ข่าววันนี้
เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. นายอทิวราห์ คงมาลัย หรือตูน บอดี้สแลม นักร้องชื่อดัง ที่วิ่งตามโครงการก้าวคนละก้าว เพื่อหาทุนสนับสนุนโรงพยาบาลทั่วประเทศ 11 แห่ง จากอ.เบตง จ.ยะลา ถึง อ.แม่สาย จ.เชียงราย เริ่มวิ่งออกจากจุดพักที่โรงเรียนปูแกงอินทราราษฎร์อุปถัมภ์ ต.แม่เย็น อ.พาน จ.เชียงราย ซึ่งเป็นสถานที่พักค้างแรมในคืนที่ผ่านมาไปตามถนนพหลโยธินตั้งแต่เวลา 03.00 น.โดยมี ส.ท.สมบัติ บัญชาเมฆ หรือบัวขาว นักชกมวยไทยชื่อดัง ร่วมวิ่งจากจ.เชียงรายในคณะไปด้วย โดยพบว่าการวิ่งในช่วงเช้าวันนี้ตูน บอดี้สแลม มีแววตาใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส หลังจากวันก่อนมีอาการบาดเจ็บที่สะบักหลังจนต้องพักยาวร่วม 2 ชั่วโมงในเขต อ.แม่ใจ และก่อนจะออกวิ่งตูน บอดี้สแลม อย่างไรก็ตาม ตูน บอดี้สแลม ยืนคุยปรึกษาเกี่ยวกับวิธีการวิ่งในช่วงท้ายนี้ เพื่อให้การวิ่งมีความราบรื่น ทั้งนี้ช่วงแรกมีการวิ่งเป็นระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตร จนถึงหน้าบริษัทธนาเกรนพอลลิช จำกัด เขตหมู่บ้านแม่คาวโตน ต.เมืองพาน อ.พาน ก่อนจะหยุดพักเป็นเวลา 15 นาที และออกวิ่งต่อ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้จะออกวิ่งตั้งแต่เช้ามืดก็พบว่ายังคงมีชาวบ้านและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลพาน ต่างใส่เ
วันที่ 23 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านปงแสนทอง หมู่ 1 ต.ปงแสนทอง อ.เมือง จ.ลำปาง ว่ามีหญิงผู้สูงอายุรายหนึ่งอาศัยอยู่กับลูกสาวที่ป่วยเป็นโปลิโอมาตั้งแต่เกิด ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ อาศัยอยู่ในเพิงพักสภาพทรุดโทรม ในสวนกลางทุ่งนาท้ายหมู่บ้าน จึงเดินทางไปตรวจสอบ ที่บ้านหลังดังกล่าวพบ นางสมศรี ถวัลย์วราศักดิ์ อายุ 61 ปี อยู่กับลูกสาวซึ่งป่วยเป็นโปริโอ โดยสภาพบ้านเป้นบ้านปูนแต่ผุพังแตกหักและทรุดโทรม ขนาด 5-6 เมตร สภาพภายในโล่ง หลังคามุงกระเบื้องแตกเป็นรู ด้านหน้าเป็นเพิงสังกะสีพอกันแดดกันลมได้ ไม่มีประตู หน้าต่าง พร้อมด้วยที่นอนเก่าๆ และตู้เสื้อผ้าไม้อัดเก่าที่ชาวบ้านทิ้งแล้วนำมาเป็นตู้ใส่เสื้อผ้าและกั้นเป็นห้องนอน ด้านหลังบ้านเป็นที่ทำครัว มีตู้เย็น หม้อหุงข้าวเก่าๆ ที่ชาวบ้านนำมาบริจาคให้ พร้อมกับรถเข็นลูกสาวหนึ่งคัน นอกนั้นไม่มีสมบัติใดๆ นางสมศรี พร้อมเผิดเผยว่า เดิมเป็นชาว จ.นครราชสีมา ต่อมาในปี พ.ศ.2528 ได้อพยพพร้อมสามีมาทำงานที่ จ.ลำปาง โดยบ้านที่อาศัยอยู่ปลูกในที่ดินที่เจ้าของสวนให้เช่าอาศัยอยู่เดือนละ 500 บาท สามีรับจ้างทำงานที่โรงงานเซรามิก ตนก็รับจ้างทำงานทั่วไปและเลี้ย
