Exclusive
นายจิมมี่ ชวาลา เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางคือ “เศรษฐีใจบุญเมืองนคร” นักธุรกิจห้างผ้ารายใหญ่ของ จ.นครศรีธรรมราช คือ “ห้างผ้าจิมมี่” ซึ่งเคยบริจาคเงิน 28 ล้านบาท ซื้อทองคำบูรณะพระบรมธาตุเจดีย์วัดพระมหาธาตุ และประกาศบริจาคเงินให้กับโครงการก้าวคนละก้าวของ “ตูน บอดี้สแลม” เป็นเงินจำนวน 16 ล้านบาท ตามข่าวที่ปรากฏไปแล้วนั้น เรื่องราวของ เศรษฐีใจบุญผู้นี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” เคยนำเสนอมาแล้ว ถึงธุรกิจและอัธยาศัยต่อผู้อื่น ที่ชอบทำบุญ ปฏิบัติต่อลูกน้องเป็นอย่างดี อีกทั้ง กิจการค้าขายก็เสียภาษีเป๊ะ โปร่งใส อันน่าเป็นตัวอย่างให้กับนักธุรกิจอื่นๆ โดยข้อเขียนของ คุณไมตรี ลิมปิชาติ นักเขียน และคอลัมนิสต์ประจำนิตยสารเส้นทางเศรษฐี ซึ่งหากจะดูในเรื่องของการปฏิบ้ัติต่อพนักงาน ลูกจ้าง นายห้างคนนี้ ก็ทำได้สูงเกินกว่ามาตรฐานนายจ้าง ลูกจ้างทั่วไป นั่นก็คือ พนักงานขายผ้าที่ทำงานกันมานานตั้งแต่รุ่นคุณพ่อของนายห้าง จนมีอายุมาก เมื่อเจ้าตัวขอพักผ่อน คุณจิมมี่ได้ซื้อบ้าน ซื้อที่ดินให้ เพื่อจะได้มีที่พักผ่อนสบายๆ ในบั้นปลายชีวิต พนักงานขายผ้าที่มีอยู่ในปัจจุบันกว่า 50 คนนั้นแต่ละคนทำงานกับคุณจิมมี่ กันคนล
เรือนจำชั่วคราวเขาระกำ อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด ปัจจุบันถูกพัฒนาให้เป็นศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง มีพื้นที่สาธิต “แปลง 1 ไร่ ทำจริง มีกิน ไม่จน” ในทุกตารางเมตร จึงถูกพัฒนาทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ยกตัวอย่าง สิ่งของเหลือใช้อย่าง ยางรถยนต์หมดอายุ สามารถนำมาดัดแปลง ทำเป็นกระถางปลูกมะนาวเป็นแถวได้สวยงาม และตามมุมต่างๆภายในศูนย์การเรียนรู้ฯแห่งนี้ มีความรู้น่าสนใจหลากหลาย อาทิ มุมสาธิตการทำน้ำส้มควันไม้ โรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่คร่อมอยู่บนบ่อปลาดุก โรงเรือนเลี้ยงหมูหลุม แพะคอนโด ฐานการเลี้ยงกบ ฐานการเพาะถั่วงอก ฐานการทำไข่เค็ม ฐานการผลิตไบโอดีเซล เป็นต้น ด้วยองค์ความรู้ที่มีอยู่มากมายดังกล่าว เรือนจำชั่วคราวเขาระกำ แห่งนี้ จึงมีประชาชนให้ความสนใจ เดินทางไปศึกษาดูงานกันเป็นประจำ หลายคนสามารถนำความรู้ที่ได้ไปเริ่มต้นตามรอย “พอเพียง” ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้อย่างเป็นรูปธรรม สนใจศึกษาดูงานวิถีเศรษฐกิจพอเพียง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เรือนจำชั่วคราวเขาระกำ อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด โทรศัพท์ 092-939-0551
