ข่าววันนี้
เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. นายภิญโญ บุญยงค์ นายกอบต.นาโพธิ์กลาง อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี เปิดเผยถึงกิจกรรมการส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ รับตะวันใหม่ก่อนใครในสยาม ปี 2561 ว่า อบต.นาโพธิ์กลาง ร่วมกับอุทยานแห่งชาติผาแต้ม และหน่วยงานราชการในพื้นที่จัดกิจกรรมงานบุญธรรมยาตราสู่ผาชะนะได ทำบุญตักบาตรข้าวจี่รับตะวันใหม่ก่อนใครในสยาม ครั้งที่ 18 เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศที่จะมาสัมผัสอากาศหนาว และรับแสงแรกก่อนใครที่ผาชนะได สถานที่ท่องเที่ยวที่มีความท่าท้าย สำหรับในปีนี้จะมีความพิเศษกว่าทุกปี คือมีกิจกรรมงานบุญธรรมยาตรา สวดมนต์ข้ามปีในยอดเขา และการตักบาตรข้าวจี่ ซึ่งเป็นอาหารที่ทำง่ายเหมาะกับการท้าลมหนาว และกิจกรรมล้อมกองไฟในช่วงเวลากลางคืนของวันที่ 31 ธ.ค.2560 “คาดการณ์ว่าในปีนี้จะมียอดนักท่องเที่ยว พาครอบครัวเดินทางขึ้นมาร่วมกิจกรรมรับตะวันใหม่ก่อนใครในสยามมากกว่าปีที่ผ่านมา เพราะที่ผาชนะไดมีความโดดเด่นและมีความท้าทายในการเดินทาง ถึงแม้จะมีความลำบากในการเดินทาง ซึ่งจะต้องเดินทางด้วยรถยนต์ยกสูง แต่ก็เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ที่ชื่นชอบความท้าทายเข้ามาพิสูจน์ และทำให้คนที่สามารถขึ้นมาถึงยอดผาได้ ม
แม้ค่าเช่าอาคารสำนักงานให้เช่าในกรุงเทพฯ จะปรับตัวสูงขึ้นติดต่อกันตลอด 7 ปีที่ผ่านมา แต่ผลวิจัยล่าสุดของบริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์เจแอลแอล เปิดเผยว่า กรุงเทพฯ ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่ม 1 ใน 3 เมืองที่มีค่าเช่าอาคารสำนักงานเกรดพรีเมี่ยมถูกที่สุดในโลก โดยรวบรวมและเปรียบเทียบข้อมูลราคาค่าเช่า อาคารสำนักงานเกรดพรีเมี่ยมในหัวเมืองหรือย่านเศรษฐกิจสำคัญๆ ของโลก 45 แห่ง พบว่า เมืองที่อาคารสำนักงานเกรดพรีเมียมมีค่าเช่าถูกสุดเป็นอันดับ 1 ของโลกคือ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ราคาเฉลี่ย 874 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน ส่วน “กรุงเทพฯ” เมืองหลวงประเทศไทย และ “กรุงมะนิลา” ประเทศฟิลิปปินส์ ครองอันดับที่ 2 ร่วมกัน มีค่าเช่าเฉลี่ยที่ 1,020 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน เมืองที่อาคารสำนักงานเกรดพรีเมี่ยมแพงที่สุดในโลก 5 อันดับแรก คือ ฮ่องกง มีค่าเช่าเฉลี่ย 9,412 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน ตามด้วยนิวยอร์ก 5,653 บาทต่อตารางเมตร, ลอนดอน 5,624 บาทต่อตารางเมตร, ปักกิ่ง 5,537 บาทต่อตารางเมตร และซิลิคอน วัลเลย์ 4,604 บาทต่อตารางเมตร นางสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการ เจแอลแอล กล่าวว่า “การที่ก