เมื่อเวลา 18.15 น.วันที่ 23 ธ.ค. ที่บนถนนพหลโยธินตรงเขตติดต่อระหว่างบ้านแม่เย็น หมู่ 3 ต.แม่เย็น อ.พาน จ.เชียงรายกับหมู่บ้านแม่เย็น หมู่ 5 และหมู่ 8 ต.ป่าแฝก อ.แม่ใจ จ.พะเยา ตูน บอดี้สแลม ได้วิ่งจากที่ว่าการ อ.แม่ใจ ไปถึงยังเขตติดต่อดังกล่าว โดยล่าช้าไปกว่ากำหนดกว่า 2 ชั่วโมง เนื่องจากมีอาการเจ็บหลัง ทำให้พักที่เขต อ.แม่ใจ อยู่นาน แต่มวลชนที่ไปรอต้อนรับที่เขตติดต่อยัง จ.เชียงราย ซึ่งเป็นจังหวัดสุดท้ายของการวิ่งครั้งนี้ก็ยังคงปักหลักรอกันตั้งแต่ช่วงเช้า นางภัทรวดี ปัญญาบุญ นายอำเภอพาน พ.อ.พศิน แสงคำ เสธ.มณฑลทหารบกที่ 37 พ.ต.อ.จิรภัทร มุ่งดี ผกก.สภ.พาน พร้อมด้วยชาว อ.พาน ประมาณ 2,000 คน ยังคงปักหลักรออยู่โดยลุ้นว่าอาการของตูนจะดีจนออกมาวิ่งต่อไปได้หรือไม่ กระทั่งตูนได้วิ่งออกมาอีกครั้งและถึงบริเวณเขตติดต่อในยามที่ตะวันกำลังตกดิน ก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นโดยมีการถ่ายภาพและกลุ่มผู้แต่งกายชุดชาติพันธุ์ให้การต้อนรับโดยส่งเสียงให้กำลังใจอย่างต่อเนือง ขณะที่นักเรียนจากโรงเรียนศิริมาตย์เทวี อ.พาน ประมาณ 20 คน ได้ร่วมกันร้องเพลงคริสต์มาสเพื่อให้กำลังใจตูนและคณะ สร้างความประทับใจให้ตูนและคณะเ
อีกหนึ่งเรื่องราวดีๆที่เข้าไปรับชมแล้วต้องฉีกยิ้ม หลังจากมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Artit NakeTai Changjaroen” โพสต์คลิปวิดีโอเป็นเด็กน้อยคนหนึ่งกำลังนั่งเกากีตาร์เพลง “เก็บตะวัน” ของ อิทธิ พลางกูร ศิลปินรุ่นใหญ่ของเมืองไทย พร้อมข้อความว่า “ระหว่างทางกลับบ้าน ได้กำลังใจจากพลังเล็กๆของเด็กคนนี้ผ่านทางเสียงเพลง มันมีพลังมี่ทำให้เราสู้ รับรู้และสัมผัสถึงอะไรหลายอย่าง” โดยผู้โพสต์อ้างอิงว่าสถานที่ในคลิปคือใต้สถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุช หลังจากที่คลิปดังกล่าวได้ถูกแชร์ออกไป ได้มีชาวเน็ตเข้ามาชื่นชมหนูน้อยคนนี้อย่างมากมาย ขณะที่ในคลิปหนุ่มน้อยก็ได้รับความสนใจจากผู้ที่เดินผ่านไปมาอย่างมากมาย ทั้งมีคนร่วมบริจาคเงินสมทบทุนการศึกษาตามที่หน้ากล่องใส่เงินระบุไว้ รวมถึงยืนฟังเจ้าหนูคนนี้ร้องเพลง “เก็บตะวัน” กันอย่างมากมาย
วันที่ 23 ธ.ค. กรุงเทพโพลล์ โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง “ที่สุดแห่งปี 2560” โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนในกรุงเทพฯและปริมณฑล จำนวน 1,154 คน พบว่า -ที่สุดของข่าวในประเทศที่ประชาชนสนใจ ติดตาม และเกาะติดสถานการณ์แห่งปีได้แก่ข่าวพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช – ที่สุดของบุคคลในสังคมไทยที่น่าชื่นชมยกย่องได้แก่ตูน บอดี้สแลมในโครงการ “ก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ เบตง – แม่สาย” – ที่สุดของนักกีฬาที่มีผลงานโดดเด่นเป็นที่ชื่นชอบได้แก่”น้องเมย์” รัชนก อินทนนท์ – ที่สุดของดารา/นักร้องชายที่มีผลงานโดดเด่นเป็นที่ชื่นชอบได้แก่ ณเดช คูกิมิยะ – ที่สุดของดารา/นักร้องหญิงที่มีผลงานโดดเด่นเป็นที่ชื่นชอบ ได้แก่ ญาญ่าอุรัสยา เสปอร์บันด์ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 1. ข่าวในประเทศที่สนใจ ติดตาม และเกาะติดมากที่สุดในรอบปีนี้ 5 อันดับแรก คือ (เลือกตอบได้มากกว่า 1 ข้อ) อันดับ 1.ข่าวพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ร้อยละ 92.5 2.ข่าวการวิ่งของ ตูน บอดี้สแลม ในโครงการก้าวคนละก้าว ร้อยละ 82.
