ข่าววันนี้
กรมฝนหลวงและการบินเกษตร สั่งการหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็ว เริ่มภารกิจสลายหมอกควันในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยให้พิจารณาแนวเส้นทางการบินในเขตปริมณฑล ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการจราจรทางอากาศ วันที่ 11 ก.พ. นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวง และการบินเกษตร เปิดเผยว่า จากปัญหาหมอกควันที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งทำให้เกิดฝุ่นละอองที่เป็นมลพิษ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อม นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนและตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงได้มอบหมายให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตรเร่งดำเนินการปฏิบัติการฝนหลวงยับยั้งปัญหาหมอกควันในกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 9-11 ก.พ. กรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้ติดตามกรณีปัญหาค่าฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพฯ มีค่าเกินมาตรฐาน 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตรในหลายพื้นที่ โดยค่าปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 ที่ตรวจวัดได้ระหว่าง 38-70 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ตลอด 3 วันที่ผ่านมา จึงได้รายงานยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และได้รับการมอบหมายให้เร่งทำฝนเพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยได้สั่งการให้หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็ว ขึ้นบิน
กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศว่า ลักษณะอากาศทั่วไปพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีอากาศหนาวเย็นลง โดยอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณภาคอื่นๆของประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว กับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่งบริเวณภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล สำหรับบริเวณภูเขาสูงในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย อนึ่ง ในช่วงวันที่ 12-14 กุมภาพันธ์ 2561 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศหนาวเย็นลงกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนอีกระลอกหนึ่งจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมบริเวณอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยาบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนอีกระลอกหนึ่งได้แผ่
พาไปชมเทคนิคใหม่ๆแห่งความหล่อของบุรุษด้วยการใช้ “ลูกไฟ” เบาๆมาช่วยตัดแต่งทรงผมลูกค้า โดยร้าน Kaizo Salon ในเมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย โดยวิธีการของช่างตัดผมร้านนี้ คือ การจุดไฟเผาเส้นผมบนศีรษะ โดยช่างตัดผมจะคอยพ่นสเปรย์เร่งเปลวไฟ พร้อมกับใช้หวีในการตัดแต่งเส้นผมและจัดทรง ทั้งนี้ สไตล์การตัดผมของร้านดังกล่าวมีลูกค้าให้ความสนใจมาทดลองใช้บริการพร้อมถ่ายคลิปเผยแพร่บนโลกโซเชียลมีเดียในอินเดียกันมากมาย