ข่าววันนี้
เว็บไซต์นูร์ของคาซัคสถานรายงานว่า นักศึกษาหญิงได้รับบาดเจ็บจากการถูกหิมะกัดต้นขาทั้งสองข้าง ขณะเดินไปมหาวิทยาลัย ท่ามกลางหิมะตกและอากาศเย็นจัด อุณหภูมิ -40 องศาเซลเซียส ที่กรุงอัสตรานา เมืองหลวงของคาซัคสถาน เมื่อวันที่ 23 ม.ค. นูร์ สำนักข่าวสปุตนิก คาซัคสถาน รายงานว่า นักศึกษาหญิงถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แพทย์ตรวจยืนยันว่า ถูกหิมะกัดต้นขาทั้งสองข้างอย่างรุนแรงในระดับ 1-2 เนื่องจากสวมถุงน่องแบบบาง ล่าสุด วันที่ 24 ม.ค. แพทย์อนุญาตให้ผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลแล้ว หลังจากอาการปลอดภัย แต่ผู้ป่วยต้องปิดแผลและฟื้นฟูผิวหนังต้นขาทั้งสองข้างอีกระยะเวลานาน ขณะที่ผู้แทนมหาวิทยาลัยคัซกู ซึ่งนักศึกษาหญิงกำลังศึกษาอยู่ชั้นปี 4 ชี้แจงกับเว็บไซต์เทนกรีนิวส์ว่า นักศึกษาหญิงแต่งตัวสอดคล้องกับสภาพอากาศและกำลังเดินทางไปฝึกงาน แต่เนื่องจากรอรถโดยสารนานมาก จึงตัดสินใจวิ่งไปแทน ด้านกระทรวงสาธารณสุขประจำกรุงอัสตรานาระบุว่า ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา (21-23 ม.ค.) มีคนถูกหิมะกัดอย่างรุนแรงเข้าพบแพทย์แล้ว 28 ราย ในจำนวนนี้ 4 คน ต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาล เนื่องจากถูกหิมะกัดอย่างรุนแรงในระดับ 2-5 ที่มา ข่าวสดออนไลน์
เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน บ้านนากลาง หมู่ที่ 4 ต.หนองตาด อ.เมืองบุรีรัมย์ ว่า มีกลุ่มคนต้องสงสัยขับรถเข้ามาในหมู่บ้าน 2 คัน แล้วไปจอดดูซากไฟไหม้บ้านที่เพิ่งเกิดขึ้นมาได้ 1 วัน ก่อนอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคบุรีรัมย์มาแจ้งเตือนชาวบ้าน แต่มีลักษณะคล้ายเป็นการต้มตุ๋นหลอกลวง โดยมีชาวบ้านหลายครัวเรือนสูญเงินรายละ 2,000-4,000 บาท ซึ่งมีชาวบ้านสงสัยได้ถ่ายภาพรถเอาไว้ พบเป็นรถยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีเทาดำ ทะเบียน ฌล 3308 กทม. ลักษณะต่อด้านหลังให้เป็นรถแวนสอบถามนางบุญจันทร์ ภักดี เล่าว่า หลังจากเกิดไฟไหม้บ้านของนางอำไพ ภักดี อายุ 57 ปี เมื่อวันที่ 26 ม.ค. จนได้รับความเสียหายและมีการนำเสนอออกเป็นข่าวเพื่อเป็นการแจ้งเตือน วันนี้มีรถขับเข้ามาบริเวณบ้านที่ถูกเพลิงไหม้ 2 คัน มีชายหลายคนแต่งตัวเหมือนพนักงานการไฟฟ้า ห้อยบัตรประจำตัวพนักงาน ลงมาพูดคุยกับชาวบ้านที่กำลังนั่งอยู่ในเต็นท์ว่า ได้รับมอบหมายจากทางจังหวัดมาตรวจสอบไฟฟ้าพื้นที่หมู่บ้าน และตรวจสอบกระแสไฟฟ้าบ้านใกล้เรือนเคียง บริเวณรอบบ้านที่ถูกไฟไหม้ โดยอ้างกับชาวบ้านว่า ต้องเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ไฟฟ้าต่
