ข่าววันนี้
ซูเปอร์ กูร์เมต์ พวกเขาคือ “ผู้ก่อการปฏิวัติ” วงการอาหาร ด้วยเทคโนโลยี จากจุดเริ่มต้นเมื่อราว 2 ปีก่อน กิจการชื่อเท่ อย่าง Super Gourmet (ซูเปอร์ กูร์เมต์) ให้นิยามตัวเองไว้ คือ แพลตฟอร์มรวบรวมร้านอาหารจากหลายแบรนด์ชื่อดัง มานำเสนอในรูปแบบ Food Center ที่ผนวกเข้ากับ Cloud Kitchen โดยมีการประยุกต์เทคโนโลยีล้ำสมัย อย่าง Cutting-Edge มาใช้ร่วมกับการสั่งซื้ออาหารของลูกค้า กระทั่งปัจจุบัน พวกเขาได้การยอมรับให้เป็น หนึ่งใน “ผู้ก่อการ” ปฏิวัติวงการอาหาร ด้วย “เทคโนโลยี” แต่กว่าจะได้มาซึ่ง “องค์ความรู้” แต่ละหมวดหมู่ ก่อนนำมาวิจัยต่อยอด จนกลายเป็น “ตัวช่วย” เพิ่มความแม่นยำ และสะดวกสบาย ให้กับผู้ประกอบการด้านอาหารกลุ่มเป้าหมายนั้น ว่ากันว่า ลงแรง ไม่น้อย “นักประดิษฐ์ หรือผู้คิดค้น อาจต้องรับความเจ็บปวดทั้งชีวิต เพื่อไปสู่ปลายทางความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ นั่นคือวิสัยทัศน์ของเรา ความต้องการได้ข้อมูลมาเพื่อวิจัยและพัฒนา ต่อให้ต้องล้มลุกคลุกคลาน ทรมานแค่ไหน ซูเปอร์ กูร์เมต์ ก็จะทำ” คุณพฤฒ นทีพายัพทิศ ผู้จัดการฝ่ายวิจัยและพัฒนา แห่งซูเปอร์ กูร์เมต์ เริ่มต้นเล่าเรื่องราวแห่งความทุ่มเทให้ เส้นทางเศรษฐี ฟั
ร้านอาหาร เจอโจทย์ท้าทาย ต้นทุนธุรกิจสูง ส่งผลต่อการทำกำไร และระยะเวลาคืนทุนนานขึ้น ในช่วงที่เหลือของปี ธุรกิจร้านอาหาร คาดว่าจะยังมีทิศทางเติบโต โดยเป็นผลจากภาคการท่องเที่ยว และเทศกาลวันหยุดยาว ส่งผลให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า มูลค่าธุรกิจร้านอาหารทั้งปี 2566 จะอยู่ที่ 4.35 แสนล้านบาท หรือเติบโตร้อยละ 7.1 อย่างไรก็ดี การขยายตัวของมูลค่าธุรกิจร้านอาหารยังไม่ทั่วถึง และผู้ประกอบการโดยส่วนใหญ่ยังเผชิญโจทย์ท้าทาย อาทิ การแข่งขันที่รุนแรงในทุกเซกเมนต์และระดับราคา ต้นทุนธุรกิจที่ทรงตัวสูง การขาดแคลนแรงงาน เป็นต้น ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการสร้างผลกำไรและการยืนระยะในการดำเนินธุรกิจที่ทำได้ยากจากระยะเวลาการคืนทุนที่นานขึ้นด้วย สะท้อนให้เห็นจากสัดส่วนร้านอาหารที่สามารถยืนระยะอยู่รอดมากกว่า 3 ปีหลังการเปิดขาย มีเพียงแค่ร้อยละ 35 จากร้านอาหารเปิดใหม่ทั้งหมด (ข้อมูล LINE MAN Wongnai) ทั้งนี้ หากมองไปข้างหน้า ร้านอาหารที่น่าจะเจอความท้าทาย ได้แก่ กลุ่ม Casual Dining เนื่องจากจำนวนผู้เล่นมีความหนาแน่นสูงในเซกเมนต์นี้ และกลุ่ม Quick Service Restaurant ที่เผชิญกับโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไ
โดนมาก่อน กรรชัย กินปังเย็นโชว์ เล่าย้อนเคยโดนฟ้อง ตอนทำไอซ์ มอนสเตอร์ สุดท้ายให้น้องซื้อลิขสิทธิ์แล้วให้คนอื่นเขาใช้ด้วย จากกรณีร้านลูกไก่ทอง และร้านปังชา ออกประกาศชี้แจง กรณีที่ก่อนหน้านี้แบรนด์จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าชื่อเมนู “ปังชา” จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เมื่อมีการเรียกค่าเสียหายจากการละเมิดชื่อทางการค้า 102 ล้านบาท ตามที่เคยเสนอข่าวไปแล้วนั้น ประเด็นนี้ในรายการ เที่ยงวันทันเหตุการณ์ ผู้ประกาศดัง หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย และอดีตต้นตำรับน้ำแข็งไสเกล็ดหิมะ เมื่อหลายสิบปีก่อน