เฟซบุ๊คเพจ ບັກນ້ອຍນ້ອຍ Satudio จากประเทศลาว เผยแพร่คลิปวิดีโอชายตาบอด นั่งร้องเพลง โดยมีเพียงเหล็ก 2 แท่งเป็นเครื่องดนตรี ทั้งตี และเคาะสร้างจังหวะ โดยเพลงดังกล่าวเป็นเพลงภาษาลาว ซึ่งการร้องของชายคนดังกล่าวนอกจากจะเพราะแล้ว ยังใส่อารมณ์เพลงได้อย่างน่าชื่นชม เรียกได้ว่าสามารถสะกดคนชมให้ดูคลิปได้จนจบเลยทีเดียว ทั้งนี้โพสต์ดังกล่าวได้เขียนข้อความว่า “แม้ตาบอด แต่ใจไม่ได้บอด”
นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ สำนักงานประกันสังคมได้เปิดโอกาสให้ผู้ประกันตนสามารถขอเปลี่ยนสถานพยาบาลใหม่ ได้ทุกๆ ปีๆ ละ 1 ครั้ง สำหรับในปี 2561 มีสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการประกันสังคมทั่วประเทศ จำนวน 237 แห่ง แบ่งเป็นโรงพยาบาลรัฐบาล 159 แห่ง สถานพยาบาลเอกชน 78 แห่ง หากผู้ประกันตนประสงค์จะเปลี่ยนสถานพยาบาลสามารถมายื่นแบบเลือกสถานพยาบาลในการรับบริการทางการแพทย์ สปส. 9-02 ได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขาทุกแห่งทั่วประเทศ ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2561 หรือยื่นแบบฯ ดังกล่าว ทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้การเลือกสถานพยาบาลในแต่ละครั้งนั้น ขอแนะนำให้ผู้ประกันตน ควรเลือกด้วยตนเองโดยให้คำนึงถึงความสะดวก ความพึงพอใจและประโยชน์ในการขอรับบริการ ทางการแพทย์ และสถานพยาบาลที่เลือกจะต้องเป็นสถานพยาบาลในจังหวัดที่ผู้ประกันตนทำงานอยู่ หรือพักอาศัยในเขตรอยต่อของจังหวัดดังกล่าว นพ.สุรเดช กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 เป็นต้นไป สำนักงานประกันสังคมได้ให้สิทธิแบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยให้ผู้ประกั
เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่มีผู้ใช้เฟสบุ๊ค ชื่อ โอโต้โยต้า ได้โพสต์เฟสบุ๊คว่า ประกาศ ตามหาเรือหาย ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ ตาโจ๊ก ถนนเส้น เจดีย์หัก-เขางู ใครแจ้งเบาะแส หรือ เคยเห็น มีรางวัลให้ 10,000 บาท ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พบป้าหมู หรือ นางพรทิพย์ หงส์ทอง อายุ 50 ปี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเรือตาโจ๊ก อยู่เลขที่ 443/1 หมู่ 5 ต.เจดีย์หัก อ.เมืองราชบุรี ที่บริเวณหน้าร้านก๋วยเตี๋ยวดังกล่าว ซึ่งเดิมนั้นเคยมีเรือแก่เก่ายาวประมาณ 3 เมตร ทำจากไม้สักมีอายุมากกว่า 60 ปี แล้ว ตั้งอยู่หน้าร้าน และเป็นที่มาของก๋วยเตี๋ยวเรือ แต่ได้ถูกคนร้ายเข้ามาขโมยเรือหายไปตั้งแต่คืนวันที่ 30 พ.ย. ที่ผ่านมา นางพรทิพย์ หงส์ทอง เล่าว่า เรือลำดังกล่าวไปขอยืมมาจากผู้ใจบุญคนหนึ่ง เพื่อนำมาตั้งร้านขายก๋วยเตี๋ยวเมื่อประมาณ 6 เดือนที่ผ่านมา เป็นเรือพาย ทำจากไม้สัก สีน้ำตาลแดง ความยาวประมาณ 3 เมตร มีอายุตั้งแต่รุ่นพ่อ ของผู้ใจบุญคนที่ให้ยืมมาส่วนราคานั้นประเมินค่าไม่ได้ ที่ผ่านมาตนเองก็นอนที่ร้าน แต่เมื่อคืนวันที่เกิดเหตุได้กลับไปนอนที่บ้านใน ต.หินกอง อ.เมือง จ.ราชบุรี โดยนำร่มบังแดดคันใหญ่