ถือเป็นอาชีพใฝ่ฝันของคนรุ่นใหม่ แต่มีไม่มากรายที่เมื่อผันตัวมาเป็นเกษตรกรแล้วจะประสบความสำเร็จ “เกสรา นารถถนอม” หรือ “เจมส์” สาววัย 28 ปีจากเมืองตราด ก็เป็นหนึ่งในคนที่มีความฝันเรื่องการทำเกษตร เกสรามีดีกรีปริญญาตรี ภาควิชาจุลชีววิทยา มหาวิทยาลัยบูรพา ปัจจุบันทำงานตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการบริษัทเอกชนนำเข้า-ส่งออกแห่งหนึ่งที่จังหวัดสมุทรปราการ แต่ด้วยความที่ครอบครัว คุณพ่อ คุณแม่ ทำเกษตรกรรม จึงตัดสินใจทำอาชีพเสริมเป็นเกษตรกรเพื่อปูทางสู่อนาคตที่วางแผนไว้ว่าจะกลับไปทำที่บ้านเกิด เริ่มจากลงทุน 1 แสนกว่าบาท สร้างโรงเรือนขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ใช้ปลูกเมลอนกว่า 500 ต้น พร้อมตั้งชื่อแปลงเมลอนนี้ว่า Ketsara”s Garden และด้วยความที่ชอบรับประทานเมลอน จากที่ไม่มีความรู้ด้านเกษตรกรรม ไม่เคยปลูกอะไร ก็หันมาสอบถาม ค้นคว้า เข้าอบรมการทำเกษตรอินทรีย์ แล้วจึงทดลองปลูกร่วมกับสามี “อนวัช ตาววัฒนา” ใช้เวลา 3 เดือน กระทั่งได้ผลผลิตรุ่นแรก น้ำหนักเฉลี่ยลูกละ 1.5-1.8 กิโลกรัม เมื่อต้นปี 2560 ขายกิโลกรัมละ 180 บาท สูงกว่าท้องตลาดในช่วงนั้น 50-60 บาท และรุ่นที่สองตามมา ซึ่งมีเมลอนพันธุ์ใหม่ ซูเปอร์พรีเมี่ยม หรือเมลอนฮ
เป็นลูกทุ่งสาวที่ตรงไปตรงมาเสมอต้นเสมอปลาย สำหรับ ‘จ๊ะ อาร์สยาม’ ที่ไม่ว่าจะไปทำหน้าเสริมหน้าอกหรือทำอะไรมาก็แล้วแต่ สาวจ๊ะก็จะยืดอกรับแบบตรงไปตรงมาเสมอ ล่าสุด ‘จ๊ะ อาร์สยาม’ โพสต์ภาพของตัวเองเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ตอนนั้นยังอายุเพียง 21 ปี ซึ่งยังเป็นสาวน้อยหน้าใสอยู่ โดย ‘จ๊ะ อาร์สยาม’ ระบุว่า “รูปนี้เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ตอนอายุ 21 ปี ตานี่อาหมวยเลยจ้า #ตอนนั้นใสๆ #ไม่รู้จักโบท็อกซ์ #หึหึ #ตอนนี้สนิทกับโบท็อกซ์ไปล่ะ” งานนี้เลยขอพามาดูหน้าของสาวจ๊ะเมื่อ 4 ปีก่อนว่าจะเป็นยังไง
ในช่วงต้นปี 2561 ดวงชะตาของใครหลายคนมีการเปลี่ยน เปลี่ยนแปลงทั้งในทางที่ดีและในทางที่ต้องระมัดระวัง ทางอ.คฑา ชินบัญชร จึงได้ทำนายดวงของในปี 2561 ว่าคนเกิดราศีไหนดวงจะพลิกผัน เฮง รวย โชคดีรับปี 2561 ประกอบด้วย คนเกิดราศีมังกร ราศีกรกฎ และราศีพิจิก โดยระบุตอนนี้อย่าปล่อยให้โอกาสดีๆ ที่เข้าแล้วผ่านไป จงคิดพิจารณาให้แน่วแน่ แน่ชัด แล้งลงมือทำ ขอความเฮง ความโชคดีคงอยู่กับทุกคน