นายสมศักดิ์ กังธีระวัฒน์ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. มอบของขวัญปีใหม่ให้กับพี่น้องเกษตรกรด้วย “โครงการชำระดี มีคืน” โดยธนาคารจะคืนดอกเบี้ยเงินกู้ ให้กับพี่น้องเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. ที่มีต้นเงินคงเป็นหนี้ ณ วันที่ 30 พ.ย. 2560 ไม่เกิน 300,000 บาท จำนวน 2.3 ล้านราย รวมต้นเงินกู้ประมาณ 220,000 ล้านบาท สำหรับขั้นตอนการดำเนินงานเมื่อเกษตรกรนำเงินมาชำระหนี้ตามกำหนด ธนาคารจะคืนดอกเบี้ยในส่วนที่ลูกค้าส่งชำระคืนในอัตราร้อยละ 30 ของจำนวนดอกเบี้ยที่ชำระ ในกรณีที่มีหนี้คงเหลืออยู่จะนำดอกเบี้ยที่คืนให้ลูกค้ามาลดภาระหนี้ด้วยการตัดชำระต้นเงิน กรณีที่ไม่มีหนี้คงเหลือธนาคารจะโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของลูกค้า ทั้งนี้ ประมาณการดอกเบี้ยที่จะคืนให้แก่เกษตรกรลูกค้าที่มีวินัยทางการเงินที่ดีดังกล่าวคิดเป็นวงเงินรวม 4,620 ล้านบาท โดยระยะเวลาดำเนินโครงการเริ่มตั้งแต่ 1 ม.ค.- 31 ธ.ค. 2561 “การคืนดอกเบี้ยตามโครงการชำระดีมีคืนถือเป็นของขวัญที่ ธ.ก.ส. มอบให้สำหรับส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ที่ช่วยสร้างขวัญกำลังใจ และลดภาระหนี้ให้กับพี่น้องเกษตรกรที่ชำระหนี้ได้ตามกำหนด ใ
เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม นายไพฑูรย์ ตัณทานนท์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า นักศึกษา และอาจารย์ในวิทยาลัยได้ร่วมกันทำเค้กเพื่อจำหน่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่ ตกแต่งหน้าเค้กอย่างสวยงาม นอกจากจะตกแต่งเป็นรูปดอกไม้พร้อมคำอวยพรเหมือนเช่นทุกปีแล้ว ยังมีการตกแต่งเป็นหน้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมข้อความ “อาชีวะรักนายก สวัสดีปีใหม่ 2561” และเค้กรูปหน้า “ตูน บอดี้สแลม” หรือนายอาทิวราห์ คงมาลัย พร้อมข้อความ “ก้าวคนละก้าว” ต่างได้รับความสนใจจากลูกค้าสั่งซื้อไปรับประทาน และเป็นของขวัญปีใหม่กันเป็นจำนวนมาก นายไพฑูรย์กล่าวอีกว่า ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ นักศึกษาของสถาบันทุกแผนกวิชา จะร่วมกันผลิต และจำหน่ายขนมเค้กแก่ลูกค้า ทั้งในพื้นที่ และต่างจังหวัด มีทั้งเค้กครีม เค้กช็อคโกแล็ต และเค้กแยม โดยปีนี้ผลิตภายใต้แนวคิดไทยแลนด์ 4.0 เน้นความแปลกใหม่ ออกแบบ แต่งหน้าเค้ก ที่กำลังได้รับความนิยมให้ถูกใจผู้ซื้อ มีราคาเพียงปอนด์ละ 170-190 บาท โดยจำหน่ายที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุตรดิตถ์ ไปจนถึงวันที่ 1 มกราคม 2561 ขณะนี้มีคำสั่งซื้อแล้วกว่า 7,000 ปอนด์ “คาดว่า ยอดจำหน่าย
เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2560 สวนสัตว์เขาดิน เปิดตัวลูกละมั่งพันธุ์ไทย สมาชิกใหม่ต้อนรับเทศกาลปีใหม่ สวนสัตว์ดุสิต(เขาดิน) เปิดตัวสมาชิกเกิดใหม่ “ลูกละมั่งพันธุ์ไทย” 4 ตัว เป็นเพศผู้ 2 ตัว และ เพศเมีย 2 ตัว ปัจจุบันสวนสัตว์มีละมั่งพันธุ์ไทย ทั้งหมด 24 ตัว ซึ่งจัดเป็นสัตว์ป่าสงวนของไทย เป็น 1 ใน 15 ชนิด ที่มีสถานภาพสูญพันธุ์จากธรรมชาติของประเทศไทย แต่สวนสัตว์ดุสิตประสบความสำเร็จในการเพาะขยายพันธุ์ในสถานที่เพาะเลี้ยง