วันที่ 23 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ที่จ.หนองคาย มีนักท่องเที่ยว แห่สัมผัสอากาศหนาวเย็น และชมทะเลหมอกที่ภูห้วยอีสัน อ.สังคม ซึ่งมีหมอกเกิดขึ้นเหนือลำน้ำโขงไทย-ลาว อย่างหนาแน่นสวยงาม และเป็นระยะเวลายาวนาน โดยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวลาวเดินทางชมทะเลหมอกเหนือลำแม่น้ำโขงสองฝั่งไทยลาว อย่างคึกคักกันตั้งแต่เช้า โดยเฉพาะที่ภูห้วยอีสัน มีทั้งมาแบบครอบครัว แบบเป็นหมู่คณะ ท่ามกลางอากาศที่เย็นสบาย อุณหภูมิที่ยอดภูอยู่ที่ประมาณ 17 องศาเซลเซียส เช้านี้จุดชมทะเลหมอกที่ภูห้วยอีสัน มีทะเลหมอกเกิดขึ้นกลางลำแม่น้ำโขงอย่างหนาแน่น และเป็นระยะเวลายาวนานกว่าทุกวันที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวที่มาชมความสวยงามของทะเลหมอกไม่ผิดหวังพากันถ่ายรูปและชมความสวยงามของหมอกที่ลอยอยู่เหนือลำแม่น้ำโขง นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังได้ชมความสวยงามของพระอาทิตย์ขึ้นสร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยว นอกจากที่ภูห้วยอีสันแล้วจุดชมหมอกอื่นๆทั้งภูโล้น ภูหนอง และภูผาดัก ที่อยู่ใกล้กันก็มีทะเลหมอกให้ชมสวยงามเช่นกัน
เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีทหารค่ายฝึกรบพิเศษที่ 4 สิชล เข้ามาดูแลชาวบ้าน หมู่ 2 ต.สิชล ต.สิชล จ.นครศรีธรรมราช หลังไปร้องเรียนกับพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อ 2 วันก่อน โดยชุมชนดังกล่าวมีชาวบ้านอาศัยอยู่ 75 ครัวเรือน รวม 365 คน เดิมเป็นป่าชายเลนหนาแน่น ซึ่งรุ่นปู่ย่าตายายได้เข้ามาสร้างบ้านเรือนอาศัยนานกว่า 2 ชั่วอายุคน เป็นเวลาราว 100 ปี แต่พบว่าขณะนี้มีการออกเอกสารสิทธิครอบครองทั้งพื้นที่กว่า 20 ไร่ จำนวน 2 ครั้ง คือ พ.ศ.2529 และ พ.ศ. 2553 โดยที่ชาวบ้านไม่เคยทราบมาก่อน ก่อนถูกฟ้องขับไล่เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมานางผ่อง มาลาเวช อายุ 90 ปี เปิดเผยว่า ตนอพยพมาจาก อ.หัวไทร กับครอบครัวตั้งแต่อายุไม่ถึง 20 ปี จนถึงขณะนี้อายุ 90 ปีแล้ว ตนมีลูก 13 คน ตอนมาอยู่แรกๆ พื้นที่บริเวณนี้เป็นป่าชายเลน ไม่มีคนอาศัยอยู่เลย จึงเริ่มบุกเบิกสร้างบ้านในป่าชายเลน แต่เมื่อกรมเจ้าท่าดูดทรายจากปากน้ำมากองในพื้นที่ ทำให้พื้นที่สูงขึ้น และสะดวกสบายมากขึ้น จนทำให้มีผู้อาศัยจำนวนมาก แต่พอมาทราบว่าถูกไล่ที่ ชาวบ้านจึงรวมกันไปเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีให้ช่วยเหลือ และเข้าตรวจสอ