จุดเริ่มต้น ผลิตภัณฑ์จากลูกซัด เรื่องราวของผลิตภัณฑ์เพิ่มน้ำนมแม่ ฟีนูแคป (FENUCAPS) เริ่มต้นขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2555 คุณพินิจ เขื่อนสุวงศ์ และ คุณชนัญชิตา ทองบ่อ กลายเป็นคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ที่ตั้งใจเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่ แต่ต้องเจอปัญหาน้ำนมน้อย จึงพยายามค้นหาสารพัดวิธีมาทดลองก็ไม่ได้ผล คุณพินิจซึ่งทำงานเป็นนักวิจัยอยู่ที่สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จึงมองหาวิธีอื่นๆ ที่จะมาช่วยแก้ปัญหาให้ภรรยา จนกระทั่งพบสมุนไพรที่ชื่อว่า fenugreek หรือ “ลูกซัด” ที่มีสรรพคุณในการเพิ่มน้ำนม หลังจากค้นหาข้อมูลเรื่องความปลอดภัยและผลข้างเคียงจากงานวิจัยต่างๆ จนมั่นใจ จึงนำมาให้ภรรยาลองทาน ซึ่งเห็นผลว่ามีน้ำนมเพิ่มขึ้นจริง แต่ความยุ่งยากในการใช้ บวกกับ กลิ่นรสของลูกซัดทำให้คุณแม่มือใหม่เริ่มเบื่ออาหาร เพราะเมื่อเคี้ยวถูกลูกซัดเข้า รสขมจะติดลิ้นไปตลอดวัน คุณพ่อคุณแม่มือใหม่จึงพยายามหาวิธีที่ทำให้ทานได้ง่ายขึ้น โดยหาสมุนไพรที่ให้รสหวานและมีกลิ่นหอมโดยฤทธิ์ไม่หักล้างกันมาผสม ทำเป็นชาสมุนไพรบรรจุซอง ทำให้ทานได้ง่ายขึ้น เปิดตลาดผ่านโลกโซเชียล “ด้วยความที่รสชาติขมมาก ทำให้ทานยาก พอทำเป
ขึ้นชื่อว่า “ของกิน” ยังไงก็ขายได้ จึงมีผู้สนใจเข้ามาอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่ใช่ว่าทุกสินค้าจะสร้างแบรนด์จนติดตลาดฝ่าด่านคู่แข่งที่มีอยู่ทุกหนแห่ง ทั้งเจ้าตลาดรายเดิมและรายใหม่ๆ ที่กระโดดเข้ามาท้าชิง “จุดขายที่แตกต่าง” จึงเป็นไม้เด็ดสำคัญ เช่นเดียวกับแนวคิด “คุณวิทณัฐ เด่นชลชัย” เจ้าของร้านไอศกรีมโฮมเมด “ไอส์เบิร์ก” จังหวัดนครปฐม ซึ่งอยู่ในตลาดมาเป็นปีที่ 17 จากช่วงเปิดร้านแรกๆ ที่ขายได้แค่ 198 บาท ต่อวัน สามารถพลิกฟื้น ขายดีจนมีรายได้แตะ 10,000 บาท ต่อวัน และยืนตักไอศกรีมตั้งแต่ร้านเปิดจนถึงร้านปิด โดยแทบไม่ได้เงยหน้าคุยกับใคร นอกจากเวลารับออร์เดอร์เท่านั้น อร่อยไม่เหมือนใคร อยู่ในทำเลดี คุณวิทณัฐเจ้าของร้านไอศกรีมโฮมเมด “ไอส์เบิร์ก” เล่าว่า ช่วงเปิดร้านใหม่ๆ ทำไอศกรีมออกมาขาย 6 รสชาติ ซึ่งเป็นรสพื้นฐานที่มีขายทั่วไป อย่าง กะทิ วานิลลา สตรอว์เบอร์รี่ เลม่อน จนเข้าปีที่ 3 จึงตัดสินใจเลิกกิจการเพราะขายได้แค่ 198 บาท จากนั้นจึงได้ไปสัมภาษณ์งานแห่งหนึ่งซึ่งมีคำพูดให้กลับมาฉุกคิดว่า น่าเสียดายสิ่งที่ทำมาและสนับสนุนให้ปรับปรุงและทำในสิ่งที่คนอื่นๆ อยากมีอาชีพอิสระ แต่ไม่มีโอกาสทำ บวกกับได้ชมงา