เป็นข่าวที่สร้างความฮือฮาให้กับบรรดาพนักงาน เมื่อสำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่าบริษัทเหล็กยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งในมณฑลเจียงซี ประเทศจีน ได้ฉลองผลประกอบการตลอดทั้งปีกับพนักงาน 5 พันคน ด้วยการเบิกเงินสดที่เป็นรายได้ของบริษัทมาวางกองไว้สูงมิดหัว หนักเกือบ 6 ตัน โดยมีรายได้มากถึง 278 ล้านหยวน หรือประมาณ 1,380 ล้านบาท โดยเงินจำนวนนี้ได้เบิกแล้วใส่รถตู้ขนเงิน 5 คัน ก่อนนำมาวางกองสูงกว่า 2 เมตร ซึ่งบริษัทเตรียมมอบโบนัสให้กับพนักงานทุกคน เฉลี่ยตั้งแต่ 3,500-50,000 หยวน หรือประมาณ 17,500-249,000 บาท รวมทั้งปรับฐานเงินเดือนอย่างน้อยอีก 1,000-2,000 หยวน ประมาณ 5,000-10,000 บาท
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 27 ม.ค. ที่รพ.ค่ายอิงคยุทธบริหาร ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ญาติผู้ป่วยโรคไตพร้อมด้วยผู้ป่วยโรคไต กว่า 100 คนได้รวมตัวกันเพื่อเรียกร้องให้ พันเอก อรรถวุฒิ จันทร์ศุภฤกษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร ลงมาช่วยเหลือผู้ป่วยโรคไตของโรงพยาบาล เนื่องจากทางโรงพยาบาลไม่สามารถฟอกไตให้ได้ ผู้ป่วยหลายรายไม่ได้รับการฟอกไดเป็นเวลาหลายวัน ส่งผลให้สภาพร่างกายเริ่มย่ำแย่ ญาติและผู้ป่วยหลายรายถึงกับร่ำไห้ รับไม่ได้กับการกระทำของโรงพยาบาลที่ปฏิบัติต่อผู้ป่วย โดยทางโรงพยาบาลให้ผู้ป่วยเดินทางไปฟอกไตที่โรงพยาบาลอื่นเป็นการชั่วคราว ซึ่งที่ผ่านมาทางญาติของผู้ป่วยหลายรายนำผู้ป่วยไปทำการฟอกไตที่โรงพยาบาลอื่น แต่กลับประสบปัญหาว่า คนไข้เต็มไม่สามารถทำการฟอกไตได้ อีกทั้งการเดินทางที่ไกล ส่งผลกระทบต่อร่างกายของผู้ป่วย ประกอบกับบางครั้งการเดินทางไปกลับเป็นห่วงเวลาที่กลางคืน ทำให้การเดินทางเป็นไปยากลำบาก และอาจจะเกิดอันตรายจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นไทยพุทธ การเรียกร้องในครั้งนี้ ทางพันเอกอรรถวุฒิ จันทร์ศุภฤกษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลฯ ไม่ได้ลงมาพบเพื่อรับท
เป็นประเด็นที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชี่ยล เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กเผยแพร่เรื่องราวของโทรศัพท์มือถือไอโฟนเอ็กซ์ รุ่นใหม่ ที่เพิ่งวางขาย ราคาเครื่องละครึ่งแสนบาท โดยมีคนนำมือถือไอโฟนเอ็กซ์ มาประกาศขายในเฟซบุ๊กในราคาเครื่องละ 16,900 บาท ก่อนมีคนมาจับผิดและพบว่าเป็นเครื่องที่เจอมา จึงทักท้วงว่าควรประกาศตามหาเจ้าของ เนื่องจากเพิ่งออกใหม่และราคาเครื่องละครึ่งแสนบาท แต่สุดท้ายคนที่ประกาศขายมือถือไอโฟนเอ็กซ์กลับสวนมาว่า “อย่าโลกสวยแท็กซี่เก็บมา” จากนั้นมีทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย บางคนเห็นควรประกาศตามหาเจ้าของ และบางส่วนก็เห็นว่าประกาศขายไปเถอะ