เล่าข่าวดังกล่าว พร้อมกินปังเย็นชาไทยโชว์ ก่อนแสดงความเห็นในเรื่องดังกล่าวว่า “ปังชา รากมาจากไอซ์ มอนสเตอร์ เพราะตนเป็นเจ้าแรกในเมืองไทยที่เอาน้ำแข็งเกล็ดหิมะไสให้ละเอียด โดยไปซื้อมาจากฟิลิปปินส์ ชื่อว่า ไอซ์ มอนสเตอร์ กรรชัย เผยว่า เรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นในชีวิตตน ไปซื้อสิทธิบัตรมา เปิดได้ 3-4 เดือน มีเจ้าของร้านที่ชื่อว่า มอนสเตอร์ ไอศกรีม ฟ้องตน เพราะเขาไปจดคำว่า มอนสเตอร์ไว้ เรียกมาหลาย ให้ฉีกถ้วยทิ้ง มีแบบนี้ด้วยเหรอ คนที่ใช้จะทำยังไง เขาบอกห้ามใช้ทำน้ำแข็งไส ไอติม น้ำดื่มแบบเย็น ก็เอ้า คนอื่นจะขายยังไง
เรื่องยังไม่จบ โนติสเรียกค่าเสียหาย 102 ล้านบาท รายย่อย เหตุใช้ชื่อร้าน ‘ปังชา’ ในที่สุด ร้านอาหารลูกไก่ทอง และร้านปังชา ก็ออกประกาศชี้แจงแล้ว กรณีที่ก่อนหน้านี้แบรนด์ จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า (Trademark) ชื่อเมนู “ปังชา” ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ พร้อมอ้างอิงพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 และเน้นย้ำว่า ร้านสงวนสิทธิห้ามลอกเลียนแบบ ทำซ้ำ ดัดแปลง แก้ไข รวมทั้งห้ามนำชื่อแบรนด์ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษไปใช้เป็นชื่อร้าน หรือใช้เป็นชื่อสินค้าเพื่อจำหน่าย พร้อมกันนี้ยังแนบรายละเอียดกฎหมายโดยอ้างอิงข้อมูลจากกระทรวงยุติธรรมนั้น เป็นการสื่อสารและทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน ทำให้ กรมทรัพย์สินทางปัญญา ออกมาให้ความรู้ต่อประเด็นดังกล่าว สามารถสรุปได้ว่า “น้ำแข็งไสราดชาไทย” มีขายมานานแล้ว จึงไม่มีใครสามารถจดสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรแล้วอ้างเป็นสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในเมนูนี้ได้ ทว่า “ภาชนะ” ที่ใช้ใส่ “ปังชา” ของแบรนด์ที่เป็นข่าวจดสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ไว้ ดังนั้น เมนูน้ำแข็งไสราดชาไทยใครก็ขายได้ แต่อย่านำลวดลาย หรือแบบภาชนะที่คนอื่นจดสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ไว้ไป
สสว. จัดงาน “SME POWER UP” – International Top Thai SME Business Matching เดินหน้าผนึกหน่วยงานพันธมิตร ผลักดันสิทธิประโยชน์ เสริมแกร่งผู้ประกอบการ สสว. จัดงาน “SME POWER UP” – International Top Thai SME Business Matching กิจกรรมเชื่อมโยงเครือข่าย เจรจาธุรกิจ และพัฒนาศักยภาพทางธุรกิจ เดินหน้าบูรณาการความร่วมมือเครือข่ายภาครัฐและเอกชนต่อเนื่อง ผลักดันสิทธิประโยชน์ผู้ประกอบการ เพิ่มผลิตภาพ/ลดต้นทุน ขยายช่องทางการตลาด และเชื่อมโยงแหล่งเงินทุน นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า สสว. ได้จัดงาน “SME POWER UP” – International Top Thai SME Business Matching กิจกรรมเชื่อมโยงเครือข่าย เจรจาธุรกิจ และพัฒนาศักยภาพทางธุรกิจ ภายใต้งานพัฒนาสิทธิประโยชน์และผลักดันให้เกิดขึ้นจริงเพื่อการประกอบการ ปีงบประมาณ 2566 โดยมีผู้แทนเครือข่ายพันธมิตร สสว. ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ SME และสื่อมวลชนเข้าร่วมงาน เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2566 ณ โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการ และคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ นายวีระพงศ์ กล่าวว่า สสว. ได้ดำเนินงา