จากโครงการ ก้าวทีละก้าว ของศิลปินนักร้องชื่อดังวิ่งการกุศล จากยะลาไปยังเชียงราย หรือจากใต้สุดไปยังเหนือสุดของประเทศ เพื่อหาเงิน 700 ล้านบาทจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาล 11 แห่ง ตูนบอดี้ สแลม ล่าสุด มีข่าวปรากฏว่า นายจิมมี่ ชวาลา ที่เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางคือ “เศรษฐีใจบุญเมืองนคร” นักธุรกิจห้างผ้ารายใหญ่ของ จ.นครศรีธรรมราช คือ “ห้างผ้าจิมมี่” ซึ่งเคยบริจาคเงิน 28 ล้านบาท ซื้อทองคำบูรณะพระบรมธาตุเจดีย์วัดพระมหาธาตุ มีความตั้งใจจะบริจาคเงินให้กับโครงการก้าวคนละก้าวของ “ตูน บอดี้สแลม” เป็นเงินจำนวน 16 ล้านบาท อ่านข่าว “จิมมี่ ชวาลา”เศรษฐีใจบุญเมืองคอน ประกาศบริจาค 16 ล้านให้ “ตูน บอดี้สแลม” เรื่องราวของ เศรษฐีใจดีผู้นี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” เคยนำเสนอมาแล้ว ถึงธุรกิจและอัธยาศัยต่อผู้อื่น ที่ชอบทำบุญ ปฏิบัติต่อลูกน้องเป็นอย่างดี อีกทั้ง กิจการค้าขายก็เสียภาษีเป๊ะ โปร่งใส อันน่าเป็นตัวอย่างให้กับนักธุรกิจอื่นๆ ด้วยโอกาสนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ขอนำเสนอเรื่องราวของเศรษฐี ผู้นี้อีกครั้งหนึ่ง โดยเป็นบทความของ คุณไมตรี ลิมปิชาติ
คงปฏิเสธไม่ได้ว่าวัฒนธรรมของอาหารจีนนั้นแพร่หลายไปทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มอาเซียนที่มีชาวจีนอาศัยอยู่ทุกประเทศ อาหารจีน จึงเป็นที่นิยมและสอดแทรกอยู่ในวิถีชีวิตอย่างแยกไม่ออก โดยเฉพาะประเทศที่มีชุมชนจีนชัดเจน เช่น มาเลเซียและสิงคโปร์ อาหารจีนจำพวกต้มตุ๋นด้วยสมุนไพรจีน จึงเป็นที่แพร่หลายที่เด่นชัดคือ บักกุ๊ดเต๋ ซึ่งเป็นซี่โครงหมูตุ๋นยาจีน และอีกอย่างหนึ่งคือ ไก่ตุ๋นยาจีน ในมาเลเซียและสิงคโปร์ซึ่งมีทั้งชาวจีนและชาวมลายูเป็นเชื้อชาติหลัก ไก่ตุ๋นยาจีนก็เป็นที่นิยมเพราะผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามก็กินได้ Sip Chuan Tai Pu เป็นเครื่องตุ๋นยาจีนที่รวมเอาสมุนไพรอันมีคุณค่าตามตำรับโบราณ โดยเขาจะนำสมุนไพรยาจีนชนิดต่างๆ บรรจุลงในซองชาเรียบร้อยไม่ต้องไปหาซื้อแยกทีละอย่าง ใส่ในห่ออย่างสวยงามมีภาพและวิธีทำที่แสนจะง่ายดาย ใครไปเที่ยวมาเลเซีย ขอแนะนำให้ซื้อติดมือกลับมาทำ สมุนไพร 1 ซองจะตุ๋นไก่ได้ครึ่งกิโล โดยเติมน้ำ 2 ลิตร ใส่ไก่ และซองยาจีนลงไป ตุ๋นด้วยไฟอ่อนๆ จนเนื้อไก่เปื่อยนุ่ม ปรุงรสด้วยเกลือ เพียงเท่านี้ก็จะได้ไก่ตุ๋นยาจีนหอมๆ ที่อุดมด้วยคุณค่าในการบำรุงร่างกาย อะไรจะง่ายดายอย่างนี้ เครื่องตุ๋นนี้นอกจาก