เสร็จสิ้นไปแล้วสำหรับโครงการก้าวคนละคน ที่นักร้องหนุ่ม ‘ตูน บอดี้สแลม’ วิ่งจากเบตง-แม่สาย เพื่อรับบริจาคเงินช่วยเหลือ 11 โรงพยาบาลรัฐ โดยได้ยอดเงินบริจาคทะลุพันล้านบาท แต่ทว่าล่าสุดมีประเด็นดราม่าเกิดขึ้น เมื่อคุณ ‘ทิชา ณ นคร’ อดีตสปช. ได้โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงเงินที่ได้บริจาคไป 15,000 บาทสมบทโครงการก้าวคนละก้าว เมื่อเวลาผ่านไป 3 เดือนมีใบเสร็จส่งมาแต่กลับมียอดเงินในใบเสร็จเพียง 500 บาทเท่านั้น โดยระบุว่า “รอคำชี้แจงและพร้อมรับฟังเหตุผลที่สมเหตุผล ป้าสมทบทุนการวิ่งของพี่ตูน 15,000 บาท นานเกือบ 3 เดือน (26/1/61) ใบเสร็จมาถึง …ความช้าตรงนี้เข้าใจได้นะคะ? แต่ใบเสร็จ…ลงยอดเงิน 500 บาท นี่ต้องการคำชี้แจงค่ะ? ทิชา ณ นคร”
เจ๊เจ้าของร้านปิ้งย่างบุฟเฟต์ทะเลเผาชื่อดังศรีราชา ฉุน 4 ลูกค้าสาว-หนุ่มนะยะ โพสต์ด่า ในโลกออนไลน์หลังถูกปรับค่าน้ำจิ้มที่กินเหลือ 6 ขีด 600 บาท เข้าแจ้งความตำรวจดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาทใน เฟซบุ๊กทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ยืนยันเป็นกฎของทางร้านที่ไม่อยากให้เสียของ ด้านคู่กรณีไม่ยอม เตรียมร้อง สคบ.ตรวจสอบเอาเปรียบ ผู้บริโภคหรือไม่ เมื่อเวลา 12.20 น.วันที่ 26 ม.ค. นางจุรีย์ ใยบัว อายุ 40 ปี เจ้าของร้านบางอ้อปิ้งย่างบุฟเฟต์ทะเลเผา ริมถนนสายศรีราชา-ชากค้อ เลขที่ 247/91 หมู่ 2 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เข้าแจ้งความกับร.ต.อ.ยุทธนา กองตา รองสารวัตรเวร (สอบสวน) สภ.ศรีราชา หลังถูกลูกค้าโพสต์หมิ่นประมาทในเฟซบุ๊ก ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง โดยเฟซบุ๊กใช้ชื่อ “Mynutss Jrp” โพสต์ในทำนองว่าน้ำจิ้มเหลือทางร้านคิดขีดละ 100 บาท โดนไป 6 ขีดเป็นเงิน 600 บาท ซึ่งมีการแชร์ต่อๆ กันไปอย่างกว้างขวาง ทำให้ร้านได้รับความเสียหายและเสื่อมเสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก นางจุรีย์ให้การว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ช่วงหัวค่ำ ได้มีสาวประเภทสองจำนวน 2 คนและหญิงสาววัยรุ่น 2 คนเข้ามาใช้บริการ โดยทางร้านคิดค่าหัวท่านละ 399 บาท มีอาห