โดยทางร้านให้รายละเอียดกับสำนักข่าวสีสัน Metro.co.uk ว่า เป็นไอเดียใหม่สำหรับการตัดแต่งผมที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์ ซึ่งถือเป็นรูปแบบการทำทรีทเมนต์อย่างหนึ่ง และยืนยันว่าปลอดภัยมาก และเปลวไฟจะมาทำหน้าที่คล้ายการเล็มปลายผม ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่าจะมีการไหม้ศีรษะ สำหรับราคาการตัดด้วยวิธีนี้นั้น อยู่ที่ 600-700 รูปี หรือราว 300 กว่าบาท ขณะที่เทคนิคนี้สามารถใช้กับลูกค้าหญิงได้เช่นกัน แต่ราคาจะสูงกว่า อยู่ที่ 1,500-1,600 รูปี หรือเฉลี่ย 700 บาท ขึ้นอยู่กับความสั้นยาวของผม ซึ่งร้านทำผมแห่งนี้ได้แชร์คลิปวิดีโอการใช้ไฟในการช่วยตัดผม ทำให้ถูกแชร์และมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เราลองมาชมคลิปก
นางญาณี แสงศรีจันทร์ รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังเปิดเผยว่า การดำเนินโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันให้แก่ผู้มีสิทธิ 11.4 ล้านคน กรมบัญชีกลางได้แจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปแล้ว 10.9 ล้านคน หรือประมาณ 95.3% ของผู้มีสิทธิทั้งหมด สำหรับผลจ่ายเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของผู้มีสิทธิในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา (1 ตุลาคม 2560- 31 มกราคม 2561) เป็นเงินทั้งสิ้น 11,940 ล้านบาท โดยจ่ายเงินให้แก่ร้านธงฟ้าประชารัฐ 11,822 ล้านบาท ร้านก๊าซหุงต้ม 14.3 ล้านบาท ค่าโดยสารรถ บขส. 38.2 ล้านบาท และค่าโดยสารรถไฟ 65.3 ล้านบาท นางญาณีกล่าวว่า สำหรับเครื่องรับชำระเงินสด (อีดีซี) ติดตั้งแล้ว 20,272 เครื่อง ข้อมูล ณ วันที่ 31 มกราคม 2561 แบ่งออกเป็น ติดตั้งที่ร้านธงฟ้าประชารัฐ 18,789 เครื่อง ร้านก๊าซหุงต้ม 828 เครื่อง การรถไฟ 534 เครื่อง และ บขส.121 เครื่อง ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้รับความสะดวก ตอบสนองความต้องการของผู้มีสิทธิในการใช้บริการ กระทรวงการคลังเตรียมพร้อมจะติดตั้งเครื่อง EDC เพิ่มขึ้นอีก 20,000 เครื่อง โดยแบ่งเป็นการ
กำลังเตรียมตัวเป็นคุณแม่มือใหม่อยู่ดีๆ แต่ เอ็ม บุษราคัม วงษ์คำเหลา กลับต้องเจอเรื่องกวนใจ จากเหตุที่แทนตัวเองว่า ‘หม่าม้า’ บ่อยๆ งานนี้ทำให้เธอถูกแซะทันที เพราะตัวเธอนี้เป็นคนไทยเหตุใดไม่ให้เรียกแม่ เอ็ม จึงออกมาบอกในอินสตาแกรมเอาไว้ว่า ‘บางทีเรื่องบางเรื่องของคนอื่นที่เราอยากจะมีส่วนร่วม มันคล้ายกับเส้นบางๆ ระหว่าง “ชอบตัดสินคนอื่น” กับ “เสือก” …. ว่าแล้วว่าวันนี้ต้องมาถึง วันที่ต้องมีคนมาแซะ แขวะว่า “แหม่ อีลาว แต่กระแดะแทนตัวเอง ให้ลูกเรียก หม่าม้า” …. ก่อนแต่งงานเคยคุยกันเล่นๆ กับสัมมีว่า ถ้ามีเบบี๋ จะให้เรียกใครว่าอะไร สัมมีเป็นคนจีน=ป่าป๊า เอ็มเป็นคนไทย=แม่ …. แต่สัมมีบอกว่า ให้เรียกป่าป๊ากะหม่าม้าเหอะ น่ารักกว่า 😉 ณ จุดนั้นเอ็มก็บอกเจตนารมณ์กับสัมมีนะ ว่ากลัวคนอื่นจะหาว่าดัดจริต แต่มีคำหนึ่งที่สัมมีพูดมาก็ทำให้เราได้ฉุกคิดว่า เออ ก็จริง นั่นก็คือ …. “จะไปแคร์คนอื่นทำไม เค้าไม่ใช่คนในครอบครัวเรา เราจะให้ลูกเรียกเรายังไงมันก็คือเรื่องของเรา เรื่องของครอบครัวเรา ก็แต่งงานกับคนจีน ให้ลูกเรียกหม่าม้าแปลกตรงไหน” (ง่ายๆ คือ คนอื่นเจือกอ่า5555) เอ็มก็เลยมาคิดว่า เออ จริงหวะ นี่มันเรื่อ