ซึ่งเป็นฝูงใหญ่ที่สุดในทุกสวนสัตว์ขององค์การสวนสัตว์ สำหรับช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ สวนสัตว์ดุสิตจัดงานท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ มีกิจกรรมต่างๆ มากมาย สำหรับผู้ที่เกิดวันที่ 31 ธันวาคม และวันที่ 1 มกราคม เพียงแสดงหลักฐานวันเกิดสามารถเข้าชมฟรีพร้อมกับรับของขวัญรูปสัตว์ป่าสงวนของไทย ที่บริเวณส่วนจัดแสดงละมั่ง สวนสัตว์ดุสิต ด้านประตู 1 ถนนพระราม 5
ในช่วงสิ้นปีเช่นนี้ดวงชะตาของใครหลายคนอาจมีการเปลี่ยนแปลง ทางหมอเค้ก Magic designs จึงได้ทำนายดวงชะตาคนดวงเฮง 2018 โดยราศีที่มีเกณฑ์จะได้ลาภก้อนโตได้ของชิ้นใหญ่จะได้รถใหม่ บ้านใหม่ ธุรกิจใหม่ ภายในปี 2018 ประกอบด้วย ชาวราศีมังกร ราศีเมษ ราศีกันย์ และราศีธนู
สถานีตำรวจทางหลวง 3 กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ประชาสัมพันธ์ประชาชนที่เดินทางขึ้นเหนือผ่านพิษณุโลก แนะควรเลี่ยงเส้นทางสี่แยกอินโดจีน เนื่องจากมีการก่อสร้างทางต่างระดับ ทำให้รถติดหนักในช่วงเทศกาล ให้ใช้เส้นทางเลี่ยงเมืองบ้านกร่างแทน ขณะตามแยกอันตราย มีการติดธงแดงคอยเตือนผู้ขับขี่จุดอันตราย เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ มีประชาชนเดินทางไปท่องเที่ยวตามต่างจังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะเส้นทางจากภาคกลางขึ้นสู่ภาคเหนือ มีการจราจรหนาแน่น โดยเฉพาะช่วงผ่านจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นประตูผ่านไปสู่ภาคเหนือ มีรถสัญจรไปจากถนนสาย 117 นครสวรรค์-พิษณุโลก เข้าสู่เลี่ยงเมืองผ่านสี่แยกอินโดจีน ก่อนเข้าเส้นหลักทางหลวง 11 พิษณุโลก-อุตรดิตถ์ เส้นนี้มีการจราจรหนาแน่นเป็นประจำทุกปี ปัจจุบันบริเวณสี่แยกอินโดจีน มีการก่อสร้างสะพานต่างระดับ กำลังดำเนินการยังไม่แล้วเสร็จ อาจทำให้การจราจรติดขัดมากกกว่าปกติในบริเวณนี้ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ทั้งนี้ทางตำรวจทางหลวงที่ 3 กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ขอแจ้งประชาสัมพันธ์ ให้กับผู้ที่ขับรถสัญ
ผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ Plam Promjumpa โพสต์ภาพพร้อมสเตตัส ระบุว่า “ไปปักหมุดการวิ่งถ่วงโซ่ตวน 7 กิโลกรัมกับการวิ่ง 2,000 โล จะเกิดขี้นที่นี่ 3,500,000 ก้าวกับ พลาม พรมจำปา” พร้อมภาพประกอบเป็นชายคนหนึ่ง มีโซ่ขนาดใหญ่อยู่กับตัว ยืนอยู่บริเวณป้าย เหนือสุดแดนสยาม อ.แม่สาย จ.เชียงราย “มีสัญญาใจไว้ ณ.ที่นี่อีกครั้งแม่สายดินแดนแห่งมนต์ขลังจุดเริ่มต้นไปยังจุดสิ้นสุดที่เบตง หลักฐานเดิมเว้นแต่ครั้งนี้ต่างจากเดิมคือข้อเท้ามีโซ่น้ำหนักรวม 7 ก.ก.เพิ่มเป็นภาระเท่านั้นผมเคยทำสำเร็จมาแล้ว 2 ครั้ง ทำไมต้องเป็นที่นี่เพราะตรงนี้เป็นระยะทางยาวไกลที่สุดในแผ่นดินนี้ จะเกิดขึ้นอีกนับเป็นรอบที่ 3 บนถนนสายนี้กับ 2,000 กิโลเมตร พร้อมกับการบันทึกสถิติโลกอย่างเป็นทางการเป็นเกียรติในชีวิตการเป็นนักวิ่งในตำนานของผม และเพื่อเพื่อนนักรบอีก 4 เหล่าทัพ รวมทั้งอาสาสมัครตลอดประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่เกิดเหตุการณ์ก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ได้โปรดอย่าได้ทอดทิ้งพวกเขาให้เป็นเพียงวีรบุรุษ 3 วัน ขอน้ำใจคนไทยทั้งประเทศได้ช่วยพวกเขาเหล่านี้ซึ่งผมไม่เคยทำมาก่อนไหนๆก็ไหนๆแล้วผมเหนื่อยอยู่แล้ว โครงการ