ฉันกลับมาซานฟรานฯ ครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ รู้แต่ว่าจะกี่ครั้งเมืองนี้ยังน่ารัก น่าค้นหา ตื่นตาตื่นใจเสมอ เป็ดย่างซานฟรานฯ ยังอร่อยเหมือนเดิม ทุกประการ ฉันพวกชอบกิน และเป็ดย่างนี่เป็นอะไรที่ขาดไม่ได้ ฉันว่าเป็ดย่างอร่อยนี่มีทุกเมืองที่มีคนจีนอยู่ จะไปเมืองไหนก็ตามขอให้เดินเข้าไปในย่านคนจีน ไชน่าทาวน์ และค้นหาเป็ดย่างให้เจอ เอาเจ้าที่เก่าแก่หน่อย จะไม่ผิดหวัง เป็ดย่างที่อร่อยไม่ได้มีแต่ที่ฮ่องกง ไม่ได้มีแต่โฟร์ซีซั่น ฉันขอย้ำ ซานฟรานฯ เป็นเมืองที่มีย่านคนจีนใหญ่มาก ไชน่าทาวน์ของซานฟรานฯ เขาว่าใหญ่ที่สุดในโลก และเก่าแก่ที่สุดในอเมริกา เพราะซานฟรานฯ เป็นประตูของอเมริกาเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ล่องเรือมาแต่เมืองจีนก็ต้องมาขึ้นท่าที่ซานฟรานฯ นี่แหละ ใกล้สุดแล้ว คนจีนจึงมาตั้งรกรากที่ซานฟรานฯ ร้อยกว่าปีแล้ว บางคนบอกว่ามาก่อนมีอเมริกาเสียอีก ฉันพามาเดินตลาด ไม่ได้พามากินเป็ดนะ แต่แวะกินเป็ดก่อน บอกแล้วมันอดไม่ได้ แล้วก็ต้องกลับมาเมืองโปรดของฉันอีกครั้ง มาเยี่ยมซานฟรานฯ ปีละครั้งอายุยืนยาวได้อีก 10 ปี ฉันคิดของฉันอย่างนั้น เมืองนี้ชื่อเต็มคือ ซานฟรานซิสโก เป็นเมืองหนึ่งของรัฐแคลิฟอร์เนีย แต่เขาเร
จากตำนานความเชื่อโบราณของเกือบทุกศาสนา มีความเชื่อว่า สัตว์มีปีกคือ สัญลักษณ์นำความเป็นสิริมงคลมาให้และเป็นสื่อกลางเชื่อม ระหว่างโลกมนุษย์และสวรรค์ ดังนั้น ในพิธีกรรมทางศาสนามักนิยมนำไข่ของสัตว์ปีกมาเป็นเครื่องสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล เพราะเชื่อว่า “ไข่” แทนความหมายการก่อเกิด, การกำเนิด, การเริ่มต้นชีวิตใหม่ เปลือกไข่วิจิตร คือ ผลงานโอท็อป ระดับ 5 ดาว ของอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจาก ไข่ฟาแบร์เช งานหัตถศิลป์ลงยาประดับอัญมณี รังสรรค์โดยช่างจิวเวลรี่ เชื้อชาติฝรั่งเศส สัญชาติรัสเซีย นาม ปีเตอร์ คาร์ล ฟาแบร์เช (Peter Karl Feberge) เมื่อเกือบสองร้อยปีก่อน ปัจจุบัน ไข่ฟาแบร์เช่ กลายเป็นวัตถุโบราณล้ำค่า ล่าสุดมีการประมูลกันถึงใบละ 300 ล้านบาท คุณภูษิต กาญจนศิริปาน เจ้าของผลงาน เปลือกไข่วิจิตร วัย 47 ปี เล่าความเป็นมาให้ฟัง ย้อนหลังไปราวปี 2540 เมื่อครั้ง “ฟองสบู่แตก” คุณณภัสภรณ์ –ภรรยา ประสบกับปัญหาทางธุรกิจถึงขั้นล้มละลาย ต้องหันหน้าเข้าหาวัด ระหว่างนั้นเธอใช้เวลาว่างส่วนใหญ่หมดไปกับการตอกไข่ดิบให้เป็นรูเล็กๆ เพื่อให้ไข่แดงไข่ขาวไหลออกมาแทนจะตอกให้แตกเป็นสองส่