สารทจีนนี้ จัดของดีไหว้บรรพบุรุษ แนะวิธีเลือกซื้อ เก็บรักษา และการปรุงเนื้อสัตว์ ดร.รชา เทพษร อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้คำแนะนำกับผู้บริโภคในช่วงเทศกาลไหว้สารทจีนที่จะมาถึงในวันที่ 30 สิงหาคมนี้ ว่า หลักการจัดของไหว้ที่นิยม แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ 1. ตามประเพณี ได้แก่ ชุดเนื้อสัตว์ 3 อย่าง (ซาแซ) หรือชุดเนื้อสัตว์ 5 อย่าง (โหงวแซ) โดยเป็น เนื้อหมู เนื้อเป็ด เนื้อไก่ กุ้ง ปลา หรือ ชุดของหวาน 3 อย่าง (ซาก้วย) หรือ ชุดของหวาน 5 อย่าง (โหงวก้วย) ซึ่งเป็นผลไม้และขนม 2. อาหารที่บรรพบุรุษเคยชอบกิน โดยลูกหลานจะคัดเลือกอาหารและปรุงเป็นเมนูพิเศษนำมาไหว้ สำหรับวิธีการเลือกซื้อเนื้อสัตว์คุณภาพดี ให้สังเกตจาก กลิ่น สี และเนื้อสัมผัสเป็นหลัก เนื้อหมูต้องมีสีแดงธรรมชาติ เนื้อแน่น กดแล้วเนื้อไม่บุ๋ม ไม่มีกลิ่น ไม่มีเมือก ขณะที่ ไก่ นิยมไหว้ทั้งตัวแบบที่ยังไม่ได้นำเครื่องในออก เพราะถ้าเครื่องในแตก จะทำให้เสี่ยงต่อการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ ส่วน ปลาสด เหงือกต้องแดง ตาใส กดไม่บุ๋ม ไม่มีกลิ่น และ กุ้ง หัวติดตัวแน่น ตัวโต ตัวใส นอกจา
ทำความรู้จัก “คิดโคตรใหญ่” นโยบายเพื่อไทย หวัง ‘สร้างงาน สร้างรายได้ 20 ล้านครัวเรือน’ ด้วย OFOS และ THACCA เราต่างรู้จักดีกับคำว่า ซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) เป็นคำที่ใครต่อใครก็รู้หน้าที่ของคำนี้ว่าคืออะไร ตัวอย่างง่ายๆ ลองนึกภาพลิซ่าถือลูกชิ้นยืนกิน ลิซ่าใส่ผ้าถุง ลิซ่าเที่ยวอยุธยา ลิซ่าใส่เครื่องประดับรัดเกล้ายอดประยุกต์ นี่แหละที่เราเคยเห็น แต่นโยบายของเพื่อไทยไปไกลกว่านั้น เพราะเมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊ก CARE คิด เคลื่อน ไทย ได้หยิบนโยบายที่เกือบถูกลืมนี้ขึ้นมาอธิบายอีกครั้งถึง ‘OFOS’ และ ‘THACCA’ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการดันซอฟต์พาวเวอร์ “คนไทย” ทั้ง 8 ด้าน ได้แก่ อาหาร ดนตรี ภาพยนตร์ หนังสือ ศิลปะ การออกแบบ/แฟชั่น กีฬา และการท่องเที่ยว จาก “1 ครอบครัว 1 Soft Power” เพื่อ “Upskill-Reskill คนไทยทั้งประเทศ!” ให้เกิด “แรงงานสร้างสรรค์ทักษะสูง” กว่า 20 ล้านคนจาก 20 ล้านครอบครัวทั่วประเทศ และสามารถสร้างงานได้มากถึง 20 ล้านตำแหน่ง ซึ่งจะเป็นนโยบายที่สร้างงานมากที่สุดในประวัติศาสตร์ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะชวนไปรู้จัก OFO
UBE Group ใส่ใจทุกมิติ จัดกิจกรรม ปล่อยปลา ปลูกป่า อนุรักษ์ลำโดม คุณสุรียส โควสุรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) หรือ ยูบีอี ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมันสำปะหลังรายใหญ่ของประเทศไทย นำทีมพนักงานจิตอาสาของยูบีอี และบริษัทในเครือ จัดกิจกรรม “UBE CARE ตุ้มโฮมลำโดมใหญ่ ปี 2566” กิจกรรมเพื่อการอนุรักษ์แม่น้ำลำโดมใหญ่ แหล่งน้ำธรรมชาติและเป็นลำน้ำสาขาแม่น้ำมูลในจังหวัดอุบลราชธานี โดยร่วมกับหน่วยงานภาครัฐในจังหวัดอุบลราชธานี ประกอบด้วย สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 12 ประมงจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน ภาคีเครือข่ายในพื้นที่ชุมชนรอบโรงงาน และชุมชนในพื้นที่ลำโดมใหญ่ ร่วมกันจัดกิจกรรมสำคัญ ประกอบด้วย กิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ จำนวน 149,000 ตัว จากเครือข่ายประมงจังหวัด และกิจกรรมปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2566 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จำนวน 200 ต้น จากสวนพฤกษศาสตร์ดงฟ้าห
เป๋าตัง กู้ง่ายๆ กับ “สินเชื่อกรุงไทยใจป้ำ” รับวงเงินสูงสุด 5 เท่าของเงินเดือน ผ่อนสบาย หมื่นละ 10 บาท/วัน วันที่ 28 ส.ค. 2566 ธนาคารกรุงไทย รายงานว่า ธนาคารมีนโยบายรุกตลาดสินเชื่อดิจิทัล (Digital Lending) อย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับชีวิตยุคใหม่ที่ต้องการความเร็ว สะดวก และไม่ต้องเดินทางได้เป็นอย่างดี ซึ่งในปี 2565 ธนาคารให้บริการสินเชื่อกรุงไทยใจป้ำ ผ่านแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT โมบายแบงกิ้งที่ให้บริการแบบครบวงจร และสามารถขยายบริการของธนาคารในรูปแบบดิจิทัลได้อย่างก้าวกระโดด โดยได้รับการตอบรับดีจากกลุ่มผู้มีรายได้ประจำ และผู้ประกอบการรายย่อย โดยปี 2566 ตั้งเป้าสินเชื่อดิจิทัล ประมาณ 10,000 ล้านบาท ทั้งนี้ เพื่อให้คนไทยได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้สะดวกยิ่งขึ้น ธนาคารจึงเพิ่มช่องทางการสมัครสินเชื่อกรุงไทยใจป้ำ ผ่านแอปเป๋าตัง ซึ่งเป็น Thailand Open Digital Platform ที่คนไทยคุ้นเคย เข้าถึงได้ง่าย ตอบโจทย์ผู้ใช้งานกว่า 40 ล้านคน ด้วยการออกแบบขั้นตอนในแอปให้ใช้งานง่าย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล และช่วยลดความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงบริการทางการเงิน ได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม เป็นการตอบสนองเป้
มังคุดไทยไปได้ดี ตลาดจีนถึงโลละ 70 บาท เร่งแผนพัฒนามังคุดพรีเมียม วันที่ 25 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา ร.ต.อรุณ บุญวงศ์ ประธานกลุ่มมังคุดบ้านน้ำดำ (ชะอวดโมเดล) อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ตอนนี้ราคามังคุดเริ่มปรับตัวดีขึ้นจากช่วงก่อนหน้าราคาลดต่ำลง เพราะมีผู้ประกอบการ (ล้ง) มาประมูลกันมากขึ้น 80-85% โดยกลุ่มมังคุดบ้านน้ำดำมีผู้ประมูลวันละ 6-7 ราย ล่าสุดราคาประมูลเกรดผิวมันรวมหรือเกรดส่งออกอยู่ที่ กก.ละ 57 บาท ผิวดำ 15-17 บาท ซึ่งราคามังคุดที่ผ่านการประมูลปรับราคาดีขึ้น และล้งจะช่วยซื้อเกรดที่ตกไซซ์ผิวดำที่มีปริมาณมาก ส่งตลาดภายในประเทศ คาดว่าไม่เกินสิ้นเดือนสิงหาคม ปริมาณมังคุดใกล้หมดรุ่น ราคาจะดีขึ้นเรื่อยๆ อาจจะถึง 60-70 บาท เพราะตลาดจีนไปได้ดี ซึ่งราคาประมูลเป็นราคาของผู้ส่งออก สูงกว่าแผงรับซื้อข้างทางและ กก.ละ 25-30 บาท ที่ชาวสวนขายแบบเทรวมไม่คัดเกรดจะแยกเฉพาะปัดดอก ปัดดำ (ผิวสีดำไม่สวย) การยื่นประมูลแม้มีรายเดียวราคาต้องสูงกว่าราคาตลาด 10% ป้องกันพ่อค้าฮั้วกัน หรือกดราคา มีบางรายยื่นราคาต่ำมาก “ราคาจะผันผวน 2 ช่วงทุกๆ ปี คือ ช่วงต้นฤดู ปริมาณมังคุดไม่มาก และล้งยังเปิดรับซื้อน้อ
