ข่าววันนี้
เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Soontree Ngamsuntisuk ได้โพสต์ข้อความแชร์เรื่องราวน่ารักๆ ลงบนโลกโซเชียล ที่พบจากประสบการณ์ทำงานของเธอ ซึ่งเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบินไทย เธอเล่าว่า ในระหว่างที่กำลังบอร์ดผู้โดยสารอยู่ในเคบิน ไฟลต์ TG663 PVG – BKK เธอได้เห็นผู้โดยสารผู้หญิงคนหนึ่ง กำลังขะมักเขม้นแจกของอะไรบางอย่างให้แก่ผู้โดยสารคนอื่นที่นั่งอยู่ เมื่อเธอเดินผ่านผู้โดยสารก็พยายามจะสื่อสารกับเธอเป็นภาษาจีน แต่ตอนนั้นคิดว่าเขาคงอยากแจกของตามเทศกาลตรุษจีน เลยบอกไปว่าข้างหลังมีลูกเรือ 4 คน แล้วสิ่งที่ได้มาคือสิ่งนี้ โดยข้อความที่ติดมาในซองคุกกี้ กล่าวว่า..“สวัสดีค่ะ ฉันเป็นทารกวัย 10 เดือน ฉันดีใจที่ได้ร่วมเดินทางไฟล์ตเดียวกับทุกๆ คนนะคะ ฉันจะพยายามทำตัวให้เงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ถ้ารบกวนคุณ ฉันขอกล่าวคำขอโทษล่วงหน้าด้วย ลองชิมคุกกี้และขนมดูนะคะฝีมือแม่ของฉันเอง หวังว่าทุกๆ อย่างจะเป็นไปได้ด้วยดี” ข้อความบนกระดาษนั้น ทำให้เธอและทุกคนบนไฟลต์ที่รับคุกกี้อดยิ้มกับความน่ารักของผู้โดยสารแม่ลูกอ่อนรายนี้ไม่ได้.. ที่มา ข่าวสดออนไลน์
เนื่องด้วยเทศกาลวันแห่งความรัก 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันที่คู่รักมากมายหลายคู่รอคอยที่จะจดทะเบียนสมรสกัน ณ สำนักงานเขตพื้นที่ที่มีชื่อเป็นที่นิยม สื่อความหมายที่ดีสำหรับคู่รัก ทางกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) ในฐานะหน่วยงานตัวแทนของ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วม “ส่งรัก สานใจ ให้ครอบครัวไทยเข้มแข็ง” โดยจัดบู๊ธนิทรรศการเชิญชวนคู่รักที่มาจดทะเบียนสมรสที่สำนักงานเขตบางซื่อ เพราะชื่อ “บางซื่อ” นั้น สามารถสื่อความหมายให้ความรักยืนยาวด้วยรักที่ซื่อสัตย์ต่อกัน โดยจัดกิจกรรม ให้ความรู้และส่งเสริมความสัมพันธ์ให้กับครอบครัวที่กำลังจะเริ่มต้นชีวิตคู่ ให้สามารถปรับตัวและรักษา สัมพันธภาพให้ยั่งยืน และเตรียมความพร้อมในการจัดการกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในการใช้ชีวิตคู่ด้วย โดยลักษณะบู๊ธนิทรรศการจะมีกิจกรรมเกม “ส่งรัก สานใจ” และเชิญชวนคู่รักเริ่มต้นความรักต่อกันด้วย 10 คำดี และแจกของที่ระลึกเกี่ยวกับ 10 คำดี เช่น “เหนื่อยไหม รักนะ มีอะไรให้ช่วยไหม คำชมเชย (ภูมิใจ/ดี/เยี่ยม) ไม่เป็นไรนะ สู้ๆ นะ ทำได้อยู่แล้ว คิดถึงนะ ขอบคุณนะ และขอโทษนะ” เป็นต้น ในวันที่ 14
จากกรณีคดีหวยอลเวง รางวัล 30 ล้านบาท ที่ตำรวจกำลังตรวจสอบและพิสูจน์ความเป็นเจ้าของที่แท้จริงระหว่าง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ และนายปรีชา ใคร่ครวญ ครูโรงเรียนเทพมงคลรังสี จ.กาญจนบุรี ซึ่งก่อนหน้านี้ตำรวจ บช.ภ. 7 ได้สอบสวนก่อนออกมาระบุว่า นายปรีชาน่าจะเป็นเจ้าของที่แท้จริง และยังเตรียมดำเนินคดีกับ ร.ต.ท.จรูญ อีกด้วย สุดท้าย ผบ.ตร.