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 27 ธ.ค. ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ นางลาวัลย์ วิมลย์ และนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน ทนายความ เดินทางเข้าพบ นายสมณ์ พรหมรส ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อตรวจดีเอ็นเอและลายนิ้วมือ เพื่อนำไปเปรียบเทียบ กับล็อเตอรี่รางวัลที่ 1 งวดวันที่.1 พ.ย. ที่ถูกรางวัล มูลค่า 30 ล้านบาท และตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้ติดต่อประสานมา ให้ ร.ต.ท.จรูญ มาตรวจ ดีเอ็นเอ แต่ ทางลูกความ มีความประสงค์ จะให้สถาบันนิติวิทยาศาตร์ ซึ่งเป็นหน่วยงานกลางที่น่าเชื่อถือ เป็นผู้ทำการตรวจ ดีเอ็นเอ ในวันนี้จึงได้เดินทางมา เพื่อให้เจ้าหน้าที่เก็บหลักฐาน นายษิทรา เปิดเผยว่า เป็นครั้งแรก ที่ได้รับการนัดจากพนักงานสอบสวน เพื่อขอตรวจดีเอ็นเอ ยืนยัน ซึ่งทาง ร.ต.ท.จรูญ นั้นมีความพร้อมตั้งแต่แรก แต่มีเงื่อนไขที่ต้องตรวจกับหน่วยงานกลาง คือ นิติวิทยาศาตร์ กระทรวงยุติธรรม เพราะไม่มั่นใจ นิติวิทยาศาตร์ของตำรวจ จังหวัดกาญจนบุรี สำหรับขั้นตอนในวันนี้รอเจ้าหน้าที่เก็บหลักฐานลายนิ้วมือ และดีเอ็นเอ ไปเปรียบเทียบกับ ล็อตเตอร์รี่ ก็เป็
วันที่ 27 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ร้านข้าวมันไก่ “ดอกคูณ” ใกล้ธนาคารออมสิน ริมถนนสายโพทะเล-บางมูลนาก เขตตลาดเทศบาลต.โพทะเล อ.โพทะเล จ.พิจิตร มีลูกค้าจำนวนมากไปอุดหนุนซื้อ ข้าวมันไก่ ข้าวหมูกรอบและข้าวหมูแดง รวมทั้งต้มเลือดหมูอย่างเนืองแน่น แต่ที่สะดุดตาและเรียกเสียงฮือฮาให้กับลูกค้าที่เข้ามาอุดหนุน คือน.ส.สุกฤตา คำแสน หรือใบเฟิร์น อายุ 28 ปี นิสิตปริญญาโท มหาวิทยาลัยเอกชนในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเจ้าของร้านและแต่งกายแบบเซ็กซี่ และความสวย ความน่ารัก รวมทั้งมารยาทระดับนางงาม ไม่ใช่เพียงเพราะการแต่งกายเท่านั้น แต่รสชาติอาหารที่ร้านนี้ทุกเมนูล้วนมีความอร่อย สะอาด ถูกหลักโภชนาการ และที่สำคัญราคาก็ประหยัดเพียงจานละ 30 บาทหรือเพิ่มพิเศษก็ 35 – 40 บาทเท่านั้น โดยร้านจะเปิดตั้งแต่เวลา 06.00 – 14.00 น. ของทุกวัน น.ส.สุกฤตา เล่าให้ฟัง หลังจากเรียนจบแล้ว ได้ไปทำงานที่บริษัทเอกชนระยะหนึ่ง และด้วยความต้องการสืบทอดกิจการจากมารดา จึงกลับภูมิลำเนามาสานต่อกิจการ แต่เอกลักษณ์การแต่งกาย ใบเฟิร์น บอกต่อว่า ปกติตอนทำงานในกรุงเทพก็แต่งกายเช่นนี้เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เมื่อกลับมาเปิดกิจการกับครอบครัวที่บ้านเกิ
