคุณพ่อของเขาช่วยกันคิดช่วยกันทำจนออกมาเป็น ‘เตาแกลบเสาร์แก้ว’ จำหน่าย ณ ปัจจุบัน มีรูปทรงและลักษณะคล้ายกับเตาแก๊สปิกนิก มีส่วนประกอบหลักๆ คือ หัวเตา ฉนวนเตา พัดลมเตา และไส้เตา ใช้งานได้ไม่ยาก เจ้าของไอเดียเล่าให้ฟังถึงที่มาว่า คุณพ่อของตนได้ไอเดียมาจากการไปดูงานครั้งเป็นอาสาสมัครพลังงาน จนนำมาประยุกต์ใช้เองในครัวเรือน ตั้งแต่ปี 2551 รวมแล้ว 10 ปี ทำควบคู่กับการเปิดฟาร์มซึ่งเป็นอาชีพหลัก แรกๆ ตัวถังเป็นคอนกรีต หนักและแตกง่าย ภายหลังเปลี่ยนมาเป็นโลหะได้ปีกว่า มีความแข็งแรง จัดส่งให้ลูกค้าง่าย ประหยัดต้นทุนได้มากกว่า นอกจากตัวถังที่เปลี่ยนแล้ว หลังคุณปรีชาเข้ามาดูแล
เรียนรู้จากความสำเร็จ…เผื่อจะรวยแบบเขาบ้าง!?! นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 4 – วันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม 2561 ที่ลงสัมภาษณ์ “ชฎาทิพ จูตระกูล” ผู้บริหารระดับสูงของสยามเซ็นเตอร์, สยามดิสคัฟเวอรี่, สยามพารากอน และ ไอคอนสยาม ศูนย์การค้าแห่งใหม่ล่าสุด บริเวณถนนเจริญนคร ที่จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 โดยมีอาณาบริเวณพื้นที่ให้บริการลูกค้ากว่า 7.5 แสนตารางเมตร ทั้งยังตั้งเป้าที่จะมีลูกค้ามาใช้บริการมากกว่าวันละ 1.5 แสนคน ทั้งนั้นเพราะ “ชฎาทิพ” เชื่อว่าไอคอนสยามน่าจะเป็นแม็กเนตในการดึงดูดลูกค้าชาวไทย และชาวต่างชาติให้มาช็อปปิ้งมากที่สุด เนื่องจากคอนเซ็ปต์ของไอคอนสยามจะไม่ใช่ศูนย์การค้า แต่จะเป็นเดสติเนชั่น (ปลายทาง) ที่ทุกคนต้องมา ถามต่อว่าทำไมต้องมา? คำตอบแรกคืออาจเพราะอาคารของไอคอนสยามถูกออกแบบให้สะท้อนถึงเอกลักษณ์ และสื่อถึงความเป็นไทยสไตล์ โดยเฉพาะกับการนำกระทง การบายศรีสู่ขวัญ และการห่มสไบ มาผสมกับความคิดสร้างสรรค์ของสถาปนิก จนทำให้อาคารแห่งนี้มีความโดดเด่นมากกว่าอาคารแห่งใดบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งยังมีการบอกเล่าเรื่องราว
เมืองหงสา สปป.ลาว สวย สงบ อากาศดี แค่ 30 กม.จาก ต.ห้วยโก๋น จ.น่าน จะไป “หงสา” เราบอกเพื่อน “หงสา ไหน พม่าเหรอ” เพื่อนถาม “ไม่ใช่ๆ หงสา ที่ลาว จ้า” นั่นคือคำตอบ หลายคนไม่รู้ว่า ห่างจากชายแดนไทย ที่ตำบลห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ข้ามไปเพียง 30 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของเมืองหงสา แขวงไซยะบุรี สปป.ลาว (ผ่านด่านชายแดนน้ำเงิน เมืองเงิน ของ สปป.ลาว) การเดินทาง 30 กม.ที่ว่านี้ก็สะดวกมากๆ ด้วยถนนลาดยางอย่างดี (ใน สปป.ลาว สภาพถนนมีผลมากต่อการเดินทาง) ดังนั้น ขับรถมาแป๊บเดียวก็ถึงเมืองหงสาแล้ว ในเมืองหงสา ถนนหนทาง ดีกว่า ในเมืองอื่นๆ มาก ส่วนหนึ่งเป็นผลพลอยได้จากการตั้งขึ้นของโรงไฟฟ้าหงสา ที่เริ่มเปิดทำการมาตั้งแต่ปี 2558 โดยมีอัตราส่วนการถือหุ้น ดังนี้ รัฐวิสาหกิจถือหุ้นลาว (Lao Holding state Enterprise-LHSE) ร้อยละ 20 , บริษัท บ้านปูเพาเวอร์ จำกัด ถือร้อยละ 40 และ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ถือร้อยละ 40 (กำลังการผลิต 1,878 เมกะวัตต์ MWs จำหน่ายให้การไฟฟ้าลาว100 เมกะวัตต์ หรือ 5.32% ของกำลังการผลิต ส่วน 1,473 เมกะวัตต์ หรือ 78.43% ส่งกลับไปขายที่เมืองไทย