ดวงรอบสัปดาห์ เสฏฐวุฒิ ลัคนา (ลั) ราศีเมษ ในรอบสัปดาห์นี้ท่านจะทำอะไรก็ตามมักจะทันเหตุการณ์หรือมีไหวพริบปฏิภาณในการโต้ตอบ จะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้แก่ตนเองและหมู่คณะได้ดี เหตุการณ์ที่เคยผิดหวังก็จะสมหวัง ทรัพย์จำพวกแร่ธาตุหรือโบราณวัตถุที่ท่านมีอยู่จะเพิ่มพูนหรือมีค่าเป็นเงินตราสูงขึ้น เพ้อฝันหรือสนใจสิ่งไกลตัวมากกว่าสิ่งแวดล้อม ตัวท่านจะมีเสน่ห์อย่างยิ่งสำหรับผู้คนที่มีการต้องการเรียนรู้หรือหาความชำนาญต่อไป จะได้รับการยกย่องสรรเสริญจากผู้คนในกลุ่มวิชาการหรือวงการอาชีพเดียวกัน ท่านที่ยังโสดจะมีคนมารักใคร่ชอบพอ ท่านที่มีรักอยู่แล้วความรักจะราบรื่นชื่นมื่นดี ลัคนา (ลั) ราศีพฤษภ ในรอบสัปดาห์นี้จะได้รับการเสนอแนะให้ลงทุนที่ได้กำไรมากหรือได้ง่ายเกณฑ์ชะตาเกี่ยวกับลาภผลจะดีขึ้น จะมีรายได้พิเศษภายใต้ข้อผูกพันที่ท่านพอใจ สามารถใช้อิทธิพลหรืออภินิหารที่มีอยู่ขจัดศัตรูให้พ้นจากเส้นทางชีวิตของท่านได้ งานที่ทำอยู่แล้วค่อนข้างอ่อนไหว ท่านจะรู้ได้เองว่าความพลิกผันในการงานเป็นอย่างไรบ้าง โดยไม่ต้องคาดหมายอะไรมากเกินไปนัก การซื้อขายแลกเปลี่ยน การกู้ยืมล้วนแต่วุ่นวายในภายหลังทั้งสิ้น ห้ามเกี่ยวข้องกับการ
จังหวัดตาก นับเป็นแหล่งปลูกกุหลาบที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยพื้นที่ที่ปลูกมากที่สุด คือ อำเภอพบพระ ที่สามารถผลิตดอกกุหลาบส่งจำหน่ายจำนวนมาก โดยตลาดหลักยังคงเป็นปากคลองตลาด ที่จะกระจายส่งออกไปทั่วประเทศ “อรพินทร์ แสงมณี” เกษตรอำเภอพบพระ จังหวัดตาก เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า อำเภอพบพระ จังหวัดตาก เป็นแหล่งปลูกกุหลาบมากที่สุดในประเทศไทย ปี 2560 มีพื้นที่ปลูก 1,847 ไร่ เกษตรกรประมาณ 60 ราย ซึ่งพื้นที่ลดลงกว่าปี 2559 กว่า 1 พันไร่ เกษตรกรผู้ปลูกประมาณ 90 ราย สำหรับสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ สายพันธุ์แกรนด์กาลา โดยสัดส่วนกว่า 90% จำหน่ายในประเทศ ตลาดหลักคือ ตลาดปากคลองตลาด และอีก 10% ส่งจำหน่ายประเทศเมียนมา ส่วนใหญ่จะเป็นกุหลาบแปรรูป เช่น กุหลาบอบแห้ง เป็นต้น ขณะที่พื้นที่ปลูกที่ลดลงมีสาเหตุมาจากปัจจัย 3 เรื่อง ได้แก่ 1.เรื่องแรงงาน ส่วนใหญ่จะเป็นแรงงานชาวเมียนมา โดย 1 ไร่ จะใช้แรงงานประมาณ 2 คน ในการดูแลรักษา ใส่ปุ๋ย รดน้ำ ตัดแต่งกิ่ง ตัดดอก และถอนหญ้า ซึ่งได้ค่าแรงตามค่าจ้างขั้นต่ำ แม้เกษตรกรจะมีการขึ้นทะเบียนแรงงานได้ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว แต่เมื่อแรงงานได้รับบัตรแรงงาน ก็ม
นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) เปิดเผยว่า ได้จัดผู้ตรวจการขนส่งลงพื้นที่เข้มงวดจับกุมผู้ฝ่าฝืนนำรถแท็กซี่ที่จดทะเบียนครบ 9 ปี ซึ่งครบอายุการใช้งานตามกฎหมายแล้วมารับส่งผู้โดยสาร โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่รอบนอกกรุงเทพมหานครเขตปริมณฑล เช่น รังสิต ปทุมธานี นนทบุรี เพื่อจับกุมและป้องปรามการกระทำผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากตามกฎหมายกำหนดอายุการใช้งานของรถแท็กซี่มีระยะเวลาไม่เกิน 9 ปี นับแต่วันจดทะเบียนครั้งแรก เพื่อให้สภาพรถมีความมั่นคงแข็งแรงพร้อมนำมาให้บริการประชาชนอย่างปลอดภัย