มีคำสั่งโอนคดีมาให้กองปราบปราม เข้าไปดำเนินการตามที่เสนอข่าวไปนั้น อ่านข่าว ขึ้นศาลนัดแรก! หวย 30 ล้าน ครูปรีชา-หมวดจรูญ ลั่นมั่นใจ 100% เผยนาทีเผชิญหน้ากัน เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 13 ก.พ. ที่ กองบังคับการปราบปราม พหลโยธิน พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาเพื่อประชุมติดตามความคืบหน้าคดีหวย 30 ล้านบาท พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า คดีมีความคืบหน้าไปมากและได้เน้นย้ำกับผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางแล้วว่าจะต้องวางแนวทางสืบสวนอย่างไร โดยภายในสิ้นเดือนนี้จะสามารถสรุปผลได้ว่าใครเป็นเจ้าของลอตเตอรี่ตัวจริงและผลที่ออกมา ทุกอย่างเป็นไปตามพยานหลักฐาน และยอมรับว่าบางอย่างอาจจะแตกต่าง แต่ไม่ได้ถึงขนาดไปคนละทิศทางกับผลของกองบัญชาการตำรวจภูธ
เป็นภาพที่เคยชินตาในการนำช้างมาเดินขายของ ขอเงินริมถนนตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ แต่หลังจากภาครัฐมีการเข้มงวดกวดขันไม่ให้ช้างป่าต้องเข้ามาอยู่ในเมือง เพื่อสวัสดิภาพของช้างและเพื่อสวัสดิภาพของประชาชน เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้ช้างทำอันตรายต่อประชาชนได้ด้วย โดยโลกออนไลน์มีการแชร์ภาพจากสมาชิกเฟซบุ๊ก Tiphakorn Suabdaung ซึ่งโพสต์ภาพช้างที่กำลังน้ำตาไหลอย่างหนัก พร้อมข้อความว่า “ขณะนั่งกินสเต๊กร้านลุงหนวด สาขาแถวคลองถมสิงห์บุรี #คุณเห็นน้ำตาของช้างน้อยเชือกนี้มั้ย 😢🐘 กฎหมายไทยไม่เคยเข้มงวดกับแรงงานที่พาช้างเร่ร่อนได้เลยสักครั้ง รู้ทั้งรู้ว่ามันผิดกฎหมายแต่ก็ยังทำกัน การช่วยซื้ออ้อยป้อนให้ช้างกินก็เท่ากับเป็นการสนับสนุนอย่างหนึ่งให้คนพวกนี้หากินกับช้างต่อไป ไม่ให้เลยก็รู้ว่าคุณสงสาร แล้วเมื่อไหร่ปัญหานี้จะหมดไป สงสารช้างน้อยเหลือเกิน” จะคนหรือสัตว์ก็มีหัวใจเหมือนกัน #ช่วยกันแชร์ออกไปนะคะ #ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือช้างน้อยเชือกนี้ด้วยเถิด 🙏👌✌️✌️” ที่มา ข่าวสดออนไลน์
ปตท. และบางจาก ปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด 50 สตางค์/ลิตร มีผลพรุ่งนี้ รายงานข่าวแจ้งว่า ปตท. และบางจาก ปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด 50 สตางค์/ลิตร ส่งผลให้เบนซิน 95 อยู่ที่ 34.66 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 27.55 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 27.28 บาท/ลิตร E20 อยู่ที่ 25.04 บาท/ลิตร ดีเซล 26.69 บาท/ลิตร ยกเว้น E85 ลดลง 30 สตางค์/ลิตร อยู่ที่ 20.44 บาท/ลิตร มีผลพรุ่งนี้ (14 ก.พ.2561) เวลา 05.00 น. ราคานี้ยังไม่รวมภาษีท้องที่ของแต่ละจังหวัด ที่มา ข่าวสดออนไลน์