‘ปลาร้าสับหนวดเขี้ยว’ จัดเต็มเครื่องสมุนไพร ใช้ปลากระดี่ล้วน ขายดีสองวันได้หมื่นบาท ผ่านไปจังหวัดสิงห์บุรีอย่าลืมแวะเยือนถิ่นวีรชนที่ “ตลาดย้อนยุคบ้านระจัน” ตั้งอยู่ภายในวัดโพธิ์เก้าต้น ตำบลบางระจัน อำเภอค่ายบางระจัน ที่ปัจจุบันเป็นหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่คนนิยมแวะมาช็อป ชิม ชิล กันไม่ขาดสาย เพราะมากไปด้วยของกินนานาชนิด ตั้งแต่ของหวานไปจนถึงอาหารคาว กระทั่งเสื้อผ้า ต้นไม้ยังมีมาด้วย ขึ้นชื่อว่าเป็นตลาดย้อนยุคบ้านระจัน แน่นอนว่า สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์เห็นได้ชัดเจนเลยคือการแต่งตัวของพ่อค้าแม่ขายแบบย้อนยุคไว้หนวดเหมือนกับหลงเข้าไปในสมัยบางระจัน ควบคู่กับเสน่ห์ชวนหลงคือสีหน้าท่าทางและลีลาการพูดเรียกลูกค้า เช่นคำว่า แม่หญิง ขอรับ หรือเจ้าค่ะ ที่ลูกค้าฟังแล้วยิ้มเพลินไปตามๆ กัน หนึ่งร้านแนะนำเห็นแล้วสะดุดตา เพราะกำลังขะมักเขม้นกับการเรียกลูกค้า โดย คุณเชิดศักดิ์ สนธิ หรือชื่อในวงการว่า คุณหนวด วัย 43 ปี เจ้าของร้านที่ไว้หนวดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว “ร้านหนวดเขี้ยว น้ำพริกปลาร้าสับ สูตรโบราณ บ้านระจัน” เล่าอย่างอารมณ์ดีว่า ยึดอาชีพขายปลาร้าสับมานาน 2 ปี เนื่องจากที่บ้านขายอาหาร ขายแกง
เพิ่มมูลค่างานฝีมือ “พาตาเพียร” จักสานไทยร่วมสมัย ดังไกล โดนใจต่างชาติ การจักสาน เป็นการนำวัสดุขนาดเล็กและยาว อย่าง ใบตาลหรือใบลาน, ก้านมะพร้าว หรือไม้ไผ่ มาขัดหรือสานกันจนเป็นชิ้นงาน เช่น เสื่อ ภาชนะต่างๆ อย่าง ตะกร้า เข่ง หรือของใช้อื่นๆ เช่น ลูกตะกร้อ เป็นต้น PATAPAIN (พาตาเพียร) เป็นแบรนด์ที่ใช้งานออกแบบมาเพิ่มมูลค่าให้กับงานหัตถกรรม ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของไทย โดย คุณจั้ม-วลงค์กร เทียนเพิ่มพูล และ คุณก้อย- สุพัตรา เกริกสกุล ผู้อยู่เบื้องหลังแบรนด์พาตาเพียร ได้เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า แบรนด์ PATAPIAN ก่อตั้งมาได้กว่า 5 ปี จุดเริ่มต้นมาจากความชอบของทั้งคู่ ที่สนใจในงานจักสาน และไม่ได้จำกัดความว่า งานสานต้องเป็นงานถักทออย่างเดียว และเห็นว่าในประเทศไทย คนต่างจังหวัดจะทำพวกงานจักสานเป็นอุปกรณ์ของใช้ต่างๆ ใช้เองบ้างขายบ้าง แต่ก็ไม่ได้ราคาเท่าไหร่นัก เกิดไอเดียอยากนำมาพัฒนาและเพิ่มมูลค่า ให้เป็น Luxury product จึงมีการนำเอาพวกโลหะที่สามารถดัดได้มาสานร่วมเข้าไปกับวัสดุเดิมอย่างไม้ไผ่ ให้มีความเป็นศิลปะ ความทับซ้อนของแสงในมุมมอง ถ่ายทอดงานออกมาในแบบของตัวเรา กลายเป็นงานดีไซน์ที่มันแ
จากวันละ 200 ฉบับ เหลือแค่หลักสิบ! เสียงครวญจากพ่อค้า ” สมัยนี้เปิดร้านขายสิ่งพิมพ์…ไม่คุ้มแล้ว” ปัจจุบัน อินเตอร์เน็ตและสมาร์ตโฟน เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้คนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยรุ่น ไปจนถึงผู้สูงอายุ ต่างรับข้อมูลข่าวสาร อ่านคอนเทนต์ผ่านสมาร์ตโฟน เป็นเหตุให้สื่ออื่นๆ อย่าง วิทยุ โทรทัศน์ หรือ หนังสือ ต่างต้องปรับตัวตามไปด้วย เมื่อวันก่อน มีโอกาสไปเดินเล่นแถวตำบลมหาชัย อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ระหว่างทางที่กำลังเพลิดเพลินไปกับร้านอาหารที่ทยอยกันเปิดร้าน เหลือบไปเห็นร้านขายหนังสือ แบบรถเข็น จอดขายอยู่ริมถนน ทันทีที่เข้าไปยืนหน้าร้านกวาดสายตาเพื่อหานิตยสารหัวหนึ่งที่เคยอ่านเมื่อตอนยังเรียนอยู่ แต่ไม่เจอเห็นเพียง นิตยสารพระเครื่อง, หนังสือการ์ตูนอย่างขายหัวเราะ, นิตยสารในเครือมติชนอีกสองสามหัว, นิตยสารบันเทิงอย่าง ทีวีพูล, นิตยสารบ้านและสวนเล่มสองเล่ม, หนังสือพิมพ์และเรียงเบอร์ ซึ่งจะมีวางจำหน่ายที่ร้านมากหน่อย ชวนชายคนขายคุย ทราบว่าเขาขายหนังสือมาได้หลายสิบปีแล้ว โดยเมื่อก่อนเช่าห้องตึกแถว เปิดเป็นร้านขายหนังสือ เสียค่าเช่าตึกเดือนละ 15,000 บาท แต่เจ