ยามนี้ “ปัว” อำเภอเล็กๆที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาของจังหวัดน่าน กำลังเพิ่มระดับความนิยมมากขึ้นตามลำดับ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวหนุ่ม-สาว ชาวฮิปสเตอร์จากทั่วสารทิศ ให้เดินทางไปเยี่ยมเยือนกันไม่ขาดสาย ความโดดเด่นของพื้นที่อันเป็น“จุดหมายปลายทาง”ของใครหลายคนนี้ น่าจะอยู่ที่ความงามตามธรรมชาติของ ท้องฟ้า แม่น้ำ ภูเขา ต้นไม้ รวมทั้งสีเขียวขจีของ “ทุ่งนา”ที่สามารถทอดมองไปได้ไกลจนสุดลูกหูลูกตา ร้านกาแฟ บ้านไทลื้อ ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลศิลาแลง อำเภอปัว นับเป็นอีกหนึ่ง “ไฮไลต์”ของอำเภอน่าเที่ยวแห่งนี้ เพราะนอกจากรสชาติของเครื่องดื่มจะถูกปากบรรดาคอกาแฟแถมราคาไม่แพงด้วยแล้ว ร้านกาแฟบรรยากาศสุดชิคนี้ ยังมีซุ้มไม้มุงจาก ทอดยาวเรียงรายลงไปในผืนนา รอให้บรรดาอาคันตุกะจากต่างถิ่นเดินเลาะไปตามทางบนสะพานไม้ไผ่ก่อนไปนั่งรับลม ชมวิวกันแบบชิว-ชิว ได้แบบไม่คิดตังค์เพิ่ม เรียกว่าซื้อกาแฟแก้วละไม่กี่สิบบบาท แต่สามารถนั่งชมวิว “หลักล้าน”กันได้เลยทีเดียว คุณพนม แก้วเทพ อายุ 47 ปี เจ้าของกิจการ “ลำดวนผ้าทอ” ร้านจำหน่ายผ้าทอลายน้ำไหลไทลื้อ และสินค้าของฝากจากเมืองน่าน และกิจการร้านกาแฟ บ้านไทลื้อ สละเวลามาให้ข้อมูลก
การเดินทาง การท่องเที่ยว รูปแบบใหม่ ที่ไม่ใช่ การไปเยือน ไปถึง ถ่ายรูป เข้าห้องน้ำ แล้วจบ แต่เป็นการเดินทางท่องเที่ยวที่จะได้เติมเต็มคุณค่าประสบการณ์ใหม่ ในรูปแบบที่เรียกว่า การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ได้จัดทำขึ้น อย่างที่ การไปเยือนวัดพระเกิด ที่อ.เมือง จ.น่าน ก็มีกิจกรรมของผู้ไปเยือนคือ การทำตุง หรือ ธง เพื่อความเป็นสิริมงคล นั่นคือ ผู้ไปเยือนหรือนักท่องเที่ยวได้ลงมือทำจริงๆ ได้สัมผัส ได้เข้าพิธีกรรม นำมาซึ่งความอิ่มเอิบใจ คุณดรุณี เทียมแสน วัย 68 ปี ผู้สอนการทำตุง เผยว่า การทำตุงเพื่อสะเดาะเคราะห์ สืบชะตา เรียกขวัญกำลังใจ ที่วัดพระเกิด เริ่มทำมาตั้งแต่ปี 2554 โดย อาจารย์คำรบ วัชราคม อดีตผู้อำนวยการเทคนิคน่าน เป็นผู้ริเริ่ม (แต่ท่านเสียชีวิตไปตั้งแต่ปี 2558) คณะกรรมการวัดก็เลยมาสานงานต่อ คุณดรุณี อธิบายให้ฟังว่า เริ่มต้นในการทำตุง ทางวัดจะจัดเตรียมตุงไว้ให้ จากนั้นให้นักท่องเที่ยว ได้แปะปาก จมูก ตา คิ้ว (รูปพระ) แปะปีนักษัตร หรือปีเกิดของผู้ทำ เขียนชื่อวันเดือนปีเกิดลงไป จากนั้น นำตุงไปถวายพระ กล่าวคำถวายตุง ให้พระสวดมนต์ให้พร กรวดน้ำ เป็นอันจ