แต่พบว่ามีรถแท็กซี่บางส่วนที่ครบอายุการใช้งานแล้วยังไม่ดำเนินการแจ้งระงับ หรือแจ้งเปลี่ยนประเภทรถ ซึ่งผู้ขับรถแท็กซี่ที่นำรถที่สิ้นอายุการใช้งานมาวิ่งรับส่งผู้โดยสารจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 5 (10) ต้องระวางโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท และต้องปลดป้ายทะเทียนออกทันที และหากนำรถที่แจ้งเปลี่ยนประเภทเป็นรถส่วนบุคคลแล้วมาลักลอบรับส่งผู้โดยสารจะมีความผิดตามมาตรา 21 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท นายสนิทกล่าวว่า และเพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิและเพิ่มความมั่นใจความปลอดภัยในการใช้บริกา
วันนี้วันอาทิตย์ โดยรวมดวงชะตาให้โทษมากกว่าให้คุณ อาทิตย์คนรอบข้างไม่ทำให้ผิดหวัง จันทร์ผู้ใหญ่เจ้านายให้ความเมตตา อังคารบริวารทำเรื่องให้ปวดหัว พุธคำพูดสร้างศัตรู เสี่ยงมีปากเสียงกับคนรอบข้าง พฤหัสฯการเงินเสี่ยงรั่วไหล ไม่เหมาะใช้จ่ายลงทุน ศุกร์คนแปลกหน้าไว้ใจไม่ได้ ส่วนเสาร์สิ่งที่คิดไว้ทำได้ตามแผน ได้ลาภจากเพศตรงข้าม ท่านที่เกิดวันอาทิตย์ ดวงชะตาพลิกผัน การงานก้าวหน้า สิ่งที่คิดไว้ทำได้ตามแผน คนรอบข้างให้การสนับสนุน แต่การเงินรั่วไหล ไม่เหมาะใช้จ่ายลงทุน ทรัพย์สินมีค่าติดตัวระวังสูญหาย ซื้อสินค้าระวังได้ของด้อยคุณภาพ งดเดินทางไกล คนรักไม่ทำให้ผิดหวัง ช่วงเวลาให้คุณ 15.00-16.00 น. ท่านที่เกิดวันจันทร์ ดวงชะตาให้คุณ วันหยุดก็จริงแต่การเงินหมุนเวียนคล่อง พ่อค้าแม่ขายมีกำไรกันถ้วนหน้า คนทำธุรกิจลูกค้าให้การสนับสนุน สิ่งที่คิดไว้ทำได้ตามแผน ผู้ใหญ่เจ้านายให้โอกาสทำงาน สุขภาพไร้ปัญหา ได้ลาภจากเพศตรงข้าม คนรักทำให้ยิ้มได้ ช่วงเวลาให้คุณ 11.00-12.00 น. ท่านที่เกิดวันอังคาร ดวงชะตาให้โทษ คนหยุดงานได้พักผ่อนเต็มที่ เรื่องงานไม่เอามาคิดให้ปวดหัว เรื่องเงินไม่เอามาคิดให้รกสมอง แต่คนทำงานมีเรื่อ
ยิ่งใกล้เทศกาลแห่งความรักเท่าไหร่ ตลาดดอกไม้ก็ยิ่งคึกคักขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะดอกกุหลาบเป็นที่ต้องการสูงมาก ส่งผลให้กุหลาบทั้งของไทยและต่างประเทศทะลักเข้าสู่ตลาดดอกไม้ โดยมีศูนย์กลางที่สำคัญคือปากคลองตลาด กุหลาบพบพระเสิร์ฟวาเลนไทน์ “สมบูรณ์ วรศักดิ์” เจ้าของร้านขายดอกไม้และที่ปรึกษาพ่อค้าแม่ค้าปากคลองตลาดใหม่ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตนจำหน่ายดอกไม้ที่ปากคลองตลาดมาเกือบ 20 ปีแล้ว มองว่าทุกปีในช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์คือช่วงกอบโกย เพราะสามารถจำหน่ายดอกไม้ได้จำนวนมาก โดยเฉพาะดอกกุหลาบ ที่จากปกติจะมีเข้ามาในตลาดประมาณ 1 ล้านดอกต่อวัน แต่ในช่วงวันที่ 9-14 ของเดือนกุมภาพันธ์จะเพิ่มขึ้นเท่าตัวประมาณ 2-2.5 ล้านดอกต่อวัน เพราะเกษตรกรจะผลิตดอกกุหลาบออกมารองรับความต้องการของคนซื้อในช่วงเทศกาลได้มากกว่าปกติ “คาดว่าปีนี้จะสามารถขายดอกไม้ได้ดีไม่ต่างจากปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะช่วงวันวาเลนไทน์ที่ตรงกับวันธรรมดา เด็กนักเรียน นักศึกษาสามารถซื้อไปฝากเพื่อนฝูงได้ ถือเป็นช่วงกอบโกยไปจนถึงตรุษจีน” ด้านสัดส่วนของดอกกุหลาบที่เข้ามาในตลาดปากคลองตลาดนั้น มาจากในประเทศไทยประมาณ 70% แบ่งเป็นนำมาจากอำเภอแม่สอด อำเ