เมื่อวันที่ 12 ก.พ. เว็บไซต์ Daily Mail รายงานถึงสภาพของโอเชี่ยน มาสสาจ สถานค้าบริการทางเพศชื่อดังในย่านรัชดาฯ กรุงเทพฯ ซึ่งถูกทิ้งร้างหลังจากสถานอาบอบนวดที่อยู่ข้างกันโดนตำรวจบุกจับเมื่อเดือนมกราคม เนื่องด้วยกระแสบุกจับแหล่งค้าขายบริการทางเพศที่เพิ่มขึ้นทำให้เจ้าของโอเชี่ยน มาสสาจ ตัดสินใจหนีไป โดยช่างภาพไม่ประสงค์ออกนามตามเก็บภาพสถานเริงรมย์สูงหกชั้นนี้ซึ่งประกอบไปด้วยไนต์คลับ ร้านกาแฟ ยิม ห้องซาวน่าและห้องนอนกว่า100ห้องสำหรับให้แขกเสพสุขกับพนักงาน ในห้องเหล่านี้มีร่องรอยไว้ชัดเจนอย่างผ้าเช็ดตัวบนเตียง เครื่องสำอาง แป้งฝุ่นและน้ำมันนวดตามโต๊ะและเคาน์เตอร์ในแต่ละห้อง นอกจากนี้ยังมีห้องบริการระดับวีไอพีอีกหลายห้องและลานจอดรถจำนวนมาก ทางตำรวจให้การว่าสถานบริการขนาดใกล้เคียงซึ่งอยู่ติดกันสร้างรายได้กว่า40ล้านบาทต่อเดือนก่อนถูกสั่งปิด เพื่อพยายามลบภาพลักษณ์เมืองหลวงแห่งเซ็กซ์จากสายตาของชาวโลกตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งช่างภาพได้กล่าวว่า “ที่นี่เคยเป็นสถานบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดในละแวกนี้ เมื่อหลายปีก่อนมันเคยมีชีวิตชีวา มีหญิงสาวในชุดบิกินี่เวียนหน้าทำงานก็ไม่ซ้ำเลยในแต่ละคืน มีปาร์ตี้ริมสระ ดนต
ทริปฮ่องกงได้เรื่องเลย ทดสอบอุ้มลูกแฝด สายฟ้า-พายุ บินไปเที่ยวทั้งครอบครัวครั้งแรก ชมพู่ อารยา ควง สามี น็อต วิศรุต และลูกๆ เจอปัญหาบนเครื่องบิน เจ้าตัว เล่าเหตุการณ์เอาไม่อยู่ ในรายการ 3 แซ่บกับทริปแรก ก่อนมีทริปยาวไปต่างประเทศอีกปลายเดือนนี้ ตอนอยู่บนเครื่อง ตัวเองอุ้มน้องสายฟ้า สามีอุ้มน้องพายุ โดยพี่เลี้ยงเด็กนั่งอยู่ชั้น Economy Class (ชั้นประหยัด) เลยต้องแบ่งลูกให้สามีอุ้ม คนละคน ปรากฏ พายุก็ร้อง เลยสลับ ชมพู่อุ้มน้องพายุเอง ให้พ่อน็อต อุ้มสายฟ้า สายฟ้าก็ร้องอีก ช่วงสั่งรัดเข็มขัดบนเครื่องแล้ว ห้ามลุกจากที่นั่งพอดี ด้วยความคุ้นมือ ลูกจะอยู่กับแม่มากกว่าพ่อ พอขึ้นเครื่องลูกร้องลั่น พ่อเลยเอาไม่อยู่เลยทีเดียว งานนี้เจ้าตัวถึงกับประกาศว่า หลังจากทริปนี้ คงต้องให้พี่เลี้ยงมานั่งชั้น Business Class (ชั้นธุรกิจ) แล้ว ทำเอากาละแมร์ พิธีกรร่วมรายการ แซวว่า ส่วนพี่น็อตให้ไปนั่งชั้นประหยัดแทนนะ คลิปเริ่มประมาณนาทีที่ 3 cr.3แซ่บ ทึ่มา ข่าวสดออนไลน์
วันที่ 13 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเลือกซื้อทองในจังหวัดขอนแก่น เพื่อเป็นของขวัญในช่วงวันตรุษจีนและวาเลนไทน์ปีนี้เป็นไปอย่างคึกคัก โดยเฉพาะที่ห้างทองอุเทน ภายในตลาดบางลำพู เลขที่ 62/268 ถ.กลางเมือง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ที่ประชาชนทุกเพศทุกวัย ต่างเดินทางมาเลือกซื้อทองคำแท่ง และทองรูปพรรณในรูปแบบต่างๆเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นของขวัญให้กับคนรักและคนในครอบครัวในช่วงเทศกาลดังกล่าว โดย น.ส.วันวิสา โอสายไทย อายุ 41 ปี เจ้าของห้างทองอุเทน กล่าวว่า ตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ซึ่งเข้าสู่ช่วงเทศกาลตรุษจีนและวันวาเลนไทน์มีลูกค้าแวะเวียนมาซื้อทองรูปพรรณและทองคำแท่ง ในรูปแบบต่างๆเป็นจำนวนมาก แต่หากเทียบเท่ากับปีที่ผ่านมา พบว่าปีนี้ไม่คึกคักเท่าปีที่แล้ว อาจเป็นเพราะปัญหาเศรษฐกิจ ข้าวยากหมากแพง เป็นปัจจัยที่ทำให้การซื้อขายทองลดลง น.ส.วันวิสา กล่าวต่อว่า สำหรับวันตรุษจีนและวันวาเลนไทน์ปีนี้ลูกค้าที่มาซื้อส่วนใหญ่จะเน้นที่แหวนทอง เพราะราคาไม่แพง และมีให้เลือกหลายลาย โดยร้านจะเอาใจพ่อค้าแม่ขายในตลาดเป็นส่วนใหญ่ ขายในราคาที่เป็นธรรม ทำให้กลุ่มลูกค้าของร้านส่วนใหญ่จะเป็นพ่อค้าแม่ค
เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 14 ก.พ.นี้ ซึ่งเป็นวันแห่งความรัก หรือวันวาเลนไทน์ ประจำปี 2561 อีกทั้งในปีนี้วันวาเลนไทน์ยังใกล้กับเทศกาลปีใหม่ของจีน หรือตรุษจีนด้วย ทำให้บรรยากาศในการเลือกซื้อดอกไม้ และของที่ระลึกเป็นไปด้วยความคึกคัก แต่ก็ประสบปัญหาตรงที่มีราคาสินค้าแพงกว่าทุกปี โดยเฉพาะดอกกุหลาบสดมีคาสูงขึ้นเท่าตัว โดยบริเวณหน้าโรงเรียนอำนาจเจริญได้มีพ่อค้าแม่ค้า เริ่มทยอยพากันมาตั้งร้านค้า เพื่อเตรียมจำหน่ายดอกกุหลาบ ตุ๊กตา ให้กับประชาชน และเด็กนักเรียนที่จะซื้อไปมอบให้กับคนที่รัก ครูอาจารย์ เพื่อนๆ ในวันวาเลนไทน์นี้ โดยที่พ่อค้าแม่ค้าส่วนมากจะนำดอกกุหลาบพลาสติก ตุ๊กตา มาจำหน่ายแทนดอกกุหลาบสด เนื่องจากดอกกุหลาบมีการปรับราคาสูงขึ้นเป็นเท่าตัว จากที่ก่อนช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์ดอกขนาดเล็กจะอยู่ที่ดอกละ 25-30 บาท แต่พอมาถึงช่วงวันวาเลนไทน์ ราคาสูงขึ้นถึงดอกละ 50-60 บาท แม่ค้าสินค้าในช่วงวันวาเลนไทน์ เปิดเผยว่า ด้วยที่ดอกกุหลาบมีการปรับราคาสูงขึ้นเกือบเท่าตัว โดยที่ดอกเล็กอยู่ที่ 50-60 บาท ส่วนดอกที่มีขนาดใหญ่ราคาอยู่ที่ 100-120 บาท พอนำมาจำหน่ายต่อก็ต้องบวกราคาเพิ่มไปอ
คุณอัมรินทร์ โภคา ไกด์หนุ่มผู้คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงการท่องเที่ยว มีประสบการณ์พาคนไทยเดินทางไปเยือนประเทศเกาหลีใต้มายาวนานกว่า 15 ปี ให้สัมภาษณ์ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” กรณีคนไทยผูกคอตายที่ประเทศเกาหลีใต้ หลังจาก “โดดทัวร์”เพื่อไปหางานทำนั้นว่า ที่ผ่านมา เจอเหตุการณ์คนไทยหนีทัวร์เพื่อไปหางานทำบ่อยมาก ส่งผลให้ทางการเกาหลีฯเพ่งเล็งคนถือพาสสปอร์ตไทยเป็นพิเศษ และไม่เกี่ยวว่าถ้ามากับบริษัททัวร์นั้นทัวร์นี้แล้วจะเข้าได้หรือไม่ได้ คุณอัมรินทร์ บอกต่อถึงความนิยมที่คนไทยพากันแห่ไปทำงานที่เกาหลีใต้ ทั้งแบบถูกและไม่ถูกกฎหมายว่า ทุกวันนี้ การสื่อสารถึงกันทำได้เร็ว คนอยู่ก่อน มักชักชวนญาติพี่น้องไปทำงาน เพราะเห็นว่ารายได้ดี แต่ในความเป็นจริงค่าใช้จ่ายก็ค่อนข้างสูง ความเป็นอยู่ก็ลำบากมาก ชาวต่างชาติที่อยู่เกินกำหนด ไม่สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้สะดวก “งานที่คนไทยไปทำ คือ งานที่คนเกาหลีไม่ทำ หลายคนเรียกว่างาน 3 D คือ Dirty (สกปรก) Difficult (ยาก) และ Dangerous (อันตราย) ส่วนใหญ่เป็นงาน ในไร่ ทำการเกษตร หรือในโรงงาน ที่ทำงานซ้ำๆ ไม่ต้องใช้ทักษะมาก”คุณอัมรินทร์ บอกอย่างนั้น และว่า หากคนไทยคิดจะ “โดดทัวร์”
